ลิขิตฟ้าปราบมาร

    บทที่ 39.2 : จากผู้ถูกล่าสู่ผู้ล่า

            ฟ้าว! ทั้งสองร่างพุ่งออกจากทางเดินตามหลังกัน ชายชุดดำด้านนอกทั้งเจ็ดหันกลับมาในทันที "มันออกมาแล้ว!" หัวหน้ากลุ่มเพิ่งจะยกมือขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ออกคำสั่ง…

            "ต้วนต้วน!"

            "อึ๊บ!!!" เจ้าหนอนอ้วนกระโดดจากไหล่ของเหวินซานขึ้นกลางอากาศ ร่างกลม ๆ พองขึ้นเล็กน้อย จากนั้น... ฟู่!!! หมอกพิษสีม่วงดำมหาศาลถูกพ่นออกจากปาก มันไม่ได้กระจายช้า ๆ อย่างครั้งก่อน แต่พุ่งออกไปราวกับคลื่นน้ำ รวดเร็วเสียจนชายชุดดำสามคนด้านหน้าไม่มีเวลาแม้แต่จะยกแขนเสื้อขึ้นป้องกัน

            "อะไร" หมอกพิษกลืนพวกมันเข้าไปในพริบตา "อ๊าก!" เสียงกรีดร้องดังขึ้น

            พิษที่ต้วนต้วนดูดสะสมมาจากหุบเขาหมื่นพิษ รวมถึงพิษร้ายจากร่างของซูอวิ๋นเหอ ถูกพ่นออกมาพร้อมกันในคราวเดียว แม้จะไม่อาจสังหารผู้ฝึกตนได้คาที่... แต่เพียงทำให้พวกมันชะงัก

            ก้าวสายลม

            ฟ้าว! เด็กหนุ่มปรากฏขึ้นเบื้องหน้าชายชุดดำทางซ้าย อีกฝ่ายยังยกมือปิดดวงตาที่ถูกพิษกัดกร่อน กระบี่ของเหวินซานแทงออกไปโดยไม่มีความลังเล

            ฉึก! คมกระบี่แทงทะลุลำคอของชายชุดดำ ร่างของมันกระตุกเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เหวินซานไม่เปิดโอกาสให้มันตั้งตัว เขาพลิกข้อมือกระชากกระบี่กลับ ก่อนที่ร่างไร้เรี่ยวแรงจะล้มลงกับพื้น

            แทบจะในเวลาเดียวกัน อากาศโดยรอบเย็นวาบขึ้นมา ซูอวิ๋นเหอก้าวเพียงก้าวเดียว พื้นดินใต้เท้ากลายเป็นน้ำแข็ง กระบี่ในมือนางวาดผ่านลำคอของชายชุดดำคนกลางราวกับแสงจันทร์

            ฉัวะ! เลือดพุ่งออกมา แต่ก่อนจะตกถึงพื้น กลับแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งกลางอากาศ

            ส่วนชายชุดดำคนที่สามที่อยู่ในม่านพิษกำลังจะถอยหนี

            "อึ๊บ!" ต้วนต้วนเกาะไหล่ของมันพอดี

            ชายชุดดำที่ถูกพิษกัดกร่อนดวงตาจนแทบมองไม่เห็น ได้แต่หรี่ตาฝืนมองเงาร่างพร่าเลือนบนไหล่ของตน "ไสหัวไป!"

            มันสบถลั่น ก่อนยกมือคว้าสะเปะสะปะไปตามตำแหน่งที่คาดว่าต้วนต้วนเกาะอยู่ แต่ฝ่ามือกลับคว้าได้เพียงอากาศ "อึ๊บ!"

            ต้วนต้วนเบี่ยงตัวหลบ ก่อนพุ่งเข้ากัดลำคอของมันเต็มแรง

            เขี้ยวเล็กจิ๋วฝังลึกลงไปในเนื้อ พิษสีม่วงดำถูกปล่อยเข้าสู่ร่างโดยตรง ชายชุดดำสะดุ้งเฮือก มือที่กำลังไขว่คว้าพลันหยุดชะงัก เส้นเลือดสีดำคล้ำเริ่มลุกลามจากรอยกัดขึ้นไปตามลำคอ ก่อนแผ่กระจายไปทั่วใบหน้าอย่างรวดเร็ว

            "เจ้า..." ยังไม่ทันกล่าวจบ ร่างไร้วิญญาณก็ล้มลงกับพื้นเสียงดัง ต้วนต้วนรีบกระโดดกลับขึ้นไหล่เหวินซาน "อึ๊บ!"

            ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ ชายชุดดำที่เหลืออีกสี่คนถึงกับชะงัก ไม่มีใครคิดว่า เพียงการปะทะครั้งแรก ฝ่ายของตนจะเสียคนไปถึงสาม!

            "พวกเจ้า!" หัวหน้ากลุ่มคำราม พลังวิญญาณบนร่างปะทุขึ้นอย่างรุนแรง "แยกพวกมัน!"

            ชายชุดดำสี่คนพุ่งเข้ามาพร้อมกัน หัวหน้ากลุ่มพุ่งตรงเข้าหาเหวินซาน ส่วนอีกสามคนแยกตัวเข้าล้อมซูอวิ๋นเหอ เหวินซานเห็นเช่นนั้น สีหน้าพลันเปลี่ยน "ศิษย์พี่!"

            "อย่าเสียสมาธิ!" เสียงของซูอวิ๋นเหอดังขึ้นจากอีกด้าน "รับมือคนตรงหน้าเจ้าให้ดี!"

            เคร้ง! กระบี่สีดำฟันลงตรงหน้า เหวินซานรีบยกกระบี่รับ แรงมหาศาลแล่นผ่านแขนจนฝ่ามือชาวาบ เขาถอยหลังไปสามก้าว ชายตรงหน้ามีพลั้งขั้นจุดประกายวิญญาณขั้นสี่เช่นเดียวกับเขา!

            "เด็กน้อย" ชายชุดดำแสยะยิ้ม "เมื่อครู่เจ้าลอบโจมตีได้สำเร็จ ก็คิดว่าตนเก่งกาจแล้วหรือ?"

            เหวินซานพลางสะบัดข้อมือที่ชา ก่อนยกกระบี่ขึ้นอีกครั้ง "พวกเจ้ามากันสิบคน ตอนนี้เหลือสี่"

            เหวินซานหยุดนับอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอียงศีรษะเล็กน้อย "ดูเหมือนคนที่ควรกังวลเรื่องฝีมือ จะไม่ใช่ข้านะ"

            ใบหน้าของชายชุดดำกระตุกทันที "เจ้า!"

            เหวินซานยกกระบี่ขึ้นชี้ไปทางมัน "อย่าเพิ่งโมโห ข้ายังนับไม่จบ"

            มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย "อีกเดี๋ยวก็คงเหลือสามแล้ว"

            "รนหาที่ตาย!" ชายชุดดำคำรามลั่น ก่อนพุ่งเข้าหาเขาอย่างเดือดดาล

            เหวินซานเห็นเช่นนั้น แววตากลับเย็นลงทันที ได้ผล…

            เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! กระบี่สองเล่มปะทะกันต่อเนื่อง ครั้งนี้เหลือเพียงฝีมือกับฝีมือ

            กระบี่ไร้ลักษณ์

            ฟิ้ว! คมกระบี่เฉียดผ่านข้างแก้มของชายชุดดำไปเพียงเส้นยาแดง อีกฝ่ายรีบเอนกายหลบ ก่อนถอยออกไปหนึ่งก้าวด้วยความระแวดระวัง "นี่มันวิชาอะไรกัน?"

            เหวินซานไม่ตอบ เขาพลิกข้อมือในทันที กระบี่ที่เพิ่งแทงพลาดกลับวกย้อนเข้าหาอีกฝ่ายจากด้านข้างโดยแทบไม่มีจังหวะหยุดพัก

            ชายชุดดำหน้าเปลี่ยนสี รีบยกกระบี่ขึ้นรับ

            เคร้ง! ประกายไฟแตกกระเซ็นระหว่างคมกระบี่ทั้งสอง

            อีกด้านหนึ่ง... ซูอวิ๋นเหอต้องรับมือกับชายชุดดำถึงสามคน กระบี่สามเล่มโจมตีจากสามทิศพร้อมกัน นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลังเหมันต์ที่ไหลออกจากร่างทำให้พื้นบริเวณใต้ฝ่าเท้าจับตัวเป็นน้ำแข็ง ก่อนแตกร้าวออกจากแรงกระแทก

            ฉัวะ! กระบี่เล่มหนึ่งเฉือนผ่านต้นแขนของหญิงสาว เลือดสดไหลออกมา ซูอวิ๋นเหอขมวดคิ้ว สภาพร่างกายของนางยังไม่ฟื้น ทุกครั้งที่โคจรพลัง เส้นวิญญาณที่เพิ่งสมานกลับเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด

            "นางใกล้หมดแรงแล้ว!" ชายชุดดำคนหนึ่งตะโกน "อย่าให้มีเวลาพัก!" ทั้งสามเร่งโจมตีพร้อมกัน

            ซูอวิ๋นเหอถอยอีกหลายก้าว ริมฝีปากซีดลงเรื่อย ๆ แต่ในดวงตากลับไม่มีความหวาดกลัว นางเหลือบมองเหวินซานที่กำลังถูกตรึงอยู่กับคู่ต่อสู้ หากปล่อยให้การต่อสู้ยืดเยื้อ... พวกเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ซูอวิ๋นเหอสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นจึงประกบสองนิ้วเข้าหากัน

            พลังวิญญาณจากทั่วทั้งบริเวณเริ่มไหลหลากเข้าหาซูอวิ๋นเหออย่างรวดเร็ว ราวกับถูกแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นฉุดกระชากเข้าไปหา แม้แต่เหวินซานที่กำลังต่อสู้อยู่ห่างออกไปยังสัมผัสได้ถึงความผิดปกตินั้นอย่างชัดเจน สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป เด็กหนุ่มหันกลับมา "ศิษย์พี่ อย่า!"

            สายเกินไปแล้ว พลังวิญญาณจากรอบด้านยังคงหลั่งไหลเข้ามารวมตัวรอบกายนางอย่างต่อเนื่อง ความเย็นเยียบเริ่มแผ่ขยายออกจากใต้ฝ่าเท้า จนไอเย็นสีขาวบาง ๆ ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ

            หากเป็นยามปกติ การจัดการคนระดับนี้ไม่จำเป็นต้องให้นางฝืนถึงขั้นใช้วิชาต้องห้าม แต่สภาพร่างกายในยามนี้ย่ำแย่เกินกว่าจะต่อสู้ยืดเยื้อ นางจำเป็นต้องตัดสินแพ้ชนะให้ได้ในเวลาอันสั้น

    ครืนนน!!! 

    ซูอวิ๋นเหอลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเยือกเย็น "วิชาเหมันต์..." กระบี่ในมือถูกยกขึ้นช้า ๆ "...ผนึกชีพ"

            ตูม! ไอความเย็นยะเยือกสามสายระเบิดพลุ่งพล่านออกมาจากคมกระบี่พร้อม ๆ กัน อานุภาพความหนาวเหน็บแผ่ซ่านกวาดผ่านพื้นที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ละอองหมอกในอากาศจับตัวแข็งกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับไม่ถ้วนในพริบตา พื้นดินส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะปร๊ะก่อนจะแตกร้าวแยกตัวออกเป็นทางยาว ตามมาด้วยชั้นน้ำแข็งสีขาวโพลนที่แผ่ขยายลุกลามออกไปด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน

            สีหน้าของชายชุดดำทั้งสามคนแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกพร้อมกันในทันที

            คนแรกที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ พร้อมกับระเบิดพลังวิญญาณทั่วทั้งร่างออกมารับมืออย่างเต็มที่ ก่อนจะยกกระบี่ในมือขึ้นฟันต้านการโจมตีสวนกลับไปสุดกำลัง

            เคร้ง! ทันทีที่คมกระบี่ปะทะเข้ากับคลื่นเหมันต์ ความเย็นจัดก็เริ่มเกาะกุมลุกลามจากปลายกระบี่อย่างรวดเร็ว มันพุ่งผ่านตัวดาบยาวไปจนถึงด้ามจับภายในชั่วพริบตาเดียว

            “อะไร!”

            เป๊าะ!

            รอยแตกร้าวสีขาวกระจายตัวลุกลามไปทั่วทั้งใบกระบี่ ก่อนที่อาวุธทั้งเล่มจะระเบิดกลายเป็นเศษน้ำแข็งชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับร้อยชิ้น คลื่นเหมันต์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ไม่ได้ลดทอนความรุนแรงลงแม้แต่น้อย มันพุ่งซัดกระแทกเข้าใส่กลางอกของชายชุดดำคนดังกล่าวอย่างเต็มแรง

            ตูม!

            ร่างของมันปลิวระเด็นถอยหลังออกไปหลายจั้ง ก่อนจะกระแทกเข้ากับผนังหินด้านหลังอย่างรุนแรง ไอความเย็นสีขาวแผ่ขยายปกคลุมตั้งแต่บริเวณกลางอกขึ้นไปจนถึงลำคอ และภายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ร่างทั้งร่างก็แข็งทื่อและแน่นิ่งไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ โดยสิ้นเชิง

            ชายคนที่สองเห็นเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนั้นเข้าก็เกิดอาการตื่นตระหนก รีบหันหลังเตรียมวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ทว่าเพิ่งจะก้าวเท้าออกไปได้เพียงก้าวเดียว

            ครืด!

            พื้นน้ำแข็งใต้ฝ่าเท้าพลันปริแตกออก หนามน้ำแข็งแหลมคมหลายสายพุ่งทะลวงขึ้นมาพันธนาการรอบข้อเท้าและหน้าแข้ง ตรึงร่างของมันเอาไว้กับพื้นดินอย่างแน่นหนาจนขยับเขยื้อนไม่ได้

            “ปล่อยข้า!”

            มันพยายามระเบิดพลังวิญญาณเฮือกสุดท้ายเพื่อทำลายพันธนาการน้ำแข็ง ทว่าซูอวิ๋นเหอได้ก้าวมาประชิดอยู่ตรงหน้าของมันเรียบร้อยแล้ว

            นางก้าวผ่านม่านเกล็ดน้ำแข็งที่โปรยปราย กระบี่ในมือสะท้อนแสงประกายสีฟ้าเย็นเยียบ ก่อนจะแทงออกไปตรง ๆ เพียงครั้งเดียว

            ฉึก!

            คมกระบี่พุ่งทะลุลำคออย่างแม่นยำ ดวงตาของชายชุดดำเบิกกว้างค้างเติ่ง ริมฝีปากขยับอ้าพะงาบราวกับต้องการจะกล่าวถ้อยคำใดออกมา แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดหลุดออกมาได้เลยแม้แต่น้อย ซูอวิ๋นเหอดึงกระบี่กลับอย่างรวดเร็ว หยดเลือดที่กระเซ็นออกมาจากบาดแผลยังไม่ทันจะร่วงหล่นถึงพื้น ก็ถูกความหนาวเย็นจัดจับตัวแข็งกลายเป็นผลึกสีแดงเข้มไปเสียก่อน

            เหลือเพียงคนสุดท้าย มันหันหลังกลับแล้วพุ่งทะยานหนีสุดชีวิต

            เงาร่างของซูอวิ๋นเหอยังคงยืนนิ่งสงบอยู่ที่เดิม นางเพียงแค่สะบัดปลายกระบี่ลง

            ครืนนน!

            พื้นน้ำแข็งที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้าสั่นสะเทือน รอยแตกสายหนึ่งพุ่งไล่ตามหลังชายชุดดำไปด้วยความเร็วอันน่าตื่นตะลึง

            มันเหลียวใบหน้ากลับมามองด้วยหางตา สีหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด “ไม่!”

            ตูม!

            แท่งน้ำแข็งขนาดมหึมาพุ่งทะลวงขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องหลัง พุ่งเข้ากลางร่างของมันในพริบตาราวกับสายฟ้าฟาด แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของชายชุดดำลอยขึ้นจากพื้นดิน ก่อนจะถูกตรึงค้างไว้กลางอากาศอย่างน่าสยดสยอง

            ทุกสิ่งทุกอย่างพลันกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

            เกล็ดน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาจากเบื้องบนช้า ๆ ท่ามกลางซากศพทั้งสามร่างที่ถูกความหนาวเหน็บปกคลุมจนขาวโพลน ซูอวิ๋นเหอยืนถือกระบี่อยู่กลางเกล็ดน้ำแข็ง ใบหน้าของหญิงสาวซีดจนแทบไร้สี พลังวิญญาณทั่วร่างหายไปอย่างรวดเร็ว เส้นวิญญาณที่ได้รับความเสียหายอยู่ก่อนแล้ว ไม่อาจรองรับการระเบิดพลังเช่นนี้ได้

            เป๊าะ... เสียงแผ่วเบาดังขึ้นภายในร่าง สีหน้าของซูอวิ๋นเหอเปลี่ยนไป "อึก!" เลือดสดไหลออกจากมุมปาก กระบี่หลุดจากมือ ร่างของนางทรุดลงไป

            "ศิษย์พี่!" เหวินซานเห็นภาพนั้น หัวใจกระตุกวูบ แต่คู่ต่อสู้ตรงหน้าไม่ปล่อยให้เขาเสียสมาธิ

            "ไปห่วงตัวเองก่อนเถอะ!" ยังไม่ทันตั้งหลัก กระบี่ก็ถูกฟันเข้ามาตรงสีข้างของเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด คมกระบี่เฉือนผ่านแขนเสื้อจนขาดเป็นทางยาว แทนที่จะถอยหนี เขากลับพลิกข้อมือแทงสวนเข้าไปยังสีข้างของอีกฝ่าย

            ชายชุดดำแค่นเสียงเย็น ยกกระบี่ปัดออกอย่างง่ายดาย

            เคร้ง!

            เหวินซานใช้กระบี่แทงสวนจากมุมเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทุกครั้งก็ถูกอีกฝ่ายปัดออกได้ทั้งหมด

            แววตาของชายชุดดำเริ่มฉายความดูแคลน "ที่แท้ก็มีอยู่เพียงไม่กี่กระบวนท่า" ทันทีที่เห็นไหล่ขวาของเหวินซานขยับอีกครั้ง ชายชุดดำก็รู้ทันทีว่ากระบี่ต่อไปจะพุ่งมาจากทิศทางใด "ข้าอ่านเจ้าออกแล้ว!"

            กระบี่สีดำฟันลงไปยังตำแหน่งเดิมโดยไม่ลังเล หมายจะปัดกระบี่ของเหวินซานออกแล้วแทงสวนเข้ากลางอกในคราวเดียว

            แต่ในวินาทีที่กระบี่ทั้งสองกำลังจะปะทะกัน ข้อมือของเหวินซานพลันคลายออกเล็กน้อย วิถีกระบี่ที่ควรพุ่งตรงกลับเอียงออกจากแนวเดิมอย่างกะทันหัน ปลายกระบี่ไหลผ่านคมอาวุธของอีกฝ่ายราวกับสายน้ำ ก่อนพลิกกลับขึ้นจากมุมที่แทบเป็นไปไม่ได้

            สีหน้าของชายชุดดำเปลี่ยนไปทันที "อะไรกัน" มันรีบถอย

            ฉัวะ!

            คมกระบี่ลากผ่านลำคอ เลือดสดพุ่งกระเซ็นออกมาเป็นสาย

            ชายชุดดำยืนนิ่งค้าง ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมลำคอ ก่อนร่างจะทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

            เหวินซานยืนหอบอยู่เบื้องหน้า ปลายกระบี่ยังคงมีหยดเลือดไหลรินลงสู่พื้น เขารีบพุ่งไปหาซูอวิ๋นเหอทันที นางทรุดนั่งอยู่กับพื้น ลมหายใจแผ่วลง เมื่อเหวินซานจับชีพจรสีหน้าพลันเคร่งเครียด "เส้นวิญญาณ..." แทบแห้งเหือด ไม่ใช่เพียงเพราะพลังถูกใช้จนหมด แต่เพราะเส้นวิญญาณที่เพิ่งผ่านพิษและบาดเจ็บอย่างหนัก ถูกนางฝืนบีบพลังออกมาจนถึงขีดสุด หากยังฝืนอีกแม้แต่น้อย... รากฐานอาจเสียหายถาวร

            ซูอวิ๋นเหอพยายามลืมตาขึ้น "ตาย... หมดแล้วหรือ?" เหวินซานกวาดตามองศพรอบด้าน ก่อนพยักหน้า "หมดแล้วขอรับ" มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย "ดี..." สิ้นคำ เปลือกตาก็ค่อย ๆ ปิดลง

            เหวินซานรีบประคองร่างของนางไว้ ก่อนตรวจชีพจร เมื่อสัมผัสได้ว่ายังมั่นคง แม้จะอ่อนแรงอย่างยิ่ง เขาจึงค่อยถอนหายใจออกมา

            เด็กหนุ่มยังไม่รีบออกเดินทาง สายตาเลื่อนไปยังศพของชายชุดดำที่นอนกระจัดกระจายอยู่รอบบริเวณ คนเหล่านี้ตามล่าซูอวิ๋นเหอเพราะตำรา อีกทั้งยังกล่าวถึงบุคคลที่เรียกว่า "นายท่าน" หากกลับสำนักไปโดยไม่มีหลักฐานใดเลย เรื่องทั้งหมดคงยากจะอธิบาย เหวินซานจึงเดินเข้าไปตรวจค้นศพทีละคน

            นอกจากโอสถ หินวิญญาณ และอาวุธทั่วไปแล้ว บนร่างของคนส่วนใหญ่กลับไม่มีสิ่งใดบ่งบอกตัวตน "เตรียมตัวมาดีจริง ๆ" เขาพึมพำเบา ๆ จนกระทั่งค้นถึงร่างของหัวหน้ากลุ่ม ขณะที่กำลังตรวจดูด้านในของเสื้อคลุม นิ้วของเหวินซานสัมผัสถูกของแข็งบางอย่าง เขากะชับ ก่อนล้วงมันออกมา

            เป็นป้ายโลหะสีดำขนาดเท่าฝ่ามือ ด้านหน้าสลักลวดลายคล้ายประตูโบราณที่เปิดออกเพียงครึ่งเดียว รอบขอบป้ายมีอักขระสีแดงเข้มเรียงรายอยู่หลายตัว

            ทันทีที่เห็นลวดลายนั้น ดวงตาของเหวินซานหดเล็กลง ภาพใต้เหมืองในวันนั้นผุดขึ้นมาในความคิด เตาหลอม ชายชุดดำ... รวมถึงสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่บนเครื่องแต่งกายของพวกมัน แม้ลวดลายจะไม่เหมือนกันทุกส่วน แต่เขาจำรูปประตูนั้นได้ ไม่มีทางผิด "ลัทธิประตูสวรรค์..."

            เหวินซานพลิกป้ายกลับด้าน ด้านหลังมีอักษรเล็ก ๆ สลักอยู่เพียงตัวเดียว "เจ็ด" เขาขมวดคิ้ว หมายเลข? ลำดับฐานะ? หรือเป็นรหัสบางอย่าง? ยังไม่อาจรู้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ คนกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับลัทธิประตูสวรรค์จริง

            เหวินซานกำป้ายโลหะในมือแน่น ก่อนเก็บมันลงในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง "อย่างน้อยคราวนี้... ก็มีสิ่งที่นำกลับไปให้สำนักตรวจสอบได้แล้ว"

            ต้วนต้วนมองซูอวิ๋นเหอด้วยแววตากังวล "อึ๊บ..." เหวินซานเก็บกระบี่เข้าฝัก จากนั้นย่อตัวลง หันหลังให้ซูอวิ๋นเหอ "ขึ้นมาเถอะ..." แน่นอนว่านางไม่ได้ยิน เขาจึงยกร่างของนางขึ้นแบกบนหลัง ก่อนใช้ผ้าคาดเอวผูกนางไว้กับตัวเอง ร่างของซูอวิ๋นเหอไม่ได้หนักนัก แต่ด้วยสภาพของเหวินซานในตอนนี้ เพียงเดินไม่กี่สิบก้าว ลมหายใจก็เริ่มหนักขึ้นแล้ว

            เขากวาดมองศพเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นจึงหันหลังแล้วใช้วิชาก้าวสายลมพุ่งออกไป "กลับสำนัก" ต้วนต้วนส่งเสียงตอบจากบนไหล่ "อึ๊บ!" หนึ่งคนหนึ่งหนอนและหญิงสาวที่หมดสติอยู่บนหลัง ค่อย ๆ หายลับเข้าไปในม่านหมอกของหุบเขาหมื่นพิษ

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าปราบมาร ที่คุณอ่าน

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984