ราเชนกลับมาถึงบ้าน ก็ถูกแม่รั่วหลานพามาจุดธูปกราบไหว้ป้ายิญญา บิดาและ บรรพบุรุษ เพื่อขอบคุณที่ช่วยปกป้องรักษาชีวิตเขาให้รอดตายภายในวันนี้
แต่ว่า ราเชนยังไม่เข้าใจ ทำไมถึงไม่ยอมให้เขาไปกับ อาจารย์ไป๋เซียงที่ป่าลับแล
“ ท่านแม่ ทำไมท่านไม่อยากให้ข้าไปที่ป่าลับแล หากว่าลูกได้กินผลกิเลนไฟ อาจจะได้ฝึกฝน พลังปราณยุทธ์ จะได้ช่วยแก้แค้นให้กับท่านพ่อและ คนของตระกูลหยางด้วย”
แม่รั่วหลาน ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แล้วเอามือมาลูบหัวราเชนเบาๆ
“ ลูกมองโลกในแง่ดีมากเกินไปแล้ว การที่แม่หลบหนีมาอยู่ที่นี่ เพื่อไม่อยากให้ลูกกลับไปแก้แค้น ศัตรูของเราร้ายกาจเกินไป และอีกอย่าง หากมีใครรู้ว่า ลูกมีแผนที่สมบัติตระกูลหยาง มันจะทำให้ลูกไม่ปลอดภัย ที่สำคัญ ป่าลับแล มันมีอันตรายมากกว่าที่ลูกคิด”
“ อันตราย?”
“ ใช่ ป่าลับแล เป็ป่าที่เหล่าคนที่ฝึกปราณยุทธ์ เข้าไปค้นหา สัตว์อสูรประจำตัวของตน และในป่าลับแล ยังมีสมุนไพรวิเศษมากมาย แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายที่ หลบซ่อนอยู่มาก แม้แต่ผู้มีพลังปราณยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ บางคนยังเสียชีวิตเป็จำนวนมาก ดังนั้นแม่ไม่อยากให้ลูกเข้าไปเสี่ยง”
“ แต่ว่า ไปกับอาจารย์ไป๋ คงไม่มีอะไรกระมัง”
“ แม่ไม่ไว้ใจนาง”
“ หือ ทำไม?”
“ บิดาของนาง เป็แม่ทัพแห่งอาณาจักรมัจฉิมา เป็อาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดแห่งห้าอาณาจักร แม้บิดาเ้าจะเคยช่วยชีวิตของเขาก็จริง แต่ทว่า ความอยู่รอดของอาณาจักรย่อมสำคัญกว่า แม่เชื่อว่า การที่แม่ทัพไป๋กุ้ยส่ง ธิดามาที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ ย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝง แม่ไม่เชื่อว่า เขาจะมาเพื่อช่วยลูกของแม่อย่างแท้จริง”
“ ท่านแม่คิดมากไปแล้ว”
“ ปลอดภัยเอาไว้ดีกว่า อย่าลืมซิ ลูกมีความลับที่ยิ่งใหญ่ของตระกูลหยางอยู่นะ”
ราเชนได้แต่พยักหน้า สมบัติตระกูลหยางอะไรนั่น ไม่รู้จะมีจริงหรือเปล่า และที่สำคัญ สมบัติอะไรใครได้ แล้วจะได้กลายเป็ใหญ่ในแผ่นดิน มันมีสิ่งนั้นด้วยหรือ?
“ กินข้าวเสร็จแล้ว ก็รีบไปนอนเถอะลูก เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
ราเชนกินแต่ไข่ต้มไป แปดใบ ไม่กินข้าว ทำให้ตอนนี้นำหนักของเขาเริ่มลดลงไปกว่าเดิม แต่ว่า เขาพอมีเงินแล้ว จึงเริ่มกินอาหารประเภทโปรตีนให้มากขึ้น เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ก่อนที่ไขมันจะหายไป แล้วกลายเป็ห่วงยางที่น่าเกลียดรอบๆ
การควบคุมอาหารเพื่อเพิ่มหรือลดน้ำหน้ก เป็สิ่งที่นักฆ่าอย่างเขาล้วนถูกฝึกฝนกันมาอย่างชำนาญ เขาเคยไม่กินอาหารเป็เวลา เจ็ดวันกินแต่น้ำ เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเขายังอยู่ได้ แต่ในตอนนี้ร่างที่หนักกว่า 120 โล จะลดลงไปอีก สัก 50 กิโลเป็เื่ง่ายสำหรับเขามาก เวลานี้ เขาจะต้องจำกัดเวลาการกินให้น้อยมื้อลงเพื่อให้ร่างกายเผาผลาญไขมันไป และ ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อไปในเวลาเดียวกัน มันเป็การยากสำหรับคนทั่วไป แต่นักฆ่าอย่างเขาถูกฝึกฝนมาั้แ่เด็ก จึงไม่ใช่เื่ยากนัก
ดังนั้น่เช้าเขาจะเริ่มยืดเส้นผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แล้วก็ออกกำลังกายอย่างช้าๆ แล้วก็สลับกับการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วเพื่อให้หัวใจและร่างกาย มีเืสูบฉีดเร็วขึ้นคล้ายกับเสือ เวลามันจะล่าเหยื่อ มันจะต้องพุ่งตัวไปสุดชีวิต ไม่ว่าอย่างไรมันก็ต้องล่าเหยื่อของมันให้ได้ ราเชนออกกำลังกายเสร็จ ก็อาบน้ำเข้านอน แต่หัวค่ำเพื่อจะได้ให้ร่างกายหลั่งโกสต์ฮอร์โมนเพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแกร่งเหมือนในโลกอดีตของเขา
โดยมีเ้าโมโม่หมาอ้วน ติดตามเขาไปไม่ห่าง พอเขาเข้านอนมันก็เฝ้าอยู่ที่ข้างเตียงไม่ไปไหน ราเชนเห็นมันทำตัวอย่างนี้จนชิน เลยไม่ได้ว่าอะไร
จนกระทั่งกลางดึก เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาดึงที่ขากางเกงเขาไว้
ที่แท้เป็เ้าหมาอ้วน มันอ้าปากงับขากางเกงของเขา แล้วกระตุกเบาๆ
“ อะไรของเอ็งวะ”
เ้าโมโม่ไม่ตอบ แต่กลับยกขาสองข้าง ไปทางหน้าต่าง
ราเชนพอเปิดหน้าต่าง ก็ััได้ถึงอันตรายบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา
แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีฝูงค้างคาวบินมากันเต็มท้องฟ้า พุ่งเข้ามาที่บ้านของเขาจนเต็มไปหมด ราเชนรีบปิดประตู ได้ยินเสียงแม่ร้องอย่างใ เลยรีบออกไปที่ห้องแม่รั่วหลาน พบว่า มีฝูงค้างคาวมากมายเข้ามาทางประตูบ้าน โดยมีเสี่ยวถิงกับ แม่ใช้ไม้กวาดไล่ตีพวกมันแต่ไม่อาจ ไล่พวกมันไปได้หมด มันเริ่มกัดแม่รั่วหลาน กับเสี่ยวถิง จนมีาแหลายแห่ง
“ ถอยไป แม่จัดการเอง” แม่รั่วหลานเห็นราเชนเข้ามา เลยเข้ามาขวางเอาไว้ แล้ว ปล่อยพลังปราณออกมาจากฝ่ามือ มีกลีบบัวสีขาวพุ่งออกมาเป็จำนวนมาก ตัดร่างของค้างคาวปีศาจนี้ตายไปเป็จำนวนมาก
“ รีบหนีไปจากที่นี่เร็ว”
แม่รั่วหลาน ราเชน เสี่ยวถิง พากันวิ่งออกไปทางประตูบ้าน แต่ทว่าด้านหน้ากับมีฝูงค้างคาวมากมายจน เต็มไปหมด ราเชนมองไปยังเื้ัของ กลุ่มค้างคาว เห็นใครคนหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำ ยืนเป่าอะไรบางอย่างเสียงคล้ายกับนกหวีด เพื่อควบคุมฝูงค้างคาวเอาไว้
“ รีบหนีไปที่ตึกใหญ่ แม่กับเสี่ยวถิงจะต้านทานพวกมันเอาไว้ให้”
แม่รั่วหลานผลักราเชนให้หนีไป ส่วนตัวเองก็ปล่อยพลังปราณออกมาเป็กลีบบัวสีขาว เป็จำนวนมาก แต่ว่าด้วยฝูงค้างคาวนั้นมีมากมาย ทำให้แม่รั่วหลานกับเสี่ยวถิง ไม่อาจต้านทานได้ จึงถูกฝูงค้างคาว เข้ารุมกัดจนมีาแเต็มตัวไปหมด
ราเชนไม่ได้หนีไปไหน แต่กลับเหวี่ยงมีดพุ่งออกไปใส่ชายคนที่ควบคุมค้างคาว
มีดบินแหวกฝูงค้างคาว ปักเข้าที่ชายที่กำลังเป่านกหวีด แต่ทว่ามันกลับพุ่งทะลุผ้าคลุมไม่อาจทำอะไรมันได้ จากนั้น ค้างคาวก็พุ่งเข้าหา ราเชนเป็จุดเดียว
ราเชนถึงกับต้องวิ่งะโหนีเข้าไปห้องเก็บฟืนที่อยู่ ไม่ห่างจากตัวบ้าน
แต่พอพวกค้างคาวเข้าไปในห้องเก็บฟืน จนเต็มไปหมด กลับมองไม่เห็นร่างของราเชน
แต่กลับมีไฟที่ถูกจุดขึ้น อย่างรวดเร็ว เผาร่างของค้างคาวเป็จำนวนมาก พวกมันแม้จะพุ่งออกไปแต่ ตัวห้องเก็บฟืนนั้น แข็งแรงมากไม่อาจหลบหนีไปได้ ฟืนไฟในห้องเก็บฟืนก็มีอยู่มากมาย ยิ่งพอติดไฟก็เกินไฟลุกโชนโหมกระหน่ำเผาร่างของค้างคาวตายตายแทบหมดสิ้น
ราเชนเป็คนปิดประตูห้องเก็บฟืนเอาไว้ แล้วจุดไฟเผาพวกมันด้วยตัวเอง เพราะว่า ที่ห้องเก็บฟืนนี้ เขาได้เตรียมน้ำมันและเชื้อไฟเอาไว้นานแล้ว หากเจอศัตรูที่ร้ายกาจ เขาจะล่อพวกมันมาที่นี่ แล้วเผาทิ้งทันที แต่นึกไม่ถึง ศัตรูที่เขาเจอ กับเป็ ค้างคาวผี พวกนี้
“ บัดซบ ไอ้อ้วน นี่แกกล้าเผาลูกน้องของข้าหรือนี่”
เสียงร้องคำรามออกมาอย่างโกรธแค้น พร้อมลอยตัวเข้ามา ด้วยชุดผ้าคลุมดำ พร้อมยกมือ โจมตีด้วยกรงเล็บที่แหลมคม ใส่ร่างของราเชน ที่ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับตัว พอมันก้าวเข้ามาในระยะ ห้าเมตร
เข็มฟ้าพิฆาต ก็พุ่งออกมาจากกระบอกสีเงินในมือของเขาทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!
เข็มฟ้าพิฆาตพุ่งออกไปทีเดียวนับสิบเข็มเข้าเจาะใบหน้า ของมันเป็จุดเดียว
แต่ทว่า มันกลับหาได้เป็อะไรไม่ จนกรงเล็บพุ่งเข้าเจาะที่กลางหน้าอกของราเชนเข้าเต็มๆ
ฉึก !!
ราเชนจับมือมันเอาไว้แน่น แล้วเขาก็นึกบางอย่างออกมาได้
ก็เลยยิงเข็มฟ้าพิฆาตออกไปใส่ผ้าคลุม
ฉึก ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!
อ๊ากกกกกก !!!!!!!!!!!
ร่างของค้างคาวดำ หงายท้องมีค้างคาวอีกหลายสิบตัว พุ่งออกจากเสื้อคลุม เผยให้เห็นร่างของค้างคาวดำ เป็คนแคระ ที่มีหุ่นผูกติดหลังเพื่อให้ดูสูงใหญ่ ดังนั้นเข็มฟ้าพิฆาตที่ยิงใส่มันไปทีแรก จึงถูกใบหน้าหุ่นเข้าเต็มเปา แต่พอเขาเห็นเท้าของมันจึงรู้ทันที ว่ามันเป็คนแคระ จึงยิงใส่กลางลำตัวของมัน ทำให้เข็มฟ้าพิฆาตเจาะเข้าเต็มใบหน้าคนแคระจนตายคาที่
แม่รั่วหลานรีบลุกเข้ามาพร้อมกับเข้ามากอดราเชนด้วยความเป็ห่วง แล้วทั้งคู่ก็มองซากศพคนแคระที่นอนอยู่
“ ลูกเอาอาวุธร้ายกาจแบบนี้มาจากไหน?”
“ มีคนให้ลูกมาเอาไว้ป้องกันตัว” ราเชนรีบเก็บกระบอกฟ้าพิฆาตเอาไว้
แล้วก็รีบลากซากศพเ้าค้างคาวดำเข้าไปใน ห้องเก็บฟืน จนร่างของมันเริ่มมอดไหม้ไปทีละน้อย
“ ลูกทำอะไร?”
“ ทำลายศพ ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามันตายเพราะลูก” ราเชนไม่อยากเก็บหลักฐานเอาไว้ จนกระทั่งมีคนของตระกูลเมิ่ง พากันยกขโยงมากันเต็มไปหมด
“ เกิดอะไรขึ้น ทำไมเกิดไฟไหม้ แล้วนี่เ้าาเ็รึ?” เมิ่งเทียน มาดูเหตุการณ์นี้ด้วยตัวเอง
“ ค้างคาว มีค้างคาวบุกเข้ามาโจมตี ลูกเลยหลอกล่อมันเข้าไปใน ห้องเก็บฟืน แล้วเผาพวกมันทั้งหมด”
เมิ่งเทียนมองสภาพซากค้างคาวที่ตายด้วย กลีบดอกบัวของ รั่วหลานก็พยักหน้า เมิ่งซู หลังจากตรวจซากค้างคาว ก็เข้ามารายงานว่า
“ ข้าเคยได้ยินมาว่า ตระกูลเว่ย มีนักฆ่าค้างคาวดำ ที่ร้ายกาจคนหนึ่ง สามารถควบคุมฝูงค้างคาวได้ บางทีอาจเป็มัน”
“ เป็ไปได้ มันคงแค้นใจเื่ของเฟยหลงเมื่อตอนกลางวัน เลยส่งนักฆ่าค้างคาวดำมาจัดการกับเฟยหลง แต่ดีที่รั่วหลานมีไหวพริบดี หลอกมันเข้าไปในห้องเก็บฟืน สังหารมันได้ก่อน” เมิ่งเอ่อคุนเอ่ย
“ ต่อไปพวกเ้าต้องระวังตัวเอาไว้ ศัตรูของพวกเ้ามีมากอยู่แล้ว อย่าพยายามสร้างเพิ่มขึ้นมาอีก”
เมิ่งเทียนเอ่ยจบ ก็สั่งให้เด็กๆ มาเก็บซากค้างคาวไปทำลายทิ้งจนหมด แล้วห้ามผู้ใดแพร่งพรายเื่นี้ออกไปอย่างเด็ดขาด
ในตอนรุ่งเช้า ต้าเฉิงก็มาหาหยางเฟยหลงที่บ้าน
“ มีอะไร วันนี้เป็วันหยุดไม่ใช่หรือ?” ราเชนเอ่ยอย่างสงสัย
“ ใช่ แต่ว่าข้าจะมาชวนเ้าไปเที่ยวที่ตลาดการค้าใต้ดินของเมืองเรา วันนี้มีตลาดนัด มีสินค้ามากมายมาขาย ข้าอยากเตรียมซื้ออาวุธ และ เกราะป้องกัน เวลาเข้าไปใน ป่าลับแล จะได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น เ้าสนใจไหม?”
“ สนใจ ตลาดใต้ดินไปได้ แต่ ป่าลับแล ท่านแม่คงไม่ยอมให้ไป”
“ ข้ารู้ ข้างในป่าลับแลอันตราย เ้าไร้พลังปราณยุทธ์ แต่ถึงเวลาคับขัน เ้าเอาตัวรอดได้เก่งกว่าข้าเสียอีก แต่หากว่าเ้าได้กินผลกิเลนไฟเข้าไป บางทีเ้าอาจจะฟื้นฟูพลังปราณยุทธ์ขึ้นมาได้นะ”
“ ช่างเถอะ ข้าไปบอกกับท่านแม่ก่อน”
สองคนคุยกันอยู่ แม่รั่วหลานก็เดินเข้ามา กับ เสี่ยวถิง นำอาหารเช้ามาให้ และได้ยินพอดีจึงเอ่ยว่า
“ ไปกันเถอะ นี่เหรียญทอง 100 เหรียญ เผื่อลูกจะเอาไว้ซื้อของที่ถูกใจ”
ราเชนไม่รับเหรียญทอง แต่กลับมอบเหรียญทองที่มีอยู่ของตน มอบให้กับ แม่รั่วหลานเก็บเอาไว้ 2 แสนเหรียญทอง ส่วนตนเก็บเอาไว้เพียง 4 แสนเหรียญทองเท่านั้น
“ นี่ ลูกเอาเหรียญทองขนาดนี้มาจากไหน?”
ราเชนได้แต่เล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง แต่ไม่ได้บอกว่า เงินที่ทุ่มแทงไปนั้นเป็เงินของใคร แม่รั่วหลานคิดว่า เป็ของต้าเฉิง จึงได้แต่เก็บเหรียญทองเอาไว้แล้วชวน เสี่ยวถิงไปเที่ยวตลาดใต้ดินด้วยเช่นกัน แต่พอทั้งหมดเดินทางไปตลาดก็แยกกันเดิน แม่ไปเดินเลือกซื้อเสื้อผ้า และอาหาร ส่วนราเชนกับต้าเฉิงไปเดินดูสินค้าที่ตลาดใต้ดิน ซึ่งเลือกหาอาวุธ และสัตว์เลี้ยง วันนี้เ้าหมาอ้วนก็ตามมาด้วยไม่ห่างไปไหน
“ เมืองเจียงของเรา แม้จะเป็เมืองชนบทชายแดนติดกับพวกคนเถื่อนมากมาย แต่คนเถื่อนเหล่านี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็พ่อค้าที่ นำสินค้าจากต่างอาณาจักรมาวางขายกันมากมาย เอาไว้ข้ามีความรู้ ข้าจะผลิดอาวุธ กับโอสถ ไปค้าขายทั่วแผ่นดิน แบบพวกเขาบ้าง”
ต้าเฉิงพาราเชนออกมาเดินตลาดใต้ดิน ซึ่ง ราเชนเองก็เพิ่งพบเห็นเป็ครั้งแรกรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อย มีคนมากมาย นำสินค้าต่างๆ มาขายกันเรียงราย ราวกับตลาดนัดในยุคที่เขาจากมา ราเชนเห็นแผงขายอาวุธดาบ และ มีด ที่มาเรียงรายกับเต็มไปหมด ก็เข้าไปเลือกดูมีดสั้น และ เข็มที่มีขนาดสำหรับใส่กระบอกฟ้าพิฆาตได้ ซึ่งไม่มีขนาดที่ใช้ได้ จึงได้แต่เข้าไปในร้านใหญ่ เพื่อสั่งของ
“ เข็มขนาดนี้ต้องใช้ช่างที่ชำนาญ กว่าจะหลอมแล้วหล่อมันขึ้นมาได้ หากทำน้อยมันไม่คุ้มกัน คุณชายจะสั่งทำต้องมีจำนวนอย่างน้อยหนึ่งพัน เล่ม ทางร้านถึงจะพอจัดการให้ได้” ผู้จัดการร้านที่เป็ชายวัยกลางคน เอ่ยขึ้นหลังจากเห็นตัวอย่างเข็มพิฆาต
“ ข้า้า 2 พันเล่ม”
“ 2 พันเล่ม?”
“ ใช่”
ผู้จัดการร้าน พอรู้จำนวนก็รีบคิดราคาพิเศษทันที
“ 1 หมื่นเหรียญทอง นี่คือราคาพิเศษสำหรับคุณชาย”
“ ตกลง กี่วันเสร็จ”
“ เจ็ดวัน ของเสร็จอย่างแน่นอน”
ราเชนจ่ายเงินออกไป 1 หมื่นเหรียญ แล้วมองหาอาวุธอื่นๆ ซึ่งร้านนี้มีอาวุธแบบโบราณ หาได้มีปืนสมัยใหม่ไม่ แต่ที่น่าสนใจคือ มีหน้าไม้ และ ธนูวางเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด ราเชนเลือกหน้าไม้กลที่สามารถบรรจุหน้าไม้ได้ถึง สามสิบดอก เอาไว้เป็จำนวนมาก ทำให้ต้าเฉิงสงสัยยิ่ง
“ ซื้อเยอะขนาดนี้เ้าจะไปทำาที่ไหน?”
“ ป้องกันเอาไว้ดีกว่า หากถึงคราวจำเป็ของพวกนี้อาจช่วยชีวิตพวกเราได้”
“ ข้าไม่เคยเห็นเ้าฝึกใช้อาวุธพวกนี้เลย”
“ ตอนที่ข้าฝึก เ้าเคยให้ไหมล่ะ” ราเชนเอ่ยจบก็จ่ายเงินซื้อของพวกนี้ไปอีกหลายพันเหรียญทอง จากนั้นก็เดินดูของไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดตา มีดสั้นที่แขวนโชว์ เอาไว้บนผนัง ที่มีแต่ฝุ่นจับหนา ดูไม่มีใครสนใจเท่าไรนัก แม้ถูกเก็บอยู่ในฝัก แต่เขายังรู้สึกได้ว่า มันกำลังเรียกร้องหาเขาอยู่
“ นั่นคือมีดอะไร?”
“ โอ้ นั่นคือมีดนิรนาม เคยมียอดยุทธ์ไร้นามคนหนึ่งเคยมาขายกับทางร้านของเราเอาไว้ แต่หากคุณชายสนใจ ทางร้านก็ยินดีจะขายให้กับคุณชายในราคา 1 แสนเหรียญทอง”
“ อะไรนะ มีดเก่าๆ แบบนี้ ราคาตั้ง 1 แสนเหรียญทอง” ต้าเฉิงเอ่ยอย่างใ
“ ไม่ใช่แค่นั้น ทางร้านยังมีข้อแม้อีกว่า หากว่าผู้ซื้อไม่สามารถดึง มีดออกจากฝัก ก็ไม่สามารถขายมีดเล่มนี้ได้”
“ อะไรนะ มีข้อแม้แบบนี้ด้วย ทำไมมีดแบบนี้มันดึงออกจากฝักยากนักใช่ไหม?”
ผู้จัดการร้านยิ้มแล้ว เอามีดสั้นนิรนามลงมาจากผนังมาวางต่อหน้า ราเชน ต้าเฉิงพยายามดึง ตัวมีดออกจากฝัก แต่ทว่า กลับไม่สามารถดึงออกได้
“ อึ๊บ !! ทำไมมันดึงออกยากเย็นอย่างนี้ มันเป็เนื้อเดียวกันกับฝักมีดหรือเปล่านะ”
ต้าเฉิงดึงจนหมดแรง แล้วก็เอ่ยยอมแพ้ ไม่ดึงมีดนิรนามอีก
ราเชนนำมีดมาถือในมือ แล้วเห็นอักขระยันต์ที่สลักเอาไว้ รอบๆ ตัวฝักมีด ก็เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่ทันที่จะพูดอะไร ก็มีเสียงดังเข้ามาว่า
“ ข้าจะซื้อมีดสั้นนิรนามเล่มนี้” เป็คุณชายเว่ยจงเฉียน กับ เว่ยสง และ มีคนคุ้มกันตามมาอีก ห้าคนโดยเฉพาะคนคุ้มกันที่สวมหน้ากากเงินนั้น มองหน้าราเชนด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร………