จากนั้นอิกนัสเสร็จสิ้นการอัปเกรดเจ้าเบลซ เขาเก็บการ์ดต่างๆเข้าไปภายในร่างกายของเขา แล้วจึงตัดสินใจเริ่มต้นบ่มเพาะพลังชีวิตซะที
แต่ก่อนที่จะเริ่มบ่มเพาะพลังชีวิต อิกนัสได้ใช้การ์ดเลื่อนระดับกับพรสวรรค์ของเขาก่อนแล้ว เขาใช้การ์ดเลื่อนระดับไปทั้งหมดสิบสองใบเพื่อเพิ่มระดับพรสวรรค์แต่กำเนิดของเขาให้สูงยิ่งขึ้น
ทำให้ตอนนี้พรสวรรค์แต่กำเนิดของอิกนัสอยู่ในระดับไดม่อนแล้ว ที่ระดับพรสวรรค์ของเขาเพิ่มขึ้นมาเพียงแค่นี้ก็คงเป็นเพราะว่ายิ่งระดับพรสวรรค์สูงมากขึ้นก็ยิ่งท้าทายกฎเกณฑ์ของโลกมากขึ้น ยิ่งทำให้เป็นการยากที่จะเลื่อนระดับพรสวรรค์ให้สูงขึ้นไปอีก
และด้วยพรสวรรค์ที่สูงขึ้นนี้เองที่ช่วยให้อิกนัสลดอัตราการสูญเสียพลังชีวิตภายในผลึกอสูรไปกับการบ่มเพาะพลังชีวิตได้มากยิ่งขึ้น ทำให้เขาใช้ผลึกอสูรน้อยลงและดูดซึมพลังชีวิตจากผลึกอสูรได้มากขึ้น
อีกสิ่งหนึ่งที่ระดับพรสวรรค์แสดงให้เห็นก็คือ คอขวดที่นักล่าและผู้ฝึกฝนพลังชีวิตทุกคนต้องพบเจออย่างแน่นอน เมื่อระดับพรสวรรค์สูงขึ้นก็จะทำให้เจอกับคอขวดที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก โดยระดับพรสวรรค์นั้นจะแสดงให้เห็นถึงระดับชีวิตขั้นต่ำสุดที่คาดว่านักล่าสามารถทะลวงไปถึงได้
สำหรับอิกนัสคอขวดของเขาสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ขอเพียงแค่เขามีการ์ดเลื่อนระดับเพียงพอเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากนักล่าทั่วไปที่ระดับพรสวรรค์ของเขาหรือเธอนั้นถูกกำหนดมาตายตัวตั้งแต่กำเนิด ถ้าไม่พบเจอโชคอันมหาศาลหรือใช้ความพยายามแทบเป็นแทบตายก็หยุดอยู่เพียงแค่ระดับชีวิตนั้นไปตลอดทั้งชีวิต แต่มันจะไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าหากว่าเรามีความพยายามมากเพียงพอ เพราะนักล่าคือผู้แสวงหาหนทางใหม่ในการก้าวเดินต่อไปในทุกเส้นทางของชีวิต ถ้าหยุดที่จะพยายามก็เป็นได้แค่ผู้แพ้เท่านั้นเอง
สำหรับอิกนัสนั้นตอนนี้คอขวดของเขาอยู่ที่ระดับไดม่อน ซึ่งหนทางข้างหน้าของเขายังอีกยาวไกล
จากนั้นเขาก็เริ่มการบ่มเพาะพลังชีวิตในทันที เขานำผลึกอสูรทั้งหมดออกมาจากต่างหูมิติ แล้วดูดซับพลังชีวิตภายในผลึกนั้นทันที วงแหวนแห่งชีวิตของเขาค่อยๆเติมเต็มไปด้วยพลังชีวิต วงแหวนชีวิตวงที่สองเริ่มเติมเต็มไปด้วยพลังชีวิตสีเทาที่กำลังหมุนวนอยู่รอบๆแกนกลางซึ่งเป็นที่อยู่ของเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตของอิกนัส
จากนั้นพลังชีวิตจึงค่อยๆเติมเต็มไปยังวงที่สาม...วงที่สี่...ตามลำดับ พลังชีวิตของอิกนัสที่บริสุทธิ์เป็นอย่างมากนั้นทำให้เขาไม่ติดขัดในการบ่มเพาะเลยแม้แต่น้อย พลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ไหลลื่นไม่มีสะดุด และด้วยพลังชีวิตที่บริสุทธิ์นี้เองทำให้เขาไม่ต้องปรับสมดุลพลังที่เพิ่มขึ้นมาใหม่เลยด้วยซ้ำไป
พลังจันทราทำให้เมื่อระดับชีวิตของเขาเลื่อนมาเป็นระดับเงินมีวงแหวนแห่งชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่าคนนักล่าทั่วไปอีกสองวง จากตอนที่เขามีระดับชีวิตระดับทองแดงก็มีเพิ่มมากขึ้นมาแค่วงเดียว
ทำให้รู้ได้เลยว่าในทุกๆระดับชีวิตที่เพิ่มขึ้น อิกนัสก็จะยิ่งแข็งแกร่งและมีพลังชีวิตมากกว่านักล่าคนอื่นเป็นเท่าตัว แต่นั่นมันก็ยิ่งทำให้เขาต้องใช้ผลึกอสูรมากกว่านักล่าในระดับเดียวกันเช่นกัน ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะสูงขึ้นก็ตามแต่ด้วยเพราะว่าวงแหวนชีวิตเยอะขึ้นก็ต้องใช้เยอะขึ้นเป็นธรรมดา ได้อย่างก็ต้องมีเสียอย่าง ซึ่งตรงจุดนี้เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก
จนเมื่อพลังชีวิตเกือบที่จะเต็มวงแหวนแห่งชีวิตวงที่สี่ ผลึกอสูรระดับทองแดงและระดับเงินก็หมดลงไปแล้ว อิกนัสจึงเริ่มใช้ผลึกอสูรระดับทองต่อในทันที เพียงแค่เริ่มดูดซึมพลังชีวิตจากผลึกอสูรระดับทองก้อนแรก พลังชีวิตมากมายก็ไหลบ่าเข้ามาในวงแหวนชีวิตของเขามากกว่าผลึกอสูรระดับเงินหลายเท่า เพียงแค่ห้าผลึกก็ทำให้วงเหวนแห่งชีวิตวงที่ห้าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต
เมื่อใช้ผลึกอสูรจนหมด อิกนัสในตอนนี้ดูผิวเผินเหมือนว่าจะมีพลังชีวิตระดับเงินขั้นสูงสุดเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาเลย เพราะว่าวงแหวนชีวิตวงที่หกของเขามีพลังชีวิตเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ทำให้เขายังสามารถพัฒนาไปได้อีกมาก
เมื่อตอนที่เขามีระดับชีวิตเพียงแค่ระดับเงินหนึ่งดาวนั้นสามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับทองหนึ่งดาวโดยไม่พ่ายแพ้ ในตอนนี้ที่ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มมากขึ้น ความสามารถในการต่อสู้ของเขาจะอยู่ในระดับไหนก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลย
จากนั้นอิกนัสจึงตรวจดูสเตตัสของเขาจากการ์ดตัวตน เพื่อให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเขาชัดเจนมากยิ่งขึ้น
“ผู้ถือครอง : อิกนัส ซิลเวอร์ไนท์ (อิกนัส ลิโอเรน)”“ระดับพรสวรรค์ : ไดม่อน”“ความเเข็งแกร่งในการต่อสู้ : เงิน 4+1(6) ดาว”“เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต 1 : หัตถ์มาร ระดับ III (วิวัฒนาการได้)”“เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต 2 : จิตมาร ระดับ II (วิวัฒนาการได้)”“ทักษะ1 : กายเเกร่ง(ระดับต่ำ)”“ทักษะ2 : เพลงดาบพายุทราย(เรียกใช้)”“ทักษะ3 : แฝงเงา(เรียกใช้)“ทักษะ4 : พลังจันทรา(ทักษะชีวิต)“ทักษะ5 : ดาบพื้นฐาน(ระดับต่ำ)”“ทักษะ6 : ปืนพื้นฐาน(ระดับต่ำ)”“ทักษะ7 : ท่องคลื่น(ระดับต่ำ)”“ทักษะ8 : เลือดเดือด(เรียกใช้)”“ทักษะ9 : ทไวไลท์ฮิลลิ่ง(เรียกใช้)”“วงจรเวท1 : มังกรอัคคี(ระดับต่ำ)”“วงจรเวท2 : เงิน(ระดับต่ำ)”“จำนวนการ์ดที่ถือครอง : 27”“จำนวนครั้งในการอัญเชิญ : 2”“หมายเหตุ : ถือว่ามีความพยายามแต่ยังอ่อนหัด”
เมื่อแล้วเสร็จอิกนัสจึงไปนอนพักผ่อนเอาแรง เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้เริ่มต้นการฝึกกับอาจารย์ของเขาเสียที สำหรับอีริกซึ่งเป็นอาจารย์ที่สอนการต่อสู้ให้กับเขาเป็นคนแรกในทั้งสองชีวิตที่ผ่านมา เขารู้สึกตื่นเต้นและตั้งตารอคอยเป็นอย่างมาก อีกทั้งตั้งแต่ที่เขาแอบลอกเลียนวิชาดาบมาจากอีริก ก็ทำให้เขาหลงใหลในวิชาดาบนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เช้าวันรุ่งขึ้นอิกนัสก็รีบแต่งตัวเหมือนเช่นทุกทีแล้วจึงรีบเดินทางไปที่สมาคมนักล่าอสูรในทันที แต่ก่อนที่จะไปที่สมาคมนักล่าอสูรอิกนัสแวะไปที่หนึ่งก่อน เพื่อจะไปส่งข้อความให้กับศาตราจารย์มิสทีคให้ไปบอกกับน้องสาวของเขาว่า ตัวเขาสบายดีอยู่ที่เมืองไวท์ชาโดว์ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร เพราะเขาไม่มีรหัสติดต่อกับศิลานักล่าของทั้งศาตราจารย์และน้องสาว จึงต้องไปใช้บริการส่งข้อความกับสำนักงานของสมาคมเหยี่ยวข่าวซึ่งทำให้หน้าที่ขายให้ข้อมูลกับนักล่าและส่งพัสดุ ข้อความหรือข่าวสารระหว่างเมืองหรืออาณาจักรได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
หลังจากที่จัดการเรื่องที่คาใจเรียบร้อยแล้ว อิกนัสก็รีบไปที่สมาคมนักล่าอสูรในทันที เมื่อไปถึงเขาก็รีบบอกความต้องการในทันที พนักงานที่อยู่ด้านล่างก็ให้เขาขึ้นไปที่ชั้นสามของอาคาร เมื่อขึ้นไปถึงเขาก็พบกับคุณซาเบลอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องทำงานของอาจารย์ของเขา ซึ่งเธอก็บอกว่า “อาจารย์ของเขานั้นยังไม่เข้ามาที่สมาคมเลย”
อิกนัสก็นั่งรออยู่ที่บริเวณนั้น จากนั้นเขาก็ได้ยินคุณซาเบลก็พูดขึ้นมาว่า “ขยันจังเลยนะอิกนัส ถ้าคนๆนั้นเอาอย่างเธอบ้างก็คงดี ไม่ใช่ป่านี้ยังไม่มาเลย เป็นผู้จัดการสาขาแท้ๆ ไม่รู้ศูนย์ใหญ่คิดยังไงถึงให้มาเป็นผู้จัดการถึงจะมีฝีมือสูงมากจนหาตัวจับยากก็เถอะ แต่เรื่องงานนี่...เห้อ”
เมื่อได้ฟังคุณซาเบลบ่นถึงอาจารย์ของเขา อิกนัสจึงถามกลับไปว่า “ปกติอาจารย์เขามาทำงานสายแบบนี้ทุกวันเลยหรือเปล่าครับ?”
“ใช่เลยๆ คนๆนั้นเป็นแบบนี้ทุกทีนั่นแหละ แต่อีกเดี๋ยวก็คงเข้ามาแล้วล่ะ เธอก็อย่าไปเอาอย่างเขานะ ชอบทิ้งงานให้ชั้นทำแล้วแวบไปนู่นนี่ตลอด วันๆนึงเเทบไม่ค่อยได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอก แต่ถ้าเป็นเรื่องการสอนล่ะก็ เธอไม่ต้องห่วง อาจารย์ของเธอเข้มงวดจนขนหัวลุกเลยล่ะ เตรียมใจเอาไว้ให้ดีเถอะ” ซาเบลตอบกลับ พร้อมกับบ่นเรื่องของอาจารย์ให้อิกนัสฟัง แต่ก็ยังไม่วายกดดันเขาเข้าไปอีก
“อีกเรื่องที่เธอควรรู้เอาไว้ อาจารย์ของเธอเคยรับลูกศิษย์มาก็หลายคน แต่คนที่ทนการสอนของเขาได้นั้นก็มีแค่ศิษย์พี่ของเธอคนเดียวเท่านั้น ซึ่งอีกไม่นานก็คงได้พบกันอย่างเเน่นอน เพราะตอนนี้เธอคนนั้นไปทำภารกิจตามคำสั่งของอาจารย์ของเธออยู่นั่นเเหละ” ซาเบลกล่าวกับอิกนัสอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งทำให้เขารู้ว่าตัวเองมีศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกันอีกหนึ่งคน
หลังจากพูดคุยกันกับคุณซาเบลได้ไม่นาน อีริกอาจารย์ของอิกนัสก็เดินขึ้นมาในสภาพที่เหมือนพึ่งตื่นนอน อาจารย์ของเขาทักทายกับคุณซาเบลตามปกติ โดยไม่ทันสังเกตเห็นเขาที่นั่งอยู่เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งหายเข้าไปในห้องทำงาน คุณซาเบลจึงหันมายิ้มให้กับเขาทีหนึ่งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ก่อนที่เธอจะก้มหน้ากลับไปทำงานตามเดิม
เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้อิกนัสก็ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว หลังจากนั้นดูเหมือนว่าอาจารย์ของเขาก็ไม่ปล่อยให้เขารอนานนัก เพราะเหมือนว่าจะรู้สึกตัว อิกนัสได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากภายในห้อง จากนั้นประตูห้องทำงานก็เปิดออก
“โทษทีนะอิกนัส พอดีอาจารย์นอนไม่ค่อยพอน่ะ รีบเข้ามาข้างในสิ” อีริกที่พึ่งรู้สึกตัวว่าลูกศิษย์ของเขามาหา ก็รีบเรียกเข้าไปหาในทันที
“ซาเบล วันนี้ชั้นพาอิกนัสไปฝึก ฝากเธอทำงานแทนด้วยล่ะ ถ้าไม่มีงานด่วนอะไรก็ไม่ต้องติดต่อมานะ” จากนั้นอีริกจึงหันไปกล่าวซาเบลอีกคน แล้วจึงตามอิกนัสเข้าไป
“หาเรื่องอู้สิไม่ว่า แต่แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะคะที่ชั้นจะยอมปล่อยไปง่ายๆเห็นแก่อิกนัสที่เป็นเด็กดี ไม่งั้นผู้จัดการก็อย่าหวังว่าจะหาโอกาสอู้ได้ง่ายๆอีก” ซาเบลบ่นไล่หลังออกไปอย่างเสียมิได้
หลังจากพวกเขาเข้ามาในห้องทำงานของอีริก เมื่อมองไปรอบๆอิกนัสก็รู้สึกว่าห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากๆ ซึ่งผิดจากนิสัยของอาจารย์ของเขาลิบลับ ซึ่งจากที่ดูแล้วนิสัยของอาจารย์ของเขาน่าจะเป็นคนง่ายๆยังไงก็ได้หรือไม่ก็เรื่อยเฉื่อยไม่ค่อยสนใจอะไร แต่ก็คงเป็นเพราะคุณซาเบลแน่ๆที่คอยดูแลจัดการอยู่ อิกนัสคิดอย่างนั้นภายในใจ
“ระดับชีวิตมาถึงระดับเงิน สี่ดาวแล้วสินะอิกนัส แต่คงต้องรอให้พลังชีวิตสมดุลก่อนใช่มั้ย งั้นไว้ค่อยเลือกเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตกันทีหลัง แล้วก็ยังไม่ได้เป็นนักล่าเต็มตัวเลยใช่หรือเปล่า อาจารย์ดูในรายงานเกี่ยวกับเธอ” เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ อีริกก็เอ่ยปากบอกกับลูกศิษย์ของเขา
“ครับอาจารย์ ผมยังเป็นแค่นักล่าสำรองอยู่ คงไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ” อิกนัสตอบกลับด้วยความไม่มั่นใจ
“จะเป็นอะไรได้ยังไงกันล่ะอาจารย์ของเธอเป็นถึงผู้จัดการสาขา เรื่องแค่นี้เดี๋ยวเราไปจัดการพร้อมกันเลย อาจารย์จะเป็นคนทดสอบเอง ซึ่งปกติก็ต้องทดสอบกันหลายด่าน แต่อาจารย์ที่เป็นหัวหน้าสาขาของสมาคมนักล่าอสูร สามารถรับรองการเป็นนักล่าได้หนึ่งคนทุกๆหนึ่งปี และอาจารย์จะให้สิทธิ์ในกับเธอ แล้วเธอพร้อมหรือเปล่า?” อีริกกล่าวออกไปเพื่อคลายความกังวลใจให้กับศิษย์ของเขา
“พร้อมครับ ขอบคุณมากครับอาจารย์”
“แต่ก่อนอื่นเลย อิกนัสมีเสื้อผ้าชุดอื่นหรือเปล่า? หรือว่ามีแค่ชุดแบบนี้ชุดเดียว?”
“เอ่ย...ทำไมเหรอครับอาจารย์ การฝึกมันลำบากขนาดนั้นเลยเหรอครับ ถึงขนาดต้องเตรียมชุดไปเปลี่ยน ถ้าชุดเปลี่ยน ผมก็พอมีอยู่บ้างครับ” อิกนัสตอบออกไปด้วยความหวั่นวิตก พร้อมกับคิดตามคำพูดของคุณซาเบลที่เคยบอกกับเขาก่อนเข้ามาว่า ‘ถ้าเป็นเรื่องการสอนล่ะก็ เธอไม่ต้องห่วง อาจารย์ของเธอเข้มงวดจนขนหัวลุกเลยล่ะ และคนที่ทนการสอนของอาจารย์ของเขาได้นั้น ก็มีเพียงแค่ศิษย์พี่ของเขาคนเดียวเท่านั้น’ ทำให้เขารู้สึกหวั่นๆอยู่ภายในใจ
“ไหนเอาออกมาให้อาจารย์ดูหน่อยหรือต้องกลับไปที่โรงแรม” อีริกกล่าวออกไป
“ไม่ต้องครับเดี๋ยวผมเอาออกมาให้ดูเดี๋ยงนี้เเหละครับ” อิกนัสกล่าวออกมา แล้วจึงเอาเสื้อผ้าออกมาจากต่างหูมิติให้อาจารย์ของเขาดู แต่ภายในใจ เขาคิดอย่างไม่เข้าใจว่า ‘ก็แค่เสื้อผ้าเปลี่ยนไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นต้องดูเลยไม่ใช่รึไงกัน’
“อื้ม...มีของมิติดีแล้ว จะได้ไม่ต้องวุ่นวายแบกของไปมา แถมเวลาเก็บสิ่งของก็สะดวก แต่จะใช้ก็ระวังหน่อยล่ะอย่าให้ใครเห็นง่ายๆ ของมิติมันค่อนข้างหายากและเป็นที่ต้องตาต้องใจของพวกหัวขโมย แต่ก็ดีหน่อยที่ของเธอเป็นต่างหูเพราะของมิติส่วนใหญ่จะเป็นแหวน ที่เป็นต่างหูหรือสร้อยคอนั้นไม่ค่อยจะมีไม่ค่อยจะมีให้เห็นมากนัก”
“นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ดี ไม่ได้ๆๆ...” หลังจากที่อิกนัสเอาเสื้อผ้าออกมาให้อาจารย์ของเขาดู ก็เห็นอาจารย์ของเขาเลิกกองเสื้อผ้าที่เขาเอาออกมาไปมาๆอยู่อย่างนั้นมาพักใหญ่ แล้วก็บ่นออกมาแต่ว่าไม่ได้ๆ อิกนัสมองดูอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่ได้!!... เป็นลูกศิษย์ของชั้นต้องดูดีมีสไตล์สิ ไม่งั้นอีริกคนนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน รออยู่ตรงนี้นะอิกนัส”
“เอ๋!!...อาจารย์เดี๋ยวก่อนมันหมายความว่าไงกันครับ” จากนั้นอาจารย์ของเขาก็เดินออกด้านนอกทันโดยไม่ทันได้ตอบคำถามของเขา อิกนัสมองเห็นผ่านประตูว่าอาจารย์เดินออกไปคุยอยู่กับคุณซาเบล เพียงแต่เขาไม่ได้ยินว่าคุยอะไรกัน ซึ่งมันยิ่งทำให้เขาสงสัยในคำพูดของอาจารย์มากขึ้นไปอีก