เวลาดำเนินถึงยามโพล้เพล้ของวันพระอาทิตย์กำลังลาลับเกือบทั้งดวง ทั่วท้องฟ้าถูกระบายด้วยแสงสีแดงอมส้มขับบรรยากาศให้ดูเปลี่ยวเหงาทุกสิ่งสะท้อนผ่านดวงตาสีทองที่ขับรถไปยังคฤหาสน์แก๊งเสือหมอบ
สิ่งปลูกสร้างของสถานที่แห่งนี้ถูกออกแบบให้อารมณ์ทางประเทศของแท้เสียงน้ำไหลจากกระบอกไม้ไผ่ในสวน เสียงเพลงขับกล่อมเอื้อนเอ่ยปกคลุมตลอดจนการวางตัวของคนภายในบ้าน ซึ่งย้ำเตือนถึงความลึกซึ้งของทุกสิ่งจินยังรู้สึกทึ่งทุกครั้งที่มายังที่แห่งนี้ มันไม่ใช่ความแปลกใหม่อันทันสมัยแต่เป็นการผสมผสานทุกช่วงเวลาไว้ได้อย่างลงตัวต่างหาก
ตึก!ชายหนุ่มก้าวเท้าลงจากรถด้วยเครื่องแต่งกายสุภาพแต่สะดวกสบาย สียืดแขนสั้นสีขาวกางเกงสีน้ำเงินบวกับรองเท้าผ้าใบตัวเก่งประตูอีกด้านถูกเปิดออกเผยให้เห็นสตรีดวงตาโลหิตในชุดเดรสสีชมพูอ่อนเปิดไหล่ขาวนวลที่เพิ่งเดินมายืนเคียงข้างจิน
พรึ่บ!ตามมาด้วยสแตนชายวัยกลางคนในชุดพ่อบ้านที่โผล่มาจากไหนไม่รู้
กล่องของขวัญถูกเตรียมไว้เรียบร้อยในมือของจินทางมากิเป็นกล่องที่บรรจุไวน์ราคาแพงเพื่อมอบให้เทโชส่วนสแตนนั้นมีของกินมากมายติดมาด้วย คล้ายกับจะทำอาหารให้พวกคนในงานกินกันทั้งหมด
เหล่าสมาชิกแก๊งเสือหมอบต่างขยี้ตากันอย่างจ้าละหวั่นด้วยความมึนงงของการปรากฏตัวของสแตนแต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรออกมา มีเพียงยืนอ้าปากค้างเท่านั้น
ชายหนุ่มยิ้มให้ผู้คนเหล่านั้นแล้วเดินนำทั้งสองเข้าคฤหาสน์ไปด้วยท่าทีสงบ
งานวันเกิดของเรย์กะถูกจัดขึ้นแบบเรียบง่ายไม่มีการส่งการ์ดเชิญไปยังบุคคลใหญ่โตหรือบรรดาญาติพี่น้องต่างถิ่นมีเพียงกลุ่มจินและคนสนิทของเทโชเท่านั้นที่มาร่วมงานซึ่งหัวหน้าแก๊งเสือหมอบต้องการเวลาส่วนตัวตัดขาดจากเรื่องธุรกิจไปชั่วคราวก่อนจินเห็นด้วยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
มากิเดินเข้าใกล้จินแล้วสอดมือควงแขนไปแบบแนบเนียน“เป็นอะไรหรือเปล่ามากิ” การกระทำของหญิงสาวสร้างความฉงนจนตัวเขาต้องหันไปมองแต่กลับพบแต่ใบหน้าเรียบนิ่งที่กำลังฉีกยิ้มให้หนึ่งที
“อะไรเหรอคะ” ดวงตาใสซื่อถูกขับตามคำพูด
“หมายถึงนี่…”คำถามที่ได้คำตอบเป็นการใช้ไฟหน้าเบียดเข้ามาใกล้ทำเอาจินต้องปล่อยเลยตามเลยไป
ใดๆ ในโลกคงยากไม่เท่าความคิดของหญิงสาวเสียงชราอันคุ้นเคยของใครบางคนดังขึ้นภายในหัวผ่านความทรงจำจินมองไปยังสแตนกลับได้การส่ายหน้าให้
เบื้องหน้าของพวกเขามีมาสคอตเสือสีเหลืองกำลังเดินเข้ามาตามมาด้วยคนบางคนที่คุ้นตาด้านหลังมาสคอตตัวนั้น “ว่าไง ไอ้หนุ่ม!”
“ใครบอกให้นายแต่งแบบนี้เนี้ยเทนตะลุงเขาไม่ด่าให้เหรอ นายก็ด้วยมาโคโตะมางานวันเกิดนะ”มาโคโตะยังคงเป็นหนุ่มมืดมนแต่งตัวดำทมิฬอยู่เช่นนั้น
“สายันต์สวัสดิ์ครับ พี่มากิ คุณสแตน”เหมือนคำพูดของจินจะเป็นเสียงสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไปสำหรับเทนตะเขาถอดส่วนหัวออกเผยให้เห็นใบหน้าที่กำลังยิ้มมีแสงประหลาดส่งให้มากิ
“สายันต์สวัสดิ์เช่นกันขอรับ คุณเทนตะ”สแตนโค้งตัวพอประมาณให้เทนตะกับมาโคโตะ
“สวัสดีจ้ะ เทนตะ”มากิยิ้มสวยสวนกลับไปที ทำเอาเทนตะแทบเป็นลมล้มลงพื้นแต่โชคดีมีมาโคโตะประคองไว้เสียก่อน
จินคันไม้คันมือขึ้นมาอีกครั้งของวันเมื่อเห็นท่าทางราวกับนักแสดงตลกของเทนตะ
“นายมายังไงจินเห็นว่าคุณจางไปทำธุระข้างนอกนี่”
“นั่นไง…”จินชี้ไปยังรถหรูสีเหลืองข้างหลังด้านล่างบันได
“โธ่เพื่อน…อย่าล้อเล่นน่าเดินมาก็บอกไม่ต้องอาย”เทนตะเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนพลางจัดเครื่องแต่งกายของจินไปด้วย
ซึ่งเขาไม่รู้ว่าจินนั้นเบื้องหลังเป็นใครมาจากไหนและตอนนี้กำลังทำอะไร
เห็นแบบนั้นจินก็ไม่พูดอะไรแต่ยกกุญแจรถขึ้นมากดปลดล็อกโชว์ให้เทนตะกับมาโคโตะดูเมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องจริงทำเอาเทนตะกับมาโคโตะมองสลับจินกับรถอย่างตาค้างใบหน้าแตกตื่นปนประหลาดใจฉายชัดหลายส่วน
“บ้าไปแล้ว! นายไปเอามาจากไหนจิน!ขโมยมาใช่ไหม ฉันโทรแจ้งตำรวจก่อน ถึงเป็นเพื่อนกันแต่ก็ทำผิดกฎหมายไม่ได้นายสารภาพมา ไม่เป็นไรไม่ต้องพูดตอนนี้” คำพูดมากมายถูกพ่นโดยไม่ทันคิดมือที่ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดันสั่นจนกดปุ่มปลดล็อกเครื่องไม่ได้
มากิคลายมือตัวเองออกเหมือนรู้ลำดับเหตุการณ์ต่อไปแต่ใบหน้าของหญิงสาวยังแสดงอาการเสียดายอยู่
“ใจเย็นเทนตะเดี๋ยวพ่อก็ซัดสักเปรี้ยงเลย! คนรู้จักให้มา ไปกันเถอะ เดี๋ยวเจ้าภาพเขารอนานอากิโนะกับเรย์กะล่ะ”จินเดินเข้าไปล็อกคอเพื่อนทั้งสองแล้วลากเข้าไปข้างในท่ามกลางสายตาของสมาชิกแก๊งเสือหมอบ
“พวกเธออยู่ข้างในแล้วแต่ว่า...เอาไปคืนตอนนี้ยังทันนะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา”
“สงสัยช่วงนี้นายคงดูหนังมากไป”
แม่บ้านของคฤหาสน์พาพวกจินเดินมายังสวนหลังบ้านที่ถูกตกแต่งด้วยของดูน่ารักเห็นเรย์กะกับอากิโนะเตรียมของสำหรับปาร์ตี้บาร์บีคิวอยู่อีกด้านมีเทโชนั่งจิบไวน์สบายอารมณ์มองไปยังทั้งสองด้วยท่าทีสบายๆ
เรย์กะแต่งตัวด้วยชุดเอี๊ยมสายเดี่ยวขายาวสีชมพูสวมเสื้อยืดสีขาวอากิโนะอยู่ในชุดมินิกระโปรงสีฟ้า ทั้งสองกำลังขะมักเขม้นทำกันอย่างตั้งหน้าตั้งตาจินเดินไปวางของขวัญไว้ที่โต๊ะกลมตัวหนึ่งตรงกลางสวนที่ตอนนี้มีของขวัญจำนวนหนึ่งจากเพื่อนเขานำมาวางไว้ก่อนแล้ว
สองหน่อสองสหายเดินเข้าไปช่วยสองสาวส่วนทางด้านจินเดินเข้าไปทักทายเทโชก่อนเป็นอันดับแรก
“มาแล้วงั้นเหรอเจ้าหนู”เทโชลุกขึ้นทันที ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นแขกแปลกหน้าทั้งสองเดินเข้ามาด้วย
“นี่มากิ สแตน ส่วนนี่ลุงเทโชพ่อของเรย์กะ หัวหน้าแก๊งเสือหมอบ” สแตนใช้มือทาบอกโค้งศีรษะให้เล็กน้อย
หญิงสาวพยักหน้าแล้วยื่นกล่องในมือให้ชายร่างหมี“รบกวนด้วยนะคะ”
“ยินดีได้รู้จักทั้งสอง โอ้!ของดีนะเนี้ย ที่จริงไม่ต้องก็ได้นะ แต่ให้มาแล้วก็ขอบคุณมาก”กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยตามเสียงเทโช
หลังจากทำความรู้จักกันพอประมาณแล้วสแตนเลือกเดินไปทำอาหารจากวัตถุดิบที่เตรียมมาพร้อมทั้งโชว์สกิลอันเหนือชั้นทำให้เทนตะตาลุกวาวส่วนทางด้านมากิกำลังถักเปียผมให้กับเรย์กะที่นั่งตัวเกร็งโดยมีลูกมือเป็นอากิโนะ
ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าเปื้อนยิ้มก่อนนั่งลงด้านข้างเทโช“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างลุง”
“ตอนนี้ค่อนข้างอยู่ตัวไม่ได้มีเรื่องอะไรร้ายแรงแล้ว ตั้งแต่แกไปถล่มแก๊งหมีใหญ่คราวนั้น”เทโชยกไวน์ขึ้นมาดมแล้วจิบมันอย่างนิ่มนวล
“รู้ได้ไงว่าเป็นผมผมอาจจ้างคนอื่นไปก็ได้ แหม…” ทีแรกเทโชลอบจะมองท่าทีของจินแต่พอได้ยินคำตอบแล้วก็ฟันธงได้เลยว่าเป็นอย่างที่เขาคิดไว้
“จะพูดอะไรก็เชิญเลยเจ้าหนูว่าแต่...ตำแหน่งใหม่เป็นไงบ้าง”
ความลับที่พยายามเก็บไว้ให้พ้นจากคนใกล้ตัวดันถูกพูดขึ้นอีกครั้งจินลอบถอนหายใจ
“ค่อนข้างหนักอยู่แต่ยังไงรับมาแล้วก็ต้องทำเต็มที่”
“วงการนี้มันอันตรายอยู่แล้ว สำหรับแกข้าก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอก ที่เป็นห่วงก็...เฮ้อ เอาจริงๆข้าก็ไม่อยากยกตำแหน่งนี้ให้เธอเลย อยากจะออกจากวงการนี้ด้วยซ้ำ หากไม่มีทางเลือกนอกจากยุบแก๊งก็คงให้คนอื่นสานต่อ” ใบหน้าแดงก่ำของเทโชจ้องไปยังลูกสาวตัวน้อยของเขา
“แล้วทำไมไม่ออกมาละครับธุรกิจของลุงส่วนใหญ่ก็เป็นการขนส่งเสียมากกว่า ส่วนเรื่องนอกเหนือจากนั้นทยอยปิดตัวลงก็คงไม่เสียหายอะไรมากด้วยซ้ำ”ธุรกิจของเทโชอยู่ในสายข่าวของเขาทั้งหมด
ชายร่างหมีหวนคิดถึงอดีตหากมองแก๊งนี้เหมือนอะไรสักอย่างคงเหมือนรูปปั้นที่สร้างจากเศษเลือดเศษเนื้อของพวกพี่น้องเย็บรวมกันเป็นรูปเป็นร่างมามากกว่า“วงการนี้เข้าแล้วออกไม่ได้หรอก มันเหมือนมีโซ่ตรวนล่ามเราไว้อยู่แต่เอาเถอะมันเป็นเรื่องของอนาคต แต่ข้ามีอะไรจะขอแกไว้สักอย่าง”
“ไม่ต้องห่วงหรอกตราบใดที่ผมมีชีวิตอยู่ รับรองเรย์กะไม่เป็นอะไรหรอก”
“แต่อย่าแตะต้องตัวลูกสาวข้า!”เทโชพูดเสียงดังดักทางด้วยใบหน้าจริงจังปนตลกในสายตาจิน
“ฮ่าๆ อันนั้นก็ไม่มั่นใจเหมือนกันนะ”หางคิ้วของชายร่างหมีกระตุกถี่ตามเสียงหัวเราะ
“แกตายเสียเถอะ!”จินยกมือปัดแขนของเทโชออกไม่ยากเย็นส่งผลให้ชายร่างหมีเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นแทน
“เมาแล้วลุง”
“พ่อเอาอีกแล้วนะคะ”กลิ่นหอมของอาหารปิ้งย่างลอยมาพร้อมเสียงดุของเรย์กะพอได้ยินเข้าเทโชกับหน้าหดเหลือสองนิ้ว
ชายร่างหมีลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัว“เปล่านะหนูน้อย ป๊ะป๊าแค่อยากสั่งสอนไอ้เด็กไม่รู้จักโตคนหนึ่งเท่านั้น”
“ใครไม่รู้จักโตกันแน่ลุง”
“ไม่กินหนูจะเอาไปให้คนอื่นแล้วนะ”พูดเสร็จหญิงสาวกลับหลังหันเดินไปอีกทาง
เทโชแยกเขี้ยวใส่จินไปทีหนึ่งแล้วเลือกเดินตามลูกสาวตัวเองไปพลางขอโทษไปพลางผ่านไปสักพักเขาก็เดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มและอาหารในล้นมือ
“แกเกือบทำให้ข้าไม่ได้กินแล้วจิน”
“ลุงเป็นคนเริ่มเองแทนๆเฮ้อ…ไปทางนู้นดีกว่า ให้คนแก่นั่งเหงาตายคนเดียวไปเนอะ”
“ตามสบาย ไม่แก่บ้างให้มันรู้ไป ดี!ข้าจะกินโดยไม่ต้องห่วงว่าแกจะแย่ง”
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ชายร่างหมีกลับยิ้มอย่างเป็นสุขนานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นลูกสาวตัวเองมีความสุขแบบนี้เขาอยากให้เธอตักตวงไว้ให้มากที่สุดเพราะเมื่อเธอเติบใหญ่ขึ้นช่วงเวลาแบบนี้ก็จะหาได้ยากกว่าอัญมณีแสนมีค่าเสียอีก
เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย เสียงโวยวายและเสียงของความประทับใจ ถูกผสมเข้าด้วยกันให้รสชาติชีวิตมีความกลมกล่อมสิ่งพวกนี้ยิ่งนานยิ่งหายาก ยิ่งนานยิ่งมีคุณค่า
เทโชใช้ช้อนเคาะแก้วไวน์ส่งเสียงดังกังวาน“เอาละทุกคน ลุงมีเกมจะให้เล่นมีใครสนใจไหม!?”
“เกมอะไรครับคุณลุงถ้าไม่มีรางวัลผมไม่เล่นนะ” เทนตะตอบทันควัน
“โอ้! ของรางวัลเตรียมมาแล้ว!”
ชายหนุ่มมาสคอตเสือยกนิ้วโป้งให้ก่อนพูดตื่นเต้น“จัดไปครับผม!”
เทโชสะอึกทีหนึ่งก่อนพยายามรวบรวมสติพูดขึ้น“เกมง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ทำได้คนแรกรับไปเลย เกมมีอยู่ด้วยกัน 5 ฐาน โดยเริ่มจาก เป่าแป้งเอาเหรียญในจานใส่แป้ง กินขนมปังให้หมดเป่าลูกโป่งให้แตก กระโดดกัดแอปเปิลให้ได้สักคำ สุดท้ายดื่มน้ำให้หมดขวดเป็นด่านสุดท้ายของรางวัลเป็นตั๋วชมการแสดงโอเปร่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ใกล้จะถึงนี้จำนวนสองรางวัล”
ดวงตาของอากิโนะสั่นไหวตามแสงเทียน“ตั๋วชมดนตรีสองใบ”
“ขอบายดีกว่า” จินยกมือขอตัวเป็นคนแรก
ใบหน้าของเทนตะผิดหวังเล็กน้อยเขาม้วนหางมากอดไว้แล้วเดินไปนั่งด้านข้างจินที่มีมาโคโตะนั่งไว้ก่อนอีกคนแล้ว“มีหลับแน่นอน ขอบายเช่นกันครับ”
กลุ่มผู้ชายจะไม่สนใจผิดกลับหญิงสาวที่ใบหน้าเหมือนเห็นแสงแห่งความหวังสาดส่องลงมา
ถ้าเราชนะก็ได้ไปชมกับนายท่านสองต่อสองไม่ต้องคิดหลังจากนั้น แค่นี้ก็ฟินแล้วมากิคิดแผนชั่วร้ายไล่ฉากเหตุกาณ์ทุกอย่างในหัวเตรียมการไว้
ถ้าเราชนะขอจินคงไปด้วย และ…อร๊าย!อากิโนะยิ้มพลางบิดไปบิดมาเขินอาย ท่ามกลางสายตามึนงงของสามหน่อ
ตั๋ว จินสองคนเรย์กะเริ่มหน้าแดงอย่างเงียบๆ แต่ไม่รอดพ้นสายตาของเทโชจนเขาต้องยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี
ป๊ะป๊าช่วยได้แค่นี้สุดท้ายผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับหนูแล้ว
“เอาละ! มีใครเล่นมั้ง”เสียงจากการเคาะแก้วดังขึ้นถามอีกครั้ง
“หนู/ฉัน ค่ะ!” มากิ อากิโนะและเรย์กะต่างยกมือขึ้นรวดเร็ว ส่วนสแตน จิน มาโคโตะ และเทนตะต่างนั่งมองกันเงียบๆพร้อมกับหยิบอาหารเข้าปากเคี้ยวกันอย่างเอร็ดอร่อย
“สามคนนะ ทุกคน! เอาของเข้ามา!”เทโชพูดเสียงดังออกไปสิ้นเสียงเหล่าบริวารของแก๊งเสือหมอบที่เป็นแม่บ้านพ่อบ้านต่างนำเอาของพวกนั้นออกมาอย่างละสามชุดราวกับรู้กันอยู่แล้วโดยจัดเป็นฐานๆ ยาวไป 5 ฐาน เป็นจำนวน 3 แถวเท่ากับจำนวนคนที่เล่น
เทโชเดินไปยังด้านหน้าของแถวทั้งสามแล้วพูดขึ้น“ทุกคนมายืนจุดนี้กันทั้งสามคนเลย”
สามสาวยืนเรียงกันด้วยใบหน้าแน่วแน่ไฟแห่งความต้องการชนะฉายชัดร้อนแรงจนทำให้อุณหภูมิของสวนสูงขึ้นไปหลายองศาเลยทีเดียว
ฉันต้องทำให้ได้นั่นคือคำพูดที่กล่าวไว้บนใบหน้าทั้งสามคน
ห้ามใช้พลังเข้าช่วยนะมากิ
เสียงของจินกระทบเข้าหูของมากิเธอหันไปมองยังชายหนุ่มด้วยใบหน้าอันเสียดาย หากใช้พลังยังไงเธอก็คงชนะแต่มันคงไม่มีความหมายอะไรหากสู้กันไม่ทัดเทียม เธอกลับไปฮึดสู้อีกครั้งโดยหลงลืมไปบางอย่าง
เทโชยกมือข้างหนึ่งขึ้นฟ้าก่อนจะให้สัญญาณ
“เริ่มได้!”
สามสาวต่างวิ่งเข้าไปเป่าแป้งจนหน้าตัวเองขาวเลอะกันสร้างเสียงหัวเราะให้กับเหล่าคนที่นั่งมองอยู่ แต่ดูเหมือนทั้งสามจะไม่สนใจต่างตั้งหน้าตั้งตาเล่นกันไปเรื่อยๆที่นำอยู่เป็นมากิที่เริ่มไปถึงเป่าลูกโป่งแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังไม่ยอมแพ้เร่งสปีดไปเรื่อยๆ
ทันใดนั้นเหมือนขนมปังจะติดคอของอากิโนะจินก็รีบเดินเอาน้ำเข้าไปให้ ทำเอาสองสาวมองกันอย่างตาลุกวาวเป็นไฟมีแต่อากิโนะที่ขอบคุณและกลับไปเล่นต่อ
ผลสุดท้ายเป็นมากิที่ชนะไปด้วยพละกำลังกายที่เหลือล้นซึ่งเธอไม่ได้เอาพลังใดๆ เข้ามาช่วยจะโทษก็คงโทษสมรรถภาพทางร่างกายของแวมไพร์ของเธอเอง
สองสาวเช็ดหน้าเช็ดตากันนึกเสียดายทุกอย่างชี้ชัดอยู่บนใบหน้านั่นเองส่วนมากิเมื่อได้ตั๋วมาก็วิ่งมาหาจินด้วยความดีใจสร้างความอิจฉาให้แก่สองสาวเข้าไปอีก
พอเห็นอาการสิ้นหวังของพวกเธอชายร่างหมีอดหัวเราะเสียงดังไม่ได้เขาล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงหยิบตั๋วที่เหลือออกมา “ฮ่าๆ ไม่ต้องเสียใจไปข้าเตรียมมาให้ทุกคนอยู่แล้ว”
“แล้วให้พวกหนูเล่นทำไม!”อากิโนะเสียงดังอย่างโมโหพร้อมกับการเห็นด้วยของเรย์กะซึ่งทำเอามากิหน้าเหวอไปเลยทีเดียว
เทโชที่หน้าแดงพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี“แค่อยากให้ทุกคนสนุกเฉยๆ”
เพล้ง!เขาไม่รู้เลยว่าแก้วไวน์ในมือนั้นแตกด้วยสิ่งใดทำเอาชายร่างหมีหันซ้ายหันขวาคล้ายตกใจ ก่อนจะคิดว่าตัวเองเผลอออกแรงจับมากไป
“ระวังจะตายไม่รู้ตัวนะลุง”
งานเลี้ยงดำเนินต่อไปด้วยเสียงหัวเราะของทุกคนลำดับต่อไปเป็นเรย์กะเปิดกล่องของขวัญต่อหน้าทุกคน พอเห็นสิ่งของข้างในรอยยิ้มแสนสุขก็ถูกขับออกมาเป็นรางวัลตอบแทนน้ำใจให้คนให้กลับไปเพียงเท่านี้ก็สร้างความอิ่มเอิบได้เป็นอย่างดีแล้ว
“ว่าแต่แปลกนะ”เทนตะที่ใส่ชุดมาสคอตเสือโคร่งอยู่พูดขึ้นมาอย่างแปลกใจปนสงสัยกับบางอย่าง
พอเห็นท่าทางชวนสงสัยของเทนตะจินจึงหันไปมอง“แปลกอะไรของนาย”
“จำได้ว่า...ฉันพิมพ์ข้อความลงในกลุ่มแล้วนะแต่ดูเหมือนรินจะไม่มาและไม่ตอบด้วย”เทนตะยกมือถือตัวเองขึ้นมาอ่านข้อความที่เขาเคยส่ง
ถึงจะเห็นด้วยกับเทนตะเพราะด้วยความหัวรั้นของริน ยังไงเธอคงไม่ล้มเลิกความตั้งใจคิดถึงตรงนี้เขาก็รู้สึกว่ามันแปลกเหมือนเทนตะ แต่ยังไงเพื่อความสบายใจของทุกคนเขาจึงยิ้มแล้วกล่าวออกไป “อย่าไปคิดมาก ไม่มาก็ดีแล้ว เธอคงติดธุระบ้างแหละ”
“รู้สึกสังหรณ์ใจยังไงชอบกลไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงดี”
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าลางสังหรณ์ของเทนตะนั้นเป็นของจริงและไม่เคยผิดพลาดมาก่อนแม้แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยรู้