(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 43 คิดยังไงกับลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกร

            หลังจากบทสนทนาระหว่างหวงเยี่ยกับผู้บัญชาการเมืองเจียงเฉินดำเนินต่อเนื่องอยู่นาน


            จนกระทั่งประเด็นสำคัญทั้งหลายถูกกล่าวถึงอย่างครบถ้วน


            แสงแรกของรุ่งอรุณก็ค่อยๆซึมผ่านกระจกหนาเบื้องข้างห้องรับรอง สีทองอ่อนของดวงอาทิตย์เริ่มฉายเงาบนผนังเข้ม สลายความมืดของราตรีทีละน้อย บรรยากาศเคร่งขรึมที่ปกคลุมตลอดคืนพลันแปรเปลี่ยนเป็นความสงบนิ่งที่ชวนให้คิดทบทวน


            เจียงเฉินลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆ มองไปยังชายหนุ่มที่ยังนั่งหลังตรงอยู่ตรงข้าม


            แววตาข้างเดียวของเขาแม้จะผ่านความเหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืน ทว่ากลับมิได้ลดความคมชัดลงเลยซักนิด


            “เช้าแล้ว”


            เขากดปุ่มสื่อสารที่มุมโต๊ะ เสียงสัญญาณตอบรับดังขึ้นสั้นๆ

            

            “ส่งคนมาพบข้า”


            “และพาเจ้าชายน้อยกลับไปยังที่พักซะ!”


            เพียงไม่กี่อึดใจ ประตูห้องรับรองก็เปิดออกอย่างสุภาพ ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาภายในด้วยท่าทางมั่นคง


            “เข้าใจแล้วครับท่านผู้บัญชาการ กระผมจะไปส่งท่านหวงเยี่ยให้ถึงห้องพักอย่างแน่นอน!”


            ท่าทางของเขาสุภาพและชัดเจน


            บุรุษผู้นี้สวมแว่นตากรอบบาง ร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง แผ่นหลังตั้งตรง ท่วงท่าดูแข็งแกร่งแต่ไม่แข็งกระด้าง เขาเป็นนักล่ามังกรระดับสองขั้นสูง และยังครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับกลางในรูปแบบที่เรียกว่าจิตเชื่อมโยงธรรมชาติ


            พลังของเขาไม่ได้เน้นไปที่การทำลายล้างหรือมีพลังการโจมตีที่รุนแรง แต่มันเน้นไปยังการรับรู้และประสานสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตรอบตัว รากหญ้า ใบไม้ แม้แต่การสั่นไหวของแมลงในอาณาเขตที่กำหนด ล้วนสามารถสะท้อนกลับสู่จิตสำนึกของเขาได้อย่างละเอียด


            กล่าวได้ว่าชายผู้นี้มีดวงตาที่สามซึ่งไม่อาจมองเห็นด้วยเปลือกตา แต่รับรู้ผ่านพลังภายใน ราวกับตาทิพย์ที่เปิดกว้างอยู่ตลอดเวลา


            เจียงเฉินพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับดวงตาที่ลอบหรี่ลง


            “ฝากด้วยนะ โอวยา”


            โอวยาก้มศีรษะรับคำสั่ง


            หวงเยี่ยลุกขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนจะประสานมือแสดงความเคารพเล็กน้อย


            “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ท่านผู้บัญชาการ”


            เจียงเฉินเพียงพยักหน้าเป็นคำตอบ


            จากนั้นชายหนุ่มก็เดินตามโอวยาออกจากห้องรับรอง ผ่านโถงทางเดินกว้างของฐานบัญชาการใหญ่


            ภายนอกอาคาร รถยนต์คันหนึ่งจอดรออยู่แล้ว ประตูถูกเปิดออกอย่างสุภาพ


            หวงเยี่ยก้าวขึ้นนั่งโดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม ส่วนโอวยานั่งด้านหน้า มือวางบนพวงมาลัยอย่างมั่นคง


            เครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามแผ่วต่ำ ก่อนรถจะเคลื่อนออกจากฐานบัญชาการอย่างเรียบร้อย


            เจียงเฉินยืนอยู่บริเวณหน้าต่างชั้นบนสุด มองภาพรถยนต์ที่ค่อยๆเคลื่อนผ่านประตูเหล็กออกไปสู่ถนนหลัก


            ดวงตาข้างเดียวของเขาหรี่ลงเล็กน้อย


            “เอาละ.. พวกเจ้าทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เมล็ดพันธุ์ถูกหว่านออกไปแล้ว!”


            “พวกมันจะต้องไม่อยู่เฉยแน่ และจะต้องลงมือกับเขาในตอนนี้อย่างแน่นอน!”


            ทันทีที่ประโยคสุดท้ายสิ้นสุดลง เงาร่างนับสิบก็ปรากฏขึ้นภายในห้องราวกับโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า บางคนยืนอยู่ใกล้กำแพง บางคนอยู่ด้านหลังเสา บางคนปรากฏและนั่งอยู่บนระเบียงด้านนอกโดยไม่มีเสียงฝีเท้าใดๆ


            พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบดุจภูติผี


            ทุกคนสวมชุดสีเข้ม ไร้เครื่องหมายประจำตำแหน่ง ไม่มีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกสังกัด


            แต่บรรยากาศทั้งหมดที่แผ่ออกมาจากร่างกลับเข้มข้นและอันตราย แสดงให้เห็นเลยว่าพวกเขาเป็นนักล่ามังกรที่ทรงพลังมาก


            บุคคลเหล่านี้คือกองกำลังลับที่ประจำการอยู่ภายในเมือง A และรับคำสั่งโดยตรงจากผู้บัญชาการเจียงเฉินเท่านั้น


            ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดในฐานบัญชาการรู้ถึงการคงอยู่ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นระดับหนึ่ง สอง หรือสาม แม้แต่ผู้ช่วยใกล้ชิดก็ไม่เคยพบเห็น


            พวกเขาคือเงาที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้แสงสว่างของระบบ


            หนึ่งในนั้นก้าวออกมาเล็กน้อย


            “คำสั่งคืออะไร?”


            น้ำเสียงราบเรียบ ทำให้เจียงเฉินหันกลับมามอง สีหน้าเย็นสงบพร้อมรอยยิ้มที่เฉยชา


            “จับตาทุกความเคลื่อนไหวในเมือง โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางจากฐานบัญชาการไปยังที่พักของหวงเยี่ย!”


            “อย่าให้พวกมันแตะต้องเขาได้แม้แต่นิดเดียว และอย่าเผยตัวจนกว่าจะจำเป็น”


            “พวกมันยังไม่รู้ว่าหวงเยี่ยคือเหยื่อล่อ ลากออกมาให้ได้มากที่สุด แล้วเราจะกวาดล้างไอ้หนอนสกปรกที่ฝังอยู่ภายในเมืองนี้ให้สิ้นซากซะ!”


            คำสั่งนั้นเด็ดขาดและไร้ความปราณี ทำให้เงาร่างทั้งหมดพยักหน้าพร้อมกัน


            ก่อนที่แต่ละคนจะเคลื่อนไหวกันอย่างรวดเร็ว เลือนหายไปจากห้องทีละคน ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน


            ภายในห้องเหลือเพียงเจียงเฉินผู้ยืนอยู่ลำพัง เขามองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสว่างเต็มที่ เปลวเพลิงภายในตัวเผาไหม้อย่างเงียบงัน


            “ลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกร”


            “หากพวกแกคิดจะเคลื่อนไหว ข้าจะไม่ปล่อยให้ทำตามใจอีกต่อไป!”


            ...


            ขณะที่รถยนต์แล่นออกจากฐานบัญชาการอย่างเงียบงัน หวงเยี่ยกลับไม่ได้ปล่อยให้จิตใจล่องลอยไปกับทัศนียภาพยามเช้า ความสงบนิ่งที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาเป็นเพียงผิวบางของคลื่น เบื้องลึกภายในนั้นกำลังจับสัญญาณบางอย่างที่ผิดแผกไปจากความเคยชิน


            เส้นทางที่รถเคลื่อนผ่านหาได้มุ่งสู่ใจกลางเมืองอันเป็นที่พักของเขา หากค่อยๆเบี่ยงออกจากถนนสายหลัก เปลี่ยนเป็นเส้นทางที่เงียบขึ้น อาคารสูงเริ่มลดจำนวนลง บ้านเรือนบางตา


            และในที่สุดทิวทัศน์ก็เปลี่ยนเป็นเขตชานเมืองที่แทบไร้ผู้คน หวงเยี่ยทอดสายตามองผ่านกระจกข้าง เห็นป้ายบอกทางที่ไม่คุ้นตา เสียงเครื่องยนต์ยังคงสม่ำเสมอ ทิศทางนั้นชัดเจนเกินกว่าจะมองข้าม


            เขาเอนหลังเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


            “หมายความว่ายังไงเหรอท่านโอวยา”


            ชายสวมแว่นที่กำลังจับพวงมาลัยอยู่หัวเราะออกมาในลำคอ


            เขาไม่ได้หันกลับมามอง เพียงกล่าวต่อโดยสายตายังคงจับจ้องถนนเบื้องหน้า


            “ท่านหวงเยี่ย.. ท่านคิดยังไงกับลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรหรือครับ”


            คำถามนั้นกระทบใจหวงเยี่ยในชั่วพริบตา


            นัยน์ตาของเขาหรี่ลงอย่างฉับพลัน ความสงบในดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคม ราวกับใบมีดที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก


            ในห้วงความคิดของเขา คำพูดของผู้บัญชาการเจียงเฉินที่เพิ่งกล่าวไว้ไม่นานก่อนหน้านี้ผุดขึ้นอย่างชัดเจน


            ศัตรูที่แท้จริงบางครั้งมิได้อยู่บนท้องฟ้า หากแฝงอยู่ในเงาของพวกเราเอง


            หวงเยี่ยถอนหายใจ


            “ลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรน่ะเหรอ..”

            

            น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างไม่ปิดบัง


            “ก็เป็นไอ้พวกสารเลวที่เทิดทูนไอ้พวกเผ่าพันธุ์มังกรดั่งพระเจ้ายังไงละ”


            โอวยายังคงเงียบงัน


            ปล่อยให้เขาพูดต่อ


            “ไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมพวกมันถึงได้มองเผ่าพันธุ์มังกรเป็นเทพเจ้าของตน!”


            “แต่ก็นะ..”


            “ไม่คิดเลยว่ากระทั่งคนข้างกายของท่านเจียงเฉิน ทั้งยังเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายในสมาพันธ์นักล่ามังกรสาขาเมือง A จะมีความเกี่ยวข้องกับลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรเช่นนี้ มันช่างน่าหนักใจจริงๆ”


            เมื่อถูกเปิดเผยตัวตนเช่นนั้น ชายสวมแว่นกลับไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ เขาเพียงหัวเราะเยาะในลำคออีกครั้ง


            “ไม่คิดเลยว่าท่านหวงเยี่ยจะฉลาดหลักแหลมเช่นนี้”


            เขาเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนสายแคบที่แทบไร้ผู้สัญจร เสียงเครื่องยนต์ดังสะท้อนกับกำแพงโกดังเก่าแก่ที่เริ่มปรากฏให้เห็นเบื้องหน้า


            “แต่ก็ไม่ทันแล้วละครับ”


            “ขอเชิญไปพบปะกับหัวหน้าสาขาของลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรได้เลย”


            รถยนต์หยุดลงบริเวณพื้นที่รกร้างห่างไกลจากศูนย์กลางเมืองอย่างมาก สถานที่แห่งนี้เป็นโกดังขนาดใหญ่ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้มาเนิ่นนาน ผนังเหล็กขึ้นสนิม ประตูบานสูงปิดสนิท แต่ร่องรอยการเคลื่อนไหวภายในกลับไม่อาจปิดบังได้


            โอวยาเปิดประตูลงจากรถก่อนอย่างใจเย็น


            หวงเยี่ยก้าวลงตามไปโดยไม่รีบร้อน


            ทันทีที่เท้าของเขาแตะพื้น เสียงฝีเท้าหลายสายก็ดังขึ้นรอบทิศ


            เงาร่างจำนวนมากปรากฏออกมาจากมุมมืดของโกดังและจากด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์เก่า


            ทั้งหมดสวมชุดคลุมสีดำยาว ปกปิดรูปลักษณ์ไว้เกือบทั้งหมด เหลือเพียงดวงตาที่สะท้อนประกายเย็นเยียบ พวกมันเคลื่อนตัวเข้ามาล้อมกรอบอย่างรวดเร็วเป็นวงกว้าง ปิดเส้นทางหลบหนีทุกด้าน


            จำนวนไม่น้อยกว่าสองโหล จนทำให้อากาศรอบบริเวณนั้นพลันหนักอึ้ง


            โอวยายืนอยู่ด้านหนึ่งของวงล้อม ถอดแว่นตาสีดำออกอย่างช้าๆ เผยประกายของนัยน์ตาที่ไร้ซึ่งความลังเล


            “ท่านเจ้าชายน้อยหวงเยี่ย”


            “ยินดีต้อนรับสู่ความจริง!”


            “เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา.. ของขวัญอันล้ำค่าที่ควรถูกถวายแด่เทพเจ้ามังกร!”


            ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง


            หวงเยี่ยมองไปรอบตัวอย่างสงบนิ่ง ไม่มีความแตกตื่น ไม่มีความโกรธเกรี้ยว


            มีเพียงรอยแสยะยิ้มบางๆที่ปรากฏบนริมฝีปาก ขณะที่ในใจของเขาก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นชัดเจน


            “นี่คือสิ่งที่ท่านเจียงเฉินลอบบอกกับข้าก่อนหน้านี้สินะ?”


            “ใช้ตัวข้าเป็นเหยื่อล่อ เพื่อลากพวกมันออกมาทั้งหมด!”


            ชายหนุ่มไม่รู้สึกโกรธต่อผู้บัญชาการเจียงเฉินเลยซักนิด ตรงกันข้าม กลับเข้าใจเจตนานั้นอย่างกระจ่างแจ้ง


            เมล็ดพันธุ์ที่ถูกหว่านลงไปคือเขาเอง และศัตรูที่ซ่อนอยู่ในเงามืดก็กำลังเผยตัวออกมาตามที่พวกเขาคิดไว้


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036