ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 44 ราชาสัตว์ หมาป่าเดือนน้ำแข็ง

            หลังเสียเวลาไประยะหนึ่ง ฉู่เหินก็ได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาอย่างราบรื่น

            ขั้นตอนที่ได้มาเหนือกว่าจินตนาการไว้นักกระทั่งฉู่เหินเองยังไม่คิดเลยว่าจะได้มาง่ายดายปานนี้

            แน่นอนว่าก็มีแต่ฉู่เหินเท่านั้นที่กล้า ‘สอดมือ’ เข้าไปยุ่งด้วยได้ หากเป็นคนตบะระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าคนอื่นน่ากลัวว่าคงไม่กล้าบ้าบิ่นเท่าเขา

            เห็นได้จากหอกเดียวปลิดวิญญาณโจรหัวโล้นนั่น หมดจดฉับไวแม้จะเอ่ยได้ว่ารายแรกกำลังหนีถึงได้จิตใจปั่นป่วน แต่อย่างไรก็ระดับพลังที่เปิดชีพจรขั้นสองหอกนั้นหากช้าไปแม้เพียงครึ่งเดียวก็ไม่อาจสังหารได้ในการจู่โจมเดียวเป็นแน่แท้แต่ฉู่เหินกลับแทงหอกเงามืดเข้าคอหอยอีกฝ่ายอย่างไร้ลังเล

            และกลยุทธ์ ‘ตั๊กแตนทองลอกคราบ’ หลังจากนั้นก็ยิ่งทำให้ผู้ไล่ล่าเขามาถอนใจตะลึง

            ด้วยเหตุนั้น ฉู่เหินถึงได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตนี้มาครองอาศัยว่ามีลูกบ้าและจอมวางแผนกว่าคนอื่นเขา

            แต่ว่าฉู่เหินผู้เพิ่งมาเทือกเขาไร้กระดูกเป็นคราแรกก็พบเข้ากับปัญหาหนึ่ง

            “มาผิดทางอีกแล้วหรือเปล่านี่?”

            เห็นพงไพรทะมึนทึบลึกล้ำไร้ก้นบึ้งตรงหน้าแล้ว ฉู่เหินก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

            เขาวนอยู่ในป่าใหญ่นี่มาเป็นวันแล้วค้นพบอย่างจนใจว่าตนไม่รู้เหนือรู้ใต้เลย ผนวกกับป่ามีหมอกควันทุกรูปแบบเต็มไปหมดสุดท้ายแล้ว ฉู่เหินก็แยกทิศแยกทางไม่ออกในที่สุด

            “เห็นทีข้าคงไม่ได้โชคดีเช่นที่คิด”

            ฉู่เหินแบกหอกเงามืดไว้บนหลัง จับสังเกตความเคลื่อนไหวโดยรอบหว่างคิ้วมีแววระแวดระวัง

            สภาพแวดล้อมรอบด้านแตกต่างจากรอบนอกไม่มากก็น้อยที่แห่งนี้เงียบสงัดอย่างยิ่ง ต้นไม้หรือก็สูงใหญ่กว่าภายนอกนักหนาทอดสายตามองไปไม่อาจเห็นกระทั่งสัตว์ปีกเล็กๆ ธรรมดาทั่วไปโผบิน

            สภาพเช่นนี้ย่อมหมายความว่ามีสัตว์ปีศาจที่ค่อนข้างแกร่งกล้าอาศัยอยู่ที่นี่

            “ต้องรีบไปจากที่นี่โดยเร็ว”

            ฉู่เหินใคร่ครวญลับๆ แต่ทางกลับคือทางใดนี่สิยาก

            ทันใดนั้น มองลอดผ่านช่องว่างแห่งแมกไม้เบื้องหน้าจะเห็นภูเขาลูกใหญ่ปรากฏแก่สายตาฉู่เหินเลิกคิ้วขึ้น เขาคิดว่าตนน่าจะปีนขึ้นไปบนยอดเพื่อตรวจดูโดยรอบได้

            ในเมื่อยิ่งสูงเท่าใดยิ่งมองได้ไกลเท่านั้น ในเมื่อหาทางออกไม่เจออย่างน้อยก็ควรยืนยันตำแหน่งที่เป้าหมายอยู่ให้ได้

            ฉู่เหินจึงมุ่งหน้าไปด้วยความเร็ว

            ด้วยว่าคนยิ่งอยู่สูงยิ่งง่ายจะถูกเห็นตัว

            เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้สัตว์ปีศาจจู่โจมหรือคนที่ไล่ล่ามาทั้งสามหาตัวเจอฉู่เหินจึงปีนขึ้นไปบนยอดเขาอย่างระมัดระวังอย่างยิ่ง พยายามเร้นกายไปตามพุ่มไม้และพฤกษพันธุ์ต่างๆ

            ใช้เวลาไม่น้อยกว่าฉู่เหินจะมาถึงยอดเขา

            ไม่ทันได้ตรวจดูตำแหน่งจุดหมายปลายทางของเขาความเคลื่อนไหวของพลังอันรุนแรงไร้ใดเปรียบก็จู่โจมเข้ามา กระแสอากาศสับสนอลหม่านแม้แต่พื้นดินก็ยังสั่นไหว

            บรู๋ว

            เสียงหมาป่าหอนอันกังวานก้องไกลดังสะท้านฟ้า

            เมื่อยินเสียงหมาป่าหอนนี้สัตว์ปีศาจหน้าไหนในระยะหลายพันตารางเมตรย่อมจะหมอบราบคาบแก้ว ฝูงสัตว์ปีกแตกฮือ

            ฉู่เหินตกใจเป็นอันมาก เขารีบหมอบลงกับพื้น มือขวากำหอกเงามืดแน่นสีหน้าหนักอึ้ง ความหวาดกลัวไร้ตัวตนเหมือนน้ำหลากท่วมร่าง เสียวสันหลังวาบ

            แย่แล้ว!

            ถูกสัตว์ปีศาจเจอตัวเข้าแล้ว!

            ตูม ตึง

            ไม่ทันให้ฉู่เหินได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร อานุภาพของพลังงานที่กระทบกระทั่งรุนแรงยิ่งกว่าก็ระเบิดขึ้นบนน่านฟ้า

            ฉู่เหินขมวดคิ้วมุ่น ช้อนตามองขึ้นไป

            เห็นหุบเขาแห่งหนึ่งตรงหน้าขุนเขาใหญ่ หุบเขากักเก็บน้ำจนกลายเป็นทะเลสาบ

            และเขตน่านฟ้าเหนือทะเลสาบนั้นกำลังบรรเลงการต่อสู้อันดุเดือด

            ผู้ร่วมศึกนั้นกลับเป็นหนึ่งมนุษย์ หนึ่งสัตว์ปีศาจฉู่เหินเห็นสภาพการณ์เหนือทะเลสาบได้ชัดเจนจากตรงที่อยู่เห็นสัตว์ปีศาจนั้นรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนหมาป่า ร่างกายกว้างสิบกว่าเมตรไม่ได้ใหญ่โตเป็นพิเศษ แต่กายเนื้อขาวสะอาดราวกับหิมะ ไร้ซึ่งราคี ตำแหน่งตรงกลางหน้าผากมีลวดลายสีฟ้ากลุ่มหนึ่ง

            ลวดลายนั้นเป็นรูปปุยหิมะ ทั้งวิเศษและลึกลับ

            คอของหมาป่าขาวยังมีหนามแหลมคม แผ่นหลังมีปีกขนนกขาวสะอ้านไม่แพ้กัน

            “หมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง?”

            ฉู่เหินหน้าเปลี่ยนสีอีกครั้ง แววตาที่มองหมาป่าขาวเต็มไปด้วยความระแวงและหนักอึ้ง

            ฉู่เหินผู้เติบใหญ่ในจวนแม่ทัพรู้เรื่องสัตว์ปีศาจมาไม่น้อยเขามองปราดเดียวก็รู้ว่าหมาป่าขาวเบื้องหน้านี้คือหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งแต่กระนั้น ที่ฉู่เหินตระหนกนักคือหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเป็นราชาสัตว์ตนหนึ่งพลังของมันเทียบเท่าผู้แข็งแกร่ง ‘ระดับเบิกอากาศธาตุ’

            อาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์นี้มาตรแม้นมีกำลังภายในระดับ ‘สร้างเมล็ดพันธุ์’ ก็นับได้ว่าเป็นยอดฝีมือแล้วแต่ผู้แข็งแกร่งพลังระดับผ่าอากาศธาตุนั้นน้อยชนิดที่ยกนิ้วนับได้ มิหนำซ้ำยังเป็นบุคคลยิ่งใหญ่นามกระเดื่องทุกคนไป

            ...

            ฉู่เหินคิดไม่ถึงเลยว่าที่นี่จะมีการต่อกรสัประยุทธ์ระดับนี้ให้ได้เห็น

            กระนั้น ที่น่าตะลึงยิ่งกว่าคือผู้ต่อกรกับหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งอยู่นั้นคืออิสตรีผู้หนึ่งหนำซ้ำยังเป็นอิสตรีงดงามสาวสะพรั่งอีกด้วย

            เขาเห็นนางสวมอาภรณ์เครื่องประดับหรูหรา รวบเรือนผมยาวไว้สูงแผ่ราศีความสุภาพเลิศหรูออกมาเต็มที่

            เครื่องหน้างามลออไร้ตำหนิ คิ้วโก่งแก้มแดงระเรื่อ ผิวพรรณขาวผุดผาดช่างงดงามและสูงส่งเหลือเกิน

            ขณะเดียวกันกับที่ฉู่เหินพิศวงในความเลอโฉมที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคืออ่อนวัยนักแต่กลับมีกำลังภายในแกร่งกล้าระดับนี้ได้อาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์แอบซ่อนมังกรพยัคฆ์ไว้เสียจริง ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มากนัก

            อิสตรีกำกระบี่เล่มหนึ่งไว้ในมือ กระบี่รูปลักษณ์พิเศษส่วนที่ด้ามกระบี่กับตัวกระบี่เชื่อมต่อกันปรากฏลายก้นหอย

            ปลายกระบี่คมเรืองแสงเงินสุกสกาว มองปราดเดียวก็รู้ว่าเหนือสามัญ

            ...

            “บรู๋ว!”

            เสียงหอนยาวของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งสะท้านทั่วสารทิศผังแผ่เดชานุภาพแห่งราชาเหนือสรรพสัตว์

            อิสตรีสุขุมเยือกเย็นแม้ต้องรับมือการบุกโจมตีอันรวดเร็วรุนแรงของหมาป่ามารดวงหน้างามเลิศไร้ซึ่งแววหวั่นเกรงใด

            เคร้ง!

            กระบี่กับกรงเล็บปะทะกันพลังของหมาป่าเดือนน้ำแข็งถือไพ่เหนือกว่าหลายส่วน มันกระพือปีกด้านหลังกระแสอากาศปั่นป่วนอลหม่านวาโยและอสนีบาตเคลื่อนไหว ก่อเป็นพลังอำนาจน่าเกรงขามครั้งมโหฬารบดขยี้ลงมา

            ยามถอยร่นอีกครั้ง ดวงตานารีเยาว์วัยเกิดวงคลื่นอ่อนโยนเพียงจางๆนางกระชับฝ่ามือ กระบี่คมกริบปลดปล่อยแสงสีเงินในพริบตา

            กึงๆ

            คลื่นพลังงานคะนองไม่หยุดนิ่งปลดปล่อยจากตัวกระบี่แสงเงินแพรวพราวราวคว้าแก่นแสงจากจันทร์สุกสกาวมาครอง หักข้อมือขาวขึ้นเล็กน้อยเงื้อมือฟาดฟันกระบี่ไปยังหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง

            ฟิ้ว!

            ในบัดดล แสงกระบี่สีเงินนับร้อยก็แหวกผ่าอากาศธาตุ เงากระบี่แกร่งกร้าวไร้ใดเทียบประหนึ่งแสงเทพบรรพกาลพันยุค นำอานุภาพกลืนกินสิ้นทุกสิ่งกวาดล้างออกไป

            ชั่ววินาที ฟ้าดินดูราวจะอ่อนสี

            บรู๋ว

            ขณะเดียวกันนั้น สองตาของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเรืองแสงดุร้าย อ้าปากยักษ์ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวคมกริบแหงนหน้าสู่ฟ้าหอนจันทรา

            เปลวปราณโหมกระพือน่าสะพรึงพุ่งออกมาจากร่างพลังวิญญาณฟ้าดินรวมตัวที่ปากของมันอย่างเร็วรี่วังวนปราณสีขาวโอฬารรวมตัวเป็นวังวนก้นหอยชั่วพริบตาก็กลายเป็นก้อนพลังงานสูงกว่าสิบเมตร

            ตูม!

            หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งอ้าปากพ่นก้อนพลังงานนั้นออกไปก้อนพลังรังสีพลานุภาพมโหฬารประหนึ่งอุกกาบาตจากนอกโลกโจมตีใส่เงากระบี่สีเงินนั้นเต็มเปา

            ตูมตาม

            พลังทำลายล้างพลันปะทุ น่านฟ้าแปรปรวนอลหม่าน

     

             ………………………..