หลังเสียเวลาไประยะหนึ่ง ฉู่เหินก็ได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาอย่างราบรื่น
ขั้นตอนที่ได้มาเหนือกว่าจินตนาการไว้นักกระทั่งฉู่เหินเองยังไม่คิดเลยว่าจะได้มาง่ายดายปานนี้
แน่นอนว่าก็มีแต่ฉู่เหินเท่านั้นที่กล้า ‘สอดมือ’ เข้าไปยุ่งด้วยได้ หากเป็นคนตบะระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าคนอื่นน่ากลัวว่าคงไม่กล้าบ้าบิ่นเท่าเขา
เห็นได้จากหอกเดียวปลิดวิญญาณโจรหัวโล้นนั่น หมดจดฉับไวแม้จะเอ่ยได้ว่ารายแรกกำลังหนีถึงได้จิตใจปั่นป่วน แต่อย่างไรก็ระดับพลังที่เปิดชีพจรขั้นสองหอกนั้นหากช้าไปแม้เพียงครึ่งเดียวก็ไม่อาจสังหารได้ในการจู่โจมเดียวเป็นแน่แท้แต่ฉู่เหินกลับแทงหอกเงามืดเข้าคอหอยอีกฝ่ายอย่างไร้ลังเล
และกลยุทธ์ ‘ตั๊กแตนทองลอกคราบ’ หลังจากนั้นก็ยิ่งทำให้ผู้ไล่ล่าเขามาถอนใจตะลึง
ด้วยเหตุนั้น ฉู่เหินถึงได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตนี้มาครองอาศัยว่ามีลูกบ้าและจอมวางแผนกว่าคนอื่นเขา
แต่ว่าฉู่เหินผู้เพิ่งมาเทือกเขาไร้กระดูกเป็นคราแรกก็พบเข้ากับปัญหาหนึ่ง
“มาผิดทางอีกแล้วหรือเปล่านี่?”
เห็นพงไพรทะมึนทึบลึกล้ำไร้ก้นบึ้งตรงหน้าแล้ว ฉู่เหินก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
เขาวนอยู่ในป่าใหญ่นี่มาเป็นวันแล้วค้นพบอย่างจนใจว่าตนไม่รู้เหนือรู้ใต้เลย ผนวกกับป่ามีหมอกควันทุกรูปแบบเต็มไปหมดสุดท้ายแล้ว ฉู่เหินก็แยกทิศแยกทางไม่ออกในที่สุด
“เห็นทีข้าคงไม่ได้โชคดีเช่นที่คิด”
ฉู่เหินแบกหอกเงามืดไว้บนหลัง จับสังเกตความเคลื่อนไหวโดยรอบหว่างคิ้วมีแววระแวดระวัง
สภาพแวดล้อมรอบด้านแตกต่างจากรอบนอกไม่มากก็น้อยที่แห่งนี้เงียบสงัดอย่างยิ่ง ต้นไม้หรือก็สูงใหญ่กว่าภายนอกนักหนาทอดสายตามองไปไม่อาจเห็นกระทั่งสัตว์ปีกเล็กๆ ธรรมดาทั่วไปโผบิน
สภาพเช่นนี้ย่อมหมายความว่ามีสัตว์ปีศาจที่ค่อนข้างแกร่งกล้าอาศัยอยู่ที่นี่
“ต้องรีบไปจากที่นี่โดยเร็ว”
ฉู่เหินใคร่ครวญลับๆ แต่ทางกลับคือทางใดนี่สิยาก
ทันใดนั้น มองลอดผ่านช่องว่างแห่งแมกไม้เบื้องหน้าจะเห็นภูเขาลูกใหญ่ปรากฏแก่สายตาฉู่เหินเลิกคิ้วขึ้น เขาคิดว่าตนน่าจะปีนขึ้นไปบนยอดเพื่อตรวจดูโดยรอบได้
ในเมื่อยิ่งสูงเท่าใดยิ่งมองได้ไกลเท่านั้น ในเมื่อหาทางออกไม่เจออย่างน้อยก็ควรยืนยันตำแหน่งที่เป้าหมายอยู่ให้ได้
ฉู่เหินจึงมุ่งหน้าไปด้วยความเร็ว
ด้วยว่าคนยิ่งอยู่สูงยิ่งง่ายจะถูกเห็นตัว
เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้สัตว์ปีศาจจู่โจมหรือคนที่ไล่ล่ามาทั้งสามหาตัวเจอฉู่เหินจึงปีนขึ้นไปบนยอดเขาอย่างระมัดระวังอย่างยิ่ง พยายามเร้นกายไปตามพุ่มไม้และพฤกษพันธุ์ต่างๆ
ใช้เวลาไม่น้อยกว่าฉู่เหินจะมาถึงยอดเขา
ไม่ทันได้ตรวจดูตำแหน่งจุดหมายปลายทางของเขาความเคลื่อนไหวของพลังอันรุนแรงไร้ใดเปรียบก็จู่โจมเข้ามา กระแสอากาศสับสนอลหม่านแม้แต่พื้นดินก็ยังสั่นไหว
บรู๋ว
เสียงหมาป่าหอนอันกังวานก้องไกลดังสะท้านฟ้า
เมื่อยินเสียงหมาป่าหอนนี้สัตว์ปีศาจหน้าไหนในระยะหลายพันตารางเมตรย่อมจะหมอบราบคาบแก้ว ฝูงสัตว์ปีกแตกฮือ
ฉู่เหินตกใจเป็นอันมาก เขารีบหมอบลงกับพื้น มือขวากำหอกเงามืดแน่นสีหน้าหนักอึ้ง ความหวาดกลัวไร้ตัวตนเหมือนน้ำหลากท่วมร่าง เสียวสันหลังวาบ
แย่แล้ว!
ถูกสัตว์ปีศาจเจอตัวเข้าแล้ว!
ตูม ตึง
ไม่ทันให้ฉู่เหินได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร อานุภาพของพลังงานที่กระทบกระทั่งรุนแรงยิ่งกว่าก็ระเบิดขึ้นบนน่านฟ้า
ฉู่เหินขมวดคิ้วมุ่น ช้อนตามองขึ้นไป
เห็นหุบเขาแห่งหนึ่งตรงหน้าขุนเขาใหญ่ หุบเขากักเก็บน้ำจนกลายเป็นทะเลสาบ
และเขตน่านฟ้าเหนือทะเลสาบนั้นกำลังบรรเลงการต่อสู้อันดุเดือด
ผู้ร่วมศึกนั้นกลับเป็นหนึ่งมนุษย์ หนึ่งสัตว์ปีศาจฉู่เหินเห็นสภาพการณ์เหนือทะเลสาบได้ชัดเจนจากตรงที่อยู่เห็นสัตว์ปีศาจนั้นรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนหมาป่า ร่างกายกว้างสิบกว่าเมตรไม่ได้ใหญ่โตเป็นพิเศษ แต่กายเนื้อขาวสะอาดราวกับหิมะ ไร้ซึ่งราคี ตำแหน่งตรงกลางหน้าผากมีลวดลายสีฟ้ากลุ่มหนึ่ง
ลวดลายนั้นเป็นรูปปุยหิมะ ทั้งวิเศษและลึกลับ
คอของหมาป่าขาวยังมีหนามแหลมคม แผ่นหลังมีปีกขนนกขาวสะอ้านไม่แพ้กัน
“หมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง?”
ฉู่เหินหน้าเปลี่ยนสีอีกครั้ง แววตาที่มองหมาป่าขาวเต็มไปด้วยความระแวงและหนักอึ้ง
ฉู่เหินผู้เติบใหญ่ในจวนแม่ทัพรู้เรื่องสัตว์ปีศาจมาไม่น้อยเขามองปราดเดียวก็รู้ว่าหมาป่าขาวเบื้องหน้านี้คือหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งแต่กระนั้น ที่ฉู่เหินตระหนกนักคือหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเป็นราชาสัตว์ตนหนึ่งพลังของมันเทียบเท่าผู้แข็งแกร่ง ‘ระดับเบิกอากาศธาตุ’
อาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์นี้มาตรแม้นมีกำลังภายในระดับ ‘สร้างเมล็ดพันธุ์’ ก็นับได้ว่าเป็นยอดฝีมือแล้วแต่ผู้แข็งแกร่งพลังระดับผ่าอากาศธาตุนั้นน้อยชนิดที่ยกนิ้วนับได้ มิหนำซ้ำยังเป็นบุคคลยิ่งใหญ่นามกระเดื่องทุกคนไป
...
ฉู่เหินคิดไม่ถึงเลยว่าที่นี่จะมีการต่อกรสัประยุทธ์ระดับนี้ให้ได้เห็น
กระนั้น ที่น่าตะลึงยิ่งกว่าคือผู้ต่อกรกับหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งอยู่นั้นคืออิสตรีผู้หนึ่งหนำซ้ำยังเป็นอิสตรีงดงามสาวสะพรั่งอีกด้วย
เขาเห็นนางสวมอาภรณ์เครื่องประดับหรูหรา รวบเรือนผมยาวไว้สูงแผ่ราศีความสุภาพเลิศหรูออกมาเต็มที่
เครื่องหน้างามลออไร้ตำหนิ คิ้วโก่งแก้มแดงระเรื่อ ผิวพรรณขาวผุดผาดช่างงดงามและสูงส่งเหลือเกิน
ขณะเดียวกันกับที่ฉู่เหินพิศวงในความเลอโฉมที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคืออ่อนวัยนักแต่กลับมีกำลังภายในแกร่งกล้าระดับนี้ได้อาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์แอบซ่อนมังกรพยัคฆ์ไว้เสียจริง ซับซ้อนกว่าที่คิดไว้มากนัก
อิสตรีกำกระบี่เล่มหนึ่งไว้ในมือ กระบี่รูปลักษณ์พิเศษส่วนที่ด้ามกระบี่กับตัวกระบี่เชื่อมต่อกันปรากฏลายก้นหอย
ปลายกระบี่คมเรืองแสงเงินสุกสกาว มองปราดเดียวก็รู้ว่าเหนือสามัญ
...
“บรู๋ว!”
เสียงหอนยาวของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งสะท้านทั่วสารทิศผังแผ่เดชานุภาพแห่งราชาเหนือสรรพสัตว์
อิสตรีสุขุมเยือกเย็นแม้ต้องรับมือการบุกโจมตีอันรวดเร็วรุนแรงของหมาป่ามารดวงหน้างามเลิศไร้ซึ่งแววหวั่นเกรงใด
เคร้ง!
กระบี่กับกรงเล็บปะทะกันพลังของหมาป่าเดือนน้ำแข็งถือไพ่เหนือกว่าหลายส่วน มันกระพือปีกด้านหลังกระแสอากาศปั่นป่วนอลหม่านวาโยและอสนีบาตเคลื่อนไหว ก่อเป็นพลังอำนาจน่าเกรงขามครั้งมโหฬารบดขยี้ลงมา
ยามถอยร่นอีกครั้ง ดวงตานารีเยาว์วัยเกิดวงคลื่นอ่อนโยนเพียงจางๆนางกระชับฝ่ามือ กระบี่คมกริบปลดปล่อยแสงสีเงินในพริบตา
กึงๆ
คลื่นพลังงานคะนองไม่หยุดนิ่งปลดปล่อยจากตัวกระบี่แสงเงินแพรวพราวราวคว้าแก่นแสงจากจันทร์สุกสกาวมาครอง หักข้อมือขาวขึ้นเล็กน้อยเงื้อมือฟาดฟันกระบี่ไปยังหมาป่ามารเดือนน้ำแข็ง
ฟิ้ว!
ในบัดดล แสงกระบี่สีเงินนับร้อยก็แหวกผ่าอากาศธาตุ เงากระบี่แกร่งกร้าวไร้ใดเทียบประหนึ่งแสงเทพบรรพกาลพันยุค นำอานุภาพกลืนกินสิ้นทุกสิ่งกวาดล้างออกไป
ชั่ววินาที ฟ้าดินดูราวจะอ่อนสี
บรู๋ว
ขณะเดียวกันนั้น สองตาของหมาป่ามารเดือนน้ำแข็งเรืองแสงดุร้าย อ้าปากยักษ์ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวคมกริบแหงนหน้าสู่ฟ้าหอนจันทรา
เปลวปราณโหมกระพือน่าสะพรึงพุ่งออกมาจากร่างพลังวิญญาณฟ้าดินรวมตัวที่ปากของมันอย่างเร็วรี่วังวนปราณสีขาวโอฬารรวมตัวเป็นวังวนก้นหอยชั่วพริบตาก็กลายเป็นก้อนพลังงานสูงกว่าสิบเมตร
ตูม!
หมาป่ามารเดือนน้ำแข็งอ้าปากพ่นก้อนพลังงานนั้นออกไปก้อนพลังรังสีพลานุภาพมโหฬารประหนึ่งอุกกาบาตจากนอกโลกโจมตีใส่เงากระบี่สีเงินนั้นเต็มเปา
ตูมตาม
พลังทำลายล้างพลันปะทุ น่านฟ้าแปรปรวนอลหม่าน
………………………..