(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 56 เรียนเชิญมื้อเที่ยง

    ตอนที่ 56 เรียนเชิญมื้อเที่ยง



    เมื่อคิดได้ดังนั้น มาร์คัสก็รีบเดินกะโผลกกะเผลก ขึ้นไปยังชั้นบน ที่ตอนนี้เป็นห้องนอนของไลท์

    ทั้งหมดก็เพื่อ ค้นหาวัตถุดิบและซอสที่ไลท์เคยนำมาใช้ปรุงอาหารนั่นเอง



    มาร์คัสเชื่อว่า น้ำซอสของไลท์ต้องเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ทำให้อาหารนั้นมีรสชาติที่อร่อยขึ้น และในเมื่อรู้เช่นนี้

    มันก็คิดที่จะขโมยของพวกนี้ เพื่อนำไปปรับปรุงร้านใหม่ของตัวเอง มาร์คัสไม่สนใจหรอกว่าการกระทำของมันจะเป็นการขโมย

    เนื่องด้วยร้านอาหารแห่งนี้คือร้านอาหารของมันที่ถูกต้องตามกฎหมายอาณาจักรลูนาเทีย ฉะนั้นอะไรที่อยู่ภายในร้านอาหารแห่งนี้ ก็คือของของ มัน นั่นเอง



    มาร์คัสเปิดประตูห้องนองของไลท์ที่ครั้งหนึ่งห้องนี้ก็เคยเป็นห้องของตัวเองมาก่อน ภาพแขวน ตัวอักษรสลักที่เขียนถ้อยคำบรรยายถึงความรักที่มีต่อยูริ ยังคงสลักอยู่ในแผ่นไม้ภายในห้อง

    ทั้งหมดนี้ ยังคงวางอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง...มาร์คัสพยายามมองซ้ายขวา สำรวจถึงสิ่งของในห้องอย่างรวดเร็ว แต่ก็พบว่า มันไม่มีสิ่งใดเลย...ไม่มีแม้แต่ซอสสักขวดเดียว



    “เป็นไปไม่ได้ หมอนั้นไม่น่าจะมีแหวนเก็บของราคาแพงแบบนั้น...ถ้าอย่างนั้นแล้ว มันเอาซอสและเครื่องปรุงต่างๆ มาจากไหนกัน?”



    มาร์คัสพยายามขบคิด มันยอมแม้กระทั่ง รื้อข้าวของภายในห้องจนกระจัดกระจาย ซึ่งสุดท้ายมาร์คัสก็ต้องคว้าน้ำเหลว มันเตรียมที่จะกลับลงมาด้วยความผิดหวัง


    แต่แล้วในระหว่างที่มาร์คัสจะหันหลังกลับนั่นเอง...มาร์คัสก็เหลือบไปเห็นหลอดแก้วเปล่าๆ เล็ก ที่มีรูปร่างสวยงาม นอนวางอยู่กับพื้น



    ‘นี้มันอะไร?’


    มาร์คัสหยิบขึ้นมาดู ก่อนที่จมูกของมันจะได้กลิ่นหอม ลอยออกมาจากหลอดน้ำยา ที่ภายในของมันยังพอจะมีหยดน้ำยาจำนวน 2-3หยด เหลือติดอยู่ก้นหลอด



    ใช่แล้ว...ขวดน้ำยาที่มาร์คัสค้นพบคือหลอดน้ำยาโชคดีที่ไลท์ได้ดื่มกินไปจนหมดแล้วนั่นเอง เพียงแต่ว่าไลท์นั้นได้ลืมทิ้งมันไป จนสุดท้ายเจ้าโปริ่งได้นำขวดนี้มาเล่น ก่อนจะตกอยู่ในห้อง จนถูกมาร์คัสหยิบฉวยเอาไปอย่างที่ได้เห็น



    “มาร์คัส แกขึ้นไปด้านบนทำไม ลืมของอะไรอย่างนั้นเหรอ?!” เสียงของคุณตาเกลได้ตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง



    มาร์คัสที่สวมบทบาทเป็นขโมยรีบฉวยเอาหลอดน้ำยาโชคดี เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ พลางรีบมุดหน้ากลับลงมา


    มาร์คัสเดินผ่านพ่อกับแม่ไปโดยที่ไม่หันมามอง ทำเหมือนพวกท่านเป็นอากาศธาตุ



    ก่อนที่มาร์คัสจะรีบมุดหน้าเข้าไปบนรถม้าเพื่อเตรียมออกเดินทางไปยังหมู่บ้านดาราฉายและเตรียมตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่และร้านอาหารแห่งใหม่ของมัน



    “เป็นยังไงบ้าง หยิบอะไรมาได้ไหม?” ทันทีที่สองผัวเมียและมาร์วิน กลับขึ้นไปในรถม้า ยูริก็ได้ถามกับมาร์คัสด้วยความคาดหวัง

    “ไอ้หมอนั้นไม่ได้เก็บเครื่องปรุงไว้ในห้องหรือห้องครัวแบบที่ฉันคิด จะมีก็แต่ไอ้นี่อย่างเดียวที่ฉันคว้ามาได้” มาร์คัสหยิบขวดแก้วใสๆ ออกมาให้ยูริได้ดู



    “กับอีแค่ขวดแก้ว?!” ยูริดูแคลนทันทีที่เห็น แต่กลิ่นหอมจากขวดแก้วในมือ ก็พลันส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วรถม้า “กลิ่นหอมจังเลย หรือว่าเจ้าสิ่งนี้คือเคล็ดลับการทำอาหารของไลท์”



    ยูริที่ได้กลิ่นหอม ถลึงตามองด้วยความตกตะลึง พร้อมกับมองไปที่มาร์คัส

    “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่เหลืออยู่เพียง 2-3 หยด เท่านั้นเอง” มาร์คัสแสดงสีหน้าเสียดายออกมาอย่างเห็นได้ชัด



    เพราะร้านอาหารแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิดของมาร์คัส โดยเมนูที่มันจะชูเป็นเมนูประจำร้าน นั้นก็คือ...ข้าวไข่เจียว ข้าวไข่เจียวหมูสับและข้าวผัด! นั่นเอง



    ‘ไอ้โง่ไลท์ โดนฉันขโมยสูตรอาหาไปรแล้ว ยังโง่ไม่รู้ตัวอีก ฮ่าฮ่า’



    มาร์คัสตั้งใจเอาไว้แล้ว ว่าร้านอาหารแห่งใหม่ที่จะเปิดในหมู่บ้านดาราฉายของตนเอง จะมีเมนูทั้งสามนี้เป็น เมนูเด่นของทางร้าน



    มาร์คัสเชื่อว่าให้เวลามันได้เรียนรู้และทำให้คล่องมือมากกว่านี้อีกสักหน่อย มันเชื่อว่าข้าวไข่เจียวที่มันได้ขโมยสูตรมาจากไลท์ จะต้องอร่อยและออกมาใกล้เคียงกับต้นฉบับแน่ๆ และเมื่อนั้นมาร์คัสเชื่อว่า ผู้คนในหมู่บ้านดาราฉายจะต้องแห่กันมากินที่ร้านของมันอย่างแน่นอน



    ส่วนร้านอาหารสามเวลาที่ไลท์ทำนะเหรอ? ใครจะยอมเดินทางไปที่ห่างไกลแบบนั้นกันล่ะ?



    “พ่อครับดูสิ มีนักผจญภัยเต็มไปหมดเลย”


    มาร์วินร้องเรียกมาร์คัส ผู้เป็นพ่อ ด้วยความตื่นเต้น เนื่องด้วยตามสองข้างทางที่เป็นถนนสายเดียวที่ทอดยาวระหว่างหมู่บ้านและเขตพื้นที่ป่าดาราฉายในตอนนี้ มีนักผจญภัยมากกว่าร้อยชีวิต กำลังเดินตรงมาทางนี้


    “นักผจญภัยพวกนี้ มาทำอะไรที่ป่ากันเยอะแยะ? คนเดินม้าพอจะรู้บ้างไหม” มาร์คัสเอ่ยถามกับสารถีที่เป็นคนบังคับม้าด้วยความสงสัย

    “อ้อ ฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ คือเมื่อวานก่อนมีข่าวลือเกิดขึ้นที่หมู่บ้าน โดยมีการบอกเล่ากันมาว่า ภายในป่าดาราฉายมีสัตว์อสูรหายากอาศัยอยู่ที่นั่น เหล่านักผจญภัยจึงเดินทางกันมาที่นี่เพื่อล่าอสูรกันละมั้ง” คนบังคับม้าบอกเล่าเรื่องราวที่ได้ยินมาให้กับมาร์คัสได้ฟัง



    ทางด้านมาร์คัสที่เคยได้ยินเรื่องเล่าถึงสัตว์อสูรจากร็อค จนตัวมันเองก็ได้ติดตามเข้าไปในป่าจนเกิดเรื่อง ก็พลันกระจ่างแจ้ง



    ‘ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้เองสินะ’ มาร์คัสหัวเราะออกมาด้วยสีหน้าที่ลำพองใจ



    “ที่รัก เอาไว้เราขนย้ายของกันเสร็จ ก็รีบเปิดร้านกันเลยดีไหม...ช่วงนี้มีนักผจญภัยเดินทางกันมาที่นี่เยอะ พวกเราควรคว้าโอกาสนี้เอาไว้” มาร์คัสแสดงออกถึงความมุ่งมั่น

    “ถ้าคุณต้องการแบบนั้นก็ตามใจ แต่ฉันขอไม่ช่วยนะ แค่พยุงคุณเดินไปไหนมาไหนก็เหนื่อยแล้ว” ยูริออกตัวในทันทีว่าขี้เกียจ ก่อนจะหยิบยื่นเนื้อเสียบไม้ที่ได้ซื้อกับไลท์ไปก่อนหน้านี้มาทดลองชิม



    มาร์คัสหน้าเสียไปเล็กน้อยที่ได้ยินคำพูดของเมียสุดที่รัก แต่กระนั้นแม้ขาของมันจะยังไม่หายดีและเดินเหินได้ไม่สะดวก

    แต่ถ้าพลาดโอกาสทองเช่นนี้ไป คงน่าเสียดายแย่ ฉะนั้นแล้วต่อให้ลำบากสักแค่ไหน มาร์คัสก็ต้องทำให้ได้


    มิเช่นนั้น ขืนนักผจญภัยที่ออกล่าสัตว์อสูร สังหารอสูรลงได้แล้ว เวลานั้นนักผจญภัยคงน้อยลงกว่านี้ไม่มากก็น้อย


    นี้คือโอกาสที่แม้แต่มาร์คัสก็ยังรู้...ไฉนเลยที่ตัวต้นเรื่องอย่างไลท์ ที่เป็นคนสร้างข่าวลือจะปล่อยผ่านไปเฉยๆ ดั่งเช่นที่เขา ยังมีเนื้อเสียบไม้ที่ถูกแมทซื้อเหมาไปจนหมดร้านในรอบแรกและเปิดขายรอบพิเศษในเวลาต่อมา



    ไลท์ไม่ใช่พ่อครัวที่ไม่รู้จักเตรียมตัว ตั้งแต่วันที่เขาเข้าครัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทะลุมิติมา สิ่งแรกที่ไลท์ทำคือการตรวจดูวัตถุดิบอาหาร พร้อมกับนำสิ่งที่มีอยู่มคัดสรรให้พอเหมาะพอดี



    ส่วนการขายหมูปิ้งในช่วงเช้า แม้จะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกินขึ้นบ้าง แต่โชคยังดีที่ไลท์ได้สำรองเนื้อหมัก ที่คิดจะเอาไว้ขายสำหรับมื้ออาหารตอนกลางวันและเย็นเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว


    ไลท์จึงได้นำเนื้อสัตว์สำหรับมื้อกลางวันและเย็นมาใช้ไปก่อน ส่วนเวลาที่เว้นช่วงจากการขายในรอบเช้า

    เขาจะขอติดตามคุณตาเกลไปยังตลาดในหมู่บ้านดาราฉายเพื่อจัดซื้อมาเติมอีกที



    แต่ก่อนหน้าที่จะไปคิดถึงตอนนั้น...ไลท์ต้องผ่านคลื่นนักผจญภัยกว่าร้อยชีวิต ในช่วงเช้านี้ไปให้ได้เสียก่อน



    “หมูปิ้ง ไก่ปิ้งและเนื้อปิ้ง 4 ไม้ต่อ 1 เหรียญทอง...กำลังร้อนๆ เลยครับ” ไลท์กำลังพูดเชิญชวนให้นักผจญภัยที่พึ่งจะมาถึง แวะเวียนมากินเนื้อเสียบไม้ของเขา


    ส่วนทางด้านฝั่งของมาร์คัส ที่เพิ่งจะได้กินเนื้อเสียบไม้ของไลท์ที่ภรรยาได้หยิบยื่นส่งให้ มาร์คัสก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ “ยูริเนื้อเสียบไม้พวกนี้อร่อยมาก!” เพียงแค่กัดไปคำเดียว ความหอมจากเนื้อปิ้งพวกนี้ ก็ทำเอามาร์คัสถลึงตามองจนแทบถลน



    “จริงด้วย” ยูริที่มักจะไม่ชอบกินเนื้อสัตว์เพราะต้องดูแลหุ่น ก็ยังอดใจไม่ไหว เธอกินเนื้อเสียบไม้ในมืออย่างรวดเร็ว พร้อมกับหยิบไม้ที่สอง ที่สาม จนมาร์วินผู้เป็นลูกชายที่มีนิสัยตะกละก็ยังกินตามเธอไม่ทัน

    “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้ไลท์ มันทำให้เนื้อปิ้ง อร่อยได้มากขนาดนี้?” มาร์คัสพูดออกมา ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความอิจฉา

    แต่ถึงแม้ความอิจฉาของมาร์คัสที่มีต่อไลท์จะรุนแรงมากสักแค่ไหน...ก็ไม่เท่ากับความหน้าด้านหน้าทน ที่มาร์คัสคิดจะนำเมนู เนื้อเสียบไม้ เข้าเป็นอีกหนึ่งเมนูประจำร้านใหม่ในหมู่บ้านดาราฉาย



    มาร์คัส กอดหลอดน้ำยาโชคดีที่เหลือก้นขวดด้วยความหวงแหน โดยที่ไม่รู้เลยว่า ผลของน้ำยาโชคดีที่เหลือก้นขวดนั้น นอกจากมันจะไม่ส่งผลโชคดีให้กับมาร์คัสอีกต่อไปแล้ว มันยังเป็นเหมือนระเบิดเวลา ที่อยู่ขั้วตรงข้ามกับความโชคดี ซึ่งก็นั้นก็คือความโชคร้าย



    “พ่อหนุ่มฉันขอ 8 ไม้” “ไลท์ จำฉันได้ไหม...เมื่อครู่ ฉันพึ่งจะซื้อกับคุณไป 4 ไม้ ตอนนี้ฉันขอเพิ่มเป็น 8 ไม้ ช่วยลัดคิวให้ฉันหน่อยเถอะนะ”



    เกิดความชุลมุนที่หน้าร้านอาหารสามเวลาขึ้นอีกครั้ง ด้วยคลื่นนักผจญภัยที่ตอนนี้มีมากกว่าหลายร้อยคน



    ผนวกกับการที่กลุ่มนักผจญภัยจำพวกแรกอย่างคาห์นและแมท ต่างก็ยังไม่มีกลุ่มใดสักกลุ่มเดียวที่เข้าไปในป่ากันเลย ทำให้ในตอนนี้ลานกว้างหน้าร้านอาหารสามเวลานั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่ต่างก็ยืนกินเนื้อเสียบไม้กันอย่างเอร็ดอร่อย



    ‘คนพวกนั้นกำลังกินอะไรอยู่ ท่าทางน่ากินมากเลย พวกเราลองไปซื้อกินสักหน่อยไหม’


    นักผจญภัยที่มาใหม่ต่างก็ตกอยู่ในวงเวียนของเนื้อเสียบไม้ จวบจนกระทั่งถ้อยคำที่ทุกคนไม่อยากได้ยินที่สุด ก็ถูกลั่นวาจาออกมาจากปากของ พ่อครัวหนุ่มที่ชื่อว่าไลท์ ดังต่อไปนี้

    “เนื้อเสียบไม้หมดแล้วครับ ขอบคุณนักผจญภัยทุกท่านที่ช่วยอุดหนุน!” เพื่อให้ทุกคนได้ยินกันอย่างทั่วถึง ไลท์จึงจำเป็นต้องตะโกน



    ‘ไม่นะ ไม่จริงใช่ไหม...หมดแล้วจริงๆ เหรอ?’ ‘รู้แบบนี้ ฉันน่าจะมาตั้งแต่เช้า’ นักผจญภัยต่างร่ำร้อง พร้อมกับบ่นออกมาด้วยความเสียดาย



    ถึงอย่างนั้น ไลท์ ที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของคลื่นมวลชนก็ไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังกันนานนัก



    “ร้านอาหารสามเวลาในตอนเช้าขอปิดการขายแต่เพียงเท่านี้ หากนักผจญภัยท่านใดยังอยากลิ้มลองรสชาติอาหารที่แสนอร่อยนอกเหนือจากเนื้อเสียบไม้ ร้านอาหารของเรา ขอเรียนเชิญพวกท่านในมื้ออาหารเที่ยงและเย็น...ขอบคุณครับ” ไลท์โค้งคำนับ ก่อนจะเก็บถาดที่ว่างเปล่ากลับเข้าไปในร้าน



    ปล่อยให้บรรยากาศภายนอกร้านที่เต็มไปด้วยเหล่านักผจญภัยกว่าหลายร้อยชีวิต ยืนแข็งค้างกันด้วยความคาดหวัง



    ‘ถึงฉันจะยอมรับว่าเนื้อเสียบไม้นี้มันอร่อยมากๆ แต่จะให้ฉันละทิ้งการล่าสัตว์อสูรเพื่ออาหารที่ยกอ้างตัวเองว่าแสนอร่อยนะเหรอ...พ่อครัวหนุ่มคนนี้ช่างโอหังจริงๆ’ นักผจญภัยบางส่วนต่างหัวเราะเยาะกับคำพูดของไลท์

    แต่ก็มีผู้คนอีกบางส่วนที่ตั้งตารอมื้ออาหารต่อๆ ไป โดยไม่สนใจเรื่องของสัตว์อสูรอีก ซึ่งผู้คนกลุ่มที่ว่านั้นก็คือ กลุ่มของคาห์น ที่เคยกินสุกี้ฝีมือไลท์มาแล้วนั่นเอง



    “สัตว์อสูร พวกเราค่อยออกล่ากันวันพรุ่งนี้ดีไหม...ถึงอย่างไร วันนี้ก็มีคนออกล่ากันเยอะเกินไปแล้ว พวกเราพักอีกวันก็แล้วกัน” คาห์นที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเสนอแนะความคิดนี้ออกมา ในใจก็กลัวว่าผู้ติดตามคนอื่นๆ จะไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้



    แต่ทว่า “ท่านคาห์นพูดถูก พวกเราพักกันอีกสักวันเถอะ” กลุ่มของคาห์นกว่าสิบคน ทุกคนต่างไม่มีใครที่คิดจะคัดค้านกับความเห็นนี้กันเลยสักคนเดียว

    พวกเขาตกลงกันแล้วว่า มื้อเที่ยงและมื้อเย็น จะต้องฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารแห่งนี้ให้ได้ ฉะนั้นคาห์นจึงเดินตามเข้าไปในร้านเพื่อขอจองโต๊ะกับไลท์ อย่างสนิทสนม




    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy


    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดวันพุธ

    ประกาศ!! ทุกๆ วันพุธของทุกสัปดาห์ ไลท์จะขอพักลงนิยายนะครับ ให้เป็นวันพักผ่อนนะครับ

    (ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน