บทที่ 4 แย่งอาหารกับลูกของนางหรือ (รีไรต์)
“ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย ยิ่งไปกว่านั้น ลูกชายข้าเป็ผู้พบเจอ ก็น่าจะให้ข้าได้กินสิ...”
เสียงของสะใภ้รองค่อย ๆ เบาลง
ความจริงแล้ว นางตั้งใจต่างหาก ใครใช้ให้แม่เฒ่าฉินลำเอียงกันล่ะ เมื่อวานก่อนเก็บไข่นกได้ตั้งสองฟอง กลับให้แต่สวี่ซิ่วอิงกับเสี่ยวลิ่วกินหมด ไม่แบ่งให้นางเลยแม้แต่ฟองเดียว!
แม่เฒ่าฉินมองลูกชายคนรองซึ่งนั่งหน้าจ๋อยอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับหลานชายทั้งสองคน แล้วถอนหายใจอย่างจนใจ
“เ้ามีทางเลือกสองทาง ทางแรกคือ ขอโทษเสี่ยวลิ่ว เื่นี้ก็จะได้จบ ๆ กันไป ทางที่สองคือต่างคนต่างอยู่ เ้าเลือกเอา!”
ทันใดนั้น ฉินเยาเยาก็ชื่นชมแม่เฒ่าฉินในใจ นางคนนี้น่าโมโหก็จริง แต่เพื่อบุตรชายและหลานชาย แม่เฒ่าฉินก็ยังอุตส่าห์ให้โอกาสนาง
สะใภ้รองรู้สึกอับอายขายหน้าต่อสายตาพิฆาตของฉินไห่หลิน จึงพูดขอโทษฉินเสี่ยวลิ่วอย่างตะกุกตะกัก
ฉินเสี่ยวลิ่วรีบหลบไปอยู่ข้างหลังแม่เฒ่าฉินทันที แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เขาไม่ยอมรับคำขอโทษ
เด็กตัวแค่นี้ก็โกรธเป็นะ!
“ท่านแม่ สะใภ้สาม ซิ่วอิงฟื้นแล้ว”
ฉินไห่โจวร้องบอกด้วยความดีใจ
ได้ยินดังนั้น แม่เฒ่าฉินก็อุ้มฉินเยาเยา รีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที
สะใภ้สามอย่างสือไห่ถังกับเสี่ยวอู่และเสี่ยวลิ่วก็รีบตามเข้าไปติด ๆ ฉินไห่หลินกับฉินไห่ชิว รวมถึงฉินลิ่งอวี่ไม่สะดวกจะเข้าไป เลยได้แต่ยืนเงี่ยหูฟังเสียงความเคลื่อนไหวอยู่ด้านนอก เมินเฉยสะใภ้รองที่อยู่ข้างหลังโดยสิ้นเชิง
“สะใภ้สี่ รู้สึกยังไงบ้าง”
สวี่ซิ่วอิงส่งยิ้มอ่อนแรงให้แม่เฒ่าฉิน “ท่านแม่ ข้าไม่เป็ไรแล้วเ้าค่ะ”
“ท่านแม่ ท่านแม่ พวกเรามีน้องสาวแล้ว” ฉินลิ่งผิงร้องบอกด้วยความดีใจ
“จริงหรือ ขออุ้มหน่อยสิ” สวี่ซิ่วอิงมองเด็กน้อยในอ้อมแขนแม่เฒ่าฉินด้วยแววตาตื่นเต้น
แม่เฒ่าฉินค่อย ๆ ย่อตัวลงอย่างระมัดระวัง ยื่นฉินเยาเยาให้นาง “เ้าเพิ่งฟื้น ร่างกายยังอ่อนแอ รอให้แข็งแรงก่อน ค่อยอุ้มเ้าตัวเล็กก็ได้”
ฉินเยาเยารู้สึกได้ว่ามีมือหยาบกร้านลูบไล้ตัวเองเบา ๆ นั่นคือมือที่อ่อนโยนของแม่
นั่นคือมือที่ในชีวิตก่อนนางเฝ้าใฝ่ฝันมาตลอด เพียงชั่วขณะหนึ่ง ฉินเยาเยาอยากจะร้องไห้ และนางก็ทำเช่นนั้นจริง ๆ
ใครจะไปห้ามได้เล่า ในเมื่อตอนนี้นางเป็แค่เด็กทารก อยากร้องไห้ก็ร้องไห้ไปสิ!
แม่เฒ่าฉินเห็นน้ำตาเม็ดกลม ๆ ของฉินเยาเยาไหลรินลงมา ก็รู้สึกสงสารจับใจ รีบอุ้มขึ้นมาปลอบโยนไม่หยุด “โอ๋ ๆ ๆ แก้วตาดวงน้อย ๆ ของย่า เ้าเป็อะไรไป”
“ท่านแม่ เสี่ยวชีเป่าถ่ายหนักหรือเปล่าเ้าคะ” สะใภ้สามเอ่ยปากถามขึ้น
“ดูข้าสิ รีบร้อนจนลืมคิดไปเลย”
แม่เฒ่าฉินรีบคลายผ้าอ้อมออก พบว่าข้างในแห้งสะอาดดี จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “อย่างนั้นก็คงหิวแน่ ๆ”
เมื่อสะใภ้สามได้ยินดังนั้น จึงรีบเดินออกไปเตรียมอุ่นน้ำข้าวต้มที่เหลือให้ทารกน้อยกิน
แต่พอนางกลับออกมาดู ก็โมโหจนตัวสั่น “พี่สะใภ้รอง นี่มันอาหารของเสี่ยวชีเป่านะเ้าคะ ทำไมท่านถึงกินได้ลงคอ!”
“สะใภ้สี่ก็ยังป่วยอยู่ นี่เป็อาหารมื้อเดียวของเสี่ยวชีเป่า ท่านทำลงได้ยังไง!”
สะใภ้สามเห็นรอยข้าวต้มเปื้อนอยู่ที่มุมปากของสะใภ้รอง เห็นโถดินเผาที่ว่างเปล่าก็เข้าใจได้ทันที นางโกรธจนตาแดงก่ำ อยากจะควักท้องนาง แล้วควักน้ำข้าวต้มนั่นออกมา!
“สะใภ้สาม เ้าจะะโทำไม หากข้าเป็อะไรไป เ้าต้องรับผิดชอบ!” สะใภ้รองแคะหูด้วยนิ้วก้อย พูดอย่างไม่ใส่ใจ
“เ้าเด็กนั่นอิ่มแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วข้าวนี้ลูกชายข้าก็เป็ผู้หาเจอ มันควรจะเป็ของข้าสิ ให้นางกินคำหนึ่งก็ดีแค่ไหนแล้ว”
“เ้ามันไร้ยางอาย!”
“สือไห่ถัง เ้าว่าใครไร้ยางอาย ข้าวนี้ลูกชายข้าหามาได้ ข้าจะกิน”ทั้งสองเถียงกันไปมาเสียงแข็ง ส่วนสะใภ้รองไม่รู้สึกผิดเลยสักนิดที่กินอาหารของเสี่ยวชีเป่า
แต่พอเห็นแม่เฒ่าฉินเดินออกมาก็เงียบเสียงทันที แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่
แม่เฒ่าฉินอุ้มฉินเยาเยาเดินเข้ามา เห็นโถดินเผาว่างเปล่าก็เจ็บใจ จ้องสะใภ้รองเขม็ง “จะให้ข้าสอนเ้าอย่างไรดี ในฐานะที่เ้าเป็ป้า แทนที่จะดูแลหลาน แต่กลับผลักเสี่ยวลิ่วจนตกเขา แล้วยังมาแย่งข้าวหลานอีก เ้าไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือไร”
“ท่านแม่ แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีเ้าคะ” สะใภ้สามมองโถข้าว ถามแม่เฒ่าฉิน
โถใบนี้มันสะอาดเอี่ยมเช็ดล้างยังไงข้าวก็ไม่งอกออกมาแล้ว ชีเป่าจะทำอย่างไร
ฉินเยาเยากลอกดวงตากลมโตไปมาสองรอบ ก่อนจะแผดเสียงร้องไห้จ้าออกมา
“โอ๋ ๆ ๆ เ้าก้อนแป้งของย่า เ้าเป็อะไรไปหรือ”
แม่เฒ่าฉินอุ้มหลานสาวตัวน้อยเดินปลอบไปทั่ว “ไม่ร้อง ไม่ร้องนะ ร้องไห้แบบนี้ข้าใจสลายหมดแล้ว”
เสี่ยวอู่มองน้องสาวที่ร้องไห้จ้าด้วยความสงสาร ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างใสซื่อ “ท่านย่า น้องสาวหิวหรือ”
คำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อย ทำให้ทุกคนในที่นั้นเงียบกริบ
ฉินไห่หลินโกรธเดือดดาล เดินเข้าไปตบหน้าสะใภ้รองอย่างแรง
“นางแพศยา หน้าไม่อาย แม้แต่ของกินของเด็กยังขโมยกินอีก”
ลิ่งอวี่และลิ่งเฟิงต่างหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายกับการกระทำของผู้เป็แม่
ฉินเยาเยาเห็นดังนั้นจึงยิ่งแสร้งร้องไห้หนักขึ้น
“ลิ่งอวี่ ลิ่งเฟิงไปเดินเล่นกับข้าเถอะ”
“พวกเ้าก็อย่ามัวอู้งานกันอยู่เลย เหล่าเอ้อร์ เหล่าซานหาที่หลบลมใหม่แล้วไปกางกระโจมซะ คืนนี้ต้องค้างแรมที่นี่ เหล่าซานกับสะใภ้สามพาลูก ๆ ไปดูหน่อยว่ามีอะไร…กินได้บ้าง”
พูดจบ แม่เฒ่าฉินก็อุ้มฉินเยาเยาและพาหลานชายทั้งสองไปเดินเล่นแถวนั้น
ฉินเยาเยารู้ว่าทำไมแม่เฒ่าฉินถึงพาพี่ชายสองคนออกมาด้วย ลึก ๆ แล้วเด็กน้อยก็รู้สึกชื่นชมแม่เฒ่าฉินในใจ
ถึงแม้ว่าสะใภ้รองจะนิสัยไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่โชคดีที่เด็กชายทั้งสองเป็คนดี ไม่ได้นิสัยเหมือนมารดาของตน
เดินไปไม่ไกล แม่เฒ่าฉินก็เห็นอะไรบางอย่างกระพือปีกอยู่ในกองฟาง พอมองชัด ๆ ก็ใจนพูดตะกุกตะกัก
“กะ…ไก่…นั่นไก่นี่!”
ลิ่งอวี่มองตามแม่เฒ่าฉินไปทันที แล้วก็พุ่งตัวเข้าไป
ลิ่งเฟิงตอบสนองช้าไปหน่อย เห็นเพียงลิ่งอวี่จับไก่ได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็บิดคอไก่จนหักคามือ
เมื่อลองยกขึ้นมากะน้ำหนักดู ก็ยิ้มแก้มปริทันที
ไก่ตัวนี้น้ำหนักเกือบ ๆ แปดชั่งเชียว!
ฉินเยาเยาเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้า ร่างกายเล็ก ๆ สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
ไม่นึกเลยว่าพี่ใหญ่ที่ดูสุภาพเรียบร้อยจะโหดร้ายได้ขนาดนี้ ความหิวโหยทำให้คนเราเปลี่ยนไปเป็คนละคนได้จริง ๆ!
แม่เฒ่าฉินรู้สึกถึงแรงสั่นสะท้าน คิดว่าหลานสาวคงหิวมาก จึงลูบหลังปลอบเบา ๆ
“โอ๋ ๆ เด็กดี ย่ารู้ว่าเ้าหิว พี่ชายของเ้าจับไก่ตัวใหญ่มาก ๆ ได้ตัวหนึ่ง กลับไปย่าจะต้มไก่ให้แม่เ้ากิน พอกินต้มไก่แล้วแม่เ้าก็จะมีน้ำนม เ้าก็จะได้กินนมแม่ ไม่ต้องท้องร้องอีกแล้วละ”
“อือ…อ่า” ฉินเยาเยาอ้าปากพ่นน้ำลายเป็ฟองใส ๆ ออกมา
ไม่นานนัก ฉินลิ่งเฟิงที่อยู่ข้างกองฟางก็ะโขึ้นมาว่า “ท่านย่า! มีไข่! ข้าเก็บไข่ไก่ได้แล้ว!”
เขาวิ่งเอาไข่ไก่ที่อยู่ในกระโปรงมาหาแม่เฒ่าฉิน “ท่านย่า ดูสิ ไข่ไก่!”
แม่เฒ่าฉินเห็นเงาตะคุ่มที่อยู่ไกล ๆ ทยอยเดินเข้ามา จึงตีไปที่หัวหลานชายหนึ่งทีอย่างแรงและดุเสียงเบา ๆ ว่า “เด็กโง่! หุบปาก!”
ปีนี้เกิดทุพภิกขภัย แม้แต่ข้าวต้มสักชามยังหายาก ไข่ไก่เป็อาหารฟุ่มเฟือยที่ไม่มีทางหาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการขายลูกแลกข้าวที่เกิดขึ้นไม่น้อย
เด็กโง่นี่กำลังจะทำให้คนอื่นมาแย่ง
“ท่านแม่!”
“ลูก!”
ไม่ไกลนัก ทั้งครอบครัวก็ได้ยินเสียงะโของอวี่ พวกเขาวิ่งกรูกันเข้ามา
เมื่อเห็นไก่และไข่ไก่ในมือของสองพี่น้อง แววตาของทุกคนก็เต็มไปด้วยความยินดี แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็เห็นผู้คนค่อย ๆ ล้อมเข้ามา
ฉินไห่หลินรีบดึงลูกชายทั้งสองไว้ข้างหลัง
ฉินไห่ชิวและฉินไห่โจวปกป้องแม่เฒ่าฉินกับฉินเยาเยาไว้ข้างหลัง
ส่วนสะใภ้รองนั้น รีบคว้า...ไก่ในมือของฉินลิ่งอวี่ไป