เสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นหินชนวนหน้าประตูจวนเจิ้นกั๋วกงดังกึกก้องประดุจเสียงกลองรบ ธงประจำทัพสีโลหิตปลิวไสวต้านลมหนาวต้นเหมันต์ฤดู บ่าวไพร่สองข้างทางคุกเข่าหมอบลงจนหน้าผากแทบจรดพื้น ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองบุรุษบนหลังม้าสีนิล
หลี่เฉียนเจ๋อ แม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจทางการทหารกว่าครึ่งแว่นแคว้น รั้งบังเหียนม้าให้หยุดนิ่ง ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์เกราะสีดำทะมึน แผ่รังสีฆ่าฟันที่สั่งสมมาจากสมรภูมิ กลิ่นคาวเืจาง ๆ ยังคงอวลอยู่รอบกาย ชวนให้ผู้คนรอบข้างหายใจไม่ทั่วท้อง
เขาตวัดขาลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม โยนบังเหียนให้รองแม่ทัพที่ติดตามมาด้านหลัง ั์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวูเากวาดมองไปเบื้องหน้า ที่หน้าโถงใหญ่
ซุยซิงหราน ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนกั๋วกงยืนรออยู่พร้อมกับสตรีเรือนหลังที่แต่งกายประชันโฉมกันอย่างเต็มที่ สีสันฉูดฉาดของอาภรณ์ผ้าไหมและเครื่องประดับทองคำสะท้อนแสงตะวันจนแสบตา
"อาเจ๋อ… ลูกแม่...ในที่สุดเ้าก็กลับมาอย่างปลอดภัย" ซุยซิงหรานก้าวเข้าไปหาบุตรชาย ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา แววตารื้นน้ำตาคล้ายมารดาที่เฝ้ารอคอยบุตรชายด้วยความห่วงใยสุดหัวใจ
เสี้ยววินาทีที่มือของมารดาััท่อนแขนหุ้มเกราะ อาการปวดแปลบพลันแล่นปลาบเข้าสู่ขมับของแม่ทัพหนุ่มอย่างรุนแรง หลี่เฉียนเจ๋อชะงักกึก ลมหายใจสะดุด โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนไปชั่วขณะ เสียงอื้ออึงในหูขยายตัวกว้างขึ้น ก่อนที่ประโยคหนึ่งจะแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทอย่างแจ่มชัด
[คุมกองทัพแสนนายได้ แล้วยังไง? สุดท้ายก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งมารดาอย่างข้าอยู่ดี หากยืมมือเขากำจัดนังชั้นต่ำเหวินซินหลิงไปได้ อำนาจเบ็ดเสร็จและคลังสมบัติในจวนย่อมตกเป็ของข้าแต่เพียงผู้เดียว… ลูกโง่เอ๋ย จงเป็หมากให้ข้าใช้ต่อไปเถิด]
มือที่กำลังจะยกขึ้นประคองมารดาชะงักค้าง หลี่เฉียนเจ๋อหรี่ตาลง เส้นเืที่ขมับเต้นตุบ เขามองริมฝีปากของมารดาที่ปิดสนิท แต่น้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความโลภเมื่อครู่กลับดังก้องอยู่ในหัวเขา
หลี่เจียวเหอและหลี่เจียงอวี้ น้องสาวฝาแฝดรีบก้าวเข้ามายืนขนาบข้างมารดา
"พี่ใหญ่ เหนื่อยหรือไม่เ้าคะ พวกข้าเตรียมน้ำแกงโสมไว้บำรุงท่านแล้ว" หลี่เจียงอวี้เอ่ยเสียงหวาน แววตาใสซื่อบริสุทธิ์
[กลับมาเสียที ของฝากจากเมืองชายแดนต้องมีเครื่องประดับล้ำค่าแน่ ข้าต้องประจบให้มากหน่อย จะได้เอาไปอวดพวกคุณหนูตระกูลอื่นให้หน้าหงายไปเลย!]
หลี่เจียวเหอเสริมขึ้นทันที "ใช่เ้าค่ะ พวกเราเตรียมน้ำแกงโสมไว้ให้ท่านแล้ว ท่านพี่ไม่อยู่ จวนนี้เงียบเหงายิ่งนัก พวกข้าคิดถึงท่านพี่ทุกวันเลย"
[ดีล่ะ! มีพี่ใหญ่คอยคุ้มหัว ข้าจะไปถล่มเรือนซอมซ่อของนังเหวินซินหลิงให้พังราบเป็หน้ากลองเลย โทษฐานที่กล้ามาจับข้อมือข้าเมื่อเช้า!]
เสียงกระแสความคิดของน้องรองอย่างหลี่เจียวเหอดังชัดเจนในโสตประสาทของหลี่เฉียนเจ๋อ
แล้วตอนนี้เองบรรดาอนุภรรยาก็พากันขยับเข้ามาใกล้ จ้าวฮุ่ยอิงบีบน้ำตาจนร่วงหล่นเผาะ แสร้งทำท่าทางบอบบางน่าทะนุถนอม
"ท่านกั๋วกง อนุภรรยาคิดถึงท่านเหลือเกินเ้าค่ะ"
[คืนนี้ต้องใช้มารยาแย่งเขามาที่เรือนให้ได้ อีกไม่นานนังเหวินซินหลิงก็จะตาย หากข้าตั้งครรภ์ก่อน ตำแหน่งฮูหยินเอกก็แค่ปลายเอื้อมมือ!]
เมิ่งหรูหยินผู้เป็อนุคนที่สองแย้มยิ้มเย้ายวน [ตราพยัคฆ์ทหารอยู่ที่ใดกันแน่ คืนนี้ข้าต้องหาทางมอมเหล้าเขา แล้วลอบค้นห้องหนังสืออีกครั้ง ฮ่องเต้เร่งรัดมาแล้ว]
ฟางหว่านเอ๋อร์ผู้เป็อนุคนที่สามยืนสงบเสงี่ยมก้มหน้า [ยาพิษสลายกระดูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว รอเพียงโอกาสเหมาะ...]
เสียงกระแสความคิดของทุกคนดังชัดในโสตประสาทของเขา เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็เช่นนี้ ทำไมเขาถึงได้ยินอะไรทำนองนี้ เป็ไปได้หรือไม่ว่า นี่คือคำสาปที่เขาเข่นฆ่าคนมานับหมื่นนับแสน
หลี่เฉียนเจ๋อยืนนิ่งนาน ั์ตาสีนิลลึกล้ำกวาดมองใบหน้าของสตรีรอบกายทีละคน พวกนางล้วนสวมหน้ากากแห่งความรักใคร่เทิดทูน
ทว่าสิ่งที่เขาได้ยินคือความเน่าเฟะ สันดานดิบ และความกระหายเืที่ซ่อนอยู่เื้ัรอยยิ้มจอมปลอมเ่าั้ นี่หรือคือครอบครัว? นี่หรือคือคนที่เขายอมแลกเืเนื้อปกป้อง?
ความหวาดระแวงที่ฝังลึกอยู่ในกมลสันดานของบุรุษธงแดงพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มเยือกเย็นที่มักปรากฏเวลาที่เขาเตรียมจะบั่นคอศัตรูในสนามรบ แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากสะบั้นงิ้วโรงใหญ่นี้ เสียงฝีเท้าเบาหวิวก็ดังขึ้นจากทางเดินหินด้านข้าง
สตรีสองนางเดินจูงมือกันก้าวเข้ามาในลานกว้าง เพราะเฉาจวงได้แจ้งไว้แล้วล่วงหน้า ว่าวันนี้ท่านแม่ทัพจะกลับมาถึงจวน แต่ถึงเฉาจวงไม่แจ้งข่าวอะไรเลย ฮูหยินเอกที่มาจากต่างโลกคนนี้ก็ย่อมรับรู้ได้เอง ว่าเขาจะมาถึงจวนวันไหนเวลาไหน
ท่ามกลางดงดอกไม้หลากสีสันที่แต่งกายประชันโฉม การปรากฏตัวของพวกนางคล้ายกับรอยด่างบนผืนผ้าไหม เหวินซินหลิง ฮูหยินเอกแห่งจวนเจิ้นกั๋วกง สวมอาภรณ์สีส้มอ่อนซีดจาง ที่ผ่านการซักจนเนื้อผ้าบางเฉียบ เส้นผมดำขลับรวบไว้ด้วยปิ่นไม้ธรรมดา ไร้ซึ่งเครื่องประดับมีค่าใด ๆ
ใบหน้าซูบผอมขาวซีดไร้สีเื แต่กลับมีท่วงท่าการเดินที่มั่นคงและหลังตั้งตรงเฉกเช่นกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในฝัก ข้างกายมี หลี่หรงหรง บุตรสาววัยสี่ขวบที่สวมอาภรณ์สีหม่นไม่ต่างกัน ซุยซิงหรานตวัดสายตามองลูกสะใภ้ด้วยความรังเกียจ
"เ้ามาทำไม สภาพอมโรคเช่นนี้ ยังกล้ามาเสนอหน้าให้บุตรชายข้าเสียสายตาอีกหรือ!"
เหวินซินหลิงไม่สนใจคำด่าทอ นางพาลูกสาวก้าวเข้ามาหยุดยืนในระยะที่ปลอดภัย ย่อตัวทำความเคารพอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ไม่มีข้อบกพร่องให้จับผิด
"ซินหลิงคารวะท่านกั๋วกง ยินดีต้อนรับกลับจวนเ้าค่ะ"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความยินดีหรือโศกเศร้า ริมฝีปากของนางปิดสนิท แต่เสียงความคิดที่ดังก้องเข้ามาในหัวของหลี่เฉียนเจ๋อกลับทำให้เขาแทบจะลืมเลือนความโกรธเคืองเมื่อครู่ไปจนสิ้น!
[ประเมินเป้าหมาย หลี่เฉียนเจ๋อ สูงประมาณหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ กล้ามเนื้อตึงเครียด อัตราการหายใจตื้นและเร็วกว่าปกติ จังหวะการลงน้ำหนักเท้าขวาช้ากว่าเท้าซ้ายครึ่งวินาที สรุปมีอาการาเ็เรื้อรังที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านใน]
คิ้วเข้มของแม่ทัพหนุ่มกระตุกกึก สตรีผู้นี้กำลังวิเคราะห์ความผิดปกติบนร่างกายของเขา? ขาขวาของเขาเคยถูกเกาทัณฑ์ยิงเมื่อสามปีก่อน เื่นี้นอกจากรองแม่ทัพคนสนิทก็ไม่มีใครรู้
เสียงเยือกเย็นและเป็ระบบนั้นยังคงดังวิเคราะห์ต่อไปในหัวของเขา
[จุดตายที่เปิดเผย ลำคอด้านซ้ายไร้เกราะป้องกัน หากใช้มีดสั้นยาวสี่นิ้วปาดทำมุมสามสิบองศา ตัดเส้นเืใหญ่คาโรติด[1] โอกาสสังหารสำเร็จเก้าในสิบส่วน...แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเ้ากั๋วกงนี่รุนแรงมาก การเข้าประชิดตัวมีความเสี่ยงสูง]
หลี่เฉียนเจ๋อแทบจะกลั้นหายใจ ั์ตาดุดันจ้องเขม็งไปยังสตรีที่ดูเหมือนลมพัดก็ปลิวตรงหน้า นางกำลังคำนวณองศาเพื่อเอามีดปาดคอเขา! นี่คือฮูหยินผู้อ่อนแอที่เอาแต่ร้องไห้กอดขาเขาเมื่อสี่ปีก่อนจริง ๆ หรือ!?
[ขืนอยู่จวนนี้ต่อไปมีหวังถูกกั๋วกงทรราชนี่สั่งฆ่าตามเนื้อเื่ในนิยายบัดซบนั่นแน่ ๆ รีบหาทางสูบสมบัติแล้วพาลูกหนีลงใต้ไปเปิดโรงหมอน่าจะเข้าท่าที่สุด]
'นิยายบัดซบ?'
'สั่งฆ่า?'
หลี่เฉียนเจ๋อขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น คำศัพท์ประหลาดที่หลุดออกมาจากความคิดของภรรยาทำให้สมองที่เฉียบแหลมของเขาเกิดความสับสน นางกำลังพูดถึงเื่อันใด เหตุใดเขาต้องสั่งฆ่านาง?
ก่อนที่เขาจะประมวลผลได้สำเร็จ ก้อนแป้งน้อยวัยสี่ขวบที่ซ่อนอยู่หลังกระโปรงของเหวินซินหลิงก็ชะโงกหน้าออกมา ดวงตากลมโตสุกสกาวช้อนมองเขาด้วยท่าทางน่ารักน่าชัง
"ท่านพ่อ...หรงหรงคิดถึงท่านพ่อที่สุดเลยเ้าค่ะ" เสียงเล็ก ๆ หวานใสเจือความออดอ้อนดังขึ้น พร้อมกับสองมือเล็กที่ยื่นออกไปข้างหน้าคล้าย้าให้อุ้ม
ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกของคนเป็พ่อเล็กน้อย เขาไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวมานานถึงสี่ปี ทว่าวินาทีต่อมา เสียงความคิดของเด็กน้อยก็กระแทกหน้าเขาอย่างจัง
[โอ้โหหห! พระเอกนิยายตัวจริงเสียงจริง หล่อบาดตาบาดใจเป็บ้า! แต่นั่นไม่สำคัญเท่า… กวานหยกขาวขอบทองบนหัวนั่น! เนื้อเนียนกริบ ไร้ตำหนิ ราคาประมูลในตลาดมืดไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นตำลึงทองแน่ ๆ ป้ายหยกสลักลายนกกระเรียนที่เอวก็ของชั้นเลิศ! ด้ามดาบนั่นฝังทับทิมด้วยใช่หรือไม่!]
หลี่เฉียนเจ๋อยืนนิ่งเป็รูปสลักหิน
[พ่อจ๋า… บ่อเงินบ่อทองเคลื่อนที่ของลูก! เตรียมตัวโดนลูกไม้เด็กน้อยน่าสงสารปอกลอกจนหมดตัวได้เลย รับรองว่าข้ากับแม่จะรีดไถท่านให้ไม่เหลือแม้แต่กางเกงใน แล้วค่อยหนีไปเสวยสุขกันสองคน!]
มุมปากของบุรุษผู้ถูกขนานนามว่านิสัย 'ธงแดง' กระตุกอย่างรุนแรง ความหวาดระแวงและความขยะแขยงที่เพิ่งก่อตัวขึ้นจากมารดา จากน้องสาว และจากเหล่าอนุภรรยา มลายหายไปจนสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดล้ำที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก มันคือความบันเทิงผสมกับความท้าทายแปลก ๆ อย่างไรชอบกล
แม่ทัพหนุ่มผู้ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน คุ้นชินกับศัตรูที่ถือดาบเข้าห้ำหั่น แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเจอสตรีวิเคราะห์จุดตายเพื่อปาดคอเขา และเด็กสี่ขวบที่ประเมินราคาข้าวของบนตัวเขาเพื่อเตรียมต้มตุ๋น!
หลี่เฉียนเจ๋อสูดลมหายใจเข้าลึก ซ่อนเร้นประกายความขบขันอันดำมืดไว้เื้ัใบหน้าเ็า เขาก้าวเท้าช้า ๆ ฝ่าสายตาของทุกคนในลานกว้าง ตรงดิ่งไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเหวินซินหลิงและหลี่หรงหรง
เงาร่างสูงใหญ่ของเขาทอดทาบทับปกคลุมสตรีทั้งสองจนมิด รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาทำให้ซุยซิงหรานและบรรดาอนุภรรยาต่างลอบยิ้มเยาะในใจ คิดว่าแม่ทัพใหญ่กำลังจะลงโทษฮูหยินเอกที่แต่งกายอัปมงคลมารับหน้า
[1] หลอดเืแดงคาโรติด (Carotid Artery) คือหลอดเืแดงใหญ่บริเวณลำคอด้านข้างทั้งซ้ายและขวา ทำหน้าที่ส่งเืที่มีออกซิเจนสูงจากหัวใจไปเลี้ยงสมองส่วนหน้า ซึ่งควบคุมการเคลื่อนไหว ความรู้สึก และการสื่อสาร