มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 33 ห้องกาลเวลา

            บางครากังหลงก็แบ่งเวลามาศึกษาควบคุมการใช้ปีกฟ้าวายุคำรณและการใช้ปีกโจมตีด้วยพลังสายฟ้าวายุ ขณะนี้ในด้านการเรียก การเก็บปีกเริ่มเป็นไปดั่งใจนึก สามารถใช้ปีกโบยบินเคลื่อนไหวได้รวดเร็วว่องไว


            การป้องกันโดยใช้ปีกห่อหุ้มร่างกายเป็นลักษณะกลมเหมือนลูกแก้วขนาดใหญ่ที่โอบล้อมร่างกายไว้ ขณะใช้ปีกป้องกัน จะสามารถกลิ้งและพุ่งกระแทก แม้เป็นก้อนศิลาใหญ่ที่แข็งแกร่ง ยามโดนลูกกลมพุ่งกระแทก ถึงกับแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปีกที่ห่อหุ้มร่างกลายเป็นลักษณะกลมมีความคงทนยิ่งดุจดังมีม่านพลังป้องกันชั้นเลิศ 


            กังหลงยิ่งฝึกฝนการใช้ปีกฟ้าวายุ ก็ยิ่งทึ่งในความสามารถและคุณสมบัติอันเลิศล้ำเหล่านี้ ส่วนการใช้พลังโจมตีด้วยสายฟ้าวายุกังหลงสังเกตุว่าพลังสายฟ้ายังไม่รุนแรงเพียงพอ เสมือนว่าพลังสายฟ้ายังมีไม่เพียงพอที่จะใช้งานได้ตามใจปรารถนา ในส่วนนี้กังหลงคำนึงว่าจะหาโอกาสศึกษาดูว่าเป็นเพราะเหตุใด 

     

            ตอนนี้กังหลงยังไม่มีทักษะยุทธชั้นที่สูงกว่าทักษะยุทธธรรมดาทั่วไปของตระกูล ที่ตนสามารถฝึกฝนได้ จึงต้องพยายามฝึกฝนให้ปีกฟ้าวายุสามารถใช้สายฟ้าวายุโจมตีได้เป็นผลสำเร็จก่อน เพื่อต่อไปจะได้กลายเป็นไม้ตายสำหรับใช้ต่อสู้และป้องกันตัวขณะที่ยังไม่สามารถเรียนรู้ทักษะยุทธอื่นได้


            เนื่องจากก่อนหน้านี้กังหลงสำรวจดูคัมภีร์ยุทธในห้องฝึกยุทธที่อาจารย์ของตนเฒ่าเทียนคงได้เก็บสะสมไว้ในห้องฝึกยุทธนั้น ทักษะยุทธมีอยู่ไม่ถึงสิบม้วน และส่วนใหญ่ล้วนเป็นคัมภีร์ยุทธระดับที่สูงตั้งแต่ระดับยอดเยี่ยมขึ้นไปทั้งสื้น


            ม้วนคัมภีร์ระดับยอดเยี่ยมน่าจะมีไม่เกินสองม้วน ระดับเลิศล้ำที่หายากยิ่งมีอยู่ไม่เกินหนึ่งถึงสองม้วนเช่นกัน ส่วนคัมภีร์ที่เหลืออีกสี่ถึงห้าม้วนนั้นพลังช่างรุนแรงจนตนไม่อาจสัมผัสได้ ดูจากพลังที่รุนแรงมากกว่าม้วนคัมภีร์ระดับยอดและเยี่ยมระดับเลิศล้ำแล้ว คัมภีร์ที่เหลือน่าจะมีระดับที่สูงกว่าคัมภีร์ระดับเลิศล้ำอย่างแน่นอน


            แต่ตนไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวว่าในผืนแผ่นดินนี้ จะมีคัมภีร์ที่มีระดับสูงกว่าระดับเลิศล้ำ  เช่นนั้นอาจารย์ของตนไปเสาะหาคัมภีร์ที่มีพลังรุนแรงเหล่านั้นมาจากที่ใด อาจารย์ของตนมีพลังปราณยุทธถึงระดับใด และเป็นยอดยุทธจากแห่งหนใดกันแน่  ปัญหาเหล่านี้ล้วนวนเวียนให้กังหลงต้องคำนึงถึงอยู่บ่อยครั้ง 


            คัมภีร์ระดับต่างๆ นั้นทุกผู้คนสามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้ทุกระดับ  แต่ก่อนที่ศึกษาเรียนรู้ทักษะยุทธเหล่านั้นได้จำเป็นต้องเปิดผนึกที่ปิดผนึกม้วนคัมภีร์เหล่านั้นออกก่อน  คัมภีร์ระดับธรรมดาโดนผนึกด้วยพลังยุทธระดับพื้นฐาน ผู้ที่เริ่มมีพลังปราณยุทธไหลเวียนในร่างได้สามารถคลายและฝึกฝนได้   คัมภีร์ระดับดีเด่นถูกผนึกด้วยปราณยุทธระดับขุนพล คัมภีร์ระดับยอดเยี่ยมถูกผนึกด้วยปราณยุทธระดับราชันย์ คัมภีร์ระดับเลิศล้ำถูกผนึกด้วยปราณยุทธระดับจักรพรรดิ์สงคราม 

     

            คัมภีร์เมื่อเปิดผนึกแล้ว ต้องรีบซึมซับรับอักขระในม้วนเข้าสู่จิตหรือห้วงความคิดทันที หากเกินยี่สิบลมหายใจอักขระเหล่านั้นจะสูญสลายไปสิ้น


            เมื่อเป็นเช่นนี้ส่วนใหญ่ผู้เปิดผนึกได้จะเป็นผู้เรียนรู้  มีบ้างบางครั้งที่ผู้มีปราณยุทธระดับต่ำสามารถเรียนรู้ทักษะยุทธระดับสูงกว่าระดับปราณของตน กรณีบังเอิญปลดผนึกม้วนคัมภีร์ได้เองและรีบซึมซับอักขระได้สำเร็จ และกรณีที่อาจารย์ บิดามารดา หรือญาติผู้ใหญ่ที่มีปราณยุทธสูงจนสามารถปลดผนึกและกำนัลทักษะยุทธให้ฝึกฝน  แต่ความเป็นจริงแล้วหากใครได้เจอคัมภีร์ทักษะยุทธที่มีระดับสูงล้ำคงยากที่จะเสียสละมอบให้ผู้อื่นโดยที่ตัวเองไม่ฝึกฝน 


            เมื่อทราบข้อจำกัดต่างๆ ในการฝึกทักษะยุทธ หลังจากปรับรากฐานจนสมบูรณ์พร้อมแล้ว กังหลงจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฌาน เพราะต้องการยกระดับพลังฝีมือให้ไปถึงระดับปราณราชันย์โดยเร็ว เพื่อตนจะสามารถปลดผนึกคัมภีร์ฝึกฝนทักษะยุทธเหล่านี้ได้ ด้วยเหตุนี้กังหลงจึงเริ่มมุ่งความสนใจมาที่ "ห้องการเวลา !!"


            "ขณะนี้พื้นฐานได้ถูกผลอุทกศิลาทั้งเจ็ดผลเสริมสร้างจนสมบูรณ์เพียงพอที่ข้าจะเริ่มฝึกฝนอย่างเต็มกำลังได้ “


            ”หากข้าต้องการจะเพิ่มพลังฝีมือให้ถึงระดับปราณราชันย์โดยเร็วคงต้องใช้ห้องกาลเวลาที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้และต้องใช้โอสถต่าง ๆ เสริมปราณช่วยอีกแรงในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมาข้าได้เรียนรู้พื้นฐานต่าง ๆของวิชาโอสถแต่ยังไม่ได้เริ่มเรียนรู้วิธีการปรุงโอสถ "

            "เห็นที่ต้องเริ่มฝึกฝนการปรุงโอสถควบคู่ไปกับการฝึกลมปราณแล้วทุกสองวันต้องเก็บผลอุทกศิลา เอาเป็นว่าวันที่ผลอุทกศิลาสุกก็ไปฝึกฝนวิชาโอสถสลับกับไปฝึกฝนปราณยังห้องกาลเวลาก็แล้วกัน "


            "ผลอุทกศิลายังเหลืออีกสี่สิบเจ็ดผลข้ามีเวลาฝึกในห้องศิลาอีกรวมสี่สิบเจ็ดวันในสี่สิบเจ็ดวันนี้หวังว่าวิชาโอสถของข้าคงรุดหน้าไปไม่น้อย "


            "หลังจากเก็บผลอุทกศิลาหมดจากนั้นก็ค่อยทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกปราณยุทธในห้องกาลเวลาให้ยาวนานไปคอยดูว่าช่วงขณะที่สลับการฝึกระหว่างฝึกวิชาโอสถกับฝึกปราณยุทธอย่างไหนจะรุดหน้าเร็วกว่ากัน"

     

           เนื่องจากการออกจากตระกูลมาของกังหลงครานี้เพื่อเดินทางและฝึกฝน กังหลงมีเวลาที่จำกัดเพราะต้องรีบกลับเข้าตระกูลก่อนครบเวลาหกเดือนอย่างน้อยหนึ่งวันเพื่อจะให้ทันการประลองคัดเลือกผู้นำตระกูล


           การออกจากตระกูลมาครานี้นอกจากฝึกฝนแล้วกังหลงยังต้องหาโอกาสไปเยือนตระกูลหยางด้วยมิเช่นนั้นจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นได้ หากผู้เป็นบิดาทราบว่ากังหลงไม่ได้ไปฝึกฝนที่ตระกูลหยาง


            เนื่องจากตอนก่อนออกจากตระกูล กังหยางผู้เป็นบิดามีความต้องการให้กังหลงไปฝึกฝนกับพี่น้องร่วมสาบานหยางไป่หู่ ผู้นำตระกูลหยาง


            กังหลงคิดคำนวนเวลาแล้วไม่ว่าผลการฝึกฝนครานี้จะก้าวหน้ามากน้อยเพียงใดเขาคงใช้เวลาในการฝึกฝนที่ตำหนักนิลกาลจน์ได้ไม่เกินห้าเดือน


            เมื่อครบเวลาห้าเดือนแล้วก็ต้องเดินทางไปยังตระกูลหยางเพื่อเยี่ยมเยียนพี่น้องร่วมสาบานของผู้เป็นบิดาและยังมีเวลาอยู่หาประสบการณ์ที่นั่นได้อีกไม่น้อยกว่าครึ่งเดือน


            หลังจากครุ่นคิดใคร่ครวญวางแผนกำหนดการฝึกฝนและกำหนดการต่าง ๆเรียบร้อย ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมากังหลงก็เทียวไปเทียวมาระหว่างห้องกาลเวลาและห้องโอสถ

     

           วันใดผลอุทกศิลาสุกกังหลงจะออกมาจากห้องกาลเวลาเพื่อมาเก็บผลอุทกศิลาเก็บไว้ในผะอบเยือกแข็งที่เฒ่าเทียนคงได้เตรียมไว้และเรียนรู้ฝึกฝนวิชาโอสถ ปรุงโอสถ ฝึกฝนพลังจิตวิญญาณควบคู่กันไป


            เมื่อครบหนึ่งวันก็กลับไปฝึกฝนที่ห้องกาลเวลาหนึ่งวันของเวลาภายนอก แต่เวลาแท้จริงที่กังหลงฝึกฝนอยู่ในห้องกาลเวลานั้นเท่ากับหนึ่งร้อยวันหากมองจากภายนอกจะเห็นว่ากังหลงใช้เวลาเพียงหนึ่งวันที่ห้องกาลเวลาแล้วกลับออกมาเข้าห้องโอสถหนึ่งวันสลับกันไปมา 


            แต่เมื่อกังหลงอยู่ในห้องกาลเวลานั้นกังหลงจะฝึกฝนฌานเพื่อเพิ่มระดับปราณยุทธพร้อมฝึกฝนการใช้ปีกฟ้าวายุคำรณทั้งการบิน การป้องกันและการโจมตี เมื่อครบหนึ่งร้อยวันในห้องกาลเวลา กังหลงก็จะรีบออกจากห้องกาลเวลาไปเข้าห้องโอสถเก็บผลอุทกศิลาและฝึกปรุงยาเป็นอย่างนี้เรื่อยไป

     

            เวลาภายนอกผ่านไปเก้าสิบสี่วัน กังหลงได้เก็บผลอุทกศิลาผลที่ห้าสิบสี่เป็นที่เรียบร้อย ในเก้าสิบสี่วันนี้กังหลงใช้เวลาในห้องโอสถไปสี่สิบเจ็ดวันและใช้เวลาภายนอกไปกับห้องกาลเวลาไปสี่สิบวัน