มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    บทที่41 ช่วยเหลือเพื่อน

    บทที่41 ช่วยเหลือเพื่อน


     

    “คุณจะบอกว่าเขาตายแล้วงั้นหรือ”เหลียนเฟ่ยรู้สึกสับสนคนตายจะมาปรากฏตัวอยู่ในกล้องวงจรปิดได้อย่างไร หรือว่าเป็นแผนการที่จะลบตัวตนออกไปกัน

    “ใช่มีการยืนยันว่าเขาตายจริงๆทว่าหลังจากเขาตายศพของเขาก็หายไปทันที”เหลียนเฟ่ยมึนงง

    “หายไปถ้างั้นจะบอกจะบอกว่าที่ฉันเห็นไม่ใช่คนงั้นหรือแต่เป็นศพ”

    “องค์กรเราสืบได้ว่ามีนิกายลับมาซื้อศพของเขาไป”เหลียนเฟ่ยรู้ได้ทันทีว่านี่อาจเป็นพวกหมอผี ทว่าฮาซันนั้นคงไม่ใช่ผีดิบธรรมดาเป็นแน่

    “แล้วกลุ่มฮัสซาซินคืออะไรกัน”เหลียนเฟ่ยต้องการรู้ข้อมูล

    “เหอๆ…ข้อมูลนี้แพงมากคุณยินดีจ่ายไหม”

    “แน่นอน”

    “เอาเป็นว่า ฮัสซาซิน เป็นกลุ่มนักรบที่ได้รับการฝึกฝนที่หลากหลายมากๆ และทำหน้าที่คล้ายหน่วยรบพิเศษให้กับอิสมาอีลียะฮ์ อย่างไรก็ตามแทนที่จะเข้ารบกับศัตรูแบบซึ่งๆ หน้าเพียงอย่างเดียวนักรบเหล่านี้กลับมีความชำนาญเป็นพิเศษในการลอบสังหาร สร้างความหวาดกลัวให้กับเหล่าศัตรูของ ฮัสซาซินมาอย่างยาวนาน

    ว่ากันว่าฮัสซาซินสามารถเดินทางไปได้ในแทบทุกที่โดยที่ไม่มีใครรู้ และสังหารได้แม้แต่ราชา ซึ่งผลงานที่ทำให้พวกเขาโด่งดังในประวัติศาสตร์ก็อย่างเช่นการสังหารขุนนาง “คอนราดแห่งมงแฟรา” ผู้หนึ่งในผู้นำทัพแห่งสงครามครูเสดครั้งที่สาม ด้วยการปลอมตัวเป็นพระคริสเตียน แล้วผู้นำของพวกเขาใช้ชื่อเดียวสืบต่อกันมาคืออิสมาอีลียะฮ์โดยตอนนี้ถึงรุ่นที่สิบสามแล้วไม่มีใครรู้ตัวจริงของเขาและอายุที่แน่นอน ว่ากันว่าพวกเขามีวิธีบางอย่างทำให้มีอายุยืนยาวกว่าคนปกติหลายเท่า”เหลียนเฟ่ยตาโต คนพวกนี้น่ากลัวมากโชคดีที่เธอไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งกับพวกเขา

    “ดูเหมือนว่านิกายหมอผีไม่ใช่อะไรง่ายๆเสียแล้ว”เธอบ่นพึมพำแล้ววางสายไป

    “มีอะไรงั้นหรือพี่สาวสีหน้าแปลกๆ”เธอตักสลัดกินต่อแล้วเล่าให้เฉินหนานฟัง

    “อ่อดูเหมือนยังมีกลุ่มที่เราไม่รู้อีกเยอะนะเห็นที่ฉันต้องศึกษามากหน่อย”จากนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

    “ฉันถึงแล้ว”

    “นายรอก่อนฉันกำลังไป”เฉินหนานลงไปรับทั้งสองด้านล่าง เมื่อมาถึงหน้าประตูทางเข้าเฉินหนานยิ้มออกมา

    “พวกนายมาไวเสียจริง”

    “นายพูดอย่างนั้นได้ไงนี่เกี่ยวกับชีวิตเรานะ”เฉินหนานยิ้ม

    “เอาล่ะขึ้นไปกันเถอะ”ทั้งสองขึ้นไปห้องเฉินหนาน”เมื่อเข้ามาในบ้านเฉินหนานขึ้นไปชั้นบน หมิงกวงหันไปมองเหลียนเฟ่ย

    “สำเร็จไหม”เหลียนเฟ่ยขมวดคิ้ว

    “เรื่ออะไร”

    “ก็กินเด็กไง”หมิงหลกวงหัวเราะ เหลียนเฟ่ยทำหน้าดุ

    “นายหัดสงบปากเหมือนเตียวกังบ้างได้ไงฉันอายุปาเข้าไปเท่าไรแล้วหา”

    “ฮ่าๆฉันแค่ล้นเล่นเท่านั้น”

    “แล้วฉันไปเกี่ยวอะไรด้วยหา”เตียวกังชี้ที่ตัวเอง

    “อ่อจริงสิเรื่องที่เมียนายเจอในแอฟริกาใต้เป็นไงบ้าง”เหลียนเฟ่ยถามเตียวกัง

    “เห็นว่าพวกเขาเข้าไปเป็นอาทิตย์แล้วนะแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไรเลย”เตียวกัวตอบเรียบเฉย

    “แล้วเมียนายกลับมาแล้ว”เหลียนเฟ่ยถามต่อ

    “ใช่กลับมาแล้วได้ของโบราณมาขายหลายชิ้นเลยสนใจไหม”เหลียนเฟ่ยยิ้มออกมา

    “เหอๆ…ตอนนี้ชีวิตพวกเราสำคัญกว่าฉันไม่สนใจอะไรตอนนี้”เหลียนเฟ่ยกล่าว

    “จริงสิไหนเธอเล่าให้ฟังหน่อยเรื่องที่เฉินหนานบอกน่ะ”หมิงกวงรีบถาม

    “ฉันว่ามันเกี่ยวกับที่เรากำลังจะไปที่แอฟริกาใต้นั่นแหละ”เหลียนเฟ่ยหยุดลง

    “เธอหมายความว่าไง”หมิงกัวถาม

    “ฉันคิดว่าเราต้องเจอกลุ่มใต้ดินที่แข็งแกร่งไม่ก็กลไกของนครโบราณจนทำให้เราตงตายน่ะสิ”

    “งั้นเราไม่ควรไปใช่ไหม”เหลียนเฟ่ยยิ้ม

    “ไปสิทำไมจะไม่ไปล่ะ”ทั้งสองมองหน้ากัน

    “ไหนว่าถึงตาย”เตียวกังถาม

    “ก็ใช่น่ะสิแต่จะให้ฉันหยุดความอยากรู้ไม่ได้หรอก มันต้องมีอะไรที่สุดยอดในนั้นแน่ๆ”

    “ให้ตายเธอมันบ้า”เหลียนเฟ่ยยิ้ม

    “แล้วพวกนายไม่ไป”

    “เราจะพลาดได้ไง”หมิงกวงกล่าว เฉินหนานเดินลงมาจากด้านบนพร้อมรอยยิ้ม


     

    เฉินหนานมองไปที่คนทั้งสามแล้วหยิบตำราขึ้นมาวางบนโต๊ะพร้อมขวกแก้วเล็กๆสามขวด แล้วมองไปที่ทั้งสามอีกครั้ง

    “พวกนายใช้เครื่องรางวิญญาณไปกี่ครั้งแล้ว”

    “พวกเราใช้ไปคนละครั้งตอนนั้นเราเจอระเบิดพร้อมกันแต่เรารอดมาได้ทั้งหมด”หมิงกวงตอบ เฉินหนานยิ้ม

    “แสดงว่ามีกลุ่มคนที่ต้องการชีวิตพวกนายอยู่สินะ”

    “ใช่แล้วศัตรูเรามีไม่น้อยทุกครั้งที่ไปบุกสุสานหรือนครลึกลับ ต้องปะทะนิกายและองค์กรลับมากมายจึงมีคนแค้นเรามากพอสมควร”เตียวกับพูดออกมา

    “งั้นพวกนายต้องสัญญาอะไรกับฉันก่อนว่าห้ามบอกเรื่องที่ฉันคุยกับนายกับใคร”

    “ได้พวกเราสัญญา”เฉินหนานยิ้ม

    “นี่เป็นของที่ไม่ได้มีบนโลกนี้หรือมันอาจสาบสูญไปแล้ว”ทุกคนมองที่เฉินหนาน

    “พวกนายคอยดูดีๆล่ะ”เฉินหนานหยิบกระบี่โบราณออกมา แล้วอันพลังลงไปในกระบี่ที่เขาได้มาจากจีหันซา เกิดเกล็ดหิมะขึ้นที่กระบี่ทันที สักพักเขาก็เปลี่ยนเป็นสายฟ้า จากนั้นเป็นเปลวไฟสีทอง ทั้งสามตกตะลึง พลังนี่ถือว่าเป็นตำนาน

    “นี่มัน”ทั้งสามพูดไม่ออก

    “เอาล่ะฉันเองระดับยังต่ำอยู่อาจทำได้ไม่มากนัก”

    “ไม่มากนายพูดอะไร”หมิงกวงพูดออกมา                                    

    “น้องชายนายให้เราดูทำไมงั้นหรือ”เหลียนเฟ่ยสับสน

    “แน่นอนฉันจะสอนวิธีใช้พลังที่แท้จริงให้พี่สาวไงล่ะ”

    “อะไรนะ”!!!!ทุกคนตกใจปนยินดี

    “ขอบคุณๆ”ทุกคนพูดซ้ำๆ

    “ไม่เอาน่าเราเพื่อนกันนี่แค่รักษาสัญญาก็พอ”

    “ได้เลย”ทั้งสามพูดพร้อมกัน

    “เอาล่ะพวกนายเอาอาวุธมาใช่ไหม”ทุกคนพยักหน้า

    “งั้นฉันจะอธิบายถึงพลังเหนือธรรมชาติก่อนนะ การจะนำเอาพลังธรรมชาติมาใช้ได้พวกนายต้องไปถึงระดับเจ็ดก่อนแต่ฉันมีวิธีลัดอยู่ถึงมันจะใช้ได้แค่ส่วนเล็กๆแต่มันก็มีพลังมาก ทางลัดนี้ก็คืออาวุธวิญญาณหรืออาวุธโบราณของพวกนายนั่นแหละ โดยพลังทั้งหมดมีสองประเภทคือพลังธาตุทั้งห้าได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง และธาตุพี่เศษแต่แยกไปหลายแบบ เช่นสายฟ้า น้ำแข็ง ไม้ การรักษาซึ่งการรักษานั้นหายากของยากมาก รวมไปถึงการควบคุมอากาศที่ทำให้เรานั้นลอยตัวได้”เมื่อทุกคนได้ฟังถึงกับพูดไม่ออกพลังเหล่านี้ใช่ว่าเขาไม่รู้ แต่พวกเขาไม่อาจไปถึงได้และเขาก็ไม่รู้อะไรมากนัก


     

    เฉินหนานหยิบดาบขอบเหลียนเฟ่ยขึ้นมา แล้วอัดพลังลงไปทำให้เกิดแสงสีเขียวจางๆออกมาจากดาบของเธอ

    “นี่คือพลังที่ตอนนี้พี่สาวใช้ได้ถูกไหม”เธอพยักหน้า

    “งั้นดูนี่”เฉินหนานเปลี่ยนรูปแบบพลังมันกลายเป็นสายฟ้าออกมา เหลียนเฟ่ยตาโต

    “ทำได้อย่างไร”

    “แน่นอนว่าต้องใช้ทางลัดไงล่ะ”ทั้งสามงุนงง

    “แน่นอนว่าพวกนายต้องมีวิชาธาตุเสียก่อนและต้องมีอาวุธวิญญาณด้วยหากขาดไปอย่างใดอย่างหนึ่งมันจะไม่สามารถแสดงพลังได้”ทั้งสามมองหน้ากัน

    “แล้วเราจะไปเอาวิชาแบบนั้นมาจากไหน ตอนนี้พวกเรามีแต่วิชาระดับต่ำเท่านั้นได้มาจากสุสานโบราณตลอดสิบปีมานี้เราได้เพียงเล่มเดียวเองวิชาตัดเหล็กพวกเราคัดลอกแล้วแบ่งกันฝึก”เฉินหนานพยักหน้าหน้า จากนั้นยื่นหนังสือให้พวกเขาคนละเล่ม เทคนิคหยาดพิรุณเยือกแข็งให้กับเหลียนเฟ่ย เทคนิคเพลิงวายุให้หมิงกวง และเทคนิคพลังปฐพีเคลื่อนภพให้กับเตียวกัง

    “ทั้งสามเล่มนี้เป็นเทคนิคระดับกลางพวกนายต้องฝึกให้สำเร็จขั้นแรกก่อนจึงจะออกไปจากเมืองนี้ได้ไม่งั้นฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกนาย”เฉินหนานหยิบขวดแก้วเล็กๆให้พวกเข้า

    “นี่คือยาปรับสภาพเมื่อพวกนายกินร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยความสามารถร่างกายพวกนายจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด”เฉินหนานยิ้ม

    “แน่นอนว่าของที่ฉันให้พวกนายไปมันประเมินค่าไม่ได้”ทั้งสามตัวสั่นเทาชายตรงหน้าเขาไม่ใช่มนุษย์แน่ๆของพวกนี้ในโลกนี้มีอยู่งั้นหรือ

    “พวกนายอย่าคิดอะไรบ้าๆนะฉันยังเป็นคนอยู่และพรุ่งนี้ฉันมีสอบด้วย”ทั้งสามหัวเราะออกมาได้ในที่สุด เหลียนเฟ่ยกระโดดกอดเฉินหนานอย่างลืมตัวและตอนนี้ชุดเธอก็บางเบาเหลือเกิน

    “ฮ่าๆไหนว่าเธอไม่กินเด็กไง”หมิงกวงเซว เฉินหนานหายใจไม่ออก

    “เอาล่ะพรุ่งนี้พวกนายออกไปหาห้องอยู่กันเองนะฉันต้องอ่านหนังสือสอบ”

    “ฮ่าๆพวกฉันน่ะสบายๆมีแต่พี่สาวนายนั่นแหละฉันสงสัยว่าจะอยากอยู่ที่นี่”เหลียนเฟ่ยปารองเท้าใส่หมิงกวงทันที เฉินหนานทำหน้าป่วยๆ

    “นี่มันรุ่นพ่อรุ่นแม่ไม่ใช่หรือเล่นกันอย่างอายุสิบเจ็ดสิบแปด”เขาบ่นพึมพำ

    “ฉันไปนอนและพรุ่งนี้สอบแต่เช้า”เฉินหนานขึ้นไปนอนทันที ทั้งสามรู้ดีว่าเฉินหนานเห็นพวกเขาเป็นเพื่อนจริงๆถึงไม่คิดขายมันให้แต่มอบให้แบบฟรี นี่คือความจริงใจที่มีต่อพวกเขาทั้งสนามซาบซึ้งมาก เรียกได้ว่าถ้าพวกเขาฝึกสำเร็จสามารถสร้างสำนักระดับกลางได้เลย อย่างไรก็ตามสำหรับเฉินหนานวิชาพวกนี้แค่ขยะเท่านั้นเองและสิ่งที่จะทำให้ทั้งสามรอดตายก็คือพลัง


     

    ทั้งสามกลับเข้าห้องของตัวเองก็กินยาเข้าไปทันที พลังในร่างกายของพวกเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ความร้อนในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นและรวดเร็ว สมองทุกคนเกิดกระแสไฟฟ้าเบาๆแล้วแล่นผ่านไปทั่วร่างกายเพื่อกระตุ้นร่างกายให้เกิดการพัฒนา ทั้งสามร่างกระตุกไปมาพวกเขาไม่เหมือนเฉินหนานที่เคยกินยานี้มาแล้วหลายครั้งแล้วทำให้เขาไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไง อย่างไรก็ตามพวกเขากัดฟันอดทน เพื่อพลังที่เหนือกว่าเดิม ชีพจรทุกเส้นถูกทะลวงออกมา พลังงานในร่างกายพวกเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าพวกเขาได้รับพลังวิญญาณเข้ามาง่ายมากขึ้นและมันส่งผลให้พวกเขาดูเด็กลงมา ตูม !!!กล้ามเนื้อพวกเขาได้รูปกระชับมากขั้นร่างกายพวกเขาเต็มไปด้วยกำลังอวัยวะภายในที่ตีบนตันก็กลับมาเป็นปกติและดีกว่าเดิม เลือดลมพวกเขามันสูบฉีดเหมือนกันเครื่องยนต์ติดเทอร์โบตูม!!!มีการระเบิดตามจุดต่างๆในร่างกายเป็นระยะ ของเหลวสีดำได้ไหลออกมาจากร่างกายของพวกเขาทันทีโดยผ่านรูขุมขน มันคือของเสียในร่างกายที่สะสมมานานหลายปี ตอนนี้พวกเขาเหมือนเกิดใหม่


     

    สิงที่เฉินหนานทำไปเพราะว่าทั้งสามคนนี้ต่อไปจะต้องกลายเป็นคนสำคัญในอนาคตเขาจึงต้องรีบทำให้พวกเขาเข็งแกร่งให้เร็วที่สุด เพราะศัตรูของเขาที่จะเจอในอนาคตจะต้องแข็งแกร่งมากและเขาในเวลานี้ไม่สามารถทำอะไรด้วยตัวคนเดียวได้ นิกายหมอผีนั้นก็ไม่ใช่ธรรมดา ถึงขึ้นสามารถมีอำนาจในการแทรกแซงกลุ่มนักฆ่าฮัสซาซินได้ เฉินหนานถือว่าพวกเขาอันตรายมาก จากที่เขาปะมือกับเถียนถง เขาเองก็แย่เหมือนกันและเดาว่าเทียนถงแค่ปลายแถวเท่านั้นยังมีคนที่ระดับสูงอยู่ในนิกายพวกมันอีกมาก แน่นอนว่าหลังจากที่เขขาเปิดตัวสินค้าจะต้องมีคนขององค์กรต่างๆให้ความสนใจมากแน่ๆ ที่สำคัญคอขวดของเฉินหนานใหญ่มากเขารู้ว่าภายมาปีนี้ไม่สามารถไปถึงอีกขึ้นได้แน่นอน จึงต้องสร้างคนที่คอยมาปกป้องเขาแทนก่อนหลังจากสอบเสร็จเขาต้องออกตามหาสมุนไพรในการตัดผ่านไปถึงขึ้นวิญญาณยุทธ์ให้ได้ แล้วเสียงโทรสับเฉินหนานก็ดังขึ้นเมื่อเขามองที่หมายเลขก็ยิ้มออกมา

    "ฮัลโหล"...

     


     


     


     


     


     

    คล้ายกับเรื่องมหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร ที่คุณอ่าน