คิมหันต์กับก๊วนปราบผี!

    ตอนที่ 22 เรื่องของการใช้ยันต์ (2)

    “คิมหันต์” ไพลินเรียก

    “ฉันจะปกป้องเอง” คิมหันต์ยังคงอยู่ในห้วงความคิด

    “ยัยคิมหันต์!! นี่เธอเหม่อได้ในทุกที่จริงๆ สินะ” ไพลินเขย่าตัวเพื่อนสาว ชั่วครู่ต่อมาเหมือนว่าสติกลับมาแล้ว คิมหันต์ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเอ่ยถามไพลินด้วยสีหน้าเป็นประกาย

    “ยันต์สำเร็จรูปเนี่ยไม่ได้มีแต่ยันต์ป้องกันสินะ”

    “แน่นอน”

    “แล้วมียันต์อะไรอีกบ้างเหรอ?”

    “หึหึหึ สนใจแล้วสินะ เอาล่ะ ให้ท่านไพลินผู้นี้เป็นคนอธิบายเอง สัญลักษณ์ยันนั้นมีมากมายหลายพันสัญลักษณ์ เพียงแต่สัญลักษณ์ที่คนมักจะใช้พื้นฐานหลักๆ มีอยู่สี่ประเภท”

    “จำเอาไว้ให้ดีเลยนะ ยัยโง่ สี่สัญลักษณ์หลักได้แก่ ดาวใช้สำหรับโจมตี วงกลมสำหรับป้องกัน สามเหลี่ยมสำหรับเสริมพลัง สี่เหลี่ยมสำหรับสร้างเขตแดนขนาดย่อม”

    “สัญลักษณ์สร้างเขตแดนขนาดย่อม?”

    “สัญลักษณ์สร้างเขตแดนนี้ไม่เหมือนกับยันต์สร้างเขตแดนทั่วไปนะ สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมมีไว้ใช้กักตัวพวกเทอร์เรอร์เวลามันจะหนี ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่เล็กๆ ประมาณสามลูกบาศก์เมตร ซึ่งแตกต่างจากยันต์เขตแดนที่เอาไว้ใช้สำหรับเปิดประตูไปโลกวิญญาณหรอกนะ”

    คิมหันต์ค่อยๆ คิดตามในสิ่งที่ไพลินเล่า แต่ก็ต้องพบว่าเธอจำได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น เอ่อสัญลักษณ์ดาวใช้ป้องกันใช่ไหมนะ...

    “เธอจำหมดนี่ได้ยังไงกันเนี่ย..” คิมหันต์มองไพลินด้วยความเคารพมากยิ่งขึ้น

    “ฝึกไปเรื่อยๆ ก็จำได้เองแหละ เอ้า ทีนี้ลองวาดดาวลงไปแล้วจัดการกับหุ่นฝึกนั่นซะ” ไพลินยักไหล่ก่อนพูดพร้อมกับยื่นกระดาษยันต์สีขาวโล่งและปากกาเมจิกสีดำให้เด็กสาว

    คิมหันต์จัดการดึงฝาเมจิกออกและวาดรูปดาวที่มีลักษณะบูดๆ เบี้ยวๆ ลงไปในกระดาษยันต์อย่างตั้งใจจนเด็กหนุ่มที่นั่งมองอยู่หลุดหัวเราะออกมา

    “ฮ่าๆ เบี้ยวๆ แบบนั้นมั่นใจนะว่าคือดาว”

    “ก็ฉันวาดรูปไม่เก่งนี่นา ฮึ่ย” เด็กสาวได้แต่กัดฟันยอมรับคำพูดล้อเลียนของเขา เธอเป็นคนวาดรูปไม่ได้เรื่องมาแต่ไหนแต่ไร ตอนสมัยเด็กยังโดนเพื่อนร่วมชั้นล้ออยู่บ่อยครั้ง

    “ตอนที่เธอจะจัดการหุ่นฝึกตัวนั้น ลองจินตนาการถึงพลังที่เธออยากใช้แล้วรวบรวมสมาธิไปที่ยันต์ในมือเธอและลองปาใส่มัน แบบนี้” ไพลินพูดพลางปายันต์ที่ถืออยู่ในมือใส่หุ่นฝึก ขณะที่ยันต์กำลังจะไปถึงเป้าหมายนั้นจากแผ่นกระดาษธรรมดากลายเป็นน้ำแข็งอันแหลมคมที่พุ่งใส่มันแทน

    “โอ้โห! มันทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ” คิมหันต์ถึงกับทึ่งในพลังของไพลิน เธอคิดมาตลอดว่าไพลินมักจะเป็นคนขี้เกียจที่ชอบอยู่เฉยๆ และคงไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น พอได้เห็นแบบนี้เธอคงจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เสียแล้ว

    “เธอเองก็ลองซะทีเถอะน่า” เด็กหนุ่มเร่งคนที่มัวแต่ตื่นเต้น

    “อะ อืม” เธอขานรับ

    คิมหันต์ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ เธอลองพยายามนึกภาพยันต์ของเธอให้เป็นพลังที่ต้องการจะให้มันแสดงออกมา เจ้าตัวผ่อนลมหายใจออกก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่นและปายันต์ใส่หุ่นฝึกนั่น

    แปะ

    ยันต์ใบนั้นลอยไปแปะตรงหน้าหุ่นฝึกฝนอย่างเชื่องช้าและมันก็แค่แปะอยู่เฉยๆ ไม่ได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นทั้งสิ้น

    “อะ อ้าว ทำไมมันไม่เป็นเปลวไฟอันยิ่งใหญ่ตามที่ฉันคิดไว้ล่ะ”

    “อุ้บ เล่นนึกภาพยิ่งใหญ่ขนาดนั้นมันคงจะเป็นจริงให้หรอกนะ มันขึ้นอยู่กับพลังของเธอด้วย ทีหลังช่วยคิดอะไรให้มันพอดีหน่อย” ไพลินพอได้ยินสิ่งที่เด็กสาวพูดเธอก็แอบหลุดขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดอธิบายให้ฟังว่าทำไมมันถึงไม่เป็นไปตามที่หวัง

    “ฉันว่าแค่ทำให้กระดาษลอยได้แค่นี้ก็สุดยอดแล้วล่ะมั้งสำหรับยัยนี่”

    “นะ หนวกหูน่า!”

    น่าแปลก .. พนักงานหนุ่มที่นั่งเฝ้าสังเกตการณ์จากภายนอกถึงจะไม่ได้ยินบทสนทนาภายในห้องฝึกแต่เขาก็พอจะเรียบเรียงสถานการณ์ได้ว่าภายในห้องนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ที่เขาไม่เข้าใจเลยคือเด็กสาวที่คุณเซนแนะนำมาทำไมถึงทำได้เพียงแค่นั้นกันนะ

    เพราะปกติคนที่คุณเซนรับรองมานั้นล้วนแต่มีความสามารถทั้งนั้น เช่น เด็กหนุ่มผมดำที่ไฮไลท์แดงคนนั้นก็เชี่ยวชาญการใช้ดาบพอตัว เด็กสาวผมบลอนด์ทองก็ใช้ยันต์และเวทมนตร์ได้คล่องแคล่วเลยทีเดียว เขาจ้องเด็กสาวผมสีน้ำตาลอย่างเคลือบแคลงใจ หรือว่าจะแสร้งทำเป็นอ่อนแอกันนะ?

    “เฮ้ พวกฉันฝึกกันเสร็จแล้ว พาขึ้นไปข้างบนซะทีสิ” เขาหลุดจากห้วงความคิดของตัวเองทันทีเมื่อได้ยินเสียงซูซาคุที่ทำท่าทางนักเลงใส่เขาจึงเพียงหัวเราะแห้งๆ ออกมา

    “รับทราบครับ ส่วนคุณหนูเชิญไปคุยรายละเอียดกับผมต่อด้วยนะครับ”

    รอให้เหล่าพวกเด็กๆ เดินออกจากห้องแล้ว เขาจึงเดินตามไปเพื่อที่จะเป็นคนปิดห้อง แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจะปิดห้อง เหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจให้เขาเงยหน้าขึ้นไปมองหุ่นฝึกที่ถูกยันต์ของเด็กสาวแปะเอาไว้อยู่

    ชั่วขณะนั้นเอง ยันต์ที่อยู่บนหุ่นก็มอดไหม้ไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ครู่ต่อมาหุ่นฝึกตัวนั้นก็พลันสลายกลายเป็นผงสีดำอยู่บนพื้น

    พนักงานหนุ่มได้แต่มองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีคำตอบผุดขึ้นมาภายในหัว เพราะว่าฟลุครึเปล่านะ หรือเธอแค่ต้องการจะปกปิดพลังกันแน่ ชายหนุ่มคิดอย่างว้าวุ่น

    “คุณพี่ชายพนักงานคะ?” เสียงเรียกของคิมหันต์ทำให้ชายหนุ่มได้สติขึ้นมา เขารีบปิดประตูห้องลงก่อนจะรีบเดินขึ้นบันไดตามพวกคิมหันต์ขึ้นไป

    ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ เธอคนนั้นคือคนที่คนๆนั้นเป็นคนแนะนำมา ไม่มีทางจะเป็นคนธรรมดาทั่วไปได้หรอก