บทที่78
ผู้ดูแลของเมืองอวี้หยาง
หยุนโม่เห็นว่าชายหนุ่มผู้ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องยังคงนิ่งค้างไม่ขยับ ไม่เอ่ย ไม่หลบ ก็เพียงแค่ส่ายหน้าเบา ๆดวงตาภายใต้หน้ากากเหล็กฉายแววไม่ใส่ใจ
จากนั้น... เขาก็หันหลัง เดินออกไป
แน่นอนว่า เขายังคงลากร่างของชายชราผู้ดูแลหอการค้าเงามายา ติดมาด้วย
กึก... กึก... เสียงของเท้าชายชราที่ถูกร่างในชุดเกราะดำลากไถไปตามพื้นหินดังเป็นจังหวะ
ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดในโถงชั้นบนของหอการค้าไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคำ ไม่มีใครกล้าขวาง
หยุนโม่เดินลงมาชั้นล่างโดยไม่เปลี่ยนจังหวะก้าวแม้แต่น้อย
และเมื่อเขาก้าวเข้าสู่พื้นที่เปิดของชั้นล่างสายตาทั้งหมดของผู้คนภายในหอการค้า ก็พลันจับจ้องมาทางเขาพร้อมกัน
บรรยากาศเงียบงันเพียงครู่เดียวก่อนจะตามมาด้วยเสียงอุทานและความแตกตื่น
“นั่นมัน… ท่านผู้ดูแล!?”
“เขา…ลากร่างของท่านผู้ดูแลออกมา?”
หลายคนตะลึงงันบางคนถึงกับก้าวถอยโดยไม่รู้ตัวแม้กระทั่งบรรดาผู้คุ้มกันของหอการค้าก็ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ในทันทีทุกคนเพียงแค่มอง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและไม่เชื่อสายตาตนเอง
หยุนโม่ยังคงก้าวเดินด้วยท่วงท่าสงบนิ่งมือหนึ่งลากขาของชายชรา อีกมือหนึ่งแนบข้างกายราวกับไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ
เมื่อเดินผ่านประตูใหญ่ของหอการค้าออกสู่ถนนด้านหน้า
เสียงจากฝูงชนที่อยู่ภายนอกก็พลันแตกกระจาย
“เจ้านั่น…เจ้านั่นบ้าไปแล้วหรือ!?”
“เขากล้าทำเรื่องเช่นนี้กับหอการค้าเงามายา?”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วบริเวณแม้แต่ลูกค้าที่กำลังเลือกซื้อของยังหยุดมือ หันมามองด้วยแววตาตกตะลึงผู้คนเริ่มกรูออกมาจากภายในอาคาร บ้างก็เหลียวมองจากหน้าต่างชั้นบน
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากฝูงชน
“ถึงแม้จะเก่งกล้าขนาดไหนแต่หอการค้าเงามายา…”
“ต่อให้เป็นคนในราชวงศ์อวี้เทียนยังไม่กล้าทำเช่นนี้เลย!”
แต่หยุนโม่กลับ ไร้ซึ่งปฏิกิริยายังคงเดินไปข้างหน้าอย่างสงบ ราวกับไม่ได้ยินเสียงผู้คนรอบกาย
ร่างของชายชราผู้ที่ผู้คนเคยเคารพเกรงขาม
กลับกลายเป็นเพียง ซาก ที่ถูกลากผ่านกลางตลาดผู้ฝึกตน
แต่เพียงไม่นาน...ในขณะที่หยุนโม่กำลังเดินผ่านถนนด้านหน้าหอการค้า
ร่างของเขาก็หยุดชะงักลงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยดวงตาภายใต้หน้ากากหรี่ลง จับจ้องไปที่บางสิ่งบางอย่างซึ่งอยู่ด้านหน้า
“หืม...”
ถนนสายหลักที่ทอดยาวผ่านใจกลางย่านการค้าบัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับถูกผ่ากลาง
ผู้คนส่วนใหญ่ต่างพากันหลบลี้ไปยังริมทางไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าใกล้
ต่างรู้กันดีว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงกลางถนนเส้นนี้ หาใช่สิ่งที่สามัญชนควรข้องเกี่ยวไม่
สายตาของทุกผู้คนต่างจับจ้องไปยังร่างหนึ่งที่ลากชายชราไปตามทางเดินอย่างผ่อนคลายนั่นคือหยุนโม่
แต่แล้ว…
ในตอนที่เขากำลังจะก้าวพ้นระยะของตลาดกลับมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นดั่งกำแพงมนุษย์ขวางอยู่เบื้องหน้า
ชายผู้นั้นเป็นชายวัยกลางคนสูงใหญ่สง่างาม ผิวสีน้ำตาลเข้ม ร่างกายกำยำดั่งหินแกร่งใบหน้าหยาบกร้านเต็มไปด้วยความเฉียบคม ดวงตาแหลมคมดุดันหนวดเคราบางแนบแก้มเพิ่มความเหี้ยมเกรียมในสีหน้าอันแข็งกร้าว
ที่สำคัญเสื้อคลุมสีดำลวดลายทองที่เขาสวมใส่ ปักด้วยคำว่า “อวี้เทียน” ไว้เด่นชัดบริเวณอกซ้าย นั่นไม่ใช่เครื่องแบบที่คนธรรมดาจะได้สวมใส่
หยุนโม่หยุดก้าวเท้าเพียงเล็กน้อยเขามองอีกฝ่ายอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา “แสดงตัวมาอีกคนแล้วหรือ…”
น้ำเสียงของเขาเรียบสงบแต่แฝงด้วยรังสีเย้ยหยันเจืออยู่ในทุกถ้อยคำ
ชายวัยกลางคนยืนมั่นคงราวกับเสาหินดวงตาแดงฉานจับจ้องมายังร่างของหยุนโม่ไม่วางตา
แววตานั้นคล้ายจะกัดกินเขาจนไม่เหลือซาก
เมื่อสายตาของชายผู้นั้นไล่ต่ำลงไปและพบเห็นร่างของผู้ดูแลหอการค้าเงามายาถูกลากไถไปกับพื้นในสภาพอเนจอนาถบรรยากาศรอบตัวของเขาพลันเปลี่ยนไปทันทีแรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมาราวกับระลอกคลื่นใต้ผิวน้ำ
เขา ยังไม่พูดอะไรแต่เพียงท่วงท่ายืนอยู่ตรงนั้น ก็เพียงพอจะให้หลายคนในฝูงชนตัวสั่นสะท้าน
หยุนโม่เหลือบมองด้วยสายตานิ่งสงบก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ
“เจ้าเป็นผู้ใดเล่า?”
คำถามนั้นดูจะเรียบง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยพลังของผู้ไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
ชายวัยกลางคนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมหนักแน่นดุจหินผา
“ข้า...คือผู้ดูแลเมืองอวี้หยาง”
เมื่อได้ยินคำตอบนั้นดวงตาภายใต้หน้ากากของหยุนโม่ก็หรี่ลงเล็กน้อย เขาเงียบไปชั่วอึดใจราวกับกำลังประเมินอีกฝ่ายอย่างครอบคลุม ก่อนจะเอ่ยถามต่ออย่างตรงไปตรงมา
“...หลอมพลังหรือ?”
ชายผู้นั้นขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าและตอบเสียงเข้ม
“ไม่ผิด”
“แล้วอย่างไรต้องการอันใด?”หยุนโม่เอ่ยขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปากใบหน้าแฝงแววเย้าหยอกเจือความท้าทาย
ผู้ดูแลเมืองอวี้หยางก้าวขึ้นเพียงก้าวเดียวเสียงของเขาดังชัดเจนท่ามกลางเสียงซุบซิบที่เงียบลงอย่างฉับพลัน
“ปล่อยผู้ดูแลของหอการค้าเงามายาเสีย”
หยุนโม่หัวเราะเบา ๆก่อนจะเอ่ยตอบอย่างไม่เกรงใจ
“...ถ้าข้าไม่ปล่อยเล่า?”
บรรยากาศทั่วทั้งถนนที่เคยเต็มไปด้วยเสียงผู้คนพลันตกอยู่ในความเงียบงันแรงกดดันจากผู้ดูแลเมืองอวี้หยางยังคงแผ่กระจายรอบตัวสายตาเฉียบคมคู่นั้นจับจ้องมาที่หยุนโม่อย่างไม่ลดละ
แล้วเสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้น “เจ้าอยากเป็นศัตรูกับอาณาจักรอวี้เทียนงั้นหรือ?”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมหนักแน่นและจริงจัง ถ้อยคำแต่ละคำราวกับหินหนักตกกระแทกกลางใจของผู้ที่ได้ยิน
หยุนโม่ที่ยืนอยู่กลางถนนเบื้องหน้าเพียงแค่เปิดปากของตนเองเล็กน้อย แล้วยกคิ้วขึ้น ราวกับแสร้งทำเสียงประหลาดใจ
“โอ้ว?”
เสียงตอบกลับนั้นคล้ายจะเยาะเย้ยมากกว่าตื่นตระหนกเขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงขี้เล่นเจือความเย็นเยียบ
“เป็นศัตรูกับทั้งอาณาจักรเลยหรือ?”
คำพูดของเขาฟังดูราวกับไม่ยี่หระแม้แต่น้อยเหมือนกับว่าเรื่องที่อีกฝ่ายพูด เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไร้ความหมายใด
ผู้ดูแลเมืองอวี้หยางเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นดวงตาที่ดุดันอยู่แล้ว พลันทอประกายเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม
เขากล่าวเสียงเข้มโดยไม่อ้อมค้อม
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหอการค้าเงามายานั้นยิ่งใหญ่เพียงใด?”
“และยังความผิดของเจ้าที่สังหารล้างตระกูลหลี่เมื่อครู่…”
คำพูดสุดท้ายของเขาหนักหน่วงและตั้งใจย้ำชัดเสียงสะท้อนจากคำว่า “ความผิด” ดังสะท้อนเข้าโสตผู้คนที่ลอบฟังอยู่รอบบริเวณ
หยุนโม่ที่เงียบไปเพียงอึดใจพลันขมวดคิ้วขึ้นอย่างช้า ๆ สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง
น้ำเสียงของเขาเย็นลงอย่างชัดเจนขณะที่เอ่ยถามกลับช้า ๆ ทีละคำ
“…ความผิด?”
“อันใดกันที่ข้าผิด?”