จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    ตอนที่ 55 : ปฏิเสธ

    “ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ได้สนใจดาบของข้าจริง!! ท่านคงจะซื้อดาบจากคนอื่นได้ในราคาแปดพันตำลึงทอง แต่นั่นไม่ใช่ดาบของข้า!!”

     

    หวัง ชง ส่ายศีรษะไปมาเบาๆ

     

    “คุณชาย อย่าบอกว่าดาบของท่านไม่คู่ควรกับราคาแปดพันตำลึงทองงั้นหรือ!?”

     

    จ้าว เฟิงเฉิน กล่าวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ

     

    หวัง ชง เพียงส่ายศีรษะไปมาเบาๆ โดยไม่ได้กล่าวตอบแต่อย่างใด

     

    “ข้าจะบอกอีกครั้ง ท่านไม่ได้รับอนุญาตให้ดู หรือสัมผัสดาบของข้า!! หากท่านต้องการซื้อ ท่านสามารถซื้อได้ในราคาสี่พันแปดร้อยตำลึงทองในวันนี้ แต่ในวันพรุ่งนี้มันจะไม่ได้เป็นราคานี้อีกแล้ว.......!!”

     

    หลังจากกล่าวจบ หวัง ชง ก็หันหลังกลับพร้อมกับก้าวออกไปยังห้องอย่างไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว

     

    “ท่าน จ้าว พวกเราจะทำอย่างไรดี!? ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้ไม่คิดจะเจรจาเลย!!”

     

    หลังจาก หวัง ชง ออกไปแล้วนั้น สมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิก็ไม่สามารถระงับคำกล่าวของตัวเองเอาไว้ได้อีกต่อไป

     

    “ให้ข้าคิดก่อน!!”

     

    จ้าว เฟิงเฉิน กล่าวพลางครุ่นคิดอย่างรอบคอบ

     

    เงินแปดพันตำลึงทองนี้สูงกว่าราคาดาบของ หวัง ชง ในวันแรกกว่าสิบเท่า แต่ทว่าเขากลับปฏิเสธข้อเสนอนี้อย่างไม่ลังเล ความเด็ดเดี่ยวของเขาเกินกว่า จ้าว เฟิงเฉิน จินตนาการเอาไว้อย่างมาก

     

    นี่คือสิ่งที่ จ้าว เฟิงเฉิน ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

     

    “ท่าน จ้าว ทำไมเราต้องเสียเวลาต่อรองกับคนผู้นี้!? หากเขาไม่ยินดีรับข้อเสนอเราก็แค่ดึงดาบออกไปเลยเท่านั้น!!”

     

    สมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิอีกคนกล่าว ท่าทีของ หวัง ชง ก่อนหน้าทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก พวกเขาเป็นถึงคนของกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิ แต่เด็กคนนี้กลับแสดงความหยิ่งผยองออกมาต่อหน้าพวกเขา

     

    “ไม่!! โรงเตี๊ยมวิหคเงินแห่งนี้เป็นของท่านเสนา เว่ย คนอื่นๆ อาจจะไม่รู้ แต่เจ้าน่าจะรู้ดี!! เจ้าไม่สังเกตหรือว่าหลายวันที่ผ่านมา ไม่มีใครพยายามที่จะขโมยดาบไปแม้แต่คนเดียว!?”

     

    จ้าว เฟิงเฉิน ปฏิเสธความคิดนี้อย่างไม่ลังเล

     

    “นอกจากนี้แล้วเจ้ายังไม่สนใจเกี่ยวกับชื่อเสียงของกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิงั้นรึ!? หากเราทำเช่นนั้นแล้วเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เหล่าพี่น้องของเราจะสามารถรักษาศักดิ์ศรีของพวกเขาเอาไว้ได้เช่นไร!?”

     

    “แต่ว่าแม่ทัพ หวง......!!”

     

    สมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิร่างผอมกล่าวออกมา แต่ทว่าทันทีที่เขากล่าวออกมาเช่นนี้ ใบหน้าของเขาก็เลี่ยนเป็นสีขาวซีดพร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นมาปิดปากอย่างกะทันหัน เขารู้ตัวว่ากล่าวสิ่งที่ผิดพลาดออกไป เขาหันหน้าไปมองทาง จ้าว เฟิงเฉิน ในเวลานี้ใบหน้าของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปจนน่าหวาดกลัว

     

    “เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องแม่ทัพ หวง ข้าจะจัดการกับเขาเอง!!”

     

    เมื่อได้ยินคำกว่า แม่ทัพ หวง , จ้าว เฟิงเฉิน ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที ความสนใจในเรื่องนี้ของเขาพลันจางหายไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ข้าจะทิ้งดาบของข้าไว้ที่นี่ ก่อนจะกลับพวกเจ้าก็ให้เขาแขวนเอาไว้ที่นี่!! เมื่อข้าไม่สามารถซื้อดาบได้ ข้าก็จะเข้าร่วมการดวลดาบครั้งนี้!!”

     

    จ้าว เฟิงเฉิน กล่าวพร้อมกับดึงดาบโบราณออกมาจากเอวพร้อมกับส่งให้กับสมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิ จากนั้นเขาก็ออกไปจากโรงเตี๊ยมวิหคเงินทันที

     

    ....................

     

    ในเวลาเดียวกันนั้น หวัง ชง กำลังเดินอยู่ด้านนอกโรงเตี๊ยมวิหคเงิน โดยที่มี เว่ย ฮ่าว เดินอยู่ด้านข้างอย่างใกล้ชิด

     

    “บ้าเอ๊ย!! ข้าคิดว่าเขาจะใจกว้างกว่าคนอื่นๆ สุดท้ายเขาก็เหมือนกับคนอื่นๆ เท่านั้น!!”

     

    นับตั้งแต่ออกมาจากโรงเตี๊ยมวิหคเงิน เว่ย ฮ่าว ก็สบถออกมาตลอดทาง

     

    หากไม่ใช่เพราะคำถามของ หวัง ชง เขาก็ไม่มีทางรู้เลยว่า จ้าว เฟิงเฉิน มีเงื่อนไขในการซื้อดาบด้วยราคาแปดพันตำลึงทองเช่นนั้น

     

    “ไม่จำเป็นต้องตำหนิเขา มันคงแปลกหากว่าเขาซื้อดาบในราคานี้ แต่ไม่ได้สัมผัสถึงข้อดีของมัน!!”

     

    หวัง ชง กล่าวออกมาอย่างไม่แยแส

     

    ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา จ้าว เฟิงเฉิน ปฏิบัติต่อเงินราวกับเป็นแค่เพียงเศษดินเท่านั้น เขาเสนอเงินกว่าสองแสนตำลึงทองเพียงเพื่อดาบหวู่จือเล่มเดียว นั่นทำให้หลายๆ คนต้องตกตะลึงในความมั่งคั่งของเขา และตระกูล จ้าว อย่างมาก

     

    อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงนั้นตรงกันข้ามกับสิ่งนั้น ด้วยการเผชิญหน้าของ หวัง ชง และ จ้าว เฟิงเฉิน ที่ผ่านมานี้ เขาสามารถบอกได้เลยว่าฝ่ายตรงข้ามจะยอมเสียเงินสำหรับสิ่งที่มีค่าเท่านั้น

     

    สำหรับสิ่งที่ไร้ค่าแล้ว จ้าว เฟิงเฉิน จะรังเกียจมันยิ่งกว่าคนอื่นๆ มาก

     

    ในความจริงแล้ว หากว่ามีคนคิดคำนึงถึงสิ่งนี้ พวกเขาจะมองว่าจอมพลในอนาคตของกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิจะเป็นคนโง่ได้อย่างไร

     

    “......แต่ว่าท่านไม่ปฏิเสธเขาเร็วไปหรือ!? ท่านไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำ นั่นเงินแปดพันตำลึงทองเลยเชียวนะ!! คนที่สามารถเสนอราคาเช่นนี้ออกมาได้ อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ซื้อชั้นเลิศ!!”

     

    เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยความเสียดาย เขาพบว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมากที่ปล่อยเหยื่อตัวใหญ่เช่นนี้ไป

     

    “ไม่ต้องห่วง เขายังติดเบ็ดอยู่ และจะต้องกลับมาในเร็วๆ นี้แน่นอน!!”

     

    หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม

     

    ความสัมพันธ์ของ จ้าว เฟิงเฉิน ต่อเหล็กหวู่จือนั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นชะตากรรมก็ว่าได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตัดความสัมพันธ์ของเขาออกจากเหล็กหวู่จือ หวัง ชง เชื่อว่าตราบใดที่เขาแกะผ้าคลุมออกจากดาบ จ้าว เฟิงเฉิน จะต้องเรียกร้องที่จะซื้อดาบเล่มนี้แน่นอน

     

    “จ้าว เฟิงเฉิน!! จ้าว เฟิงเฉิน ..........!!”

     

    หวัง ชง พึมพำออกมาเล็กน้อย ในที่สุดความคิดบางอย่างก็จุดประกายขึ้นภายในใจของเขา

     

    ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา จ้าว เฟิงเฉิน เป็นตำนาน ไม่เพียงแค่เรื่องเหล็กหวู่จือเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวรยุทธ์ และความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับศัตรูที่รุกล้ำเข้ามาในอาณาจักร นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งโลกจดจำชื่อของเขาได้

     

    แต่หากเทียบกับความโดดเด่นของเขาในอนาคตแล้วนั้น ตอนนี้ จ้าว เฟิงเฉิน ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแม่ทัพภาคส่วนในตอนนี้ แต่ก็มีสถานะสูงส่งในกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิไม่น้อย

     

    จากความทรงจำของ หวัง ชง , จ้าว เฟิงเฉิน จะอยู่ในตำแหน่งนี้ไปอีกหกถึงเจ็ดปี นั่นเป็นเพราะศัตรูคนสำคัญของเขา

     

    “หวง เซี่ยวเทียน!!”

     

    ชื่อนี้ดังก้องสะท้อนขึ้นภายในห้วงความคิดของ หวัง ชง

     

    ก่อนที่ จ้าว เฟิงเฉิน จะกลายเป็นตำนานที่มีชื่อเสียงกึกก้อง ก่อนที่เขาจะได้กลายเป็นจอมพลที่แข็งแกร่งในวัยสี่สิบนั้น มันมีเรื่องราวเบื้องหลังอยู่ภายในนั้น

     

    เขาสร้างชื่อให้กับตัวเองในช่วงหลังของชีวิต

     

    สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะมีแม่ทัพภาคส่วนที่มีความสามารถอยู่อีกคนหนึ่ง

     

    บุคคลผู้นั้นคือ หวง เซี่ยวเทียน

     

    แม้ว่าสุดท้ายแล้ว หวง เซี่ยวเทียน จะไม่สามารถต่อกรกับ จ้าว เฟิงเฉิน ได้ก็ตาม แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้ด้อยกว่า จ้าว เฟิงเฉิน เท่าไหร่นัก

     

    ในกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิในปัจจุบันนั้น พวกเขาจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่งติดหนึ่งในสามอันดับแรกเสียก่อน

     

    มีคำกล่าวว่าเสือสองตัวไม่อาจอยู่ถ้ำเดียวกันได้ คนสองคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันนั้น สามารถเป็นสหายต่อกันได้ แต่หากว่าคนสองคนที่มีบุคลิกคล้ายกัน พวกเขาจะกลายเป็นศัตรูต่อกัน

     

    มันเป็นไปไม่ได้ที่ จ้าว เฟิงเฉิน และ หวง เซี่ยวเทียน จะเป็นสหายกัน

     

    เป็นเพราะ หวง เซี่ยวเทียน จึงทำให้ จ้าว เฟิงเฉิน ติดอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพภาคส่วนเป็นเวลาหกถึงเจ็ดปี ในที่สุดด้วยความสามารถ และการสนับสนุนจากตระกูล จ้าว เฟิงเฉิน ก็สามารถสลัด หวง เซี่ยวเทียน และทิ้งห่างออกไปได้ จากนั้นเขาจึงได้เริ่มต้นสร้างตำนานของตนเองขึ้นมา

     

    ต้นกำเนิดของความบาดหมางระหว่างทั้งสองคนนี้เกิดขึ้นจากการคัดเลือกเข้ากองทัพพิทักษ์จักรพรรดิ เมื่อก่อนนี้ หวง เซี่ยวเทียน และ จ้าว เฟิงเฉิน ต่างก็เป็นคู่แข่งที่เท่าเทียมกัน

     

    สุดท้ายแล้ว จ้าว เฟิงเฉิน ก็ได้พ่ายแพ้ให้กับ หวง เซี่ยวเทียน และปล่อยโอกาสที่ดีสำหรับเขาให้หลุดลอยออกไป หลังจากนั้น หวง เซี่ยวเทียน ก็ใช้ตำแหน่งของเขากดดัน จ้าว เฟิงเฉิน ให้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา

     

    นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันรับการคัดเลือกเข้ากองทัพพิทักษ์จักรพรรดิ จนมาถึงตอนนี้

     

    ***** วูบบบ *****

     

    เมื่อตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ หวัง ชง ก็สามารถเข้าใจได้ทันที ว่าทำไม จ้าว เฟิงเฉิน ถึงได้มาพบเขา

     

    “หวัง ชง มีอะไรหรือ!?”

     

    เสียงของ เว่ย ฮ่าว ดังขึ้น ขณะที่จ้องมองมายัง หวัง ชง หลังจากที่จู่ๆ สหายคนนี้ก็หยุดนิ่งอย่างกะทันหัน

     

    “อา... ไม่มีอะไร!!”

     

    หวัง ชง ฟื้นตัวจากความครุ่นคิด เขาส่ายศีรษะไปมาเบาๆ ก่อนที่ทั้งสองคนจะก้าวขึ้นไปบนรถม้า

     

    “คุณชาย ช้าก่อน!!”

     

    ทันใดนั้น เสียงตะโกนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน

     

    หวัง ชง และ เว่ย ฮ่าว หันกลับไปมอง นั่นทำให้พวกเขาเห็นสมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิกำลังวิ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา

     

    เว่ย ฮ่าว หันกลับไปมองที่ หวัง ชง ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง หลังจากทั้งหมดแล้วพวกเขาเพิ่งกล่าวถึงฝ่ายตรงข้ามเพียงไม่นาน เป็นไปได้ไหมว่ามันจะตรงกับคำกล่าวของ หวัง ชง ที่บอกว่าพวกเขาจะต้องกลับมาในเร็วๆ นี้!! หากเป็นเช่นนั้น หวัง ชง ก็น่าเหลือเชื่อเกินไป

     

    อย่างไรก็ตาม มันตรงกันข้ามกับความคาดหวังของทั้งคู่ สมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิกลับกล่าวถามเรื่องอื่นออกมา

     

    “คุณชาย ข้าขอถามได้ไหมว่ากองโลหะนั่นเอาไว้ทำอะไร!? ท่านจะขายมันหรือ!?”

     

    สมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิกล่าวพลางชี้ไปที่กองโลหะด้านหน้าโรงเตี๊ยมวิหคเงิน

     

    โรงเตี๊ยมวิหคเงินตั้งอยู่ห่างจากพระราชวังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่จึงดึงดูดความสนใจของกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิอย่างมาก เพราะไม่มีใครชื่นชอบดาบมากไปกว่าพวกเขากองทัพพิทักษ์จักรพรรดิอีกแล้ว

     

    การดวลดาบที่เกิดขึ้นที่โรงเตี๊ยมวิหคเงินดึงดูดความสนใจของพวกเขาอย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้นแล้วไม่มีทางที่พวกเขาจะมาที่นี่อย่างแน่นอน

     

    เรื่องแรกที่ทุกคนไม่รู้คือ ดาบที่แขวนอยู่ด้านหน้านั้นมีลักษณะ และจุดเด่นตั้งตระหง่าน อีกเรื่องก็คือกองโลหะที่ตั้งอยู่ด้านหน้านั้น มีไว้เพื่อทำอะไรกันแน่

     

    ภายในอาณาเขตของพระราชวังมีการคาดเดาจากสมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิอย่างต่อเนื่อง

     

    ด้วยความอยากรู้อยากเห็น สมาชิกกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิคนนี้จึงได้ใช้โอกาสนี้ในการกล่าวถามออกมา

     

    “ฮ่าๆ!!”

     

    หวัง ชง หัวเราะลั่นพลางยิ้มบางๆ ออกมา

     

    “ทำไมท่านไม่ลองเดาดูล่ะ!?”

     

    หลังจากกล่าวจบเขาก็จากไปทันที

     

    ....................

     

    หลังจากกลับมาจากโรงเตี๊ยมวิหคเงิน หวัง ชง ก็ใช้ความพยายามทั้งหมดของเขาไปกับการฝึกฝน เพราะอย่างไรแล้วอีกเพียงไม่นานค่ายฝึกอันยิ่งใหญ่ทั้งสามก็จะเปิดขึ้นแล้ว

     

    การคัดเลือกเข้าร่วมค่ายฝึกนั้นจำเป็นต้องมีพลังในระดับสูง และมันจะสูงมากขึ้นในรอบถัดๆ ไป หากขาดความแข็งแกร่ง และพลังบ่มเพาะที่เพียงพอ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าร่วมค่ายฝึก

     

    นอกจากนี้เขายังต้องคิดถึงงานฉลองวันคล้ายวันเกิดท่านปู่ของเขาอีกด้วย

     

    แกนกลางของตระกูล หวัง ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในตระกูลไม่ใช่บิดาของเขา หวัง หยาน และไม่ใช่ลุงใหญ่ หวัง เกิ่น หรือป้าใหญ่ และลุงคนอื่นๆ แต่อย่างใด

     

    ศูนย์กลางที่ทรงอำนาจที่สุดของตระกูล หวัง ก็คือท่านปู่ของเขา

     

    ในฐานะที่เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในด้านทหาร และนักวิชาการ แล้วนั้น ตระกูล หวัง เป็นตระกูลที่มีทรัพยากรที่มีค่าซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งยากที่ตระกูลอื่นๆ จะมองข้ามในจุดนี้

     

    ในด้านความมั่งคั่ง ตระกูล หวัง ไม่อาจเทียบกับตระกูล จาง หรือตระกูลอื่นๆ ในกลุ่มช่างตีเหล็กได้ ในด้านอำนาจ ตระกูล หวัง ก็ไม่อาจเทียบกับตระกูล เหยา ได้ แต่ทว่าข้อมูลที่ หวัง ชง สามารถเข้าถึงได้นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ เหยา เฟิง สามารถเทียบได้แม้แต่นิดเดียว

     

    แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ตระกูล หวัง ก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในต้าถัง

     

    สำหรับเหตุผลที่ หวัง ชง ต้องครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ เป็นเพราะมีเพียงสมาชิกของตระกูลที่ท่านปู่ของเขายอมรับเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้นได้

     

    นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ลุงใหญ่ของเขาเข้ารับตำแหน่งขุนนางในราชสำนัก และท่านพ่อของเขาเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพทางการทหาร

     

    ดังนั้น หลังจากที่ท่านปู่ของเขาล่วงลับไปแล้วนั้น ด้วยการตัดสินใจที่ผิดพลาดของลุงใหญ่ มันจึงทำให้ตระกูล หวัง ล่มสลายลง

     

    ตระกูล หวัง ไม่อาจพังทลายลงได้ นี่คือความคาดหวังของท่านปู่ของเขา

     

    มีเพียงสมาชิกของตระกูลที่แสดงความสามารถออกมาได้เพียงพอ และได้รับการยอมรับจากท่านปู่ของเขาเท่านั้น จึงจะสามารถเทียบได้กับบุตรโดยตรงของท่านปู่

     

    หาก หวัง ชง ต้องการได้รับทรัพยากรของตระกูล และได้รับความใส่ใจ เขาจำเป็นต้องทำให้ท่านปู่ของเขายอมรับให้ได้เสียก่อน

     

    นอกจากนี้แล้ว ตำหนักสี่ฤดูยังเป็นตำหนักที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยจักรพรรดิ พร้อมกับการสนับสนุนจากราชวงศ์คนอื่นๆ ที่นี่เป็นสถานที่ที่ใช้ในการประชุมในด้านการปกครอง มันจึงถูกคุ้มครองโดยกองทัพพิทักษ์จักรพรรดิ แม้แต่คนของตระกูล หวัง ก็มีโอกาสได้เข้าไปเพียงปีละครั้งเท่านั้น

     

    นั่นก็คือวันฉลองวันคล้ายวันเกิดท่านปู่ของเขา

     

    นี่เป็นโอกาสสำหรับ หวัง ชง ในปีนี้

     

    เขาจะต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะทำให้ท่านปู่ยอมรับเขาได้เช่นไร!!

     

    ..................

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิข้ามกาลเวลา ที่คุณอ่าน

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312