ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่95 สัตว์อสูรในพันธะสัญญาของบรรดาเหลนๆ

         พวกผู้ใหญ่ได้แต่พากันเดินวนไปวนมา บ้างก็ผุดลุกผุดนั่ง บ้างก็ยืนบ้าง เพื่อรอเหนี่ยวเหนี่ยวกินขนม และน้ำหวานให้เรียบร้อยเสียก่อน 

        พวกเหลนๆจากที่ตื่นเต้นไม่ทำอันใดก็กลายเป็นว่านั่งกินน้ำหวานกับขนมไปพร้อมกับท่านย่าเล็กของพวกเขาอย่างผ่อนคลายกันไปแล้ว

         “เมื่อไหร่พวกเด็กๆถึงจะกินกันอิ่มล่ะเนี่ย??”ท่านพ่อ

         “ก็นั่นน่ะสิ ข้านี่ตื่นเต้นจนทนจะไม่ไหวอยู่แล้ว”ท่านลุงอี้

         “พวกเจ้าฟังเสียงสิ จะเป็นสัตว์อสูรประเภทใดกันบ้างเสียงมันตีกันไปหมดเลย”ท่านลุงฉือ

         “ข้าเองก็คาดเดาไม่ถูกเหมือนกันมันเหมือนจะใช่ และก็ไม่ใช่เสียงสัตว์อสูรตัวนั้น”ท่านพ่อ

         พวกท่านก็คอยฟังเสียงปริศนาแปลกประหลาดที่ส่งมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคาดเดากันว่าพวกเหลนๆของพวกเขาจะได้รับสัตว์อสูรใดมาอยู่ในพันธะสัญญากันบ้าง

         ถึงแม้ว่าพวกท่านเองแต่ละคนจะยังไม่เคยมีสัตว์อสูรในพันธะสัญญาก็ตามที แต่แค่เหลนๆได้มีก็ดีใจแบบบอกไม่ถูกแล้วเสมือนกับเป็นสัตว์อสูรของพวกท่านเสียเองซะอย่างนั้นเพราะตื่นเต้นมากกว่าพวกเด็กๆเสียอีก 

         “เอ่อ…เหนี่ยวเหนี่ยวลูกรักพวกหนูอิ่มกันหรือยังลูก”ท่านพ่อ

         “ไม่ใช่น้องเล็กอยากจะพาเหลนๆไปเจอสัตว์อสูรที่จะทำพันธะสัญญากับพวกเขาหรอกหรือน้องเล็ก??”พี่ใหญ่ซือจื่อ

         “ใช่ๆ พี่ว่าพวกเราช้าไปนิดหน่อยแล้วนะน้องเล็ก”พี่รองเหล่าหู่

         ยังคงเป็นพวกท่านพ่อที่อดทนรอไม่ไหวจริงๆ ต้องเดินเขามาถามลูกสาวสุดที่รักเอาเอง

         “โอ้…ถ้าอย่างนั้นท่านพ่อ พี่ชายไปก่อนเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่รีบ ข้าไม่รีบจริงๆเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว 

        “ชี้ว…ชี้ว….ไปสิเจ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         นางเงยหน้าตอบท่านพ่อ และพี่ชายฝาแฝดของพวกเขาและหันกลับไปหยิบขนมในจานกินต่ออย่างไม่สนใจพวกท่านอีกต่อไป

         “..........!!!”ท่านพ่อ พี่ชายฝาแฝด ก็พากันอึ้งกับคำตอบของเหนี่ยวเหนี่ยวไปเลยจริงๆและยังโดนนางไล่ไปอีกต่างหาก

         “ฮ่า…ฮ่า….”คนอื่นๆที่ได้ยินเหนี่ยวเหนี่ยวพูดไล่ท่านพ่อกับพวกพี่ชายทางอ้อมก็พากันอดหัวเราะเสียไม่ได้จริงๆ 

         “ท่านพี่ และก็พวกเจ้าด้วยใจเย็นๆหน่อยเถอะ ถ้าเหนี่ยวเหนี่ยวนางไม่ได้รีบร้อนอะไร แสดงว่ามันยังคงทันการอยู่เจ้าค่ะ”ท่านแม่ ผู้ที่ดูลูกสาวคนเล็กออกที่สุดว่านางต้องการทำอะไร

         “จริงด้วยสิ!!”ท่านพ่อ พวกพี่ชาย

         “ถึงว่าสิเหนี่ยวเหนี่ยวถึงไม่ได้รีบร้อนอันใดนัก คงจะมีแผนการเอาไว้ในใจแล้วเป็นแน่ ใช่ไหมลูกรัก??”ท่านพ่อ อดไม่ได้ที่จะมีคำถามเล็กๆน้อยๆไปที่ลูกสาว

         “ข้าน่ะเหรอเจ้าคะมีแผน??? ไม่มีอะไรเลยเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ยังคงตอบกลับแบบสบายๆใจเหมือนเดิม และกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยกับพวกเหลนๆต่อ 

         “..........!!!”ท่านพ่อ

         “ฮ่า…ฮ่า…..”คนอื่นๆ 

         ท่านพ่อเปรียบเสมือนอากาศธาตุไปแล้วที่ดูไม่มีตัวตนในสายตาของลูกสาวและเหลนๆ เพราะความสนใจของพวกเด็กๆก็คือเติมเต็มท้องน้อยของพวกเขาหลังจากต้องตื่นนอนกันก่อนเวลาปรกติแล้วยังเข้านอนช้าอีกด้วย ดูเหมือนจะโดนดูดพลังหายไปเยอะเลยต้องกินกันก่อนที่จะเริ่มทำอย่างอื่นต่อนั่นเอง!!

         “หง่ำ…หง่ำ….”

         ทำอย่างไรตอนนี้ก็ไม่สามารถเรียกความสนใจจากพวกเด็กๆ ได้ถ้าท้องของพวกเขายังเติมเต็มไม่ได้เต็มที่ดีนัก

         “เรื่องกินนี่ต้องมาก่อนเสมอจริงๆ เจ้าพวกตะกละน้องพวกนี้เนี่ย”ท่านแม่ อดไม่ได้ที่จะพูดนินทาพวกเด็กๆในตอนนี้กัน

         “จริงเจ้าค่ะท่านแม่ ดูสิเหมือนกับว่าตอนก่อนเข้านอนไม่ได้กินอะไรกันเลยอย่างนั้นแหละเจ้าค่ะ”พี่สะใภ้ใหญ่

         “คงจะย่อยไปหมดเสียแล้วมั้งเจ้าคะ”พี่สะใภ้รอง

         “น่าจะใช่ล่ะนะ ย่อยเร็วเสียด้วยสิ”ท่านแม่

         “ฮ่า…ฮ่า….”ท่านแม่ สองสะใภ้

         เวลาที่ผ่านไปสำหรับพวกเด็กๆก็คือการเพลิดเพลินกับขนมแสนอร่อยที่เหล่าบรรดาท่านแม่ทำให้กินและเก็บไว้ในกำไลมิติของพวกท่าน บางส่วนก็ให้พวกเด็กๆเก็บไว้ด้วยเช่นกันแต่เอาไว้สำหรับยามฉุกเฉินเท่านั้นจริงๆที่จะนำออกมากิน ในยามปรกติทั่วไปก็กินอาหารและขนมที่พวกท่านแม่ของพวกเขาหามาให้กิน

         ส่วนพวกท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชายทั้งหลาย เวลาที่ผ่านไปนั้นก็เนิ่นนานมากมายเหลือเกินจริงๆ พวกท่านในยามนี้ไม่มีความสุขเอาเสียเลย เพราะมัวแต่เอียงหูฟังเสียงประหลาดที่ยังเป็นปริศนาไม่รู้ว่ามีสัตว์อสูรตัวใดบ้าง ส่วนสายตาก็ยังคงจดจ้องเหนี่ยวเหนี่ยวกับแบบไม่กระพริบตากันเลยทีเดียว ว่าเมื่อไหร่นางลุกและบอกว่าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ!!!

         “กึก…กึก….”

         เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ทำท่าลุกขึ้นจากที่นั่งทำให้พวกท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชาย พากันเตรียมพร้อมที่จะก้าวเดินทางกันทันทีแต่แล้วมันก็ไม่ใช่อย่างที่พวกท่านคุณเพราะว่าที่เหนี่ยวเหนี่ยวลุกขึ้นนั่นก็คือเหตุผลที่ว่า…!!

         “ไอ้หยา…คันก้นจังเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “แกร๊ก…แกร๊ก……”

         “..............!!”ท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชายทั้งหลายที่เห็นภาพตรงหน้าและได้ยินเสียงเหนี่ยวเหนี่ยว พูดออกมาถึงกับต้องหยุดชะงักขาที่กำลังจะก้าวเพื่อเตรียมพร้อมออกเดินทางไปยังเสียงปริศนาที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง!!!

         “ฮ่า…ฮ่า….”บรรดาพวกฮูหยินต่างพากันมองไปที่สามีของพวกนางและพากันหัวเราะอย่างสุดเสียงกันเลย

         เหนี่ยวเหนี่ยวหันมามอง พวกท่านแม่ที่ส่งเสียงหัวเราะก็เลยหัวเราะตามไปด้วยแบบมีส่วนร่วมแบบงงๆและนางก็นั่งลงต่อเมื่อรู้สึกบรรเทาอาการหายคันก้นน้อยๆของนางแล้ว

         “ไม่ว่าตอนนี้เหนี่ยวเหนี่ยวจะทำอะไร ดูเหมือนพวกผู้ชายจะเกร็งไปเสียหมดแล้ว ช่างดูตลกกันเสียจริงๆเลย”ท่านแม่

         “ใช่ๆ ข้านี่ยังขำไม่หายจริงๆกับเรื่องเมื่อตะกี้นี้น่ะนะ”ท่านป้าอี้

         “พากันตื่นเต้นเสียยกใหญ่ ที่ไหนได้นางแค่เกิดอาการคันที่ก้นน้อยๆน่าตีนั่นเท่านั้นเองล่ะนะ”ท่านป้าฉือ

         “พวกเจ้าลองดูสิ พวกท่านพี่ยังไม่หยุดทำท่าทีตลกๆกันอีกน่ะ”ท่านแม่

         “ใช่”ท่านป้าทั้งสองคน

         “ฮ่า….ฮ่า….”ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้พากันหัวเราะกันเสียอีกรอบหนึ่งสำหรับพวกท่าน

         และในที่สุดเวลาที่ทุกๆคนรอคอยก็มาถึงกันแล้วเมื่อเหนี่ยวเหนี่ยวพร้อมที่จะพาเหลนๆไปหาสัตว์อสูรที่นางเอ่ยอ้างว่าจะเป็นสัตว์อสูรในพันธะสัญญของพวกเหลนๆทั้งหมด

         “ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ พวกเราไปกันเถอะเจ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ตกลง”ทุกๆคน

         “เอิ๊ก……เอิ๊ก…..”ก่อนจะก้าวขาออกไปก็เรอออกมาเสียงดังยาวๆไปเลย 

         “.........!!”ทุกๆ คน

         “ออกเดินทางไปที่บ่อน้ำร้อนกันได้เลยพวกเรา..”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “บ่อน้ำร้อน เย้..เย้….ไปเลย ไปเลย”พวกเด็กๆ พากันคึกคักกันอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าจะไปที่บ่อน้ำร้อนกันอีกแล้ว

         “พวกเราจะไปนั่งแช่ นอนแช่บ่อน้ำร้อนกันอีกใช่ไหมเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “โอ้…นั่นก็ส่วนหนึ่งนะ แต่ว่าสัตว์อสูรที่เป็นของพวกเจ้าน่ะเหลนๆ พวกมันก็อยู่ที่นั่นกันหมดด้วยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “สัตว์อสูรของพวกเข้า!!”พวกเหลนๆพากันพูดออกมาด้ววยน้ำเสียงอันตื่นเต้นแบบไม่ปกปิดอารมณ์ดีใจแต่อย่างใดเลย

         และพวกเด็กๆก็พากันลืมไปชั่วขณะหนึ่งว่าจริงๆแล้วที่พวกเขาโดนปลุกให้ตื่นนอนกันก่อนจะถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะสาเหตุอันใด พอได้กินขนมก็ลืมกันไปเลยจนท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวพูดเตือนอีกครั้งนี่แหละ เลยยิ่งออกอาการดีใจและตื่นเต้นกันสุดๆไปเลย 

         เหนี่ยวเหนี่ยวยังคงเป็นผู้นำเดินทางไปที่บ่อน้ำร้อนที่พวกเขาพึ่งจะสร้างกันเสร็จเมื่อยามซวีของเมื่อวานซืนนี่เอง(ยามซวี (戌:xū)คือ 19.00 - 20.59 น.)

     “ป๋อม…แป๋ม…..”

         “ซ่า……ซ่า….”

         “บุ๋ง…บุ๋ง……”

         “แบะ…แบะ……”

         “อู๊ด…อู๊ด…..”

         “กุ๊ก….กุ๊ก…..”

         “จี๊ด….จี๊ด…..”

         “ก้าบ…ก้าบ….”

         “อวี๋…..อวี๋……”

         “จ๋อม….จ๋อม….”

         “อุก..อุก…แอะ….”

         ยิ่งพากันเดินเข้าใกล้บ่อน้ำร้อนมากขึ้นเท่าไหร่ก็ได้ยินเสียงเหล่าพวกสัตว์อสูรชัดเจนขึ้นเท่านั้น 

         “ข้าได้ยินเหมือนเสียงเป็ดล่ะ”เหลนสาวใหญ่ยายา ที่ชื่อของนางคือน้องเป็ด

         “ส่วนข้าได้ยินเหมือนเสียงผึ้งกำลังส่งเสียงอยู่นะเจ้าคะชัดมากๆเลยด้วย”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “แต่ว่าข้าได้ยินเหมือนเสียงปลากำลังแหวกว่ายในบ่อน้ำร้อนล่ะ แต่ว่าทำไมมันถึงกระโดดออกจากแม่น้ำมาไกลถึงบ่อน้ำร้อนของพวกเราได้เล่า??”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “ข้าได้ยินเสียงที่ชัดสุดคือเสียงเจ้ากระต่ายล่ะเจ้าค่ะ เป็นกระต่ายจริงๆ”เหลนสาวสี่ทู่จึ

         “................!!!”พวกผู้ใหญ่ที่คอยฟังเสียงแปลกประหลาดปริศนาก็ยังคงคาดเดาไม่ได้ชัดเจนว่าคือเสียงอะไรกันแน่ แต่กับเสียงที่พวกเหลนๆสาวน้อยได้พูดออกมานั้นมันมีสัตว์อสูรหลายตัว หลายประเภทอีกด้วย!!!

        “ส่วนตัวข้าได้ยินเสียงแกะกำลังร้องน่ะขอรับ”เหลนชายคนโตหยางหยางที่มีความหมายว่าแกะเช่นเดียวกัน

        “ของข้าได้ยินเสียงลูกหมูกำลังร้องล่ะขอรับ”เหลนชายรองจูจู

        “ข้าได้ยินเสียงไก่กำลังร้องมากกว่านะ”เหลนชายสามจีจี

        “ทำไมข้ากับพวกเจ้าได้ยินเสียงสัตว์อสูรที่แตกต่างกันมากขนาดนี้เล่า ข้าได้ยินเสียงหนูร้องชัดมากๆเลยขอรับ”เหลนชายสี่เหล่าสู่

         พวกผู้ใหญ่ได้แต่มองกันไปมาและมองมาที่พวกเหลนๆ ที่แต่ละคนก็พูดว่าผู้ใดได้ยินเสียงสัตว์อสูรแบบใดกันบ้างยิ่งเดินเข้าใกล้บ่อน้ำร้อนเข้าไปทุกทีแบบนี้

         “โอ้….พวกเจ้าเก่งกันมากเลยนะเหลนๆได้ยินเสียงสัตว์อสูรพวกนั้นด้วย”เหนี่ยวเหนี่ยว

        “ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่พวกข้าและพวกพี่ชายบอกว่าได้ยินเสียงสัตว์อสูรออกมา ก็มีพวกมันหมดหรือเจ้าคะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวคนโตยายา

         พวกเหลนๆเฝ้ามองไปที่ท่านย่าเล็กกันตาแป๋วเลย เพื่อรอฟังคำตอบยืนยันจากท่านย่าเล็กของพวกเขากัน

         “ก็ใช่น่ะสิ พวกนั้นเป็นสัตว์อสูรที่ถูกลิขิตมาให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ ไม่แปลกหรอกที่พวกเจ้าจะได้ยินเสียงพวกมันอย่างชัดเจนโดยเฉพาะเจาะจงน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “เป็นแบบนี้นี่เอง..”ทุกๆ คนพึมพำออกมาแบบว่าเข้าใจกันแล้ว ว่าทำไมพวกเด็กๆถึงได้ยินเสียงสัตว์อสูรที่แตกต่างกันมากมายถึงเพียงนี้

         “นั่นน่ะสิ เขาว่าการเชื่อมจิตระหว่างคนและสัตว์อสูรเป็นแบบนี้นี่เอง นี่ขนาดยังไม่ได้ทำพันธะสัญญาผูกพันกันแต่อย่างใดแต่ว่าพวกเด็กๆสามารถเชื่อมต่อพวกสัตว์อสูรประจำตัวของพวกเขากันได้แล้ว ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”ท่านแม่

         “ไปพวกเจ้ารีบเร่งฝีเท้ากัน สัตว์อสูรของพวกเจ้ารออยู่ข้างหน้าแล้ว”เหนี่ยวเหนี่ยว พูดกระตุ้นพวกเหลนๆอีกรอบ

         “เจ้าค่ะ”เหลนสาว

         “ขอรับ”เหลนชาย

        “โอ้……!!”พวกเด็กๆพากันมองตาโตด้วยความตื่นเต้นเมื่อมาถึงบ่อน้ำร้อนแล้วเห็นสัตว์อสูรในทุกๆบ่อมากมายเต็มไปหมดเลย!!

         “................!!!”พวกผู้ใหญ่ ที่พากันยืนมองตาโตอ้าปากค้างกันเป็นทิวแถวเมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าของพวกเขาตรงบ่อน้ำพุร้อนของพวกเด็กๆที่พึ่งจะสร้างกันเสร็จ

         “นี่มันอะไรกันเนี่ย…!!”ท่านพ่อ

         “สัตว์อสูร เยอะแยะเต็มไปหมด!!”ท่านลุงฉือ

         “พวกมันมาถึงที่นี่จริงๆ!!”ท่านลุงอี้

        พวกผู้ใหญ่มัวแต่พากันอึ้งๆกันอยู่ แต่เหนี่ยวเหนี่ยวเองไม่รอช้ารีบก้าวไปข้างหน้า เท้าสะเอวพร้อมประกาศอย่างเสียงดังออกมาว่า….

         “เจ้าพวกสัตว์อสูรตัวกะจ้อยทั้งหลาย พวกเจ้าขึ้นจากบ่อน้ำร้อนมารายงานตัวเดี๋ยวนี้นะ”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “..............!!”พวกสัตว์อสูรรุ่นเด็กน้อยต่างพากันตกใจ และหันไปมองตามเสียงและกลิ่นไอละอองพลังธาตุที่พิเศษมากๆที่พวกมันสนใจบ่อน้ำพุร้อนก็เพราะได้กลิ่นละอองพลังธาตุแบบนี้นั่นแหละ แต่ไม่คิดว่าตอนนี้พวกมันจะเจอเจ้าของกลิ่นอันวิเศษแบบนี้ตรงหน้าพวกมันที่มีกลิ่นไอละอองพลังธาตุที่ดูจะเข้มข้นมากกว่าบ่อน้ำร้อนพวกนี้เสียอีก

    ************
     

         เหนี่ยวเหนี่ยวในที่สุดก็ได้ฤกษ์พาพวกเหลนๆไปตามล่าสัตว์อสูรที่มาหาถึงที่เสียที หลังจากต้องรอพวกนางกินขนมกันจนเสร็จสิ้น