บทที่ 27 เงื่อนไข
บทที่ 27 เงื่อนไข พลังปราณแผดพุ่งไปทั่วทั้งร่างกายตอนนี้หลังจากที่ได้มุ่งมั่นและขะมักเขม้นในการฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายของตนเองมาหลายวันมันก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการฝึกฝนพลังแล้วในขณะที่กำลังนั่งอยู่ภายในห้องแล้วกำลังขะมักเขม้นกับการฝึกฝนพลังอยู่พลังปรารที่แผ่ซ่านออกมาด้วยทั้งร่างกายมันก็ได้หายไปชั่วขณะก่อนที่มันจะก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่ และพลังปราณที่ก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่นั้นมนแผดพุ่งออกมาราวกับว่าเป็นเปลวเพลิงกองใหม่ที่ลุกโชติช่วงมากกว่าเดิมพลังความรุนแรงของพลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายทั้งระดับของพลังปราณมันก็แตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน ดวงตาทั้งสองข้างที่กำลังพับปิดอยู่ในท่านั่งสมาธิได้ค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ หลินซานออกมาจากการฝึกฝนพลังเรียบร้อยแล้วตอนนี้ใบหน้าของเขามันเต็มไปด้วยความสุขุม“ สำเร็จแล้ว~ ” น้ำเสียงแผ่วเบาถูกปล่อยออกมาจากลำคอของเขาตอนนี้ตัวของเขานั้นได้ฝึกฝนพลังวิญญาณของตนเองและยกระดับมันได้สำเร็จเรียบร้อยแล้วภายในร่างกายนั้นมันสงบอย่างบอกไม่ถูกมันสงบราวกับว่ามีสายธาราไหลเชี่ยวไหลอยู่ภายในร่างกาย สายธาราไหลเชี่ยวที่ไหลอยู่ภายในร่างกายมันปลอบโลมให้ทั้งภายในกายนั้นสงบ ไม่ได้เพียงแค่กล้ามเนื้อเท่านั้นที่มันถูกยกระดับขึ้นแต่สภาพจิตใจเองก็ถูกยกระดับขึ้นด้วยเช่นกันตอนนี้พลังปรารที่มันแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายมันถูกส่งเสริมกันไปมาโดยส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ที่ถูกยกระดับขึ้นมาอยู่ในระดับกำเนิดพลัง “ ฟู!! ” หลินซานพ่นลมหายใจออกมาจากปากของตนเองอย่างผ่อนคลายพลังปราณภายในร่างกายมันเริ่มเด่นชัดมากขึ้นเมื่อจิตใจของเขานั้นเริ่มสงบลงมากขึ้น หลังจากที่ได้ขะมักเขม้นในการที่ฝึกฝนพลังปราณมาหลายต่อหลายวันตอนนี้ก็ได้ทำเงื่อนไขที่ตนเองตั้งเอาไว้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว เขาสามารถทะลวงมันขึ้นมาอยู่ในระดับก่อกำเนิดพลังได้จริงๆปกติแล้วคนทั่วไปก็จะไม่ได้ฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายของตนเองให้อยู่ในระดับเดียวกันเช่นกับเขาในตอนนี้ แต่ว่าสำหรับหลินซานจะออกจากแตกต่างไปสักหน่อย ในระดับนี้ก็สามารถทะลวงพวกมันขึ้นมาได้พร้อมกันโดยเวลาที่พร้อมเพียงแต่ว่าในระดับด้านหน้าก็คงจะไม่ใช่เป็นอย่างนี้อย่างแน่นอนหลินซานสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่มันกำลังเอ่อล้นภายในร่างกายแล้วกำลังเกื้อหนุนร่างกายของตนเองให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นอยู่ส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายก่อนหน้านี้เขาสามารถฝึกฝนพวกมันให้อยู่ในระดับเพียงแค่ก่อกำเนิดขั้นที่ 9 เท่านั้น ไม่มีโอกาสทะลวงขึ้นมาสู่ในระดับกำเนิดพลัง ตัวของเขาเองก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าการที่จะสามารถทะลวงขึ้นมาอยู่ในกำเนิดพลังเช่นนี้ได้มันจะทำให้ตัวของเขารู้สึกดีเช่นนี้ หลินซานยกมือทั้งสองข้างของตนเองขึ้นมาดูตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของเขามาปกคลุมไปด้วยออร่าปราณที่แข็งแกร่ง ทั้งแรงบีบของมือและแรงของหมัดคงจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก หลินซานถือโอกาสทดสอบร่างกายของตนเองเขาได้เอื้อมมือไปหยิบไม้เท้าไม้ไผ่ 2 อันบริเวณข้างกายของตนเองแล้วรีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่พิการท่อนล่างสามารถลุกขึ้นมาอยู่ในท่ายืนได้รวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้ตั้งไม่รู้กี่เท่าในครั้งนี้มันเหมือนกับว่าตัวของเขานั้นสามารถเคลื่อนไหวได้กระฉับกระเฉงมากขึ้นและมันยังมีพละกำลังทางด้านร่างกายที่เพิ่มพูนมากขึ้นอีกด้วย หลินซานลองเคลื่อนที่วนไปวนมาบริเวณนี้แน่นอนว่ามันสามารถทำได้ดีกว่าเดิม“ เหลืออีกเพียงแค่ 5 วันข้าจะต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ” หลินซานที่ทดสอบร่างกายของตนเองมาสักพักใหญ่ๆตอนนี้เขาได้ตั้งปณิธานอันแรงกล้าดวงตาทั้งสองข้างนั้นเต็มไปด้วยความจริงจังเงื่อนไขที่เขาได้รับจากศิลาบรรพกาล 2 อย่างเขาสามารถกระทำมันได้สำเร็จแล้ว 1 อย่างเหลืออีกเพียงแค่ 1 อย่างเท่านั้น เขาจะต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ 10 คน ถ้าสามารถทำได้เขาก็สามารถทำภารกิจของศิลาบรรพกาลนี้ได้สำเร็จ หลินซานรู้สึกโชคดีที่ในช่วงเวลาหลายวันที่เขาเก็บตัวอยู่ภายในเรือนมันไม่มีผู้ใดมารบกวนเขาทำให้เขามีสมาธิกับการฝึกฝนได้อย่างเต็มที่ ปกติแล้วมีคนจากตระกูลหลักหลายผู้ที่เกลียดชังขี้หน้าเขาแล้วก็มักจะมากลั่นแกล้งเขาอยู่เสมอเสมอแต่ดูเหมือนว่าในครั้งนี้พวกมันจะยังไม่รู้ว่าเขากลับมานี่เองก็น่าจะเป็นแผนของผู้อาวุโสจิ้งจอกเฒ่าที่มันคิดเอาไว้ว่าคงจะไม่อยากให้ผู้ใดนั้นล่วงรู้เกี่ยวกับตัวของเขาที่กลับมาแล้ว เขาได้รู้จุดประสงค์ของมันแล้วว่าตัวของมันตั้งใจจะใช้ให้ตัวของเขาเป็นหลักฐานในการเล่นงานตระกูลเกา มันเองก็คงจะไม่อยากให้ตัวตนของเขาถูกแพร่งพรายออกไปด้านนอกไม่เช่นนั้นคงจะมีคนของตระกูลเกาล่วงรู้แล้วก็รับมือแผนการในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอนหลินซานได้วนเวียนการใช้ชีวิตของตัวเองอยู่ภายในนั้นตอนนี้เขาสามารถพิชิตเงื่อนไขแลกได้สำเร็จแล้วสิ่งที่เขากำลังเฝ้ารออยู่ก็คือรอให้ท้องนภาด้านนอกมันมืดมิดเขาจะไม่รอแล้วเขาจะต้องกระทำเงื่อนไขทั้งสองอย่างให้มันเสร็จได้รวดเร็วที่สุดเพื่อที่จะทำภารกิจของศิลาบรรพกาลที่ได้รับให้มันสำเร็จในวันนี้หลินซานได้นั่งรออยู่ภายในห้องโถงพักใหญ่ๆเขาเฝ้ามองท้องฟ้าด้านนอกอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งท้องนภาด้านนอกมันเริ่มมืดมิดลงไปเรื่อยๆ ดวงอาทิตย์ที่มันเคยสาดส่องแสงทรงอำนาจอยู่บนท้องนภาบัดนี้ได้ลบเลือนหายไปจากท้องนภาแล้ว ดวงจันทร์ทาสีเงินปรากฏขึ้นบนท้องนภาสาดส่องแสงสีเงินเปล่งประกายทรงอำนาจแทนที่แต่ว่ามันมิสิ่งทำให้แสงสีเงินที่สาดส่องอยู่บนท้องนภาในค่ำคืนนี้ได้ลดทอนอำนาจลงไปนั่นคือมันมีม่านเมฆสีดำที่ปรากฏเคลื่อนที่ไปมาอยู่บนท้องนภา ราตรีในค่ำคืนนี้ช่างเงียบสงัดเฉพาะถนนที่ตั้งอยู่บริเวณนอกจวนตระกูลหลินเท่านั้น โดยปกติแล้วทั่วทั้งเมืองหลอมนภาที่เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิหลอมนภา มันจะเป็นเมืองที่คึกครื้นตลอดทั้งวันโดยเฉพาะเรื่องใจกลางเมืองในยามกลางวันก็มีตลาดกลางวันส่วนในยามกลางคืนก็จะมีตลาดราตรี เรียกได้ว่ามันเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนใช้ชีวิตอยู่ตลอดทั้งวัน แต่ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาหลินซานได้เตรียมตัวจะออกไปด้านนอกตัวของเขาหยิบผ้าคลุมเก่าๆที่เขาได้มาจากร้านค้านอกเมืองมาสวมใส่ เขาสวมใส่มันเข้าปกคลุมร่างกายของตนเองแล้วก็ใช้มันปกปิดตัวตนภายนอกของเขา ไม้เท้าไม้ไผ่สองอันถูกเหน็บเอาไว้ข้างกายพร้อมกับใช้พวกมันแทนขาทั้งสองข้างที่ไม่สามารถใช้งานได้ในตอนนี้ หลินซานกระโดดออกมาจากทางหน้าต่างของเรือนแล้วมุ่งตรงไปยังด้านหลังของเรือนที่มันติดอยู่กับกำแพงที่มีความสูงเท่ากับ 2 คนยืน ถือว่านี่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่เรือนของเขามันตั้งติดอยู่กับกำแพงของจวนเลย เพียงแค่กระโดดออกไปมันก็จะสามารถออกไปจากนอกจวนแห่งนี้ได้อย่างสบายสบายแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองกำแพงหินที่มีขนาดความสูงเทียบเท่ากับ 2 คนยืนต่อกันขึ้นไปถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่มีวรยุทธหรือว่าพลังปราณสักหน่อยก็คงจะสามารถกระโดดข้ามมันไปได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อมองดูแล้วตัวของเขาเป็นคนพิการการที่จะกระโดดมันขึ้นไปก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากแต่มันไม่ใช่สำหรับเขาหลินซานแสดงใบหน้าราบเรียบตัวของเขาได้ล่วงรู้อยู่แล้วว่าตัวเองและมีความสามารถมากพอที่จะกระโดดข้ามไป หลังจากที่ตัวของเขานั้นได้ทะลวงขึ้นไปสู่ระดับกำเนิดพลังเขาก็มีระดับทั้งร่างกายและความแข็งแกร่งของพลังปราณมากขึ้นหลินซานออกแรงเหวี่ยงร่างกายของตนเอง ขณะที่กำลังออกแรงเหวี่ยงร่างกายของตนเองลอยขึ้นไปจากพื้นเล็กน้อยช่วงจังหวะที่ร่างกายของเขาลอยอยู่กลางอากาศเขาได้ใช้ไม้เท้าไม้ไผ่ของตัวเองกระทุ้งลงไปที่พื้นทำให้เกิดแรงผลักดันร่างกายของตนเองขึ้นไป ตึง!!! หลินซานออกแรงบิดร่างกายของตนเองเขากระโดดข้ามกำแพงที่สูงขนาด 2 คนยืนได้อย่างสบายๆแล้วลงไปที่พื้นด้านนอกได้อย่างนุ่มนวล ปัก!!! ร่างของเด็กหนุ่มที่สวมใส่ชุดคลุมปกปิดร่างกายอยู่เขาทำใบหน้าตกตะลึงเล็กน้อย “ ทำได้ด้วยแฮะ!! ”ที่ตัดสินใจจะทำเรื่องนี้มันก็เป็นเพียงแค่ความมั่นใจเศษเสี้ยววินาทีนึงที่มันเกิดขึ้นมาเท่านั้นแต่เมื่อลองลงมือทำจริงๆก็ไม่กล้าคิดว่าตัวของเขานั้นจะสามารถกระทำมันได้จริงๆ แต่เมื่อลองออกแรงทำมันจริงๆโดยการที่ใช้ความสมดุลของร่างกายและใช้พละกำลังที่เพิ่มขึ้นในการกระโดดขึ้นมาข้ามกำแพงมันก็สามารถทำได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าพละกำลังของร่างกายมันจะเพิ่มพูนมากขึ้นขนาดนี้ แม้ว่าจะเป็นคนพิการที่ร่างกายท่อนล่างไม่สามารถใช้งานได้แต่ก็เป็นคนพิการที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและก็มีความสมดุลของร่างกายเป็นอย่างมากหลินซานเพิ่งตระหนักรู้ได้ว่าแบบนี้สินะที่มีผู้คนกล่าวได้ว่าผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธระดับสูงถึงแม้ว่าจะพิการแต่ว่าก็สามารถเอาชนะทหารระดับต่ำได้มากกว่า 100 คนอย่างสบายๆ คำกล่าวนั้นไม่ผิดเลยสักนิดเพราะว่าความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายที่มันเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะมีอุปสรรคเล็กน้อยแต่ว่ามันก็ไม่ใช่ปัญหาในการจะใช้พลังตั้งสติอยู่สักพักดวงตาจ้องมองไปบริเวณถนนด้านหน้าที่ลากยาวไป มุมปากฉีกยิ้มออกมา“ ได้เวลาแล้วสินะ.. ”หลินซานใช้ดวงตาของตัวเองจ้องมองไปด้านหน้าเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่าตอนนี้เขานั้นจะกระทำอันใดที่จะทำให้ตนเองนั้นสามารถกระทำเป้าหมายของตนเองที่ตั้งเอาไว้ได้สำเร็จเรียบร้อย จบตอน