เฉินเย่มองชายทั้ง 3 ที่ทรุดตัวลงอยู่กับพื้นด้วยความเวทนาปนสงสาร กับเส้นทางอาชีพของพวกเขาที่ไม่สามารถไปต่อได้ ดูเหมือนว่า พวกเขาจะต้องแสดงฝีมือและความสามารถ ในการจัดการเรื่องราวต่อไปให้เข้าที่เข้าทาง เหมือนกับที่เจ้านายใหญ่สั่งการลงมาในตอนแรก พวกเขาไม่น่าจะหยิ่งผยองเลยถ้าทำตามคำสั่งตั้งแต่ทีแรกก็คงไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังกับโทษความความผิดที่จะตามมาแบบนี้
แถมยังถูกจับได้จากผู้ที่ไม่คาดคิดอีกด้วย สมแล้วกับสายเลือดตระกูลใหญ่ ที่แม้จะพลัดพรากจากมา ก็ยังมีความสูงศักดิ์สมกับเป็นชนชั้นสูงอยู่ดี สายเลือดทองคำ
" หัวหน้าจะเอายังไงกับเจ้าพวกนี้ดีครับ "
" จะให้เอายังไงล่ะ ก็ต้องเก็บพวกมันไว้ก่อน รอให้เจ้านายใหญ่ สั่งการอีกว่าจะเอาชีวิตหรือเอาข้อมูลพวกมัน " ยังไงซะการทำงานครั้งนี้ของพวกเขาก็คือการปกป้องและเก็บข้อมูลทั้งหมดรอบๆตัวคุณหนูใหญ่คนนี้อยู่ดี
ยิ่งเป็นการปกป้องคุณหนูใหญ่คนนี้ พวกเขาถึงกับต้องมาถึงถิ่นชนบทแบบนี้แถมทำงานไม่ได้เรื่อง ถูกจับได้จากเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ ที่รู้เท่าทัน พวกเขาเล่นเล่ห์นอกคำสั่ง จากสายตางานนายใหญ่ที่สั่งพวกเขาลงมาให้ปกป้องเธอ
และพวกเขาก็ทำงานผิดพลาดด้วยความตั้งใจที่จะไม่ทำอะไรเลยนอกจากเก็บข้อมูลเท่านั้น การไม่ทำงานตามคำสั่งของเจ้านายผิดกฎอย่างร้ายแรง กลับไปครั้งนี้พวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่ไหมก็ไม่รู้
คำแนะนำของชายเหล่านั้นก็ยังต้องดังก้องสะท้านในหัวใจของพวกเขาไม่หยุด
" ถอยหลังก็ไม่ดี ใช้เวลาเดินหน้าต่อไปให้มีที่พึ่งไม่ดีกว่าหรือ พวกนายคิดว่ายังไง "
เหล่าลูกน้องชายในสังกัดต่างมองเขาด้วยความเห็นด้วยเต็มเปี่ยม กับประโยคที่ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม ถามความคิดเห็น จะเดินหน้าหรือถอยหลัง ก็ตายเหมือนกัน สู้เดินหน้าหาที่พึ่งใหม่ไม่ดีกว่าหรือแถมที่พึ่งนี้ก็ยังเป็นคนที่ ดูท่าแล้วจะไม่มีใครกล้าแตะต้องด้วยซ้ำ
" ท่านอาจารย์น้อย ผู้นั้น ว่าที่คุณหนูใหญ่ของตระกูล ใครจะกล้าแตะล่ะ "
"" ฉันเห็นด้วยหัวหน้า ""
เสียงตอบรับจากทุกคน ทำให้เฉินเย่ยิ้มอย่างมั่นใจกับทางเขาทางที่เขาเลือกและทางนั้นจะเป็นทางที่สามารถตัดสินชีวิตของเขาได้ตลอดการ เป็นหนทางที่เขาไม่เสียใจเลย
" ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เร่งจัดการคนพวกนี้ให้เสร็จ แล้วไปหาคุณหนูใหญ่กันเถอะ ยังไงซะก็ต้องขอร้องให้เธอรับพวกเราไว้ก่อน "
" นี่เขาเรียกว่า ทำงานก่อนรายงานส่งรายงานทีหลังใช่ไหมครับ "
" แล้วยังไงล่ะยังไงก็เรียกว่าการทำงาน ที่ไม่ได้หักหลังใครซะหน่อย เจ้านายใหม่ก็คือเจ้านายใหญ่ "
ยังไงซะก็มีสายเลือดเดียวกันไม่ใช่หรือ แต่เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาก็ยังเลือกเจ้านายใหม่ก่อนดีอยู่ดี เพราะเจ้านายใหญ่ก็ส่งพวกเขามาดูแลเจ้านายใหม่ไม่ใช่หรือเพียงแค่ทำงานก่อนเวลาเท่านั้นเอง และเมื่อได้ทำงานก่อนเวลาแล้วพวกเขาก็จะจงรักภักดีต่อเจ้านายใหม่ตัวน้อยที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องแน่นอน ในโลกใบนี้
และนั่นเป็นความคิดที่ถูกต้องที่เฉินเย่และเหล่าลูกน้อง ต่างก็มีความคิดเห็นตรงกัน ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้พวกเขาก็จะตัดสินใจแบบนี้เหมือนเดิม
ซ่งซิงเหลียน นอนบนเก้าอี้โยกหลังบ้านอย่างสบายอารมณ์กับบรรยากาศ ที่ไร้ความหนาวเย็นในบ้านหลังนี้ทันทีที่เธอกางค่ายกลเขตแดนใหม่อีกครั้ง ในยามค่ำคืน ก่อนรุ่งสาง เธอเลือกจะจัดการปัญหานี้โดยการโยนไปให้คนที่สมควรจะทำ เธอไม่ต้องการออกแรงแม้แต่น้อย เรื่องอะไรล่ะจะออกแรง กับเรื่องพวกนี้ทั้งที่เธอก็มีสิทธิ์เป็นเจ้านายคนหนึ่งของพวกเขาเหมือนกัน
ไม่ใช่แค่มีสิทธิ์แต่เธอจะเป็นสิทธิ์ขาดในชีวิตของพวกเขาด้วยและนี่คือบททดสอบแรกของเธอ ที่ให้กับพวกเขาเหล่านั้น ใช่เธอหมายตาพวกเขาเหล่านั้นให้มาเป็นคนข้างกาย ที่จะคอยทำงานแทนเธอทุกๆอย่าง เพราะการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่แบบคุณหนูตระกูลใหญ่ ที่เธอเคยใช้นั้น มันไม่ง่ายเลย
" ท่านอาจารย์ ขอรับ พวกคนเหล่านั้นเป็นดังที่คาดไว้พวกเขาเลือกเส้นทางเหมือนที่ท่านอาจารย์กล่าวไว้ไม่มีผิดเลย "
" มนุษย์น่ะ ต้องการพึ่งพาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว และยิ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง จนไม่อาจเอื้อมถึงแบบฉันมีหรือพวกเขาจะคิดปฏิเสธออกมา มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้น "
นี่อาจจะเป็นคำชมที่หลงตัวเองที่สุดที่เอียนหยาหลานเคยได้ยิน แต่เป็นวัฏจักรความจริงที่ยั่งยืนผู้คนต้องการผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดพึ่งพาเสมอ และยิ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งจับต้องไม่ได้แบบท่านอาจารย์น้อยของเขา จะไม่มีใครยอมเป็นทาสจริงๆหรือ
เขาคนนึงแหละที่ยอมเป็นทาส รับใช้เธอ
" พวกเธอควรจะเร่ง ฝึกปรือฝีมือให้ ก้าวหน้าที่สุดก่อนฤดูหนาวจะหมดลง "
" ศิษย์ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรอระยะเวลานานขนาดนั้นขอรับ "
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆท่านอาจารย์ของเขาเป็นผู้ที่เจ้าคิดเจ้าแค้นที่สุดยิ่งกว่า เสด็จพ่อของเขาซะอีก แต่ทำไมถึงยังอยู่เฉยไม่กระดิกตัวทำอะไรนอกจากนอน เก้าอี้โยกจิบชาอยู่แบบนี้ ทั้งที่นิสัยอาจารย์ของเขาเลยแม้แต่น้อยเพราะท่านเป็นพวกประเภทจัดการซึ่งๆหน้า ไม่ทิ้งแล้วระยะเวลา เกิน 10 ลมหายใจ นี่คือคำนิยามของท่านอาจารย์กับนิสัยของเธอเอง
" เอียนหยาหลานรู้อะไรไหม ว่านิสัยของเจ้าเป็นปัญหามาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ดำรงตำแหน่งรัชทายาทคืออะไร "
" ท่านอาจารย์โปรดชี้แนะ "
เมื่อเห็นสายตาคมเก็บของท่านอาจารย์ ที่จ้องเขาเขม็งบอกว่า ข้ากำลังจะสั่งสอนเจ้าชี้จุดอ่อนของเจ้า จงจดจำไว้ให้ดี นี่คือการกำลังสั่งสอนเขาในรูปแบบความเป็นศิษย์และอาจารย์ที่ชี้ให้เห็น ถึงปัญหาที่เขาไม่เห็นเคยรู้สึกโดยแม้แต่น้อย น้ำเสียงและท่าทางกำลังตำหนิติเตียนเขา ก็ทำให้ร่างสูงอดเกร็งด้วยความเคารพและเลื่อมใสไม่ได้และเขาไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง
" เชื่อใจตัวเอง ไว้วางใจผู้อื่น ไร้ความเด็ดขาด "
แค่ประโยคสั้นๆเอียนหยาหลานที่ยืนฟังคำสั่งสอนอย่างนอบน้อมนั้นถึงกลับสั่นสะท้านในหัวใจ เชื่อใจตัวเอง ไว้วางใจผู้อื่น ไร้ความเด็ดขาด นั่นคือจุดอ่อนของเขาในชีวิตก่อน ที่เชื่อใจแค่ตัวเอง แต่กลับไว้วางใจผู้อื่นในการทำงานไม่ได้ ไร้ความเด็ดขาดในการตัดสินใจ
" นิสัยแบบนี้ของเจ้าถึงไม่ถูกนางสนมปีศาจวางยาพิษสุราให้ตายก็คงจะตายอยู่บนบัลลังก์แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าตัวเองตายแบบไหน ตายยังไง ใครฆ่า "
เสียงพร่ำบ่นของท่านอาจารย์ที่พร่ำบ่นไปเรื่อยกลับแทงทะลุถึงหัวใจ ที่เรียกได้ว่า เจ็บลึก เหมือนคำเปรียบเปรยมนุษย์ปัจจุบันกล่าวออกมา และเขาพิจารณาจากคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ที่จริงจัง แล้วก็รู้ได้ทันทีว่าอาจารย์ พูดถูกทุกประโยคราวกับกลับมองเห็นภาพของเขาที่เติบโตในวังวนแห่งนั้น
" คำสั่งสอนของท่านอาจารย์ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ " และตัวเขาเองก็จะนำคำสอนนี้ไปแก้จุดอ่อนของตนเองให้ได้อย่างแน่นอนและเพราะคำสอนนี้ของซ่งซิงเหลียนก็สามารถทำให้เขาขึ้นอยู่สูงสุดในชีวิตการบำเพ็ญ ขั้นสุดท้ายได้
" ศิษย์พี่ 2 ตัวของนายไปไหน คงไม่ใช่ไปกินแตงทั้งหมู่บ้านหรอกนะ " เธอไม่เห็นเจ้าสิ 2 ตัวนั้นมาทั้งวันแล้วตั้งแต่เช้ายันดึกดื่นขนาดนี้ และก็ไม่ได้ถามถึงเลยแม้แต่น้อยเพราะโดยปกติ ไม่ว่าเจ้าศิษย์พี่ 2 ตัวนั้นอยู่ไหนจะมีเอียนหยาหลานตามเสมอ
เห็นศิษย์ที่ไม่ยอมตอบคำถามเธอและเอาแต่อ้ำอึ้ง เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ ก็ไม่กล้าพูดออกมา นี่ไม่ใช่ว่า
" อย่าบอกนะว่าพวกนายตัดสินใจกันจะไปกินแตงคนพวกคนพวกนั้น แต่ไม่รู้จะว่าจะไปฝั่งไหนดีเลยแยกกันไปใช่ไหม "
เห็นสีเห็นสีหน้าแสดงการตกใจ ที่หลุดออกมาของเจ้าศิษย์คนที่ 3 แล้ว เธอก็ได้แต่คิดว่าเอาแล้วไง เธอเดาไม่ผิดเลยแม้แต่น้อยทั้งวันเห็นพวกมันซุบซิบกันโดยขาดป้าหงส์ร่วมด้วยก็นึกว่าจะคงจะไม่ได้ไปกินแตงที่ไหน แต่สุดท้ายก็มากินแตงบ้านตัวเองแถมยังแยกวงกินแตงกันอีก
" สรุปแล้ววันนี้แตงอร่อยไหมล่ะ "
ฮือๆท่านอาจารย์ขอรับ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะกินแตงบ้านเราเองเลย เขาไม่ได้คิดจะกินแตงสวนบ้านตัวเองจริงๆโดยเฉพาะสวนแตงของท่านอาจารย์แต่เผอิญว่าความสงสัยของพวกเขามันมีเกินกว่า การยับยั้งชั่งใจเพราะแตงของท่านอาจารย์มันน่าอร่อยมากกว่าแตงชาวบ้านซะอีก แต่กินยังไงก็ไม่อร่อยเลย แตงของท่านอาจารย์มันรสชาติเผ็ดร้อนเกินไป
" การกินแตงน่ะต้องกินร้านกันหลายๆคนแยกกันกินแบบนี้มันจะอร่อยหรือ..."
น้ำเสียงที่แสนจะล้อเลียน โดยไร้อารมณ์ของซ่งซิงเหลียน ทำเอาศิษย์อย่างเขาถึงกับหนาวเยือกในใจร่ำร้องหาศิษย์พี่ 2 ตัว ที่ไม่รู้ไปกินแตงที่มุมไหน ที่เขาถูกทิ้งหรือเปล่า
" กลับมาแล้ว ก็บอกศิษย์พี่ของเจ้าด้วยว่า..."
" อะไรหรือขอรับ "
" ปากกว่างนัก สมองว่างหน่อย ต้องท่องจำบ่อยๆสัก 3 เล่มก็พอ "