ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 141 เจียงจื่อเฮ่าผู้ล้ำเส้น

            ชายหนุ่มเดินเข้าใกล้ฮวาเหยียนพลางเอ่ยถามเสียงดัง

            ฮวาเหยียนลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้านนางลืมเสียสนิทว่าอีกฝ่ายยังอยู่ในจวนตระกูลมู่

            ยามนี้จิตใจของนางขุ่นมัวเป็นอย่างยิ่งกำลังคิดเรื่องข้อตกลงของตี้หลิงหาน เจียงจื่อเฮ่าก็โผล่เข้ามาพอดี

            ช่างน่ารำคาญเสียจริงหากไม่ใช่เพราะเขา นางจะตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้หรือ?

            “ทำไมหรือเจ้าจะตามไปสู้ด้วยหรืออย่างไร?”

            ฮวาเหยียนเอ่ยอย่างเย็นชาเพียงเปิดปากก็เป็นคำพูดไม่น่าฟัง และคำพูดนั้นก็กระตุ้นเจียงจื่อเฮ่าจนทำให้เขาหงุดหงิดเพลิงโทสะลุกท่วมศีรษะทันที

            “หากขาของข้ามิได้หักเพราะเจ้าข้าย่อมต้องติดตามท่านพ่อไปยังชายแดนแน่ เจ้าคิดว่าข้าใช้เวลาหลายปีในค่ายทหารอย่างเสียเปล่าหรือ?”

            เจียงจื่อเฮ่ากล่าว

            ตอนยังเด็กเขาเคยป่วยหนักจนเกือบตายภายหลังจึงโดนบิดาโยนเข้าค่ายทหารเพื่อฝึกซ้อม ทว่าสุดท้ายยังไม่ทันได้ย่างกรายเข้าสนามรบสักแห่งก็ต้องกลับเมืองหลวงเสียแล้วชายแดนเกิดสงครามหรือ? ช่างเหมาะเจาะจะเป็นช่วงเวลาที่ความสามารถของเขาได้เปล่งประกายทว่าเขากลับทำพลาด ขาหักเสียได้!

            เจียงจื่อเฮ่าโกรธจัดทันทีที่ได้ยินข่าวก็วิ่งมาเอะอะโวยวายใส่ฮวาเหยียนทันที

            เขาค้นพบแล้วว่ามู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ผู้นี้เป็นศัตรูตัวฉกาจของเขาดาวหายนะ! แค่เกี่ยวข้องกับนาง เขาก็รู้สึกได้ว่าจะต้องโชคร้ายเป็นแน่

            แม้เขาอยากรีบไปชายแดนตอนนี้ก็คงสายไปเสียแล้ว!ขาหักจนเป็นเช่นนี้ จะไปที่ใดก็ไปมิได้

            “เจ้าน่ะหรือ?ก็แค่ไก่อ่อนคนหนึ่ง ปรารถนาจะเข้าสู่สนามรบหรือ? เฮอะ...”

            ฮวาเหยียนกำลังโกรธเพราะข้อตกลงระหว่างนางกับตี้หลิงหานเจียงจื่อเฮ่าที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงยังกล้าโอ้อวดกำลังของตนต่อหน้านางในเวลานี้นี่มิใช่การหาเรื่องให้โดนด่าหรือ?

            บรรยากาศรอบตัวนางพลันเย็นชาโดยไม่ลังเล

            ไก่อ่อน?

            เจียงจื่อเฮ่าเกือบบันดาลโทสะทันทีที่ได้ยินสองคำนี้!

            ไก่อ่อนที่ว่าหมายถึงเขาหรือ?

            อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นคุณชายสูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงมีภูมิหลังครอบครัวไม่ธรรมดา รูปโฉมหล่อเหลางดงาม ไม่รู้ว่ามีสตรีกี่มากน้อยพร้อมทอดสะพานให้เขาชายหนุ่มรู้สึกภูมิใจในตนเองเสมอมา ทว่าเหตุใดในสายตาของมู่อันเหยียน เขาจึงกลายเป็นไก่อ่อนไปได้เล่า?

            เจียงจื่อเฮ่ารู้สึกว่าเกียรติของตนถูกสบประมาทศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถูกท้าทาย!

            สิ่งนี้ทำให้เขาโกรธจนใบหน้าแดงก่ำชายหนุ่มชี้นิ้วไปทางฮวาเหยียน มือของเขาสั่นเทาเพราะโทสะ

            “มู่อันเหยียนเจ้าด่าข้าหรือ?”

            ดวงตาของเจียงจื่อเฮ่าเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ

            “เจ้ามิได้มาที่นี่เพื่อให้ข้าด่าหรอกหรือ?”

            ฮวาเหยียนเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชาพลางเอ่ยปาก

            นางนั่งอยู่ที่นี่ดีๆด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เขาก็จงใจบุกมาหานางเพื่อยั่วโทสะ ดังนั้นการที่เขาโดนด่าก็มิใช่เป็นเพราะทำตนเองหรอกหรือ?

            “ดีนัก มู่อันเหยียนเจ้าช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว! ด่าว่าข้าเป็นไก่อ่อนหรือ? เหอๆ เกรงว่าอีกไม่นานเจ้าก็ต้องกลายเป็นหญิงรับใช้ในจวนไท่จื่อแล้วเจ้าคอยดูเถิด ถึงเวลานั้นไม่ว่าอย่างไร ข้าจะสั่งให้เจ้าเอาน้ำมาล้างเท้าข้าให้จงได้!”

            เจียงจื่อเฮ่าส่งเสียงขู่ราวกับเขาได้นึกภาพฉากนั้นเรียบร้อยแล้ว บนใบหน้าจึงมิอาจซ่อนความภาคภูมิใจเอาไว้ได้

            คำพูดนี้นับเป็นการแหย่รังแตนอย่างแท้จริงกาใดน้ำไม่เดือดหยิบกานั้น นางกำลังโมโหเรื่องนี้อยู่พอดีเจียงจื่อเฮ่ากล้าดีอย่างไรถึงพูดมันขึ้นมา? ความโกรธของฮวาเหยียนพุ่งตรงออกมาจากกลางอกนางสาวเท้าก้าวไปทางเจียงจื่อเฮ่าทันที

            “เจ้าเจ้าจะทำอันใด?”

            เจียงจื่อเฮ่าเห็นว่าจู่ๆนางก็ลุกขึ้นและเดินมาทางเขา ชายหนุ่มพลันเปล่งเสียงถามโดยไม่รู้ตัว

            เขาจ้องไปที่ฮวาเหยียนรู้สึกเพียงว่าความงดงามของนางเปล่งประกายเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เขามิกล้าสบตานางโดยตรงนางทั้งสดใสและงดงาม ยามดวงตาของนางกลอกกลิ้งไปมา กลับเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์สุดพรรณนาทำให้คนขาดสติจนติดบ่วงของนาง

            อีกแล้ว เอาอีกแล้ว...

            เจียงจื่อเฮ่าสะบัดหัวและกัดลิ้นตนเองดวงตาเบิกเขม็งจ้องไปที่ฮวาเหยียน ก่อนเอ่ยว่า “มู่อันเหยียนข้าจะบอกเอาไว้ เจ้าอย่าพยายามใช้ความงามของเจ้ามาทำให้ข้าหลงใหล!เจ้าต้องการให้ข้าหลงเสน่ห์เพื่อให้ข้าไปอ้อนวอนองค์รัชทายาทแทนเจ้า ข้าจะบอกเอาไว้ว่าไม่มีทาง...”

            เจียงจื่อเฮ่าตะโกนโวยวาย

            ฮวาเหยียนถูกเขาทำให้หัวเราะจนโง่งมแล้ว

            “ดี ดีนัก...”

            รอยยิ้มบนใบหน้าของฮวาเหยียนพลันสว่างไสวขึ้นทว่าหากมองอย่างละเอียดจะพบว่าภายในดวงตาของนางปรากฏแววเย็นชากว่าเดิม

            ได้ยินเพียงเสียงของนางที่กล่าวว่าดีนักสองคำติดกันในที่สุดนางก็อดทนต่อไปมิได้ ขาของนางพลันเตะเข้าที่หน้าอกของเจียงจื่อเฮ่าอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาดเสียงโครมดังสนั่น ชายหนุ่มถูกเตะจนปลิวออกไปนอกศาลา

            ไม่ว่าอย่างไรเจียงจื่อเฮ่าก็มินึกว่าฮวาเหยียนจะลงมือกับเขาโดยตรง!เขาถูกเตะจนล้มลงกับพื้นโดยไม่ได้ป้องกันตัวแม้แต่นิด ชายหนุ่มตกตะลึง ไม่รู้สึกตัวอยู่เป็นนาน

            รอจนกระทั่งเขาได้สติกลับคืนมาทั้งร่างก็นอนอยู่บนพื้นนอกศาลาแล้ว

            เจียงจื่อเฮ่ามีเหงื่อเย็นผุดซึมเพราะความเจ็บปวดเขาโมโหจนแทบหายใจไม่ออก สตรีผู้นี้! มู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ลงมือกับเขา!เหตุใดต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ทุกครั้ง เพราะเหตุใด! คราก่อนตอนอยู่ที่จวนไท่จื่อเขาเองก็ถูกเตะจนปลิว...

            อย่างน้อยพลังยุทธ์ของเขาก็อยู่ในระดับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเก้าอย่างดีเขาก็ยังเป็นบุตรชายของท่านแม่ทัพ เหตุใดเมื่ออยู่ต่อหน้ามู่อันเหยียนจึงกลายเป็นลูกหนังที่ถูกเตะปลิวอย่างง่ายดายเช่นนี้เล่า?

            โกรธ!

            โมโห!

            อ๊าก—

            ท้ายที่สุดเจียงจื่อเฮ่าก็สรุปได้ว่ามู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่ผู้นี้น่ารังเกียจและไร้ยางอาย!ร้ายกาจและเจ้าเล่ห์! ทำเป็นแค่ลอบโจมตีเท่านั้น!

            หลังฮวาเหยียนเตะลูกหนังนี้ออกไปหัวใจของนางก็รู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อยที่แท้แล้วนางก็ยังคงเหมาะกับการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาอยู่ดี

            “คุณชายเจียงเกิดอันใดขึ้นกับท่าน? เหตุใดจึงนอนอยู่บนพื้นเล่าเจ้าคะ?”

            ทันใดนั้นเสียงอ่อนหวานและเป็นกังวลของมู่ชิงอวิ้นพลันดังขึ้นนางเดินมาจากที่ไกลๆ ทันทีที่เห็นฉากนี้ก็รีบสาวเท้าเข้ามาทันที

            “ขะข้าไม่เป็นอันใด...”

            เมื่อเห็นมู่ชิงอวิ้นใบหน้าของเจียงจื่อเฮ่าก็พลันแดงก่ำ เขาไม่ต้องการแสดงสภาพอันน่าอับอายของตนต่อหน้าสตรีผู้นี้และมิอาจกล่าวได้ว่าเป็นพี่หญิงของนางที่เตะเขาจนปลิว

            “เพียงยืนไม่มั่นคงจึงล้มลงเท่านั้น”

            เจียงจื่อเฮ่าทนความเจ็บปวดที่หน้าอกและข้อเท้าก่อนเอ่ยออกมา

            “คุณชายเจียงเหตุใดไม่ระวังสักหน่อยเล่าเจ้าคะ? เดิมทีขาของท่านก็บาดเจ็บอยู่แล้วสารทฤดูเช่นนี้อาการบาดเจ็บจะไม่ยิ่งรุนแรงขึ้นหรือ? มาเถิด อวิ้นเอ๋อร์จะช่วยพยุงท่านลุกขึ้นเจ้าค่ะ...”

            มู่ชิงอวิ้นเอ่ยเสียงเบาคิ้วของนางแฝงความกังวล มือน้อยยื่นออกไปเพื่อช่วยพยุงเจียงจื่อเฮ่า

            “ขอบคุณแม่นางชิงอวิ้น...”

            ที่สุดเจียงจื่อเฮ่าก็ยืนขึ้นได้ด้วยความช่วยเหลือของมู่ชิงอวิ้นในใจเขาลอบถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วน พวกนางทั้งสองล้วนเป็นแม่นางตระกูลมู่ทว่าเหตุใดคุณหนูรองจึงอ่อนโยนถึงเพียงนี้เล่า?

            “มิต้องเกรงใจข้าได้ยินมาจากสาวใช้ว่าคุณชายเจียงยังไม่ได้ทานมื้อกลางวัน ดังนั้นข้าจึงมาหาท่านเจ้าค่ะแต่นึกไม่ถึงว่าท่านจะมาพบพี่หญิงของข้า”

            มู่ชิงอวิ้นแย้มยิ้มมีเสน่ห์

            น้ำเสียงของนางทั้งแผ่วเบาและอ่อนหวานจนหูของเจียงจื่อเฮ่าชาไปชั่วขณะ แม้แต่หัวใจของเขาก็เต้นเร็วขึ้น พร้อมกันนั้นในใจของเขาก็ลอบพ่นคำด่าบุตรีที่ดีควรเป็นเหมือนคุณหนูรองตระกูลมู่ ทั้งอ่อนหวานและนุ่มนวลทว่ามู่อันเหยียนแห่งตระกูลมู่กลับหยาบคายยิ่ง เฮอะ!

            “แม่นางชิงอวิ้นห่วงใยข้าเช่นนี้ทำให้ข้าที่ถูกเป็นห่วงรู้สึกซาบซึ้งใจนัก”

            แสงในดวงตาของเจียงจื่อเฮ่าสว่างขึ้นเล็กน้อยเขากำหมัดคารวะให้มู่ชิงอวิ้น

            ฮวาเหยียนหรี่ตามองเวลาเพียงไม่นานทั้งสองคนก็คุ้นเคยกันถึงขั้นนี้เชียวหรือ? จนถามไถ่นามซึ่งกันและกันแล้ว?

            หลังจากดูการกระทำของคนทั้งสองฮวาเหยียนพลันรู้สึกเหมือนตนกำลังดูละครฉากหนึ่ง

            ปลายหูของเจียงจื่อเฮ่าเปลี่ยนเป็นสีแดงแววตาเปล่งประกายยิ่ง เป็นเพราะเขาพึงใจมู่ชิงอวิ้นใช่หรือไม่?

            เหอๆๆ...

            นางก็บอกแล้วว่าเจียงจื่อเฮ่าคือของมือสอง [1] เป็นไก่อ่อน ทว่าตัวเขาเองกลับไม่ยอมรับ

            น้องสาวคนรองของนางเพิ่งกล่าวกับนางเมื่อวานว่าปรารถนาจะแต่งเป็นชายารองแห่งจวนไท่จื่อทว่าตอนนี้กลับแสดงความห่วงใยต่อเขา เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?

            “เจียงจื่อเฮ่าเจ้ามีใจให้น้องสาวของข้าหรือ?”

            เจียงจื่อเฮ่ากำลังมองไปทางมู่ชิงอวิ้นหัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีกวางวิ่งวนอยู่โดยรอบ [2] แม่นางที่อยู่ตรงหน้าเขาก็หลุบตาลงต่ำพลางอมยิ้ม ช่างสบายตาเหลือเกินบรรยากาศพลันอบอุ่นยิ่ง

            ทันใดนั้นจู่ๆเจียงจื่อเฮ่าก็ได้ยินเสียงของมู่อันเหยียนดังขึ้นมา

            น้ำเสียงแจ่มชัดแฝงด้วยความเสียดสีเย็นชา

            ฟองอากาศสีชมพูในใจของเจียงจื่อเฮ่าแตกสลายทันทีใบหน้าของเขาแดงก่ำราวกับแมวที่ถูกเหยียบหาง “มู่อันเหยียน พูดเรื่องอันใดของเจ้า? คิดจะทำลายชื่อเสียงของแม่นางชิงอวิ้นหรือ...”

             

            เชิงอรรถ

            [1] ของมือสอง二货 (èr huò) เป็นคำสแลง หมายถึง ไอ้โง่ คนติ๊งต๊อง

            [2] กวางวิ่งวนอยู่โดยรอบ小鹿乱撞 (xiǎo lù luàn zhuàng) หมายถึง กระสับกระส่ายกระวนกระวาย

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668