ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 จักรพรรดินีซ่างกวนหลาน กลิ่นอายพลังมังกร?

            “จับฉลากเสร็จสิ้น”

            “ประกาศผลการจับฉลาก”

            “สถาบันจูเชวี่ย VS สถาบันเสวียนอู่”

            “สถาบันชิงหลง  VS สถาบันไป๋หู่”

            หลังจากประกาศผลการจับฉลากก็เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง

            ต้องรู้ว่าเมื่อปีที่แล้วสถาบันชิงหลงและสถาบันไป๋หู่ต่างก็ได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรอบสองแถมผู้อำนวยการของทั้งสองสถาบันก็ยังมีความบาดหมางกันอย่างลึกซึ้ง

            บางทีนี่อาจเป็นพรหมลิขิตการแข่งขันซูเปอร์โนวาในปีนี้ สถาบันชิงหลงและสถาบันไป๋หู่กลับพบกันตั้งแต่รอบแรก

            “ผู้อำนวยการซูพวกเราช่างเป็นคู่ปรับกันจริงๆ เลยนะฉันจะทำให้สถาบันชิงหลงของพวกเธอพ่ายแพ้แบบไม่เป็นท่าเลย”

            จู๋ชิงอวี่คาบบุหรี่ไว้ที่มุมปากใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ

            ซูหรูเยียนมองจู๋ชิงอวี่ด้วยสายตาดูแคลนแล้วตอบอย่างเย็นชาว่า “คอยดูแล้วกัน”

            ในขณะนั้น ท้องฟ้าก็ปรากฏเมฆมงคลเจ็ดสี

            รัศมีอันทรงพลังแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งสนามกีฬา

            เมฆฉีกออกเป็นรอยแยกเผยให้เห็นกิเลนศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีที่ร่อนลงมาจากฟากฟ้า

            “เร็วเข้า ดูนั่นสินั่นคือกิเลนศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสี!”

            “จักรพรรดินีมาแล้ว!”

            “สมกับเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในหลงกั๋วของเรารูปโฉมเช่นนี้ รูปร่างเช่นนี้...”

            หลังจากกิเลนศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีร่อนลงพื้นเมฆมงคลใต้เท้าก็หายไป

            เหนือศีรษะของกิเลนหญิงสาวสวมมงกุฎหงส์และอาภรณ์หลากสียืนตระหง่านอยู่

            หญิงสาวผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม รูปร่างอรชรด้วยสายตาของมนุษย์ทั่วไป ยากที่จะบอกได้ว่าเธอมีอายุเท่าไร

            หญิงสาวผู้นี้คือผู้ปกครองหลงกั๋วจักรพรรดินีแห่งหลงกั๋ว ซ่างกวนหลาน

            ทันทีที่ซ่างกวนหลานปรากฏตัวโลกทั้งใบก็พลันมืดมิด

            เซี่ยวซิงอวี่อดไม่ได้ที่จะมองซ้ำสองครั้งแล้วพึมพำกับตัวเอง

            “นี่คือผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในหลงกั๋วรัศมีที่น่ากลัวนี้...”

            ก่อนหน้านี้เซี่ยวซิงอวี่เคยเห็นซ่างกวนหลานแค่ในโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์เท่านั้น

            วันนี้เป็นครั้งแรกที่เซี่ยวซิงอวี่ได้เห็นซ่างกวนหลานตัวจริง

            ซ่างกวนหลานตัวจริงสวยกว่าที่เห็นในโทรทัศน์มากทุกกิริยาท่าทางงดงามจนสามารถสะกดทุกสายตา

            เซี่ยวซิงอวี่ต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงที่สวยที่สุดในหลงกั๋ว ไม่มีใครเทียบได้

            บางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะสวยจนไม่เหมือนมนุษย์ปกติให้ความรู้สึกที่ลึกลับและยากจะหยั่งถึง

            ผู้ชมในงานต่างพากันโค้งคำนับเพื่อแสดงความเคารพสูงสุดต่อจักรพรรดินี

            ทุกปีในการแข่งขันซูเปอร์โนวาซ่างกวนหลานจะมาปรากฏตัวที่อัฒจันทร์เพื่อชมการแข่งขันของนักเรียนปีนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น

            ความสนใจของเซี่ยวซิงอวี่หยุดอยู่ที่หน้าอกของซ่างกวนหลาน

            เขาไม่ได้หลงใหลในเรือนร่างของซ่างกวนหลานเขาเพียงแต่สังเกตตราสัญลักษณ์รูปดาวที่ประดับอยู่เต็มอกของเธอ

            มีตราสัญลักษณ์รูปดาวทั้งหมดสิบเอ็ดดวง!

            เป็นที่ทราบกันดีว่าจำนวนตราสัญลักษณ์รูปดาวนั้นเชื่อมโยงกับระดับขั้นของผู้ควบคุมสัตว์อสูร

            โดยปกติแล้วผู้ควบคุมสัตว์อสูรจะแบ่งออกเป็นเก้าระดับขั้นนั่นคือตั้งแต่ระดับหนึ่งดาวถึงเก้าดาว

            ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสิบดาวนั้นหาได้ยากยิ่งต้องได้รับการอนุมัติจากซ่างกวนหลานโดยตรง และมีตำแหน่งพิเศษ

            เหนือผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสิบดาวไม่ได้เรียกว่าผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสิบเอ็ดดาว แต่เรียกว่า“จักรพรรดิอสูร”

            หลงกั๋วอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้อุดมไปด้วยผู้มีพรสวรรค์ตลอดสามร้อยปีที่ผ่านมามีผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสิบดาวปรากฏตัวหลายคนแต่จักรพรรดิอสูรมีเพียงคนเดียว!

            นั่นก็คือซ่างกวนหลานผู้เป็นผู้นำสูงสุดของหลงกั๋ว ปกครองทั้งประเทศ ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อำนาจ

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดใช้งานเนตรปีศาจจับจ้องไปที่สัตว์อสูรใต้บังคับบัญชาของซ่างกวนหลาน กิเลนศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสี

            [ชื่อ] : กิเลนศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสี

            [ระดับ] : สังหารเทพ (ขั้นสาม)

            [สายเลือด] : สายเลือดกิเลนบริสุทธิ์(คุณภาพระดับสร้างโลก)

            [พรสวรรค์] : ???

            [ธาตุ] : ???

            [ความภักดี] : ???

            [ทักษะ] : ???

            เซี่ยวซิงอวี่กัดริมฝีปากล่าง ขมวดคิ้วแน่น

            สาเหตุที่เนตรปีศาจไม่สามารถตรวจจับสถานะทั้งหมดได้ก็เพราะความแตกต่างของระดับขั้นที่มากเกินไป

            ปัจจุบันเซี่ยวซิงอวี่เป็นเพียงผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสองดาวขณะที่ซ่างกวนหลานคือจักรพรรดิอสูร ผู้เหนือกว่าผู้ควบคุมสัตว์อสูรนับพัน

            เมื่อระดับของผู้ควบคุมสัตว์อสูรแตกต่างกันมากเกินไปเนตรปีศาจจะไม่สามารถตรวจจับข้อมูลทั้งหมดของสัตว์อสูรของอีกฝ่ายได้

            เครื่องหมายคำถามที่เรียงเป็นแถวยาวเหล่านี้คือสัญลักษณ์ของความแตกต่างของระดับขั้น

            “ลู่ลู่ เธอถูกผู้หญิงคนนี้สั่งตามล่าตามหลักแล้วเธอไม่น่าจะรอดชีวิตได้เลยนะ”

            “ดังนั้น เธอควรดีใจที่ได้เจอฉัน”

            “ถ้าไม่มีฉัน เธอคงตายไปแล้วแปดร้อยครั้ง!”

            ผ่านพันธสัญญาโลหิตเซี่ยวซิงอวี่สามารถสื่อสารทางจิตกับจิ้งจอกเก้าหางไต้ลู่ได้

            เสียงของไต้ลู่ดังขึ้นในหูของเซี่ยวซิงอวี่

            “แม้ว่านายจะพูดจาไม่เข้าหูแต่ฉันก็ทำได้แค่ยอมรับ”

            “ใช่แล้ว ถ้าฉันไม่เจอนายตอนนี้ฉันคงถูกผู้หญิงคนนี้จับตัวไปแล้ว...”

            เซี่ยวซิงอวี่มองซ่างกวนหลานอีกครั้งผู้หญิงคนนี้ราวกับถูกปกคลุมด้วยม่านแห่งความลึกลับทำให้ไม่มีใครสามารถมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอได้

            “กิเลนศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีไม่น่าจะใช่สัตว์อสูรเพียงตัวเดียวของซ่างกวนหลาน”

            “ใต้บังคับบัญชาของเธอน่าจะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่านี้อีก!”

            “เดี๋ยวสิ มีบางอย่างผิดปกติ!”

            ขณะที่เซี่ยวซิงอวี่กำลังครุ่นคิดเขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ

            เมื่อเซี่ยวซิงอวี่ปลดปล่อยพลังจิตเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย

            “นี่มัน... กลิ่นอายของพลังมังกร!”

            เซี่ยวซิงอวี่เบิกตากว้างบนตัวของซ่างกวนหลาน เขาสัมผัสได้ถึงพลังมังกรที่บริสุทธิ์

            “ลู่ลู่ ผู้หญิงคนนี้ ซ่างกวนหลานมีสัตว์อสูรเผ่ามังกรสายเลือดบริสุทธิ์ใต้บังคับบัญชาด้วยหรือเปล่า?”

            ไต้ลู่ลังเลที่จะตอบสุดท้ายก็พูดออกมาเพียงไม่กี่คำว่า “ฉันไม่รู้”

            นับตั้งแต่มีการก่อตั้งอารยธรรมผู้ควบคุมสัตว์อสูรมีสัตว์อสูรเพียงสามสายพันธุ์เท่านั้นที่มีสายเลือดคุณภาพระดับสร้างโลก

            นั่นคือเผ่ามังกรสายเลือดบริสุทธิ์เผ่าฟีนิกซ์บริสุทธิ์ และเผ่ากิเลนบริสุทธิ์

            หากพูดถึงความแข็งแกร่งเผ่ามังกรแข็งแกร่งที่สุด เผ่าฟีนิกซ์และเผ่ากิเลนไม่แตกต่างกันมากนัก

            ทว่าตามบันทึกทางประวัติศาสตร์เผ่ามังกรสายเลือดบริสุทธิ์ได้สูญพันธุ์ไปนานกว่าร้อยปีแล้ว

            แต่เซี่ยวซิงอวี่มั่นใจว่าการรับรู้ของเขาไม่ผิดพลาดเขาได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของพลังมังกรบนตัวของซ่างกวนหลานจริงๆ

            “ผู้หญิงคนนี้มีพลังมังกรอยู่ในตัวแสดงว่าเธอต้องเคยทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรเผ่ามังกรสายเลือดบริสุทธิ์อย่างน้อยหนึ่งตัว”

            “ตอนที่ลู่ลู่หนีเธอเคยถือหนึ่งในสามสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของเผ่ามังกร คือน้ำตามังกร...”

            “หลักฐานทั้งหมดบ่งชี้ว่าสงครามสังหารมังกรที่ข้ามผ่านยุคสมัยนั้นไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด!”

            ขณะที่ความคิดของเซี่ยวซิงอวี่กำลังฟุ้งซ่านเขาก็ถูกเฉินฉี่เหนียนตบหัวเบาๆ

            “นักเรียนเซี่ยวซิงอวี่การแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้ว ทำไมถึงได้เหม่อลอยแบบนี้?”

            “อาจารย์เฉิน ขอโทษด้วยครับเมื่อกี้ผมเผลอใจลอยไปหน่อย”

            พิธีกรประกาศว่า“รอบแรก สถาบันชิงหลง VS สถาบันไป๋หู่”

            “เริ่มจากการแข่งขันเดี่ยวแต่ละสถาบันส่งผู้เข้าแข่งขันหนึ่งคนลงสนาม”

            สายตาของเฉินฉี่เหนียนกวาดไปมาระหว่างเซี่ยวซิงอวี่มู่หรงซินซิน และมู่หรงหยางซั่ว

            “การต่อสู้ครั้งแรกมีความสำคัญอย่างยิ่งใครจะออกไปประลองก่อน?”

            มู่หรงหยางซั่วกำลังจะยกมือแต่ถูกเซี่ยวซิงอวี่เบียดออกไปข้างหนึ่ง

            “อาจารย์เฉินให้ผมลงสนามเป็นคนแรกเถอะครับ”

            “นักเรียนเซี่ยวซิงอวี่นายดูมีความมั่นใจมากเลยนะ~”

            เฉินฉี่เหนียนยิ้มอย่างพอใจแล้วตบไหล่เซี่ยวซิงอวี่เบาๆ

            มู่หรงซินซินพยักหน้าเห็นด้วย

            “ให้เขาออกไปประลองก่อนก็ได้ถึงแม้เขาจะแพ้ ฉันกับพี่ชายก็จะรับผิดชอบเอง”

            “ลิ่วจินเธอพูดแบบนี้ดูถูกฉันเกินไปหรือเปล่า?”

            ซูหรูเยียนเดินเข้ามาแล้วจัดเสื้อผ้าให้เซี่ยวซิงอวี่ด้วยมือของเธอเอง

            “ผู้อำนวยการครับ คุณทำดีกับผมขนาดนี้ทำให้ผมตกใจนะครับ~”

            ซูหรูเยียนยิ้มแล้วพูดว่า“ฉันกับจู๋ชิงอวี่ ผู้อำนวยการสถาบันไป๋หู่เป็นคู่ปรับกันเรื่องนี้นายรู้ใช่ไหม?”

            “รู้สิครับ~”

            เซี่ยวซิงอวี่พยักหน้าอย่างซื่อๆ

            “เซี่ยวซิงอวี่ ถ้านายแพ้การแข่งขันทำให้ฉันเสียหน้าต่อหน้าจู๋ชิงอวี่ละก็ ฉันจะ...”

            ซูหรูเยียนกำหมัดแน่นอายสังหารแผ่ปกคลุมทั่วร่างของเซี่ยวซิงอวี่

            เซี่ยวซิงอวี่ขนลุกไปทั้งตัว

            “ผู้อำนวยการโปรดวางใจครับผมจะต้องชนะแน่นอน!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน