1 วันต่อมา
ทั่วทั้งยุทธภพแทบร้อนเป็นไฟ เพราะเมื่อคืนมีคนปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสำนักนายพรานพฤกษากลายเป็นแหล่งกับดักขนาดยักษ์ ไม่ว่าใครที่ผ่านขอบเขตนั้นเข้าไป และหมายจะออกมาจะตายในพริบตา ไม่แม้กระทั่งคนในสถานที่นั้นเดินไปเหยียบกับดักบางอย่างคล้ายเขตแดน ก็ต่างต้องตกตายเป็นว่าเล่น
อาจจะกล่าวได้ว่ามีคนตายไปเกือบพันชีวิตเห็นจะได้ แม้จะเป็นจำนวนที่ไม่ถึง 1 ส่วน 1,000 ของทั้งหมดก็ตาม แต่ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในสำนักได้ดี ส่งผลให้มีคนจำนวนมากถึง 5 ส่วน 1,000 ลาออก ออกไปด้วยอาการหวาดกลัว
วันที่ 2
ขบวนสินค้าของกองกำลังจันทราโลหิตถูกทำลาย คนในขบวนถูกสังหารไม่มีแม้กระทั่งกลิ่นอายผู้กระทำ มีแต่กลิ่นสัตว์ป่าเท่านั้น ทำให้สถานการณ์นี้ไม่ได้สร้างความตื่นตกใจอะไรมาก เพราะมันเป็นแค่อุบัติเหตุ
วันที่ 3
มีคนเห็นเงาสีดำประกายแสงราวกับสายฟ้าตัดผ่านทั่วศูนย์กลางแห่งสวรรค์ พร้อมกับการระเบิดทั่วทุกสารทิศ ทำให้กษัตริย์ชินเจี้ยนออกคำสั่งคุมสถานการณ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง
ในวันที่ 7
ปรากฏการณ์ในครั้งนี้แม้จะทิ้งห่างถึง 4 วัน แต่กระนั้นความเสียหายครั้งนี้กลับมากกว่าถึง 10 เท่าเมื่อมีสัตว์อสูรระดับ 1 ขั้นกลางโผล่ออกมากว่า 10 ตัว ทำลายหมู่บ้าน และบริเวณรอบข้างจนพังพินาศ ไม่วายทำลายล้างศูนย์กลางแห่งสวรรค์เกือบ 1 ส่วน 10 ของทั้งหมด
***
1 เดือนผ่านไป
ณ ป่าแห่งหนึ่งไกลห่างจากศูนย์กลางแห่งสวรรค์เกือบเท่าตัว ติดอยู่กับชายแดนใกล้เคียงกับขอบเขตการป้องกัน , ในเวลานี้ได้ปรากฏชายคนหนุ่งยืนอยู่บนหน้าผา มองทอดไปห่างไกล ด้วยผมสีดำ นัยน์ตาสีเขียวลึกลับน่ากลัว ทำให้เขาราวกับเทพเซียนที่ปรากฏออกมาจากเทพนิยาย
"ตอนนี้คงลดการป้องกันลงสักหน่อยแล้วสินะ" จางเซียนพูดขึ้นขณะหมุนข้อมือตัวเองไปมา หลังจากอะไรๆ ที่เขาได้ทำไป ส่งผลให้หนังสือสำคัญๆ ของห้องสมุดได้มาอยู่ในแหวนมิติของเขาหมดแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าสมุดทักษะที่สำคัญที่สุดของสำนักนายพรานอยู่ที่เขาหมดแล้ว
น่าแปลกที่ภายในสำนักนั้นมีแต่ของที่เอาไว้ฝึกยุทธ์จริงๆ แทนที่จะเป็นความรู้เกี่ยวกับ 'กับดัก' และ 'ค่ายกล' นั้นทำให้เขารู้ว่านี้น่าจะเป็นสมุดในยุคก่อนที่กษัตริย์ชินเจี้ยนจะปกครองแน่นอน
มันคือของตระกูลจาง!
"ด้วยพลังของเราตอนนี้แม้ไม่เพียงพอต่อการต่อสู้กับกษัตริย์ชินเจี้ยนได้ แต่ถึงนั้นก็ใช่ว่าข้าจะไม่มีวิธีอื่น" จางเซียนพูดพลางกำมือเบาๆ จนเกิดประกายสายฟ้าสีแดง
"จากข้อมูลดูเหมือนคนในตระกูลจางที่ยึดครองโลกนี้ได้สำเร็จ คงจะเป็นเพียงชนชั้นล่างของโลกชั้นกลางสินะ ไม่งั้นคงไม่อาจทำให้ค่ายกลแท่นปลุกสายเลือด และทักษะการต่อสู้พลันถูกตัดออกไปหลายส่วน จนกระจอกปานนี้" แม้จะพูดแบบนั้น แต่มันกลับเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเพียงทักษะไม่สมบูรณ์ก็ตาม
คลื่นๆ ๆ ๆ
เสียงเท้าจำนวนมากดังสะเทือนฟ้าถล่ม ทำให้รอยยิ้มมุมปากจางเซียนกระตุกขึ้น
"มากันแล้วสินะ...สัตว์อสูรทั้งหลาย ฮ่าๆ ๆ ๆ " ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้ไปยังทุกหนทุกแห่งที่ชุกชุมไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งขนาดนี้ และได้นำเนื้อสัตว์อสูรระดับอาณาจักรสัตว์อสูร (อาณาจักรมนุษย์ //ระดับเดียวกัน) ออกมา ซึ่งเป็นชิ้นส่วนในขบวนรถม้าที่จะไปให้กองกำลังจันทราโลหิต ที่ผู้นำจะก้าวเข้าสู่อาณาจักรมนุษย์
ด้วยกลิ่นแห่งความยั่วยวนนี้ ไม่ว่าใครก็อดใจไม่อยู่ ทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกขณะนี้ , ในเวลานั้นเองที่พวกมันกำลังจะเข้ามาในเขตป้องกันศูนย์กลางแห่งสวรรค์บริเวณชายแดน
ชายหนุ่มก็สะบัดมือออกไป ทำให้เนื้อสัตว์อสูร และลูกแก้วปริศนาลอยไปบนฟ้า
"เทคนิคลับกระจายราชัน! " ปึง!
ม่านพลังเหมือนพังทลาย ทำให้สัตว์อสูรเข้ามาได้ แต่มันไม่ได้หมดแค่นั้น เพราะด้วยเทคนิคนี้ที่อยู่ในลูกแก้วได้ทำให้สิ่งมีชีวิตมาใหม่นี้มีพลังมากขึ้น และตกอยู่ในการบังคับบัญชาจางเซียน
"แพร่ขยายออกไป! และจงทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าทั้งหมด" โฮก!!!
เสียงสรรพสัตว์ทำตามจางเซียนอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มไม่รอช้าพุ่งตัวออกไป พร้อมกับประกายแสงสายฟ้าตามหลัง ด้วยพลังโลหิตเงินระดับ 3 ขั้นสูง ทำให้เขาพุ่งราวกับเสือติดปีก พริบตาก็เห็นศูนย์กลางแห่งสวรรค์ไม่ไกล ซึ่งอาจจะบอกได้ว่าลูกน้องด้านหลังนั้นก็มีพลังไม่ต่างจากชายหนุ่มเลยสักนิด เมื่อได้รับพลังมา บ้างก็มีเกินกว่าที่จางเซียนมีซะอีก
"ทำลาย" โฮก!
ตูมๆ ๆ ๆ
คนจำนวนมากที่หลบไม่ทัน หรือตั้งสติไม่ดีต่างโดนฝูงสัตว์อสูรชนจนตัวขาดกระจายไปทั้งหมด ทันใดนั้นกำแพงที่แข็งแกร่งของศูนย์กลางแห่งสวรรค์ก็พังทลายในพริบตา พร้อมกับชายชุดดำที่พุ่งออกไปด้วยออร่าสีทองบางอย่าง
"ประตูสวรรค์โจมตี" ปัง!
ประตูสีทองสูง 50 เมตรปรากฏขึ้นด้านหลังชายหนุ่ม พร้อมกับมังกรสีขาวอมทองปรากฏออกมา นี้คือสัตว์อสูรที่จางเซียนฆ่า มันคือตัวตนที่อยู่ในอาณาจักรหงส์แดง ทำให้เขาสามารถเรียกมันออกมาได้ ด้วยพลังอาณาจักรมนุษย์หรือมากกว่านั้น พริบตาที่มันพ้นไฟออกมา
เพียงแค่ไอร้อนระยะห่างๆ ก็กลายเป็นลาวาจนหมด
"ปิดประตู" ปัง!
แค่ก! ชายหนุ่มพ้นเลือดสีเงินออกมา และดีดตัวออกไปข้ามลาวาราวกับวิ่งอยู่บนสนามหญ้าเห็นจะได้ ด้วยฤทธิ์ของลูกแก้วที่ไม่มาก ส่งผลให้สัตว์อสูรหลุดจากการโดนสะกดจิต และไล่ฆ่ากันเอง บ้างก็ทำลายบ้านเมืองอย่างสนุกสนาน
แต่แล้วชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เพราะตนเล็งแบบนี้ไว้แต่แรงแล้ว อีกสักพักทุกอย่างก็จะลงล็อก
"หยุดซะ! ไอ้เศษเดนตระกูลจาง" ปัง!
ชายหนุ่มกระแทกเท้ากับพื้นจนระเบิด เมื่อได้ยินคำพูดของชายแก่คนหนึ่ง เมื่อหันกลับไปก็พบว่าคนคนนี้คือจ้าวสำนักนายพรานพฤกษาอย่างแน่นอน ด้วยเนตรมรกตภายใต้ผ้าคลุม ทำให้เขาเห็นกับดัก และค่ายกลมากมายที่รอยล้อมในที่แห่งนี้ นับว่าเตรียมตัวได้ดี
แต่ยังกระจอกไป...
"วันนี้ข้าจะฆ่าแก และถลกหนังแก อย่างที่ที่เคยทำกับคนในตระกูลจาง ข้าจะใช้กับดักของข้าแยกชิ้นเนื้อเหมือนนังผู้หญิงในพื้นที่รกร้างแห่งหนึ่ง"
คลื่นๆ ๆ ๆ
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นราวกับทำให้พระเจ้าพิโรธ ด้วยกลิ่นอายฆ่าฟันของจางเซียนที่มากกว่าชายแก่เกือบ 10 เท่า ส่งผลให้มันขาสั่นด้วยความกลัว แต่ด้วยศักดิ์ศรีมีหรือที่จะยอมคุกเข่าให้กับศัตรูของตน
"ข้าขอถามเจ้าง่ายๆ " เสียงจางเซียนปรากฏขึ้นบนหลังจ้าวสำนัก ทำให้มันแทบบ้าตาย แต่ถึงกระนั้นด้วยแรงกดดันของชายหนุ่ม ทำให้มันแทบไม่อาจเคลื่อนไหวได้นอกจากปาก
"เจ้าจะถามข้าว่ากระไร" จ้าวสำนักหวาดกลัว
"คนในตระกูลจางทุกคนมีสายเลือดที่แข็งแกร่ง และได้รับมรดกที่สืบทอดต่อกันมา เหตุไฉนเพียงแค่ไอ้แก่กระจอกๆ อย่างแกเมื่อ 10 ปีที่แล้วจะสังหารหญิงสาวคนนั้นได้" ชายแก่ที่ได้ยินหัวใจราวกับหยุดเต้น มันไม่คิดเลยว่าไอ้เศษเดนตระกูลจางคนนี้จะอยู่กับหญิงสาวคนนั้น
แต่ไม่ว่าอย่างไงหากมันบอกออกไป ก็ต้องตายอยู่ดีมิใช่หรือ
"แสดงว่าเจ้าไม่คิดจะพูดใช่หรือไม่ หึๆ ๆ ๆ " เสียงหัวเราะเบาๆ ด้านหลังทำให้มันรู้สึกกลัวจนฉี่แตก น้ำสีเหลืองไหลตามร่องขาลงบนพื้น
"งั้นข้าจะทรมานเจ้าก่อนละกัน"
กร็อบ
"อ้าก!! "