เพลิงพิภพพรึบฟุบฟ่ออออซู่ๆๆๆ
พิษพลันถูกพ่นออกมา เขาตัดระยะหลบฉากและจุดประกายเพลิงพิภพบนมือ แม้ความเร็วของมันจะสูงและโดดเด่นที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา ทว่ามันและเขายังห่างชั้นกันอยู่พอสมควร
ทำให้ระดับความเร็วของทั้งสองมีระยะห่างที่ไม่อาจเทียบกันติดได้ และด้วยค่าสถานะกับทักษะที่เหนือชั้นกว่า แถมทักษะเปลวไฟที่เขามียังเป็นจุดอ่อนของมัน ย่อมส่งผลให้เขาสามารถคุกคามและโหมโจมตีใส่มันจนได้เปรียบทันที
ฟ้าวพรึ่บลูกไฟสีแดงชานถูกขว้างเข้าใส่มันติดๆกันหลายสิบลูก ด้วยการโจมตีและตัดระยะหลบฉากติดๆกัน ทำให้มันไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวเพื่อล็อคเป้าโจมตีเขาด้วยพิษกัดกร่อนที่ร้ายแรงได้
ทว่าเขาก็ไม่ต่างกันเมื่ออัตราการโจมตีโดนเป้าของเขาหลงเหลือเพียง 3 ใน 10 ส่วนเท่านั้น หรือต่อให้โจมตีโดนก็ยังเป็นเรื่องยากลำบากที่จะทะลวงเกล็ดหนาของมันไปได้ ไม่ว่าจะความเร็วหรือเกาะหนาที่ปกคลุมร่างกาย ทำให้มันไม่ต่างจากรถถังหุ้มเกราะเคลื่อนที่แม้แต่น้อย
ก๊าซซซซซโครมหางอันใหญ่โตถูกสะบัดฟาดเข้าใส่ยังตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่ และปรากฏฝุ่นฟุ้งกระจัดกระจาย ทว่ากลับไร้ซึ่งร่างของเขา ณ ที่แห่งนั้น
"เอาไปกิน"ตูมๆๆๆๆทักษะจุดชนวนพลันถูกเรียกใช้ พร้อมกับเศษไม้และหินตามพื้นดินที่ถูกขว้างเข้าใส่เขี้ยวพิษเร้นกายอย่างถี่ยิบ เพื่อหวังดึงดูดความสนใจและทำให้มันไขว้เขว เพราะด้วยแรงระเบิดและเศษหินเศษไม้กระจัดกระจายโดนตัวมันนั้นไม่อาจระคายเกราะหนาที่ปกคลุมร่างกายของมันได้
ตูมทว่าด้วยแรงระเบิดอันน้อยนิดซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อมันแม้แต่น้อย ทำให้เขี้ยวพิษเร้นกายไม่คิดจะหลบหลีกแต่กลับพุ่งเช้าใส่อย่างไม่สนใจ
แต่มันกลับต้องผิดพลาดเมื่อระเบิดที่เขาปาเข้าใส่มีของจริงปะปนมาด้วย 3-4 ลูก ส่งผลให้มันที่โดนแรงระเบิดอันหนักหน่วงถูกเล่นงานเข้าอย่างจัง
ก๊าซซไม่เพียงเกราะหนาที่ปริแตก แต่ภายในของมันก็บอบช้ำไม่น้อย และด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาได้โอกาสที่รอคอย
ฟุบด้วยอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นภายใน ทำให้เวลานี้เขาสามารถเข้าประชิดตัวของมันได้แล้วนั่นเอง ฉับพลันที่แววตาของทั้งสองสบจ้องกัน เขี้ยวพิษพลันฝืนอาการเจ็บปวด พร้อมอ้าปากกว้างและเตรียมปลดปล่อยพิษกัดกร่อนสุดอันตรายเข้าใส่เขาทันที ทว่า
"สายไปแล้ว"
"แรงโน้มถ่วง 100 เท่า!!!”
สนามแรงโน้มถ่วงครอบคลุมพื้นที่ 1000 เมตร ซึ่งมีเขาเป็นจุดศูนย์กลางของทักษะ สำหรับพวกพ้องนั้นต่างไร้ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นทว่ากลับเหล่าศัตรู การเคลื่อนไหวต่างหยุดชะงักและฟุบหมอบแนบพื้นทันทีอย่างไร้หนทางขัดขืน
เปรี๊ยะๆๆกรอบๆๆๆ
ด้วยแรงโน้มถ่วงที่มากถึง 100 เท่าส่งผลให้พวกเขี้ยวกระชากศพและเขี้ยวพิษมรกตต่างนอนจมกองเลือดตัวเอง เสียงกระดูกที่ถูกบดทำลายต่างดังขึ้นไปทั่วอาณาเขตสนามแรงโน้มถ่วง
ทุกฝ่ายพลันหยุดชะงักและตื่นตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกอสูรกลายพันธุ์ที่อยู่ในอาณาเขตแรงโน้มถ่วงต่างถูกบดทำลายทีละตัวๆ ส่วนพวกขั้น 3 อาจฝืนทนได้สัก3-4 นาทีและสุดท้ายก็ไม่ต่างกัน
ทว่าสำหรับพวกขั้น 4 อย่างเขี้ยวพิษเร้นกาย ซึ่งมีพละกำลังสูง จึงยังพอฝืนทนรับแรงกระทำที่หนักหน่วงนี้ได้หลายสิบนาที
แต่สำหรับเจ้าตัวขั้น 4 เบื้องหน้าเขาที่ได้รับบาดเจ็บภายในมาบ้างนั้น แรงกดทับหนักหน่วงเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อมันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเกล็ดหนาที่คลุมร่างกายของมันเริ่มปริแตก ร่างกายใหญ่โตและตั้งตรงสูงตระหง่านที่ฝืนทนรับแรงกดดันค่อยๆเริ่มก้มโค้งลงมาทีละเล็กทีละน้อย
ก๊าซซซหยดเลือดเริ่มซึมออกมาตามรอยปริแตกของเกล็ด เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดเริ่มดังถี่ขึ้น ส่งผลให้บางครั้งร่างกายของมันมักจะสั่นเอนเอียงไปมาคล้ายไม่มั่นคง
“ระดับนี้ น่าจะพอ หากเพิ่มแรงโน้มถ่วงมากกว่านี้ น่าจะสิ้นเปลืองพลังงานไม่น้อย”
หลังได้รับทักษะนี้มาแม้จะทำความเข้าใจไปได้เยอะพอสมควรแล้ว ทว่าการสูญเสียค่าสถานะทุกนาทีต่อการเรียกใช้และคงสภาพสนามแรงโน้มถ่วงนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เขาจะฝืนทำได้นานเกินควร
ยิ่งระดับแรงโน้มถ่วงและอาณาเขตเรียกใช้มากเท่าไหร่ ปริมาณที่สูญเสียย่อมมากมายตามไปด้วยเท่านั้น
ครึกๆก๊าซซซซซซ
ด้วยความตั้งใจเดิมของมันที่หวังจะพ่นพิษใส่เขาในระยะใกล้ กลับกลายเป็นต้องอ้าปากค้างและส่งเสียงร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดแทน เมื่อแรงกดทับที่มหาศาลกดทับร่างกายของมัน และค่อยๆเริ่มบดขยี้ร่างกายที่ไร้ความสามารถในการขยับเขยื้อนทีละเล็กทีละน้อย ไม่ต่างจากการทรมานทั้งเป็น
"โจมตี!!!!"ทางด้านกองกำลังของเขาที่ฟอร์มรูปแบบเป็นปราการป้องกันนั้น เมื่อเขี้ยวพิษเร้นกายอีกตัวเข้ามาใกล้ในระยะ 500 เมตร คำสั่งโจมตีจึงถูกถ่ายทอดและส่งต่อ จนกระทั่งแพร่กระจายไปยังทุกๆคน ด้วยเวลาไม่ถึง 30 วินาที
"ไฟบอล""กระสุนเพลิง""กระสุนวายุ"บราๆๆๆ
หลากหลายทักษะหลากหลายเสียงเรียกใช้ ดังขึ้นอย่างพร้อมเพียง ปรากฏแสงสีระรานตาเต็มท้องฟ้า สาดประกายเจิดจร้า และพุ่งตรงเข้าหาเป้าหมายที่เข้ามาในระยะหวังผล
ด้วยหลากหลายทักษะที่ถูกเรียกใช้จนกลบทับท้องฟ้ากว้างใหญ่บริเวณนั้นจนหมด กินอาณาบริเวณไม่ต่ำกว่า 100 ตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ของเขี้ยวพิษเร้นกาย ทำให้แม้มันจะมีความสามารถด้านความเร็วที่โดดเด่น แต่ก็ไร้ซึ่งทางออก
ก๊าซซซซซซตูมตูมๆๆๆๆๆๆเสียงระเบิดดังกัมปนาท สะเทือนผืนป่า เหล่าสัตว์ที่พักอาศัยต่างพากันแตกตื่นและวิ่งหนีกันจ้าระหวั่น ทุกๆพื้นที่ที่ถูกทักษะเหล่านั้นโจมตีเข้าใส่ต่างราบเป็นหน้ากอง และเต็มไปด้วยหลุมบ่อระรานตาไปหมด
ปรากฏฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดที่เกิดขึ้นยังสั่นสะเทือนไปไกลอีกร่วมสิบกว่ากิโลเมตร
สิ่งที่เกิดขึ้นแทบไม่ต่างจากการระเบิดของนิวเคลียร์. ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันบ้างเล็กน้อยนั่นคือ ทักษะเหล่านี้จะไม่ส่งผลต่อระบบนิเวศท์หลังผ่านการระเบิดแล้ว ซึ่งแตกต่างจากนิวเคลียร์ที่ยังคงเหลือสารกัมมันตรังสีไว้อยู่
ฟอร์มขบวนถูกจัดวางใหม่อีกครั้ง หลังทักษะถูกใช้โดนเป้าหมายสำเร็จ สำหรับพวกที่ใช้ทักษะเวลานี้ต่างมีสภาพร่างกายอิดโรยและเหน็ดเหนื่อยจากการรีดเร้นสถานะเพื่อหวังให้ทักษะที่ใช้มีพลังโจมตีในจุดสูงสุด
และด้วยอาการเหนื่อยล้าเช่นนี้ทำให้รูปขบวนจำต้องปรับเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง เพื่อปกป้องและโจมตีในเวลาเดียวกัน
“แปรขบวนพีรามิด””โอ้ววว”
ปลายแหลมของหัวพีรามิดหันหน้าเข้าหาเขี้ยวพิษเร้นกายที่เวลานี้ไม่รู้สภาพเป็นตายร้ายดีอย่างไรภายใต้ม่านควันที่เกิดจากแรงระเบิด
ด้านแหลมมีตัวปะทะอยู่หนาแน่น โดนภายในพีรามิดเป็นจุดที่มีคนอ่อนล้า. หน่วยจู่โจมระยะไกลและฝ่ายซัพพอร์ตคอยช่วยเยียวยาอยู่ตลอดเวลา
ทางด้านท้ายหันมายังทิศทางที่เขายืนอยู่ เสมือนเขาเป็นปราการคุ้มฐานของพีรามิดแห่งนี้
ซึ่งไม่แปลกที่รูปแบบจะออกมาเป็นเช่นนี้ นั่นก็เพราะฟอร์มพีรามิด พวกเขาจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีกำลังสำคัญที่แข็งแกร่งคุ้มฐานไว้ เพราะแม้ยอดจะเแหลมเพียงใดหากฐานสั่นคลอนไม่มั่นคงไม่นานมันจะพังทลายลงมา
อย่าลืมว่ารูปขบวนนี้มีจำนวนคนเพียง 300 กว่าคนเท่านั้น และหากมันถูกฟอร์มด้วยกำลังคนทั้งหมดของเขา เกรงว่าแม้แต่ระดับวิวัฒนาการเช่นเขาก็ยากที่จะรักษาสภาพตนเองให้ครบ 32 ประการได้
ทักษะที่ถูกเรียกใช้เพื่อประสานร่วมกันจะต้องเป็นทักษะที่ส่งผลประโยชน์เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน โดยจะต้องไร้ซึ่งการหักล้างหรือขัดขวางประสิทธิภาพของทักษะที่ถูกเรียกใช้. เพื่อเพิ่มและทบทวีแรงโจมตีให้รุนแรงที่สุด
ดังนั้นความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการประสานการโจมตีครั้งนี้จึงรุนแรงเทียบเท่า 6 ใน 10 ส่วนของแรงระเบิดจากนิวเคลียร์
หลังม่านควันค่อยๆจางลง ปรากฏพื้นที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อหลากหลายขนาดๆ ทุกๆที่ต่างเละเทะและไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆหลงเหลือ กระทั้งหญ้าหรือก้อนหินก็ไร้ตัวตน
ก๊าซซซซ
ทว่าภายใต้ม่านควันที่ค่อยๆจางลงกลับปรากฏเสียงคำรามขึ้น น้ำเสียงที่พวกเขาได้ยินฟังดูโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวด
หลังม่านควันลอยหายไปจนหมด พวกเขาต่างพบร่างศัตรูนอนราบกับพื้น สภาพของมันนั้นย่ำแย่และเละเทะเป็นอย่างมาก
ทั้งเกล็ดหนาที่แตกหักหลุดล่วงเลือดสดเขียวเข้มที่ไหลเจิงนองไปทั่วร่างกายและพื้นที่ที่มันแผ่ราบกับพื้นดิน
สภาพที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงแรงระเบิดที่เกิดจากการประสานหลากหลายทักษะได้อย่างดีเยี่ยมว่ามันร้ายกาจและรุนแรงมากเพียงใด
ก๊าซซซซฟ่อ
เขี้ยวพิษเร้นกายทั้งสองตัวเวลานี้พวกมันแทบไม่ต่างจากก้าวสู่ความตายไปแล้วครึ่งก้าว ทั้งสองตัวต่างมีสภาพเละเทะแตกต่างจากความน่าเกรงขามในทีแรกที่พบเห็นไปอย่างสิ้นเชิง
เตาะแตะเขาเดินเข้าหาเขี้ยวพิษเร้ายกาย เบื้องหน้าเขาและพร้อมกับเรียกใช้งานทักษะช่วงชิงออกมา
ช่วงชิง!!วิ้งได้รับทักษะพิษกัดกร่อนระดับสูง
"โอ ใช้ครั้งแรกสำเร็จเลยแหะ"ตั้งแต่ที่ใช้ทักษะนี้มา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาใช้งานปุปสำเร็จปัป แถมยังได้รับทักษะที่หวังไว้อีกด้วย แม้จะดีใจแต่เขากลับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆชอบกล
และเมื่อเขาคิดจะลองใช้ทักษะช่วงชิงอีกครั้ง ลางสังหรณ์ที่รู้สึกได้กลับชัดเจนมากขึ้นเหมือนมันรดต้นคอของเขาอย่างไรอย่างนั้น
"สั**"ฟ่อตูมมม
อสูรกลายพันธุ์ วิวัฒนาการครั้งที่ 1 พญาเขี้ยวอสรพิษมรกต
End