ตอนที่ 51 ปะทะลี้เอียง
ในการประลองครั้งนี้เล้งซานปรับพลังลมปราณของตนให้อยู่ในขั้น 3 ของชั้นลมปราณสีคราม ซึ่งนับเป็นผู้เข้าร่วมประลองระดับกลางเพื่อมิให้ผิดสังเกต ด้วยการควบคุมลมปราณระดับสูงของมัน แม้ผู้มีสัมผัสชั้นยอดแค่ไหนก็ไม่สามารถจับพลังที่แท้จริงของมันได้
ผู้เข้าร่วมประลองทุกคนขึ้นไปจับสลากแบ่งสายบนเวทีเล้งซานอยู่ในสายที่ 3 ซึ่งในสายไม่มีแม้แต่คนเดียวที่มาจากสามพรรคใหญ่ แต่มีตัวแทนจากหมู่บ้านเมฆาล่องของเซี่ยวหลินหลุน อยู่ร่วมในสายนี้เพื่อตอนแทนน้ำใจเล็กน้อยเล้งซานจัดการผู้เข้าประลองทุกคนให้ล่วงตกจากเวทีอย่างรวดเร็วด้วยท่าร่างของพรรคกระบี่เหินเว้นไว้แต่เพียงตัวแทนจากหมู่บ้านเมฆาล่อง ที่ยืนงงอยู่บนเวที
"ผู้ชนะในสายที่3 ได้แก่ หม่าเฉิน จากพรรคกระบี่เหิน และ ซาวอี้กุนจากหมู่บ้านเมฆาล่อง" กรรมการบนเวทีประกาศผล
เล้งซานชำเรืองมองไปทางเซี่ยวหลินหลุนพบว่าเซี่ยวหลินหลุน รีบเข้าไปขอบอกขอบใจ อี้หลงหู่เป็นการใหญ่ที่ยอมให้ตัวแทนหมู่บ้านของมันผ่านเข้ารอบอี้หลงหู่พอจะเข้าใจเจตนาของเล้งซานจึงเล่นตามน้ำไปเล็กน้อย
เวลาผ่านไปครึ่งวันก็ได้ผู้ชนะจากทุกสายร่วมทั้งสิ้น 32 คน และก็เข้าสู่รอบที่สองในช่วงบ่าย...
"หม่าเฉินจากพรรคกระบี่เหิน จับคู่กับ ซาวอี้กุน จากหมู่บ้านเมฆาล่อง และ
ลี้เอียงจากพรรคป้อมอัคคี จับคู่กับ ฉีซ่ง จากหมู่บ้านนภาไพศาล จงขึ้นมาบนเวทีประลอง"กรรมการประกาศ
เล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อยมันไม่คาดว่าจะเจอคนของพรรคป้อมอัคคีเร็วถึงเพียงนี้เล้งซานใช้หางตาแหล่ไปมองทางซูซ่งหยู และซูจ้าวแววตาของพวกมันทั้งสองแสดงให้เห็นถึงความหวังที่ฉายออกมาคนรอบนอกเวทีล้วนวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนาๆอย่างเผ็ดมัน เนื่องจากรอบนี้เป็นการปะทะกันโดยศิษษ์จากสองพรรคใหญ่
"ข้าว่ารอบนี้ลี้เอียง เป็นต่อเห็นๆ เพราะคู่ของมันฉีซ่ง แข็งแกร่งกว่า ซาวอี้กุน ที่เป็นคู่ของหม่าเฉิน ถึง 2 ขั้น"
"ข้าก็คิดเช่นนั้นลี้เอียง อยู่ในชั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 5 ส่วน หม่าเฉินอยู่เพียงขั้นที่ 3 เท่านั้น ขั้นต้นปะทะขั้นกลางผลมันออกมาชัดๆอยู่แล้ว!!"
"เหอะ!!พวกเจ้าไม่เห็นหม่าเฉิน ในรอบแรกหรือ? มันเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมากความเร็วของมันอาจเป็นตัวชี้วัดผลการแข่งก็เป็นได้"
"ไม่ว่าใครจะชนะข้าว่าคู่นี้มันส์แน่นอน!!"
ทั้งสี่คนขึ้นมาพร้อมแล้วบนเวทีซาวอี้กุน สีหน้าซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดความจริงความสามารถของมันแทบจะรั้งอันดับท้ายๆของผู้เข้าประลองทั้งแปดร้อยคนแต่เพราะเล้งซานมันจึงหลุดเข้ามาที่รอบนี้ เล้งซานเห็นท่าทีที่ไม่สู้ดีนักของมันจึงเดินไปตบที่ไหล่ของ ซาวอี้กุน เบาๆ พลางกระซิบบอก
"อย่ากังวลไปข้าจะพาเจ้าไปรอบถัดไปเอง ขอเพียงเจ้าทำตามที่ข้าบอกก็พอ..."เล้งซายกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของซาวอี้กุน มันก็พยักหน้าเบาๆโดยแววตาก็ยังฉายความสงสัยออกมา
กรรมการเหลือบมองซ้ายขวา ตรวจดูทั้งสี่คนที่ขึ้นเวทีมาเล็กน้อย เพื่อดูความพร้อมและตรวจดูว่าไม่มีใครใช้อาวุธ เมื่อไม่มีอะไรผิดสังเกตจึงประกาศ
"เริ่มการประลองได้!!"
เล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อยจากนั้นโคจรวิชาท่าร่างระดับ3 ของพรรคกระบี่เหิน
"สุริยันเจิดจรัส!!"
ตัวของเล้งซานเกิดประกายแสงสว่างออกจากร่างราวกับเป็นดวงอาทิตย์กลางลานประลอง ทุกคนที่จ้องมองการประลองอย่างใจจดใจจ่อต่างถูกแสงกระทบเข้าที่ดวงตา ทำให้เกิดอาการพล่ามัวเลือนรางไม่เว้นแม้แต่เหล่าผู้ใช้ลมปราณระดับสูงข้างลานประลอง แต่คนเหล่านี้ก็สามารถใช้สัมผัสอื่นๆตรวจสอบการเคลื่อนไหวได้พบว่าเล้งซานทำอะไรบางอย่างกับซาวอี้กุนแต่ก็ไม่สามารถบอกรายละเอียดถึงการกระทำนั้นได้ เป็นเวลากว่า 7-8 ลมหายใจทุกคนจึงจะค่อยๆหลี่ตาปรับสายตาลงได้แต่ภาพที่เห็นในลานประลองก็ยังไม่มีใครได้ขยับเขยื่อนตัวแม้แต่น้อย
เล้งซานยังคงยืนแสยะยิ้มกลางลานประลองไม่ได้เข้าโจมตีอีกฝ่ายแต่อย่างใด...
"นั่นมันทำอะไร?ใช้วิชาเช่นนั้น แต่ก็ไม่ยอมโจมตีอีกฝ่าย"
"โอ๊ย!!วิชาบ้าอะไรเนี่ยแสบตาชะมัด"
"เฮ้ย!!คราวหลังบอกกันก่อนล่วงหน้าสิฟะ แสบตาเว้ย!!"
เสียงผู้ชมรอบข้างเวทีลุกฮือขึ้นแต่ก็เล้งซานก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด ลี้เอียง และฉีซ่งรีบปรับสายตาและทะยานร่างเข้าใส่ทันที โดยคอยระวังวิชาเมื่อครู่ของอีกฝ่าย
"ทำอะไรไร้สาระกระเด็นไปซะ" ลี้เอียงใช้ปราณอัคคีห่อหุ่มร่างและง้างหมัดเข้าใส่เล้งซานแต่เล้งซานกลับเอามือทั้งสองข้างไขว้หลัง หลับตาลงและเอี้ยวตัวหลบเพียงเล็กน้อยลี้เอียงเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง ก่อนที่จะรีบหมุนตัวบิดเอวและสะบัดเท้าอย่างรวดเร็วเตะเข้าที่ร่างของเล้งซานแต่เล้งซานไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมันยกขาขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกัน
ตึมมม
เสียงปะทะกันเบาๆดังขึ้นมุมปากของเล้งซานเชิดขึ้นเล็กน้อยผิดกับลี้เอียงที่ใบหน้าบิดเบี้ยวก่อนจะมีเสียงออกจากลำคอเบาๆ
"อึก!!"
ขาขวาที่ลี้เอียงใช้เตะเมื่อครู่นั้นสั่นสะท้านความรู้สึกที่แล่นพุ่งเข้าสู่สมองนั้นคือความเจ็บปวด!!ราวกับมันเตะใส่ก้อนหินขนาดใหญ่ก็ไม่ปาน!! ลี้เอียงล่าถอยโดยกระเผลกขาข้างหนึ่งอย่างทุลักทุเลหลังจบการปะทะนี้เสียงรอบเวทีกระหึ่มขึ้นทันที
"เฮ้ย!!ดูนั่นสิ มันคนละชั้นกันชัดๆ!!"
"พลังลมปราณสูงกว่าตั้ง2 ขั้น แต่ดันกลายเป็นมวยรองบ่อนชัดๆ!!"
"ใครบอกหม่าเฉินมีดีแต่ความเร็วฟะ!!"
คำวิพากษ์วิจารณ์รอบเวทีทำให้ผู้นำพรรคป้อมอัคคีอย่างซูซ่งหยู ถึงกับขมวดคิ้วทันที มันไม่คิดว่า หม่าเฉินจากพรรคกระบี่เหินจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ พวกมันมีข้อมูลของหม่าเฉินน้อยมากๆทราบแค่เพียงแค่ว่าอี้หลงหู่พามาด้วยตนเอง และพึ่งเข้าพรรคกระบี่เหินได้ไม่นานแต่ความเป็นมากลับไม่มีผู้ใดบอกได้และวิชาต่างๆพร้อมท่าร่างก็เป็นวิชาของพรรคกระบี่เหินจริงเพียงแค่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อยคล้ายถูกพัฒนาขึ้น จึงเข้าใจได้เพียงว่าหม่าเฉินเป็นศิษย์ลับของพรรคกระบี่เหิน
เล้งซานลืมตาขึ้นช้าๆส่งสายตาดูแคลนไปยังลี้เอียงจากนั้นยื่นมือขวามาข้างหน้าตวัดปลายนิ้วเล็กน้อยเป็นเชื้อเชิญ ลี้เอียงผู้เป็นถึงศิษย์แกนหลักของพรรคป้อมอัคคีหน้าแดงกร่ำในทันทีไม่เคยมีผู้ใดแสดงกิริยาดูถูกมันเช่นนี้มาก่อน เพลิงโทสะลุกโชนไม่ต่างจากปราณอัคคีที่ห่อหุ่มร่าง แววตาอาฆาตส่องประกายออกมาทันที!!
ทางด้านซาวอี้กุนตอนนี้กำลังพยายามตั้งรับการโจมตีของฉีซ่งเป็นพัลวันเนื่องจากทั้งสองต่างเป็นเพียงตัวแทนจากหมู่บ้านเล็กๆกระบวนท่าจึงไม่ได้พิเศษอะไรมากมายนัก ต่างจากตัวแทนของพรรคใหญ่ๆแต่ด้วยความต่างชั้นของขั้นลมปราณ ซาวอี้กุน จึงตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัดเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้โจมตีแม้แต่น้อย
เล้งซานชำเรืองตามองเล็กน้อยมันเห็นซาวอี้กุน ค่อนข้างเสียเปรียบ จึงสะบัดข้อมือ ยิงดัชนีกระบี่เข้าที่ต้นขาทั้งสองข้างของฉีซ่งอย่างแม่นยำ ฉีซ่งทรุดลงกับพื้นทันทีแม้ดัชนีที่เล้งซานยิงไปจะแฝงพลังลมปราณไปไม่มากนัก ไม่อาจทะลุต้นขาทั้งสองข้างไปได้แต่ก็ทำให้กระดูกถึงกับสั่นสะเทือน กล้ามเนื้อฉีกขาดบางส่วนความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงไปกว่าครึ่ง ส่งผลให้ความได้เปรียบของฉีซ่งหายไป
ลี้เอียงจะอาศัยจังหวะที่เล้งซานสนใจฉีซ่งพุ่งทะยานเข้าใส่ด้วยพลังเต็มเปี่ยม!!
"ฝ่ามืออัคคีแผดเผา"
ฝ่ามือที่ห่อหุ้มปราณอัคคีสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่ที่ใบหน้าของเล้งซานลี้เอียงแสยะยิ้ม มันตั้งใจทำลายใบหน้าที่หล่อเหล่าของเล้งซานอย่างจงใจ!!
เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อย
"รนหาที่ตาย!!"
เล้งซานกำหมัดแน่นก่อนจะต่อยออกไปปะทะกับฝ่ามือของลี้เอียง!!
ตูมมมมมม!!
กร๊อบบบบ
เสียงปะทะดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระดูกที่แตกหักด้วยพลังแขนจากกล้ามเนื้อแห่งมังกรของเล้งซาน แม้ไม่ต้องใช้พลังลมปราณใดๆระดับชั้นลมปราณสีครามย่อมไม่อาจปะทะได้แม้แต่แรงจากปลายนิ้ว!!กระดูกแขนขวาทั้งแขนของลี้เอียงแหลกละเอียดทันที!!
จากนั้นเล้งซานลดพลังเหลือเพียงหนึ่งส่วนสิบส่วนเพื่อกันไม่ให้ลี้เอียงหมดสติและต่อยเข้าที่ใบหน้าของลี้เอียงอีกหนึ่งหมัดใบหน้าของลี้เอียงบิดเบี้ยวในทันทีสะบัดหัวตามแรงหมัดของเล้งซานเป็นจังหวะเดียวกับที่เล้งซานหลี่ตามอง และใช้มือซ้ายอีกข้างดีดเม็ดยาเม็ดหนึ่งเข้าไปภายในปากของลี้เอียงอย่างแม่นยำ!!ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในชั่วพริบตาเดียวแม้ผู้ใช้ลมปราณระดับสูงยังไม่อาจเห็นการกระทำของเล้งซานได้ชัดเจน
ลี้เอียงกระเด็นไปไกลนับสิบเมตรสติแทบจะดับวูบจากความเจ็บปวดที่แขนแต่ถูกหมัดเมื่อครู่ของเล้งซานกระชากมันออกมาจากผวังค์มันไม่รู้ตัวกระทั่งว่าเล้งซานดีดยาเข้าไปในปากของมัน....