อัลเบิร์ตไม่ได้ตอบทันที ดวงตาสีเหล็กจ้องมองบุรุษผู้มาใหม่ ภายในใจแอบวิตก เพราะถ้าเมื่อกี้ เขาไหวตัวช้ากว่านี้ ชีวิตคงดับสิ้นเป็นที่เรียบร้อย
“ ชายคนนี้เป็นใคร ”
เหมือนหนุ่มหล่อผู้มาใหม่จะอ่านใจออก หรือไม่ก็สังเกตจากกิริยาของคู่สนทนา เลยไขข้อข้องใจของอัลเบิร์ต
“ ข้าก็เป็นนักล่าในยามราตรีเช่นท่าน ไม่เห็นมีอะไรต้องสงสัยเลย ”
แม้สเตฟานจะแสดงอาการนอบน้อม แถมการเจรจาก็ดูสุภาพ แต่อัลเบิร์ตไม่วางใจ เพราะทันทีที่มองเข้าไปในนัยน์ตาของหนุ่มหล่อหน้าเนียน ก็จะพบกับประกายแวววาว ประดุจเพชฌฆาตผู้โหดเหี้ยม
“อืม…ดูท่าทางชายผู้นี้คงไม่ปล่อยเราไว้แน่ เพราะดวงตาของเขา มันฟ้องแบบนั้น ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านอัลเบิร์ตคิดแบบนี้ นับว่าถูกต้อง ข้าอยากสังหารท่านจริงๆ ” สเตฟานหัวเราะร่าแบบคนอารมณ์ดี โดยไม่สนใจว่าน้ำคำที่กล่าวมา จะป่าเถื่อนแค่ไหน และกิริยานี้ ก็ทำให้อัลเบิร์ตรู้ว่าคู่สนทนาหน้าเนียน มีสกิลอ่านใจเหมือนกัน ทว่าเขายังมีคำถาม
“ แล้วเจ้ามาขวางข้าทำไม รึว่าตั้งใจจะมาช่วยนังปีศาจตนนี้ ” อัลเบิร์ตพูดจบ ก็ชำเลืองไปยังอสูรสาวที่นั่งแผ่หลาสิ้นท่า พร้อมเลือดแดงฉานที่ชุ่มโชกไปทั่วทั้งตัว
“ หึ หึ หึ ไม่เพียงแต่ขวางท่านหรอก ยังคิดล้างแค้นด้วย เพราะนังปีศาจที่ท่านทำร้ายคือ…..น้องสาวของข้า” สเตฟานกล่าวเนือยๆ ท่าทางใจเย็น ก่อนจะกางสองแขนออกจากกัน
อัลเบิร์ตเห็นดังนั้น จึงยกดาบเหล็กขึ้นมาระดับอกในท่าเตรียมสู้ ไม่นาน อากาศรอบกายก็เยือกเย็นลงอย่างฉับพลัน วินาทีต่อมา ได้มีบางสิ่งพุ่งออกมาจากแขนเสื้อที่ยาวถึงข้อมือของสเตฟาน
“ เกร้ง ”
เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวาน พร้อมอัลเบิร์ตที่เซถลาไปข้างหลัง จนกระทบกับกำแพงอีกวาระ แน่นอนว่านี่คือผลของการโจมตีที่รวดเร็วของสเตฟาน ทว่าบุรุษตาสีเหล็กกลับมองไม่เห็นท่าร่างของอีกฝ่าย
“ ฮึ่ม….มันโจมตีมายังไง ทำไมถึงมองไม่เห็น โชคดีที่เราผ่านศึกมาพอสมควร จนมีสัญชาตญาณติดตัว เลยยกดาบขึ้นมาป้องกันได้ทัน”
และก่อนที่อัลเบิร์ตจะหาคำตอบได้ หูก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนที่ข้างซ้าย พอหันไปมอง ก็พบกับสเตฟานที่ยืนเชิดหน้า พร้อมเสยผมขึ้นสูง
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านยังไหวอยู่มั้ย ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ ก็มอบศีรษะให้ข้าเถอะ จะได้ตายแบบสบายๆไง ”
อัลเบิร์ตไม่แยแสต่อคำเย้ยหยัน เขารีบเก็บอาการ ไม่ให้ดูตกตะลึง ทั้งที่ในใจแทบจะเต้นเป็นกลองเพล ทว่าสเตฟานไม่ได้รีบร้อนอะไร แถมยังหันไปพูดคุยกับปีศาจสาวที่กำลังเสียขวัญ
“ อลิเซีย เจ้ารีบไปจากที่นี่ซะ ที่เหลือให้พี่จัดการเอง ”
“ ฮือ……ทะ….ท่านพี่ชะ…ช่วยแก้แค้นให้ข้าด้วย เจ้าคนเถื่อนทำให้ข้าเสียโฉม ” ปีศาจสาวสะอึกสะอื้น สองมือลูบไล้ใบหน้าที่เปื้อนเลือด ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคู่อาฆาตอย่าง…อัลเบิร์ต ทว่าจอมอสูรหน้าใสกลับตวาดใส่นางอย่างดุดัน
“ เลิกพิรี้พิไรได้แล้ว รู้มั้ยว่าการที่เจ้าโดนคนเถื่อนผู้ไร้ที่มาเล่นงาน ได้สร้างความเสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูลมากแค่ไหน รีบกลับไปได้แล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ”
“ คะ…ค่ะ ทะ…ท่านพี่ ” ปีศาจสาวผู้มานามว่า....อลิเซีย เริ่มตัวสั่น คล้ายว่าเจ้าหล่อนจะครั่นคร้ามจอมอสูรหน้าหยกผู้พี่มิใช่น้อย ซึ่งเมื่อพิจารณาจากความสามารถที่น่าสะพรึง ก็คงจะเป็นเช่นนั้น นางจึงรีบรับคำ แล้วปล่อยปีกสีดำที่ขาดรุ่งริ่งออกมา พร้อมบินจากไป
แม้อัลเบิร์ตจะเสียดายที่ไม่ได้สังหารนังปีศาจ แต่เขาก็ไม่กล้าขยับกายไปไหน เพราะถ้ามัวแต่พะวงกับนาง มีหวังถูกจอมอสูรตรงหน้าสังหารแบบไม่ทันรู้ตัว เลยเพ่งสมาธิไปที่ศึกใหญ่
“ อืม….ต้องรู้ให้ได้ว่ามันใช้วิธีไหนจู่โจมเรา ไม่งั้นคงพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ”
“ หึ หึ หึ ท่านอัลเบิร์ตคิดไป ก็ปวดหัวเปล่า สู้ยอมให้ข้าบั่นศีรษะแต่โดยดีเถอะ จะงดงามกว่า ” สเตฟานเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำคำที่สดใส คล้ายว่าสิ่งที่ขอ เป็นเพียง....ชวนไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้
ทว่าอัลเบิร์ตไม่ยอมแพ้ และตั้งท่ารับมืออย่างเต็มที่ สองขาถูกกางออก เพื่อจัดสมดุลของร่างกาย ดวงตาสีเหล็กจับอยู่ที่อิริยาบถของคู่อริ
“ หึ หึ หึ ท่านนี่ดื้อจริงๆเลย จะให้ตายแบบสบายๆ ก็ดันไม่ยอม ”สเตฟานหัวเราะเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าหาบุรุษตาสีเหล็ก
แม้อัลเบิร์ตจะเพ่งมองอย่างตั้งใจ แต่ร่างของสเตฟานกลับหายวับในพริบตา กระนั้นบุรุษตาสีเหล็กก็ยังยกดาบเหล็กขึ้นมาปัดป้องได้ทันท่วงที ด้วยมีสัญชาตญาณที่ว่องไว
“ เคร้ง…..”
“ ตุบ….”สเตฟานโผล่มาที่ด้านหลังของอัลเบิร์ต ใบหน้าเนียนใสแลถมึงทึงเล็กน้อย เพราะเริ่มไม่พอใจที่บุรุษตาสีเหล็กป้องกันได้อีกครั้ง
“ ชักจะหงุดหงิดแล้วนะ ทำไมท่านอัลเบิร์ตไม่ยอมมอบชีวิตให้ข้าซักที ”
อัลเบิร์ตไม่กล่าวคำใด ในสมองพยายามเค้นความทรงจำที่ผ่านโลกมาอย่างยาวนาน เพื่อตรองว่ามีคู่ต่อสู้คนไหนใช้ศาสตร์การจู่โจมแบบอสูรตนนี้ แต่ไม่ว่าพยายามซักเท่าใด ก็ดูจะไร้ผล ส่วนมือซ้ายเลื่อนไปลูบลำคอของตนเอง เพื่อเช็ดเลือดที่หลั่งไหลจากบาดแผล
“ ชายคนนั้นใช้วิธีไหน ถ้ายังหาคำตอบไม่ได้ คงต้องถึงแก่ความตายแน่ๆ แต่เมื่อดูจากบาดแผล คาดว่าเขาคงใช้อาวุธมีคมเหมือนกับเรา ” อัลเบิร์ตพยายามประเมินสถานการณ์ เหงื่อสีใสยังไหลย้อยจากแก้มสากๆลงมาถึงปลายคาง ด้วยเจ้าตัวยังหนักใจกับปริศนาที่แสนงงงวย
สเตฟานทิ้งเวลาไปชั่วขณะ ก่อนจะหันมาประจันในท่าเตรียมโจมตี สองเท้างอลงเล็กน้อย เพื่อให้ง่ายต่อการพุ่ง จากนั้นก็ยกสองแขนขึ้นขนาบข้าง อันดูคล้ายวิหคที่ใกล้กางปีก
“ หึ หึ หึ เสร็จแน่ เจ้าคนเถื่อน ”
แต่ก่อนที่ร่างสูงเพรียวของสเตฟานจะหายลับไปจากสายตา ก็มีเด็กสาวแรกรุ่นนางหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาตรงปากตรอก พร้อมตะโกนบอกจนสุดเสียง
“ ลุงอัลเบิร์ต มันโจมตีทางซ้าย เป้าหมายคือหัวไหล่ ”
บุรุษตาสีเหล็กกดาบใหญ่ขึ้นรับทันควัน เพื่อป้องกันในทิศทางที่เด็กสาวร้องบอก ซึ่งก็ได้ผล เกิดเสียงปะทะดังกังวาน พร้อมประกายไฟที่แลบออกมาแวบนึง
“ เคร้ง……”
ร่างของสเตฟานปรากฏตรงจุดที่เด็กสาวบอก พร้อมเหลือกตามองดรุณีแรกรุ่นผู้ชี้เป้า ท่าทางบ่งบอกว่าฉงน เปิดทางให้อัลเบิร์ตสวนกลับ ด้วยฝ่าเท้าขนาดบิ๊กไซส์
“ อุ้ก….” ลำตัวบางบิดงอเป็นครั้งแรก เพราะถูกบาทาพุ่งอัดเต็มแรง ส่งผลให้ปีศาจหนุ่มล่าถอยออกไป แน่นอนว่าอัลเบิร์ตไม่ยอมให้ตั้งตัวติด จึงตามเข้าไปซ้ำ ด้วยการฟาดดาบเหล็กใส่ หมายจะแหวกกระบาลให้แยกเป็นสองซีก ทว่าสเตฟานก็ไวปานวอก เลยยกขึ้นสองแขนขึ้นมาป้องกันได้ทัน
“ เคร้ง…..”
เสียงเหล็กกระทบกันดังอีกครั้ง แต่คราวนี้ อัลเบิร์ตรู้แล้วว่าอาวุธใดที่สเตฟานใช้จู่โจมตน เพราะมันได้ปรากฏบนสองมือของปีศาจหนุ่ม สิ่งนั้นก็คือ…..
“ มีดสั้นคู่ ”อัลเบิร์ตมองเจ้าสิ่งนั้นไม่วางตา มันคือมีดสั้นประมาณครึ่งศอกที่คมกริบ แถมบริเวณด้ามจับยังสลักลวดลายที่ดูสวยงาม บ่งบอกถึงคุณภาพของผู้ที่ตีอาวุธชิ้นนี้ขึ้นมา
พอเห็นว่าอัลเบิร์ตเปิดช่อง สเตฟานก็เค้นแรงในตัว เพื่อเหวี่ยงดาบเหล็กให้ถอยห่าง จากนั้นก็ฉากออกไปตั้งหลักใหม่
“ ฮึ่ม…..”
สเตฟานรู้สึกหัวเสียเล็กน้อย เพราะถ้าเมื่อกี้ เขาฟันหัวไหล่ของอัลเบิร์ตได้ ก็จะอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเจ็บปวด ใช้มีดสั้นปักไปที่กลางลำคอ เพื่อปลิดชีพทันที แต่กระบวนท่าดังกล่าวกลับถูกป้องกันไว้ได้ ด้วยการร้องบอกของเด็กสาว
เด็กสาวร่างเล็กคนนั้นก็คือ…..ยูมิโกะ ใบหน้าเนียนใสที่แลทะเล้น ปรากฏรอยยิ้ม ประมาณว่าภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตนเพิ่งกระทำ
“ หึ หึ หึ ”
แต่ยูมิโกะย่ามใจได้ไม่นาน คิ้วเรียวก็กระตุกแรง พร้อมใบหน้าที่แลขมวดนิ่ว ก่อนจะร้องบอกแบบตื่นๆ
“ ลุงอัลเบิร์ตระวังบนล่าง มันจะฉวยโอกาสตอนลุงเผลอ ”
กายสูงเพรียวของสเตฟานหายวับไปอีกวาระ อัลเบิร์ตจึงรีบฟังคำเตือนของยูมิโกะ ด้วยการเงยหน้าขึ้นสูง พร้อมเหวี่ยงดาบเหล็กปัดมีดสั้นที่พุ่งลงมา จากนั้นก็ใช้ศาสตราคู่ใจแทงไปที่พื้น
“ ฉึก…..”
เลือดแดงฉานพุ่งกระฉูดจากเงาดำบนพื้นโดยพลัน ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ปิดท้ายด้วยการปรากฏตัวของสเตฟานในระยะห่างประมาณสิบก้าว
“ โอ๊ย……”
เสียงโอดครวญดังกล่าวเป็นของสเตฟานอย่างไม่ต้องสงสัย สังเกตได้จากสีหน้าที่แลเจ็บปวดของปีศาจหนุ่ม และโลหิตแดงสดที่หลั่งไหลบริเวณข้อแขน ด้วยความที่ได้เปรียบสุดกู่ เด็กสาวจึงโห่ร้องเป็นเชิงท้าทาย
“ เป็นไง เจ้าปีศาจถึงกับจ๋อยเลยล่ะสิ ที่โดนคนอื่นอ่านทางได้ ”
“ฮึ่ม….แล้วเด็กน้อยอย่างเจ้ารู้ได้ยังไงว่า….ข้าจะจู่โจมแบบไหน ”สเตฟานแยกเขี้ยวใส่ ท่าทางหงุดหงิด
“ ฮะ ฮะ ฮะ ชั้นไม่ได้แค่อ่านทางออกได้หรอกนะ แต่ยังรู้อีกว่า….แกใช้ทริคแบบไหน ” ยูมิโกะยกสองแขนขึ้นมากอดอก ท่าทางเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“ อย่ามาโกหกกันดีกว่า ขนาดยอดฝีมือนับร้อยนับพันที่ข้าเคยประมือ ยังไม่มีใครมองวิชานี้ออกตั้งแต่ทีแรก แล้วเด็กน้อยอย่างเจ้าจะทำได้ยังไง ” ปีศาจหนุ่มไม่เชื่อ แต่เด็กสาวยังคงยืนกราน พร้อมเปิดปากแจงอย่างรวดเร็ว
“ ไม่เห็นยาก วิชาของแกคือการสั่งให้เงาเข้าใกล้ศัตรู จากนั้นวาร์ปไปที่เงานั้น ใช่มั้ยล่ะ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
