นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลือดหยดที่ 47 วิชาอะไร

          อัลเบิร์ตไม่ได้ตอบทันที  ดวงตาสีเหล็กจ้องมองบุรุษผู้มาใหม่ ภายในใจแอบวิตก  เพราะถ้าเมื่อกี้  เขาไหวตัวช้ากว่านี้ ชีวิตคงดับสิ้นเป็นที่เรียบร้อย

     

    “ ชายคนนี้เป็นใคร ”



               เหมือนหนุ่มหล่อผู้มาใหม่จะอ่านใจออก หรือไม่ก็สังเกตจากกิริยาของคู่สนทนา  เลยไขข้อข้องใจของอัลเบิร์ต 


    “ ข้าก็เป็นนักล่าในยามราตรีเช่นท่าน  ไม่เห็นมีอะไรต้องสงสัยเลย ”


     

               แม้สเตฟานจะแสดงอาการนอบน้อม แถมการเจรจาก็ดูสุภาพ  แต่อัลเบิร์ตไม่วางใจ  เพราะทันทีที่มองเข้าไปในนัยน์ตาของหนุ่มหล่อหน้าเนียน  ก็จะพบกับประกายแวววาว  ประดุจเพชฌฆาตผู้โหดเหี้ยม 


    “อืม…ดูท่าทางชายผู้นี้คงไม่ปล่อยเราไว้แน่ เพราะดวงตาของเขา  มันฟ้องแบบนั้น ” 


    “ ฮ่า ฮ่า  ฮ่า ท่านอัลเบิร์ตคิดแบบนี้  นับว่าถูกต้อง  ข้าอยากสังหารท่านจริงๆ ” สเตฟานหัวเราะร่าแบบคนอารมณ์ดี  โดยไม่สนใจว่าน้ำคำที่กล่าวมา  จะป่าเถื่อนแค่ไหน  และกิริยานี้ ก็ทำให้อัลเบิร์ตรู้ว่าคู่สนทนาหน้าเนียน มีสกิลอ่านใจเหมือนกัน  ทว่าเขายังมีคำถาม 


    “ แล้วเจ้ามาขวางข้าทำไม  รึว่าตั้งใจจะมาช่วยนังปีศาจตนนี้ ” อัลเบิร์ตพูดจบ  ก็ชำเลืองไปยังอสูรสาวที่นั่งแผ่หลาสิ้นท่า พร้อมเลือดแดงฉานที่ชุ่มโชกไปทั่วทั้งตัว 


    “ หึ  หึ  หึ  ไม่เพียงแต่ขวางท่านหรอก  ยังคิดล้างแค้นด้วย  เพราะนังปีศาจที่ท่านทำร้ายคือ…..น้องสาวของข้า” สเตฟานกล่าวเนือยๆ  ท่าทางใจเย็น  ก่อนจะกางสองแขนออกจากกัน


       

          อัลเบิร์ตเห็นดังนั้น จึงยกดาบเหล็กขึ้นมาระดับอกในท่าเตรียมสู้  ไม่นาน  อากาศรอบกายก็เยือกเย็นลงอย่างฉับพลัน วินาทีต่อมา  ได้มีบางสิ่งพุ่งออกมาจากแขนเสื้อที่ยาวถึงข้อมือของสเตฟาน 


    “ เกร้ง ”


     

            เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวาน  พร้อมอัลเบิร์ตที่เซถลาไปข้างหลัง  จนกระทบกับกำแพงอีกวาระ  แน่นอนว่านี่คือผลของการโจมตีที่รวดเร็วของสเตฟาน  ทว่าบุรุษตาสีเหล็กกลับมองไม่เห็นท่าร่างของอีกฝ่าย 


    “ ฮึ่ม….มันโจมตีมายังไง  ทำไมถึงมองไม่เห็น  โชคดีที่เราผ่านศึกมาพอสมควร  จนมีสัญชาตญาณติดตัว  เลยยกดาบขึ้นมาป้องกันได้ทัน”


     

             และก่อนที่อัลเบิร์ตจะหาคำตอบได้ หูก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนที่ข้างซ้าย  พอหันไปมอง  ก็พบกับสเตฟานที่ยืนเชิดหน้า  พร้อมเสยผมขึ้นสูง 


    “ ฮ่า ฮ่า  ฮ่า ท่านยังไหวอยู่มั้ย  ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้  ก็มอบศีรษะให้ข้าเถอะ  จะได้ตายแบบสบายๆไง ”


     

             อัลเบิร์ตไม่แยแสต่อคำเย้ยหยัน เขารีบเก็บอาการ  ไม่ให้ดูตกตะลึง  ทั้งที่ในใจแทบจะเต้นเป็นกลองเพล ทว่าสเตฟานไม่ได้รีบร้อนอะไร  แถมยังหันไปพูดคุยกับปีศาจสาวที่กำลังเสียขวัญ 


    “ อลิเซีย  เจ้ารีบไปจากที่นี่ซะ ที่เหลือให้พี่จัดการเอง ” 


    “ ฮือ……ทะ….ท่านพี่ชะ…ช่วยแก้แค้นให้ข้าด้วย  เจ้าคนเถื่อนทำให้ข้าเสียโฉม ” ปีศาจสาวสะอึกสะอื้น  สองมือลูบไล้ใบหน้าที่เปื้อนเลือด ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคู่อาฆาตอย่าง…อัลเบิร์ต ทว่าจอมอสูรหน้าใสกลับตวาดใส่นางอย่างดุดัน 


    “ เลิกพิรี้พิไรได้แล้ว  รู้มั้ยว่าการที่เจ้าโดนคนเถื่อนผู้ไร้ที่มาเล่นงาน  ได้สร้างความเสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูลมากแค่ไหน  รีบกลับไปได้แล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ” 


    “ คะ…ค่ะ  ทะ…ท่านพี่ ” ปีศาจสาวผู้มานามว่า....อลิเซีย เริ่มตัวสั่น  คล้ายว่าเจ้าหล่อนจะครั่นคร้ามจอมอสูรหน้าหยกผู้พี่มิใช่น้อย  ซึ่งเมื่อพิจารณาจากความสามารถที่น่าสะพรึง ก็คงจะเป็นเช่นนั้น  นางจึงรีบรับคำ  แล้วปล่อยปีกสีดำที่ขาดรุ่งริ่งออกมา พร้อมบินจากไป


     

             แม้อัลเบิร์ตจะเสียดายที่ไม่ได้สังหารนังปีศาจ  แต่เขาก็ไม่กล้าขยับกายไปไหน  เพราะถ้ามัวแต่พะวงกับนาง  มีหวังถูกจอมอสูรตรงหน้าสังหารแบบไม่ทันรู้ตัว  เลยเพ่งสมาธิไปที่ศึกใหญ่ 


    “ อืม….ต้องรู้ให้ได้ว่ามันใช้วิธีไหนจู่โจมเรา  ไม่งั้นคงพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ” 


    “ หึ  หึ  หึ  ท่านอัลเบิร์ตคิดไป  ก็ปวดหัวเปล่า  สู้ยอมให้ข้าบั่นศีรษะแต่โดยดีเถอะ  จะงดงามกว่า ” สเตฟานเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำคำที่สดใส  คล้ายว่าสิ่งที่ขอ  เป็นเพียง....ชวนไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้


     

             ทว่าอัลเบิร์ตไม่ยอมแพ้ และตั้งท่ารับมืออย่างเต็มที่  สองขาถูกกางออก  เพื่อจัดสมดุลของร่างกาย ดวงตาสีเหล็กจับอยู่ที่อิริยาบถของคู่อริ 


    “ หึ  หึ  หึ  ท่านนี่ดื้อจริงๆเลย  จะให้ตายแบบสบายๆ  ก็ดันไม่ยอม ”สเตฟานหัวเราะเบาๆ  ก่อนจะก้าวเข้าหาบุรุษตาสีเหล็ก


     

              แม้อัลเบิร์ตจะเพ่งมองอย่างตั้งใจ แต่ร่างของสเตฟานกลับหายวับในพริบตา กระนั้นบุรุษตาสีเหล็กก็ยังยกดาบเหล็กขึ้นมาปัดป้องได้ทันท่วงที  ด้วยมีสัญชาตญาณที่ว่องไว 


    “ เคร้ง…..” 


    “ ตุบ….”สเตฟานโผล่มาที่ด้านหลังของอัลเบิร์ต ใบหน้าเนียนใสแลถมึงทึงเล็กน้อย เพราะเริ่มไม่พอใจที่บุรุษตาสีเหล็กป้องกันได้อีกครั้ง 


    “ ชักจะหงุดหงิดแล้วนะ  ทำไมท่านอัลเบิร์ตไม่ยอมมอบชีวิตให้ข้าซักที ”


     

               อัลเบิร์ตไม่กล่าวคำใด ในสมองพยายามเค้นความทรงจำที่ผ่านโลกมาอย่างยาวนาน เพื่อตรองว่ามีคู่ต่อสู้คนไหนใช้ศาสตร์การจู่โจมแบบอสูรตนนี้  แต่ไม่ว่าพยายามซักเท่าใด  ก็ดูจะไร้ผล  ส่วนมือซ้ายเลื่อนไปลูบลำคอของตนเอง เพื่อเช็ดเลือดที่หลั่งไหลจากบาดแผล   


    “ ชายคนนั้นใช้วิธีไหน  ถ้ายังหาคำตอบไม่ได้  คงต้องถึงแก่ความตายแน่ๆ  แต่เมื่อดูจากบาดแผล คาดว่าเขาคงใช้อาวุธมีคมเหมือนกับเรา ” อัลเบิร์ตพยายามประเมินสถานการณ์  เหงื่อสีใสยังไหลย้อยจากแก้มสากๆลงมาถึงปลายคาง  ด้วยเจ้าตัวยังหนักใจกับปริศนาที่แสนงงงวย


     

              สเตฟานทิ้งเวลาไปชั่วขณะ  ก่อนจะหันมาประจันในท่าเตรียมโจมตี  สองเท้างอลงเล็กน้อย  เพื่อให้ง่ายต่อการพุ่ง  จากนั้นก็ยกสองแขนขึ้นขนาบข้าง  อันดูคล้ายวิหคที่ใกล้กางปีก 


    “ หึ  หึ  หึ  เสร็จแน่ เจ้าคนเถื่อน ”


     

               แต่ก่อนที่ร่างสูงเพรียวของสเตฟานจะหายลับไปจากสายตา  ก็มีเด็กสาวแรกรุ่นนางหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาตรงปากตรอก  พร้อมตะโกนบอกจนสุดเสียง


    “ ลุงอัลเบิร์ต  มันโจมตีทางซ้าย  เป้าหมายคือหัวไหล่ ”


     

               บุรุษตาสีเหล็กกดาบใหญ่ขึ้นรับทันควัน เพื่อป้องกันในทิศทางที่เด็กสาวร้องบอก  ซึ่งก็ได้ผล  เกิดเสียงปะทะดังกังวาน พร้อมประกายไฟที่แลบออกมาแวบนึง 


    “ เคร้ง……”

     


               ร่างของสเตฟานปรากฏตรงจุดที่เด็กสาวบอก พร้อมเหลือกตามองดรุณีแรกรุ่นผู้ชี้เป้า ท่าทางบ่งบอกว่าฉงน  เปิดทางให้อัลเบิร์ตสวนกลับ  ด้วยฝ่าเท้าขนาดบิ๊กไซส์ 


    “ อุ้ก….” ลำตัวบางบิดงอเป็นครั้งแรก  เพราะถูกบาทาพุ่งอัดเต็มแรง  ส่งผลให้ปีศาจหนุ่มล่าถอยออกไป  แน่นอนว่าอัลเบิร์ตไม่ยอมให้ตั้งตัวติด จึงตามเข้าไปซ้ำ  ด้วยการฟาดดาบเหล็กใส่  หมายจะแหวกกระบาลให้แยกเป็นสองซีก ทว่าสเตฟานก็ไวปานวอก เลยยกขึ้นสองแขนขึ้นมาป้องกันได้ทัน 


    “ เคร้ง…..”


     

             เสียงเหล็กกระทบกันดังอีกครั้ง  แต่คราวนี้  อัลเบิร์ตรู้แล้วว่าอาวุธใดที่สเตฟานใช้จู่โจมตน  เพราะมันได้ปรากฏบนสองมือของปีศาจหนุ่ม สิ่งนั้นก็คือ….. 


    “ มีดสั้นคู่ ”อัลเบิร์ตมองเจ้าสิ่งนั้นไม่วางตา มันคือมีดสั้นประมาณครึ่งศอกที่คมกริบ แถมบริเวณด้ามจับยังสลักลวดลายที่ดูสวยงาม  บ่งบอกถึงคุณภาพของผู้ที่ตีอาวุธชิ้นนี้ขึ้นมา


     

              พอเห็นว่าอัลเบิร์ตเปิดช่อง  สเตฟานก็เค้นแรงในตัว  เพื่อเหวี่ยงดาบเหล็กให้ถอยห่าง  จากนั้นก็ฉากออกไปตั้งหลักใหม่ 


    “ ฮึ่ม…..”


     

             สเตฟานรู้สึกหัวเสียเล็กน้อย เพราะถ้าเมื่อกี้  เขาฟันหัวไหล่ของอัลเบิร์ตได้  ก็จะอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเจ็บปวด  ใช้มีดสั้นปักไปที่กลางลำคอ  เพื่อปลิดชีพทันที  แต่กระบวนท่าดังกล่าวกลับถูกป้องกันไว้ได้  ด้วยการร้องบอกของเด็กสาว



             เด็กสาวร่างเล็กคนนั้นก็คือ…..ยูมิโกะ ใบหน้าเนียนใสที่แลทะเล้น  ปรากฏรอยยิ้ม  ประมาณว่าภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตนเพิ่งกระทำ 


    “ หึ  หึ  หึ ”


     

            แต่ยูมิโกะย่ามใจได้ไม่นาน คิ้วเรียวก็กระตุกแรง  พร้อมใบหน้าที่แลขมวดนิ่ว  ก่อนจะร้องบอกแบบตื่นๆ 


    “ ลุงอัลเบิร์ตระวังบนล่าง  มันจะฉวยโอกาสตอนลุงเผลอ ”


     

             กายสูงเพรียวของสเตฟานหายวับไปอีกวาระ อัลเบิร์ตจึงรีบฟังคำเตือนของยูมิโกะ ด้วยการเงยหน้าขึ้นสูง  พร้อมเหวี่ยงดาบเหล็กปัดมีดสั้นที่พุ่งลงมา  จากนั้นก็ใช้ศาสตราคู่ใจแทงไปที่พื้น 


    “ ฉึก…..”


     

              เลือดแดงฉานพุ่งกระฉูดจากเงาดำบนพื้นโดยพลัน ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด  ปิดท้ายด้วยการปรากฏตัวของสเตฟานในระยะห่างประมาณสิบก้าว   


    “ โอ๊ย……”


     

               เสียงโอดครวญดังกล่าวเป็นของสเตฟานอย่างไม่ต้องสงสัย  สังเกตได้จากสีหน้าที่แลเจ็บปวดของปีศาจหนุ่ม และโลหิตแดงสดที่หลั่งไหลบริเวณข้อแขน  ด้วยความที่ได้เปรียบสุดกู่  เด็กสาวจึงโห่ร้องเป็นเชิงท้าทาย 


    “ เป็นไง  เจ้าปีศาจถึงกับจ๋อยเลยล่ะสิ ที่โดนคนอื่นอ่านทางได้ ” 


    “ฮึ่ม….แล้วเด็กน้อยอย่างเจ้ารู้ได้ยังไงว่า….ข้าจะจู่โจมแบบไหน ”สเตฟานแยกเขี้ยวใส่  ท่าทางหงุดหงิด 


    “ ฮะ  ฮะ  ฮะ  ชั้นไม่ได้แค่อ่านทางออกได้หรอกนะ  แต่ยังรู้อีกว่า….แกใช้ทริคแบบไหน ” ยูมิโกะยกสองแขนขึ้นมากอดอก  ท่าทางเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ 


    “ อย่ามาโกหกกันดีกว่า  ขนาดยอดฝีมือนับร้อยนับพันที่ข้าเคยประมือ ยังไม่มีใครมองวิชานี้ออกตั้งแต่ทีแรก แล้วเด็กน้อยอย่างเจ้าจะทำได้ยังไง ” ปีศาจหนุ่มไม่เชื่อ  แต่เด็กสาวยังคงยืนกราน พร้อมเปิดปากแจงอย่างรวดเร็ว 


    “ ไม่เห็นยาก  วิชาของแกคือการสั่งให้เงาเข้าใกล้ศัตรู จากนั้นวาร์ปไปที่เงานั้น  ใช่มั้ยล่ะ ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2

     

    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810