มู่เสี่ยวหลันอดทนอยู่ไฟโดยที่ไม่ได้อาบน้ำสระผมเลยมาจนครบหนึ่งอาทิตย์ ในที่สุดเธอก็ทนความเน่าเป็นปลาเค็มหมักเกลือของตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป โชคร้ายของเธอเสียจริงที่ต้องมาอยู่ไฟในหน้าร้อนแบบนี้!
“ แม่คะ ฉันฝากแม่ดูเด็ก ๆ ให้สักครู่ได้ไหมคะ ฉันอยากไปห้องน้ำทำธุระสักหน่อยและอาจจะนานเล็กน้อย เพราะไม่ได้อาบน้ำมาหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ แล้ว เลยอยากเช็ดตัวให้สะอาดสักหน่อย อากาศร้อนแบบนี้เหงื่อก็ออกเยอะฉันจะทนไม่ไหวแล้วค่ะเหนียวตัวมากเลย ”
“ ก็ได้จ้ะ แม่เข้าใจความรู้สึกเธอ แย่หน่อยนะที่ต้องมาอยู่ไฟตอนหน้าร้อนน่ะ แต่เธอก็ต้องทนไปก่อนอย่าเพิ่งอาบน้ำสระผมจนกว่าจะครบเดือนล่ะ เดี๋ยวความเย็นจะทำให้สุขภาพร่างกายของเธออ่อนแอเอาได้ อีกเพียงแค่สามอาทิตย์ก็จะครบเดือนแล้ว ”
“ ค่ะ ฉันจะพยายามอดทนให้ได้จนกว่าจะครบเดือน ” ถึงจะรับปากแม่สามีอย่างนั้นแต่ภายในใจกลับร้องเสียงดังว่า ‘ พยายามอีกแค่สองนาทีนะ คันหัววววววว ’
มู่เสี่ยวหลันออกมาจากห้องนอนได้ก็ไม่รอช้ารีบสาวท้าวอย่างรวดเร็วเดินตรงไปเข้าห้องน้ำในทันที
ปั้ง! เสียงประตูห้องน้ำกระแทกปิดดังมากเนื่องจากมู่เสี่ยวหลันเผลอปิดประตูแรงไปหน่อยด้วยความเร่งรีบ เพราะตอนนี้เธออยากอาบน้ำสระผมล้างความโสโครกจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว พอล็อกประตูห้องน้ำเสร็จเธอจึงหายตัว พรึ่บ! เข้าไปในมิติทันที
“ คันโว้ยยย ไม่ทนแล้วนะ ” ไม่ไปอาบมันในห้องน้ำละนาทีนี้ ตู้ม!! เสียงมู่เสี่ยวหลันกระโดดลงไปในสระน้ำทันทีที่โผล่เข้ามาในมิติ
“ อื้อหือออ รู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด เกิดมาไม่เคยรู้สึกว่าการได้อาบน้ำมันจะทำให้รู้สึกดีขนาดนี้ได้ฟินสุด ๆ ”
มู่เสี่ยวหลันอาบน้ำเสร็จถึงนึกออกว่าตัวเองและคนบ้านเว่ยดื่มน้ำจากสระน้ำแห่งนี้เป็นประจำมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ก็รู้สึกอึ้งพูดไม่ออกบอกไม่ถูกขึ้นมาในทันที
“ เอาน่า ขี้ไคลตัวเองจะรังเกียจไปไย สระกว้างใหญ่ขนาดนี้มันคงเจือจางไปหมดแล้วแหละ แหะ แหะ ” แม้จะปลอบใจตัวเองอย่างนั้นแต่มู่เสี่ยวหลันก็ยังแอบรู้สึกผิดและผะอืดผะอมเล็กน้อยที่ต่อไปทุกคนรวมถึงตัวเองต้องดื่มน้ำที่เธอเคยอาบมาแล้ว
เนื่องจากเธอเองก็กลัวว่าแม่เว่ยจะจับได้ว่าตนเองนั้นแอบมาอาบน้ำและสระผมจึงไม่กล้านำสบู่มาถูตอนที่อาบน้ำ และยาสระผมก็เช่นกันจึงได้แต่เพียงขยี้ผมกับน้ำเปล่าเท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่เกินคาดคือ เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นสะอาดยิ่งกว่าตอนที่ใช้สบู่และแชมพูอาบน้ำสระผมตามปกติเสียอีก!
“ น้ำจากสระนี่มันวิเศษสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย แม้แต่แม่เต่าพันปีที่จักกะแร้ของเรายังถูกกำจัดจนสิ้นซาก ไม่หลงเหลือกลิ่นติดตัวแม้แต่น้อย ฮ่าฮ่าฮ่า สุดยอดไปเลย ” มู่เสี่ยวหลันหัวเราะเสียงดังเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียวเนื่องจากเธอต้องทนเจ้ากลิ่นอันไม่พึงประสงค์และน่าอับอายนี้มาหลายวันแล้ว!
ช่วงสองสามวันมานี้มู่เสี่ยวหลันก็เริ่มสูญเสียความมั่นใจเพราะสามีส้มหล่นนอนหันตูดให้เธอทุกคืน แม้แต่เจ้าลูกแมวเหมียวทั้งสองก็ยังทำหน้าเบ้ตอนเธออุ้มมากินนม ถึงจะไม่ได้อาบน้ำเลยทั้งสัปดาห์แต่เธอก็เช็ดตัวทำความสะอาดทุกวันแล้วนะ!
ลองมีใครที่ไม่ได้อาบน้ำตอนหน้าร้อนจนครบเจ็ดวันแล้วไม่มีกลิ่นตัวบ้าง ถ้ามี เธอขอท้าให้ตัวเองเดินเหยียบขี้หมาตอนออกจากบ้านเลยเอ้า!
เพ้อเจ้อกับตัวเองมาเยอะแล้วและก่อนที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้ต้องรีบทำเวลาก่อนที่แม่สามีจะออกมาตามเธอที่ห้องน้ำเสียก่อนเพราะหายออกมานานเกินไป
มู่เสี่ยวหลันคิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสามซึ่งเป็นบ้านของตนเองและเข้าไปในห้องนอนแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำด้านใน ก่อนที่จะเปิดลิ้นชักชั้นเก็บของหยิบเอาไดร์เป่าผมออกมาเสียบที่ปลั๊กไฟที่อยู่บนผนังห้องน้ำเพื่อเป่าผมให้แห้งทำลายหลักฐานว่าเธอแอบมาอาบน้ำสระผมก่อนที่จะครบหนึ่งเดือน
“ หวังว่าจะใช้ไฟฟ้าได้นะ " มู่เสี่ยวกดที่สวิตซ์เครื่อง เมื่อเครื่องเป่าผมสามารถใช้งานได้จริง ๆ เธอก็รีบเป่าผมบนศีรษะให้แห้งจนทั่วและมัดรวบผมเป็นมวยขึ้นเพื่อเป็นการปกปิดว่าวันนี้เธอได้แอบสระผม เนื่องจากตอนนี้ผมของเธอสะอาดและปราศจากความมัน ไม่เหมือนกับผมที่ไม่ได้สระมาเป็นเวลาหลายวันเหมือนก่อนหน้านี้
เสื้อผ้าก็เปลี่ยนใส่ชุดใหม่ที่นำมาเปลี่ยนด้วย ส่วนชุดเดิมที่เปียกน้ำก็นำไปขยี้ซักเร็วๆ ในอ่างน้ำ แล้วค่อยนำไปผึ่งไว้ที่ราวตากผ้าด้านนอกตอนที่ออกไปจากมิติแล้ว
ไหน ๆ ก็เข้ามาแล้วเมื่อมู่เสี่ยวหลันเดินผ่านตู้เย็นก็รีบเปิดดูว่าด้านในมีอะไรให้กินบ้าง เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในที่น่าดีใจที่สุดก็คือ มีของกินที่เธอชอบอยู่หลายอย่างภายในนั้น ทั้งรังนกขวด โยเกิร์ตผลไม้รสต่าง ๆ พุดดิ้ง เฉาก๊วยสำเร็จรูป น้ำอัดลม นมสด นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลืองก็ยังมี รวมถึงผลไม้เกรดพรีเมียมที่เธอซื้อมาแช่ไว้ทานที่บ้านเป็นประจำ
เวลามีไม่มากมู่เสี่ยวหลันเปิดขวดรังนกแล้วกรอกเข้าปากเธอกินหมดภายในสองอึก จากนั้นก็ดื่มนมถั่วเหลืองไปอีกกล่องตบท้ายด้วยองุ่นเขียวลูกโต ๆ น้ำเข้าจากญี่ปุ่น เธอรีบยัดของกินทั้งหมดลงท้องอย่างรวดเร็ว….
" เอิ๊กกก " มู่เสี่ยวหลันเรอเสียงดังทั้งอิ่มทั้งจุก หลังจากที่ท้องอิ่มแล้วหลังจากนั้นเธอก็รีบออกจากมิติไปทันที
ก่อนที่จะกลับไปที่ห้องนอนเธอก็ไม่ลืมแว๊บออกไปจ่ายค่าจ้างให้กับแม่ไก่ทั้งสามตัวที่ยังขยันออกไข่วันละสองฟองอยู่เช่นเดิมตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาจนเป็นที่โปรดปรานของครอบครัวเว่ย ตอนนี้พวกมันทั้งสี่ตัวได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีน้ำท่าอาหารสมบูรณ์ที่อยู่อาศัยสะอาดสะอ้านเพราะเว่ยอี้หยางมาทำความสะอาดเล้าให้เกือบทุกวัน ที่สำคัญคือตอนนี้มีสมาชิกใหม่เป็นลูกเจี๊ยบที่กำลังโตวันโตคืนเพิ่มมาอีกหนึ่งตัว
“ เอ้านี่ ค่าจ้างของพวกแก วันนี้ฉันไม่มีเวลาคุยเล่นด้วย ไปก่อนละนะ สาว ๆ ทั้งหลาย ” มู่เสี่ยวหลันโยนลูกผิงกั๋วเข้าไปในเล้าสี่ลูกแม้ว่าตอนนี้จะมีแม่ไก่ที่ออกไข่ได้เพียงสามตัวแต่เจ้าตัวเล็กก็ต้องการการบำรุงจะได้โตไวไวจนสามารถออกไข่ได้เช่นกัน
“ กะต๊าก ” ปัง! เสียงเตะถาดใส่น้ำคว่ำก่อนที่มู่เสี่ยวหลันจะทันได้หันหลังเดินจากไป
“ โอ๊ย ฉันอยากจะบ้านังพวกแสนรู้หัวสูง น้ำธรรมดานี่รังเกียจเชียวนะ คนยิ่งกำลังรีบ ๆ อยู่ "
“ กะต๊าก กะต๊าก ” หากใครได้มาเห็นภาพนี้คงจะรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่แม่ไก่สามตัวกับลูกไก่อีกสองตัวยืนเรียงกันแหงนหน้ามองมู่เสี่ยวหลันแบบตั้งหน้าตั้งตารอคอยบางสิ่งบางอย่างอยู่
" เออน่า…. รู้แล้ว ฉันจะเปลี่ยนน้ำใหม่ให้เดี๋ยวนี้แหละ ” เพียงแค่คิดก็มีน้ำไหลผ่านนิ้วมือมู่เสี่ยวหลันออกมา ตอนนี้เธออัพเกรดไม่ต้องแบกถังน้ำเข้า ๆ ออก ๆ มิติอีกต่อไปหลังจากที่ค้นพบว่าเพียงแค่คิดเธอก็สามารถเคลื่อนย้ายของทุกอย่างเข้าออกภายในมิติได้
แว็บเข้าครัวไปเติมน้ำเสร็จ อย่างอื่นมู่เสี่ยวหลันไม่ได้เติมเพิ่มเพราะเธอกลัวจะโดนสงสัยที่อาหารไม่พร่องลงไปเลยทั้งที่ทำกินอยู่ทุกวัน เอาไว้รอให้ผ่านไปอีกสักหนึ่งอาทิตย์เธอจะหาข้ออ้างเลิกอยู่ไฟก่อนกำหนด แล้วจะเข้าครัวทำอาหารด้วยตนเอง หลังจากนั้นจะซื้อจะเติมอะไรก็สะดวกเพราะเธอควบคุมจัดการเองทุกอย่าง
ที่สำคัญอดีตเชฟใหญ่อย่างเธอเบื่ออาหารรสชาติจืดชืดไร้รสชาติเพราะคนสมัยนี้ติดนิสัยที่ต้องทำอาหารแบบประหยัดเครื่องปรุงรสที่มีเพียงไม่กี่อย่างเต็มทนแล้วในตอนนี้ เชฟที่เคยทำและกินแต่อาหารสชาติอร่อยเข้มข้นมาหลายสิบปีสามารถทนกินอาหารจืดชืดแบบนี้มาได้ถึงหนึ่งอาทิตย์ก็ถือว่าเกินคาดแล้วนั่นเอง
“ เธอเสร็จธุระแล้วเหรอ ได้เช็ดตัวสักหน่อยคงจะรู้สึกสบายตัวขึ้นแล้วสินะ ” แม่เว่ยทักลูกสะใภ้เมื่อเห็นอีกฝ่ายกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่ดีสดชื่นขึ้นกว่าเดิมมาก
“ ค่ะ ตอนนี้หนูรู้สึกดีขึ้นมากเลยทีเดียว ไม่ค่อยเหนียวตัวเหมือนก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่แล้ว”
“ แอะ แอะ อุแว๊…อุแว๊…. ”
“ รู้จังหวะเชียวนะเสี่ยวเป่า เมื่อกี้เพิ่งจะอึใส่ผ้าอ้อมให้ย่าเช็ด พอแม่กลับมาก็ร้องหิวนมเลยทันทีเชียว ” แม่เว่ยกล่าวสัพยอกหลายชายตัวเล็กจ้อยที่เริ่มดูมีเนื้อมีหนังเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากที่คลอดออกมาตัวเล็กนิดเดียว เนื่องจากคลอดก่อนกำหนดจนคนเป็นย่ารู้สึกปวดใจและเป็นห่วงกลัวว่าสุขภาพของหลายชายทั้งสองคนจะไม่แข็งแรง แต่เมื่อเห็นว่าหลานแฝดทั้งสองคนสามารถกินน้ำนมแม่ได้เป็นอย่างดีและยังหิวอยู่บ่อย ๆ นางจึงรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“ มาค่ะแม่เดี๋ยวฉันจัดการเจ้าตัวเล็กเอง แม่ไปนอนพักสักหน่อยก็ได้นะคะ ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายรออีกสักสองชั่วโมงค่อยเริ่มทำอาหารเย็นก็ได้ค่ะ จริง ๆ ฉันก็หายดีแล้ว ให้ออกไปช่วยแม่ทำกับข้าวบ้างก็ได้นะคะ หากแม่ยังไม่อยากให้ฉันทำอะไรหนัก ๆ ตอนนี้ ” แม่เว่ยเมื่อเห็นลูกสะใภ้มีใจกตัญญูออกปากอยากไปช่วยเธอทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างบ่อยครั้ง ก็รู้สึกปลื้มใจ จึงตอบเบ่งรับเบ่งสู้
“ แม่ว่ารอดูอีกสักอาทิตย์หนึ่งให้ร่างกายเธอเข้าที่เข้าทางกว่านี้ก่อนดีกว่านะแม่ว่า เธออย่าเพิ่งรีบร้อนอยากช่วยงานแม่เลย น้ำใจของเธอแม่ขอรับไว้ แต่ขอให้เธอรออีกสักพักเถอะนะหากมดลูกเธอยังไม่เข้าที่แล้วไปทำงานจนเกิดผลเสียกับสุขภาพในภายหน้ามันจะไม่คุ้ม และหากต่อไปในอนาคตเธอกับเจ้าใหญ่จะมีลูกกันอีกมันก็คงจะยากกว่าเดิมเมื่อไม่ดูแลร่างกายให้ดีตั้งแต่ตอนนี้ ”
เมื่อพูดถึงการมีลูกเพิ่มมู่เสี่ยวหลันก็แทบผวา เพราะเธอยังจำความรู้สึกอันแสนทรมานจากการคลอดลูกได้ขึ้นใจเพราะมันเพิ่งจะผ่านมาได้เพียงแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น เธอจึงรีบหาข้ออ้างเพราะยังรู้สึกเข็ดขยาดกับความเจ็บปวดระหว่างการคลอดลูกเธอจึงไม่มีความคิดที่จะมีลูกเพิ่มหรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน
“ โธ่ แม่คะ ฉันเพิ่งจะคลอดหลานชายให้แม่ตั้งสองคน ตอนนี้ยังไม่คิดจะมีลูกเพิ่มอีกจริง ๆ ค่ะ ครั้งที่แล้วก็เกือบจะไม่รอด พูดจริง ๆ ว่าฉันยังกลัวไม่หายเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ขอเลี้ยงลูกแมวน้อยสองคนนี้ให้โตก่อนก็แล้วกันนะคะ ส่วนจะมีลูกเพิ่มอีกไหม ฉันยังไม่แน่ใจจริง ๆ ค่ะ ”
ถึงแม้เธอตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตเป็นมู่เสี่ยวหลันที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วต่อไป แต่ก็ไม่รู้ว่าระหว่างเธอกับเว่ยอี้หานจะเป็นอย่างไรต่อไปเพราะหากวันนี้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่มู่เสี่ยวหลันตัวจริงก็อาจจะรับไม่ได้จนต้องแยกทางกัน เธอก็คงไม่สามารถทำอะไรได้แม้ว่าเธอจะรู้สึกชอบเขามากก็ตามที
“ เอาเถอะเรื่องมีลูกเพิ่มแม่ไม่บังคับพวกเธออยู่แล้ว สำคัญก็แต่สุขภาพของเธอเองต่างหากล่ะที่ต้องใส่ใจ ” แม่เว่ยเอ่ยอย่างเข้าใจในความกลัวของลูกสะใภ้เพราะนางเองก็อยู่ร่วมในสถานการณ์แห่งความเป็นความตายนั้นมาด้วยกัน
และจำได้ว่าตนเองรู้สึกตกใจมากขนาดไหนเมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดหายใจไปพร้อมกับหลานชายคนเล็กที่ยังอยู่ในท้องแม่ในตอนนั้น หากมู่เสี่ยวหลันไม่โชคดีกลับมามีลมหายใจอีกครั้งตอนนี้ครอบครัวของนางคงต้องสูญเสียหลานชายคนเล็กและลูกสะใภ้ไปเสียแล้ว เพียงแค่คิดแม่เว่ยก็รู้สึกใจหายวาบจนต้องยกมือขึ้นมาลูบหน้าอกที่กำลังรู้สึกหวิว ๆ ในตอนนี้
“ ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้แต่งเข้ามาในครอบครัวนี้และมีแม่สามีที่ใจดีและมีเหตุผลเหมือนแม่ค่ะ “ มู่เสี่ยวหลันยิ้มหวานให้แม่สามีทันทีเมื่อรู้ว่านางไม่คิดที่จะบังคับให้เธอมีลูกเพิ่ม
“ ปากเธอนี่คงเคลือบน้ำผึ้งเอาไว้มันถึงได้หวานขนาดนี้ ” แม่เว่ยเองก็ยิ้มกว้างเช่นกัน ใครบ้างจะไม่ชอบให้คนชมตัวเอง อีกทั้งยังนึกภูมิใจว่าตนเองเลือกลูกสะใภ้ได้ไม่ผิดคนจริง ๆ
" ฉันพูดออกมาจากใจจริง ๆ นะคะ ไม่ได้เพียงต้องการเอาใจแม่ เมื่อก่อนเป็นเพราะฉันไม่รู้ความเองถึงได้ทำตัวไม่น่ารักกับทุก ๆ คน แต่ต่อไปฉันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันโตแล้ว เป็นแม่คนแล้วไม่ควรทำนิใสเสียและเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมอีก
และต้องขอบคุณที่แม่เป็นห่วงและดูแลฉันเสมอมา ฉันรู้ว่าตัวเองนั้นโชคดีมากที่มีแม่เป็นแม่สามี เอาเป็นว่าหนูจะไม่รั้นเอาแต่ใจแล้ว และก็จะรอจนกว่าจะครบอีกหนึ่งอาทิตย์ แต่ถึงเวลาแล้วแม่อย่าห้ามหนูช่วยทำงานอีกนะคะ หนูยืนยันและมั่นใจว่าหนูหายดีแล้วจริง ๆ ” มู่เสี่ยวหลันเองก็รู้สึกดีใจที่แม่สามีคนนี้เป็นคนที่มีเหตุผลมากและไม่สักแต่บังคับให้ลูกสะใภ้มีหลานให้หลาย ๆ คนเพื่อสืบสกุลต่อไปหรือแม้แต่ตั้งใจมีลูกเพื่อเป็นแรงงานให้ที่บ้านในอนาคตเหมือนกับหลาย ๆ ครอบครัว
“ จ้ะ เอาเถอะแม่สัญญาว่าเมื่อเธออยู่ไฟจนครบสองอาทิตย์แล้ว แม่จะไม่ห้ามให้เธอช่วยงานบ้านอีก ”
เมื่อตกลงกันได้แล้วแม่สามีกับลูกสะใภ้ก็ยิ้มให้กันด้วยความสุขและความพอใจที่ทั้งสองสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ในที่สุด
“ เอาล่ะ แม่จะขอไปเอนหลังพักสักหน่อยก่อนก็แล้วกันนะ ถ้าเธอต้องการใความช่วยเหลือหรือมีปัญหาอะไรก็ไปตามแม่ที่ห้องได้ตลอดเวลาเลยนะ ” เนื่องจากต้องตื่นแต่เช้าตรู่มาทำอาหารให้กับครอบครัวอีกทั้งยังต้องทำงานบ้านและช่วยดูแลลูกสะใภ้และหลานชายทั้งสองคนแม่เว่ยจึงรู้สึกเหนื่อยล้ามากอยู่เหมือนกัน เมื่อเห็นว่าสามแม่ลูกไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากตนเองในตอนนี้นางจึงกลับไปงีบนอนกลางวันในห้องของตนเองก่อนที่จะตื่นมาทำอาหารเย็นอีกครั้ง