สวนผักสกุลจาง

    ตอนที่ 34 สำนักขุนเขาสวรรค์ 2

    "คำขอบคุณของศิษย์น้องเกาข้าคงรับไว้ไม่ได้ที่ข้าช่วยหมู่บ้านอ้ายเป็นเพราะเป็นทางผ่านของข้าและหลังจากการสังหารแล้วข้าได้ผลึกเวทย์ของสัตว์อสูรเป็นการตอบแทนแล้ว"ลู่ฉีกล่าวอธิบายด้วยใบหน้าราบเรียบลู่จื้อที่ยื่นเป็นตัวประกอบอยู่นานจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

    "พี่ใหญ่รับรับไปเถอะ  ข้ากับพี่รองจะได้พาท่านไปกินข้าวข้าหิ๊วหิว"ลู่จื้อกล่าวตัดการสนทนาระหว่างลู่ฉีและเกาเหยาอี้.เพราะไม่ต้องการให้ลูฉีอยู่ใกล้แม่นางเกาเหยาอี้นานนาน เพราะกลัวว่าพี่ใหญ่ของตนจะโดนกินเพราะสายตาของนาง  ตอนนี้เหมือนตอนที่ตนเห็นอาหารว่างบนโต๊ะตอนหิวไม่มีผิด  ไม่ได้การละข้าต้องปกป้องพี่ใหญ่ให้ได้พี่ใหญ่นี่ก็กระไรคนเค้าจ้องจะกินตัวอยู่แล้วยังจะไม่รู้ตัวเกิดแขนขาหายไปเพราะโดนกินจะทำอย่างไร  ลู่จื้อได้แต่คิดในใจเจียวซิ่นเห็นสายตาที่ลู่จื้อใช้มองแม่นางเกาเหยาอี้แล้วได้แต่ปลงตกแล้วคิดในใจนี้คงคิดอะไรแปลกๆเกี่ยวกับแม่นางเกาอีกเป็นแน่แท้  ทำไมน๊าทำไมพี่ชายกับน้องชายของนางไม่ปกติสักคน  พี่ชายก็เป็นน้ำแข็งเดินได้ น้องชายก็เป็นเจ้าตระกะน้อยคงต้องฝากความหวังไว้ที่น้องสาวสุดน่ารักอย่างเจียวอวี่เสียแล้ว หวังว่าท่านย่าคงจะเลี้ยงดูให้เจียวอวี่เติบโตมาเป็นคนไม่เป็นตัวประหลาดอย่างพี่ชายและน้องชายของข้าเลย

    "พี่ใหญ่ข้ากับอาลู่รอท่านนานมากแล้วพยาธิในท้องของอาลู่คงทำงานมาซักพักแล้วข้าว่าเราไปหาอะไรกินกันเถอะเจ้าข้า"เจียวซิ่นเอ่ยชวนพี่ชายอย่างอารมณ์ดีนานมากแล้วที่ไม่ได้พบพี่ชายตน

    "พี่ใหญ่เร็วเข้าเถอะพยาธิในท้องข้าดิ้นใหญ่แล้วสงสัยจะหิวกันมากแล้วแน่เลย" ลู่จื้อเอ่ยเร่งพี่ชายตน

    “ถ้าอย่างนั้น ศิษย์น้องเกาข้าขอตัว”เมื่อเห็นว่าลู่จื้อหิวมากแล้วลูฉีจึงเอ่ยขอตัวเพื่อพาน้องน้อยทั้งสองไปหาอะไรกิน

    “แม่นางเกาข้าขอลาเจ้าค่ะ/ขอรับ”เจียวซิ่นเอ่ยพร้อมกับลู่จื้อแล้วเดินตามหลังพี่ชายเพื่อไปหาของกินมาเติมเต็มกระเพาะน้อยที่น่ารักของตน

    “พี่ใหญ่มีหญิงในดวงใจรึยังเจ้าคะ”เมื่อนั่งรออาหารได้สักพักเจียวซิ่นจึงได้เอ่ยถามลู่ฉีด้วยอาการอยากรู้

    "ข้าว่าพวกเจ้าชักจะแก่แดดแก่ลมมากเกินไปแล้วกลับบ้านไปคงต้องให้ท่านย่าสอนเรื่องการวางตัวกับพวกเจ้าทั้งสองคนเสียทีปล่อยมานานพวกเจ้าจึงทำตัวทะเล้นแก่นแก้วเช่นนี้" ลู่ฉีเอ่ยบอกแก่น้องทั้งสองที่อายุยังน้อยแต่สนใจเรื่องความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่เป็นเสียแล้ว

    "โถพี่ใหญ่ท่านย่าสอนข้ากับอาลู่แล้วนะเจ้าคะ แต่ข้ากับอาลู่หัวช้าเรื่องนี้จึงทำได้เพียงเท่านี้.อย่าบอกท่านย่า

     

    เลยนะเจ้าคะ  ข้าสัญญาว่าต่อไปจะไม่เอ่ยแทรกการสนทนาของผู้ใหญ่อีกแล้วนะเจ้าคะ  นะนะนะพี่ใหญ่ข้าจะดูแลอาลูด้วยต่อไปข้าสองคนจะเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อไม่ซน" เจียวซิ่นเอ่ยง้อพี่ใหญ่ของตนที่นั่งหน้านิ่งข้างหน้าตน  นางเอ่ยพร้อมกับยกนิ้วก้อยออกมาเพื่อขอคืนดีกับพี่ชายตน

    "ก็ได้ ต่อไปเจ้ากับอาลู่ต้องวางตัวให้ดีอย่าให้ผู้ใดมาดูถูกพวกเจ้าได้อีกต่อไปพวกเจ้าอาจจะต้องออกงานต่างๆเรื่องการวางตนสำคัญมากพี่ไม่อยากให้ผู้ใดว่าพวกเจ้าได้"ลู่ฉีถอนหายใจแล้วยกนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเจียวซิ่นแล้วเอ่ยสอนต่อ

    "ข้าสัญญาว่าจะไม่ให้ใครมองข้าอย่างดูถูกต่อไปข้าจะวางตนให้ดีขอรับ" ลู่จื้อกล่าวรับอย่างตั้งมั่น

    "พี่ใหญ่ที่มาวันนี้ข้ากับอาลู่มาเยี่ยมท่านแล้วถือโอกาสนำผ้าจากร้านไหมสวรรค์มาให้ท่านด้วย" ว่าแล้วจึงรับห่อผ้าจากเสี่ยวห่าวคนสนิทของอาลู่มาไว้ในมือแล้ววางลงบนโต๊ะแล้วแก้ปมออกเพื่อนำแสดงผ้าชนิดต่างๆให้ลู่ฉีได้มองเห็น

    "พี่ใหญ่ชุดที่ข้านำมาให้ท่านมีทั้งหมดห้าชุดชุดสีขาวสอดด้วยดิ้นแดงนี้คือชุดที่ทำจากดอกหยาดทิวาจะมีกลิ่นหอมออกมาจากตัวชุดซึ่งจะช่วยให้ใจสงบมากขึ้นซึ่งชุดแบบนี้มีสองชุดส่วนตัวนี้สีดำสอดด้วยไหมสีน้ำตาลเข้มซึ่งได้มาจากหินปราณธาตุดินชุดนี้จะช่วยส่งเสริมธาตุดินที่ท่านพี่ถือครองและนี้คือชุดสีขาวที่เดินลายด้วยไหมสวรรค์สีเขียวที่ได้มาจากหินปราณธาตุพฤกษาสีเขียวชุดนี้จะช่วยส่งเสริมธาตุพฤกษาด้วยเจ้าค่ะชุดแบบนี้มีสองชุดนะเจ้าคะและนี้คือผ้าไหมสวรรค์ที่ได้จากหินปราณธาตุดินเนื้อผ้าสีน้ำตาลประกายทองเงางามนี่เป็นผ้าที่บ้านเราฝากให้เป็นของขวัญแก่อาวุโสสองด้วยเจ้าค่ะ"เมื่อกล่าวจบเจียวซิ่นที่คอแห้งจึงจิบน้ำชาเพื่อดับกระหายเสี่ยวห่าวที่รู้ความจึงรีบมามัดห่อผ้าแล้วนำไปที่โต๊ะของตนทันที

     

     

    …………………………………………………….…………………………………………………….…………….………………………………..

    ช่วงนี้ก็จะยุ่งๆหน่อย  แต่ยังไงจะแวะมาอัพให้นะคะ

     

    คล้ายกับเรื่องสวนผักสกุลจาง ที่คุณอ่าน