ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 18:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 27/06/68 ราคาเบา ๆ เพียง 89฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 6
่เย็น
ห้องตัดต่อ คณะภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล
ฉันกับพิมนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องตัดต่อ ปรับสีและเรียงลำดับคลิปที่ถ่ายมาเมื่อวานให้เป็รูปเป็ร่าง ส่วนธีร์กับภัทร...
นั่งกินขนมชิล ๆ อยู่มุมห้อง
"โอ๊ยยย! พวกนายช่วยทำอะไรสักอย่างได้ไหม!?" ฉันหันไปบ่นเสียงดัง หลังจากเห็นธีร์นั่งเอนหลังเคี้ยวขนมไปเรื่อย ๆ ไม่สะทกสะท้านกับสายตาเอาเื่ของฉันเลย
"ก็พวกข้าไม่มีหน้าที่ตัดต่อนี่" ธีร์ยักไหล่ "ข้าแค่มานั่งให้กำลังใจไง"
"ให้กำลังใจบ้านนายสิ!" ฉันเท้าเอวมองเขาอย่างเหลืออด "มาช่วยดูหน่อยว่าส่วนไหนต้องแก้หรือเพิ่ม ไม่ใช่มานั่งกินขนมอย่างเดียว!"
"เอ้า ๆ ใจเย็นซีน" ภัทรที่นั่งข้างธีร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินมาหาฉัน "เรามาดูกันดีกว่าว่าเรียงลำดับดีแล้วหรือยัง"
"เห็นไหม? อย่างน้อยภัทรก็ช่วยดูงาน!" ฉันย้ำเสียงหนัก ขณะที่ธีร์หัวเราะขำแล้วเดินมานั่งข้าง ๆ
"โอเค ๆ ข้าจะช่วยดู" เขาท้าวคางกับโต๊ะ "เปิดให้ดูหน่อยซิว่าตัดไปถึงไหนแล้ว"
ฉันกดเล่นวิดีโอ ภาพที่ปรากฏบนจอคือธีร์ในชุดช็อปยืนพูดหน้ากล้อง ตอนนี้วิดีโอผ่านการตัดต่อคร่าว ๆ แล้ว เสียงก็ถูกปรับให้อยู่ในระดับพอดี
"สวัสดีครับ วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับโครงการก่อสร้างที่น่าสนใจ..."
ฉันเหลือบมองธีร์ข้าง ๆ หมอนี่ยังคงจ้องจออย่างจริงจัง ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงแอบมองเขานานกว่าปกติ อาจเป็เพราะ...
"ซีน" ฉันสะดุ้งก่อนจะรีบหันไปมองพิมที่กระซิบเรียกฉันข้าง ๆ เธอยิ้มเ้าเล่ห์สุด ๆ
"อะไร!?" ฉันกระซิบกลับ
"แกมองธีร์นานไปปะ?"
"เปล่าสักหน่อย!" ฉันรีบเบี่ยงหน้ากลับไปจ้องจอเหมือนเดิม หัวใจดันเต้นเร็วขึ้นซะงั้น
"แล้วนี่จะแก้อะไรไหม?" ภัทรถามหลังจากดูคลิปไปได้ครึ่งทาง
"น่าจะไม่มีนะ" พิมตอบ "แต่ว่าซีน...คลิปที่ธีร์เกือบทำเธอตกจากนั่งร้าน แกจะเอาไว้ไหม?"
ฉันชะงัก ก่อนจะเหลือบมองธีร์ หมอนั่นเลิกคิ้วนิด ๆ แล้วหันมาสบตาฉันพอดี
"อืม...ฉันว่าเอาออกดีกว่า" ฉันพูดเสียงเรียบ "เดี๋ยวมันดูเป็ฉากผิดพลาดมากกว่าภาพจริงของสารคดี"
"จริงอะ?" ธีร์ยิ้มมุมปาก "ข้านึกว่าเธออยากเก็บไว้ซะอีก"
"บ้าเหรอ! ใครจะอยากเก็บไว้!?" ฉันรีบเถียงกลับ หน้าเริ่มร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
พิมกับภัทรพากันกลั้นขำ ฉันรู้เลยว่าพวกนี้กำลังคิดอะไรอยู่!
"โอเค ๆ ไม่เก็บก็ไม่เก็บ" พิมพยักหน้าแล้วกดลบคลิปทิ้ง "งั้นก็เหลือแค่เก็บรายละเอียดกับตัดต่อให้สมบูรณ์"
"พรุ่งนี้ก็น่าจะเสร็จแล้วเนอะ" ภัทรว่า "จะได้ส่งอาจารย์ซะที"
"อืม" ฉันพยักหน้า หวังว่าหลังจากเสร็จโปรเจกต์นี้ ฉันจะได้ห่างจากธีร์สักพัก...
แต่ฉันดันลืมไปว่า...
ยังมีเื่เดิมพันของเราสองคนอยู่!
วันเสาร์
ห้างสรรพสินค้าในตัวเมือง
ฉันเดินเข้าห้างพร้อมพิม วันนี้เรานัดกันมาหาของกินอร่อย ๆ หลังจากเครียดกับงานสารคดีมาหลายวัน
แต่แทนที่ฉันจะได้พักอย่างสงบสุข...
"อ้าว ซีน! มากินข้าวฉลองความสำเร็จเหรอ?"
เสียงธีร์!
ฉันเบ้หน้าเมื่อเห็นธีร์กับภัทรยืนอยู่ไม่ไกล พวกหมอนี่ก็ดันมาเดินห้างเหมือนกันอีกแล้ว!
"เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย" ฉันพึมพำ ขณะที่พิมหัวเราะขำ ๆ
"อ้าว มาก็ดีแล้ว" ธีร์เดินเข้ามาใกล้ "ว่าแต่...เธอยังจำเื่เดิมพันของเราได้ไหม?"
ฉันชะงัก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า...
"เดี๋ยวนะ! ฉันไม่ได้แพ้ซะหน่อย!" ฉันรีบเถียง "ตอนกินข้าวแข่งกัน นายก็ไม่ได้ชนะฉัน!"
"แต่เธอก็ไม่ได้ชนะข้าเหมือนกัน" ธีร์ยักไหล่ "งั้นมาตัดสินกันอีกทีดีไหม?"
ฉันจ้องเขาเขม็ง "ตัดสินยังไง?"
"เล่นเกมกัน" ธีร์ยิ้มเ้าเล่ห์ "เอาง่าย ๆ ใครแพ้ต้องเลี้ยงข้าว"
"เฮ้ย ฉันไม่ได้อยากเล่นเกมกับนายซะหน่อย!"
"หรือเธอจะกลัวแพ้?"
"..."
"ซีน แกยอมไม่ได้แล้วปะ?" พิมกระซิบข้างหูฉัน "เอาให้มันรู้ไปเลยว่าแกต้องเป็ฝ่ายชนะ!"
ฉันเม้มปากแน่น ก่อนจะสูดลมหายใจลึก ๆ "ก็ได้! เอาสิ เล่นอะไรก็ว่ามา!"
ธีร์ยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะชี้ไปที่...
ร้านเกมอาร์เคด
ฉิบหายแล้ว ฉันเล่นเกมไม่เก่งเลย!!!
ร้านเกมอาร์เคด
"โอ๊ยยย ฉันไม่ได้เล่นเกมพวกนี้นานแล้วนะ!" ฉันบ่นขณะที่ยืนอยู่หน้าเครื่องเกมแข่งรถที่ธีร์เลือกมา
"ดีแล้ว จะได้แพ้ง่าย ๆ" หมอนั่นพูดกวน ๆ
"เฮอะ! ฉันจะชนะให้ดู!" ฉันแยกเขี้ยวใส่เขา ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ ข้าง ๆ ธีร์ที่นั่งอยู่ในเครื่องแข่งรถอีกเครื่อง
พิมกับภัทรยืนดูอยู่ข้าง ๆ พิมะโเชียร์ฉันสุดเสียง "ซีน! เอามันให้แพ้ไปเลย!"
"เธอพร้อมยัง?" ธีร์หันมาถาม
"พร้อมสิ!"
"งั้น...เริ่มได้!"
เสียงนับถอยหลังดังขึ้น
3... 2... 1... GO!
ฉันเหยียบคันเร่งเสมือนจริงสุดแรง รถในเกมพุ่งออกไปพร้อม ๆ กับธีร์ที่ขับนำหน้าไปก่อน ฉันกัดฟันแน่น พยายามบังคับพวงมาลัยให้รถวิ่งอยู่ในเลนอย่างมั่นคง
"เฮ้ย ๆๆ! เบา ๆ หน่อยสิ!" ฉันร้องลั่นเมื่อธีร์แกล้งขับเบียดรถฉันในเกมจนเสียหลัก!
"อ้าว ขับไม่ดีเองจะโทษใครล่ะ?" หมอนั่นหัวเราะชอบใจ
"ไอ้บ้านี่!" ฉันกัดฟันแล้วพยายามเร่งสปีดรถให้ทันเขาให้ได้
พิมะโสุดเสียง "ซีน! เร่งเครื่องเลย!"
"เร่งอยู่!" ฉันะโกลับ ขณะที่ธีร์ยังนำอยู่เล็กน้อย
เหลืออีก 100 เมตรจะเข้าเส้นชัย!
ฉันเร่งเครื่องเต็มที่ รถของฉันไล่ตีคู่กับธีร์อย่างเฉียดฉิว...
50 เมตรสุดท้าย...
"ซีน! แซงเลย!"
"ข้าไม่ยอมแพ้หรอก!"
และแล้ว...
เข้าเส้นชัย!!!
ฉันหลับตาปี๋ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาดูผลการแข่งขัน...
เสมอ!?!?
"เฮ้ยยยย!" ฉันร้องลั่น "มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ!!!"
ธีร์หัวเราะลั่น "ดูเหมือนเราจะต้องแข่งกันอีกแล้วนะซีน~"
"แข่งบ้าอะไรอีก! ฉันไม่เล่นแล้ว!" ฉันลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างหัวเสีย ขณะที่พิมยืนขำอยู่ข้าง ๆ
"เฮ้ย! ไม่เอาดิซีน ไหนเธอบอกว่าจะชนะข้าไง?" ธีร์ยังคงยียวนไม่เลิก "หรือว่ายอมแพ้แล้ว?"
"ฉันไม่ได้แพ้!!!" ฉันแยกเขี้ยวใส่หมอนั่นทันที ก่อนจะชี้หน้าเขา "แค่...ี้เีเล่นต่อก็แค่นั้น!"
"อ๋อ~ ี้เีเล่น หรือกลัวแพ้กันแน่?"
"ธีร์!!!"
ภัทรหัวเราะพลางเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับธีร์ ก่อนที่ฉันจะพุ่งไปบีบคอหมอนั่นจริง ๆ "เอาน่า ๆ พอเถอะ สุดท้ายก็เสมอ นับว่าไม่มีใครชนะก็ได้"
"ก็จริง..." พิมเสริมขึ้น "งั้นก็ถือว่ายกเลิกเดิมพันได้แล้วปะ?"
ฉันรีบพยักหน้า "ใช่! ยกเลิก!"
แต่ธีร์กลับทำหน้าเหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ "อืม...ข้ารู้สึกคาใจว่ะ"
"คาใจอะไรวะ?" ภัทรถาม
ธีร์ยักไหล่ "ก็ยังไม่ได้ตัดสินกันจริง ๆ นี่นา"
ฉันหรี่ตาลง "นายจะเล่นอะไรอีก?"
ธีร์กอดอกทำท่าคิด ก่อนจะยิ้มกวน ๆ "งั้นเอางี้...ถ้าเธอไม่อยากแข่งเกม งั้นเดิมพันเปลี่ยนเป็-"
"ไม่เอา!!!" ฉันสวนขึ้นมาทันที "ฉันไม่เล่นอะไรกับนายอีกแล้ว!"
ธีร์หัวเราะชอบใจ "ใจร้อนจังเลยนะ"
"พอเถอะ ๆ" พิมรีบตัดบทก่อนที่ฉันจะโมโหหนักกว่าเดิม "ไหน ๆ วันนี้ก็มาเดินห้างแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า ไม่ต้องเดิมพันอะไรทั้งนั้น"
"เห็นด้วย" ภัทรพยักหน้า "เราเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน"
ฉันถอนหายใจแรง ๆ อย่างหงุดหงิด ก่อนจะพยักหน้า "เออ ไปกินข้าวกันเถอะ!"
ร้านอาหารญี่ปุ่น
พวกเราสี่คนเลือกเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นในห้าง เมนูที่วางอยู่ตรงหน้ามีทั้งข้าวหน้าต่าง ๆ ซูชิ และราเม็ง ฉันเปิดดูเมนูไปพลาง ขณะที่ธีร์เอนหลังพิงเก้าอี้มองฉันอยู่
"มองอะไร?" ฉันหรี่ตาถามอย่างจับผิด
"ก็แค่สงสัยว่าเธอจะสั่งอะไร"
"เื่ของฉัน!" ฉันเบ้ปากแล้วหันไปสั่งข้าวหน้าปลาดิบกับน้ำชาเขียว
พิมสั่งข้าวแกงกะหรี่ ส่วนภัทรเลือกราเม็ง ส่วนไอ้ธีร์น่ะเหรอ...
"เอาข้าวหน้าหมูทอดครับ" หมอนั่นสั่งก่อนจะหันมายิ้มให้ฉัน "แบ่งกันกินได้นะซีน~"
"ไม่มีวัน!!!" ฉันรีบปฏิเสธเสียงแข็งทันที
ธีร์หัวเราะ "ใจร้ายจัง"
พิมกับภัทรพากันหัวเราะขำ ขณะที่ฉันแอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นี่หมอนี่มันจะกวนฉันไปทุกมื้อเลยหรือไง!?
อาหารถูกเสิร์ฟไม่นานหลังจากนั้น พวกเรากินกันไปคุยกันไปบรรยากาศดูเป็กันเอง...
แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่ดี
ก็ไอ้ธีร์มันเอาแต่มองฉันยิ้ม ๆ ไม่พูดอะไรเลยเนี่ยสิ!!!
"มองอะไรอีกล่ะ?" ฉันถามเสียงห้วน
"ก็แค่คิดว่า...เธอดูจะอารมณ์ดีกว่าปกตินะ"
"อะไรของนาย!?"
"ปกติเห็นเอาแต่โมโหข้า แต่วันนี้ดูจะสนุกเหมือนกันนะ" ธีร์ยิ้มกวน ๆ
ฉันชะงักเล็กน้อย แล้วรู้สึกเหมือนหน้ามันเริ่มร้อนขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล
"พูดบ้าอะไรของนาย! กินข้าวไปเลยไป๊!!!"
"ครับ ๆ" ธีร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตักข้าวเข้าปาก
ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามตั้งหน้าตั้งตากินข้าวของตัวเองต่อ
แต่ไม่รู้ทำไม...
ฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองกำลังยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว
บ้าจริง...