Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 104 ไม่ยอมแพ้

    ตอนที่ 104            “เร็วมากแค่ชั่วโมงเดียวก็เริ่มผ่าตับอ่อนแล้ว” ไรอันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอึ้งๆเพราะปกติต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมงครึ่งกว่าจะผ่ามาถึงตับอ่อน            “แต่จากนี้ไปคือของยากแล้วค่ะเพราะมะเร็งลุกลามตับอ่อนไปมากอีกอย่างถ้ามันลุกลามไปถึงตับที่อยู่ข้างบนด้วยล่ะก็เรื่องใหญ่แน่” ฮิคาริพูด            “อ๊ะนั่นมีอาการอักเสบด้วย!!” ไรอันอุทานออกมาเมื่อเห็นตับอ่อนของพ่อตาเขามีอาการอักเสบจนมันเริ่มเกิดหนองที่บริเวณตับอ่อน            “ดูเหมือนจะต้องจัดการกับหนองและอาการอักเสบก่อนนะครับถ้าไม่ต้องตัดทิ้งก็ดีเพราะลำพังแค่ต้องตัดมะเร็งออกก็ทำให้ตับอ่อนเสียหายมากพออยู่แล้ว” เสียงของดนัยดังออกมาจากลำโพงจากนั้นดนัยก็เริ่มคว้านลงไปในหลุมหนองและใช้เครื่องดูดเอาหนองออกมาจนหมดซึ่งมันใช้เวลาไม่นาน            “ฟู่ว...โล่งอกไปทีนะคะที่ไม่ต้องตัดบริเวณที่อักเสบออก” หมอมิโฮะถอนหายใจออกมาหลังจากเห็นว่าบริเวณที่อักเสบยังไม่มีเนื้อตายจนต้องตัดออก            “ครับโล่งอกไปทีว่าแต่คุณรินะครับตอนนี้ปริมาณเลือดที่เสียไปเท่าไหร่แล้วครับ” ดนัยถามรินะ            “700 ซีซีค่ะ” รินะตอบ            “ถ้าอย่างนั้นเริ่มให้เลือดเลยครับเราจะเริ่มผ่าตัดมะเร็งออกจากตับอ่อนกันแล้ว” ดนัยพูด            “ค่ะ” รินะพยักหน้าก่อนจะเริ่มให้เลือดสำรองแก่คนไข้เมื่อเริ่มให้เลือดแล้วดนัยก็เริ่มทำการผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนทันที            ไรอัน มาเรียและฮิคาริทั้งสามมองการผ่าตัดของดนัยด้วยความเป็นกังวลเพราะการผ่าตัดนี้มีโอกาสสำเร็จไม่ถึงครึ่งการผ่าตัดดำเนินไปสักพักจนกระทั่งเกิดเสียงแปลกๆขึ้นไม่สิจะบอกว่าเสียงแปลกก็ไม่ถูกเพราะเสียงที่กำลังดังอยู่มันคือเสียงของเครื่องวัดสัญญาณชีพจร            ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! ซู๊ด !! เสียงสัญญาณชีพจรดังท่ามกลางความเงียบสลับกับเสียงเครื่องดูดของเหลวที่ใช้สำหรับดูดเลือดที่ไหลออกมาเวลาผ่าตัด             “แปลกจังเลยนะคะทำไมจู่ๆได้ยินเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรขึ้นมาได้ก็ไม่รู้ทั้งที่ก่อนหน้านี้หมอเขาก็ผ่าตัดมาหลายชั่วโมงฉันยังไม่ได้ยินเลย” มาเรียพูด            “อ๋อเพราะเสียงพูดกับเสียงเครื่องดูดของเหลวมันกลบหมดน่ะถ้าไม่ตั้งใจฟังน่ะไม่ได้ยิ...” ไรอันกำลังจะอธิบายแต่เขาก็ต้องชะงักไป            เดี๋ยวสินี่พวกเขาไม่ได้พูดคุยสื่อสารระหว่างการผ่าตัดตั้งแต่เมื่อไหร่ !! ไรอันเบิกตากว้างเพราะเขาไม่รู้ตัวเลยว่าทีมหมอของดนัยที่อยู่ในห้องผ่าตัดนั้นหยุดพูดคุยสื่อสารกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่            “มะ...มิสฮิคารินี่มันอย่าบอกนะว่า” ไรอันหันไปมองฮิคาริ            “ค่ะนี่คือซิงโครค่ะ !!” ฮิคาริตอบพลางยิ้มออกมาบางๆ            “บ้าน่าซิงโครเนี่ยนะในโลกนี้มีทีมแพทย์ระดับแถมหน้าของโลกไม่ถึงห้าทีมเลยด้วยซ้ำที่สามารถซิงโครกันได้ระหว่างผ่าตัดน่ะแถมใช่ว่าทุกการผ่าตัดจะสามารถทำได้อีกด้วย !!” ไรอันอุทานออกมาเขาเองก็เคยเห็นคลิปการผ่าตัดของทีมแพทย์ระดับแถวหน้าของโลกมาเยอะซึ่งบางครั้งในทีมแพทย์แถวหน้าเหล่านั้นก็สามารถซิงโครกันได้ระหว่างการผ่าตัดแต่ก็เกิดขึ้นได้น้อยมากเพราะมันต้องอาศัยปัจจัยอะไรหลายๆอย่าง            “คุณคะซิงโครมันคืออะไรเหรอคะ” มาเรียถามไรอันเพราะไม่รู้จัก            “ซิงโครก็คือการผสานจินตนาการร่วมของบุคคลสองคนขึ้นไปซึ่งส่วนมากมักจะเกิดขึ้นในกีฬาประเภทคู่เช่นพวกเทนนิส” ไรอันอธิบาย            “ผสานจินตนาการ...เทนนิส ??” มาเรียทำหน้างงเมื่อได้ยินคำอธิบายจากสามี            เทนนิสกับการผ่าตัดมันมาเกี่ยวอะไรกัน มาเรียคิดในใจ            “นั่นก็แค่การยกตัวอย่างง่ายๆมาเรียแต่สรุปแล้วการซิงโครก็คือทำให้บุคคลอื่นมีความคิดแบบเดียวกับเรา” ไรอันพูด            “หมายความว่าตอนนี้หมอและพยาบาลคนอื่นกำลังคิดแบบเดียวกับมิสเตอร์ดนัยผู้เป็นหัวหน้าทีมผ่าตัดงั้นเหรอคะ !!” มาเรียอุทานออกมา            “ใช่และการที่เป็นแบบนั้นทำให้ระยะเวลาทุกกระบวนการของการผ่าตัดมันลดลงเธอลองคิดดูสิมาเรียว่าตอนที่มิสเตอร์ดนัยต้องการมีดหรือต้องการอุปกรณ์อะไรเพียงแค่คิดอุปกรณ์เหล่านั้นก็มาอยู่ในมือแล้วโดยไม่ต้องออกคำสั่งแบบนั้นจะลดเวลาการผ่าตัดไปได้เท่าไหร่” ไรอันพูด            “ก็แค่หนึ่งหรือสองวินาทีไม่ใช่เหรอคะมันช่วยได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ” มาเรียพูด            “ช่วยได้มากสิเธอลองดูนั่นสิแค่สามนาทีมิสเตอร์ดนัยก็เปลี่ยนอุปกรณ์ไปสี่ครั้งแล้วเปลี่ยนจากมีดเป็นกรรไกร แล้วก็เป็นคีมสำหรับคีบก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นมีดการเปลี่ยนอุปกรณ์น่ะมันลดลงประมาณครั้งละหนึ่งหรือสองวินาทีใช่มั้ยล่ะแล้วถ้าการผ่าตัดตลอดหนึ่งชั่วโมงต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เกินหนึ่งร้อยครั้งล่ะ” ไรอันพูดออกมา            “นั่นมัน !!” มาเรียที่ได้ยินสิ่งที่สามีเธอบอกก็เบิกตากว้าง            ถ้าหนึ่งชั่วโมงเปลี่ยนอุปกรณ์ในมือประมาณร้อยครั้งก็จะลดเวลาการผ่าตัดไปอีกราวสามถึงสี่นาทีถ้าเป็นแบบนั้นตลอดการผ่าตัดที่ยาวนานหลายชั่วโมงคงลดเวลาการผ่าตัดได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบนาทีเป็นแน่ !! มาเรียคิดในใจ            “ไม่ใช่แค่นั้นนะมาเรียเธอดูหมอผู้หญิงผู้ช่วยมิสเตอร์ดนัยสิเธอทำหน้าที่ของผู้ช่วยได้โดยที่มิสเตอร์ดนัยไม่ต้องบอกหรือออกคำสั่งเลยทั้งจังหวะการยกอวัยวะเพื่อให้มิสเตอร์ดนัยสามารถผ่าตัดต่อไปได้ ทั้งการดูดเลือดออกเพื่อให้มองเห็นอวัยวะ ทั้งการช่วยจับทุกอย่างมิสเตอร์ดนัยไม่ต้องสั่งการเลยทุกกระบวนการนี้สามารถลดเวลาการผ่าตัดได้ทั้งนั้นเมื่อรวมกับการเปลี่ยนเครื่องมือแล้วเธอคิดว่ามันจะลดเวลาการผ่าตัดได้เท่าไหร่ล่ะ” ไรอันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น  ภายในห้องผ่าตัด            บ้าจริงมีมะเร็งอยู่ในตับอ่อนเยอะเยอะชะมัดนี่เราต้องตัดตับอ่อนออกมาหมดเลยงั้นเหรอแบบนั้นคนไข้จะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรเล่าถ้าเราตัดตับอ่อนออกจนแทบไม่เหลือแบบนี้ !! ดนัยคิดในใจแต่มือของเขาก็ไม่หยุดเขายังคงตัดตับอ่อนออกต่อไป            ควับ !! ดนัยกรีดเนื้อส่วนที่มีมะเร็งออกอย่างแม่นยำซึ่งขนาดของมะเร็งชิ้นนี้มีขนาดใหญ่ถึงสองเซนติเมตร            ปรี๊ด !! เลือดพุ่งออกมาจากตับอ่อนทันทีที่ดนัยตัดชิ้นเนื้อนั่นออก            เลือดออกเยอะเพราะโดนเส้นเลือดงั้นเหรอต้องใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าหยุดเลือดจะได้ไม่เสียเวลามานั่งห้ามเลือด ดนัยคิดในใจซึ่งยังไม่ทันได้ออกปากขอเครื่องจี้ไฟฟ้ายูมิก็รีบเข็นเครื่องจี้ไฟฟ้าที่เตรียมเอาไว้ริมห้องมาก่อนจะยื่นหัวสำหรับจี้มาจัดการจี้จุดที่เลือดออกแทนดนัยและหมอมิโฮะ            ชี่ !! เสียงกลิ่นเนื้อไหม้จากไฟฟ้าเพียงไม่ถึงห้าวินาทีเลือดก็แข็งตัวเป็นก้อนและเลือดที่ออกจากตับก็หยุดทันทีเมื่อเลือดหยุดดนัยก็ผ่าตัดต่อและทุกครั้งที่มีเลือดออกยูมิก็จะคอยใช้เครื่องจี้ไฟฟ้ามาจี้หยุดเลือดเอาไว้ให้  สามชั่วโมงต่อมา            ดนัยผ่าตัดมะเร็งออกจากตับไปได้กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วถ้ายังรักษาความเร็วระดับนี้ไว้ได้ล่ะก็อีกไม่ถึงชั่วโมงเขาก็เผ่าตัดเสร็จแล้วแต่ทว่าในตอนนั้นเองจู่ๆเครื่องสัญญาณชีพก็ร้องเตือน            ติ๊ดๆๆๆๆ !! เครื่องสัญญาณชีพร้องเตือนถี่ๆซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ            “ความดันกำลังตกค่ะ ชีพจรเริ่มเต้นอ่อนลง หัวใจกำลังจะหยุดเต้นค่ะ !!” รินะผู้เป็นพยาบาลวิสัญญีแจ้ง            “แย่แล้วร่างกายคนไข้เริ่มไม่ไหวแล้วคุณยูมิเตรียมเครื่องปั๊มหัวใจ ส่วนคุณรินะให้ยาเพิ่มความดันและให้ยากระตุ้นครับ !!” ดนัยสั่งทันที            “แล้วพวกเราล่ะคะหมอดนัย !!” หมอมิโฮะถาม            “ต้องผ่าตัดต่อไปครับเราหยุดมือไม่ได้อีกไม่นานเราก็จะผ่าตัดเสร็จอยู่แล้ว” ดนัยบอก            “ค่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะทำหน้าที่สนับสนุนดนัยต่อไปซึ่งดนัยผ่าตัดต่อไปได้ไม่กี่นาทีตอนนั้นเองหัวใจคนไข้ก็หยุดเต้นเพราะร่างกายฝืนเอาไว้ไม่ไหวแล้ว            ติ๊ด !!!!!!! เสียงสัญญาณดังยาวๆซึ่งนี่เป็นเสียงสัญญาณที่หมอไม่อยากได้ยินมากที่สุด            “เครื่องปั๊มหัวใจ !!” ดนัยตะโกนออกมาและยกมือขึ้นพร้อมกับหมอมิโฮะเพราะตอนที่ใช้เครื่องปั๊มหัวใจถ้าไม่ยกเครื่องมือโลหะที่ถือเอาไว้ออกเขาจะโดนไฟดูด            ปั้ง !! เสียงยูมิใช้เครื่องปั๊มหัวใจกดไปที่หน้าอกของคนไข้            “หัวใจยังไม่เต้นค่ะ” รินะบอกหลังจากหัวใจคนไข้ยังไม่กลับมาเต้น            “อีกครั้งเพิ่มไฟเข้าไป” ดนัยบอก            วี๊ด !! ปั้ง !! ยูมิทำการปรับกระแสไฟฟ้าให้แรงขึ้นก่อนจะชาร์จไปอีกรอบทำให้ร่างของคนไข้ลอยขึ้นมาเพราะแรงกระตุกของไฟฟ้าแรงสูง            “ยังค่ะ !!/อีกครั้งครับ !!” ดนัยยังคงสั่งให้ปั๊มหัวใจอีกรอบ            ปั้ง !! ปั้ง !! สรุปแล้วใช้เครื่องปั๊มหัวใจชาร์จไปถึงห้ารอบแต่หัวใจคนไข้ก็ยังไม่กลับมาเต้น            บ้าจริงต้องเสียคนไข้คนนี้ไปเหรอ !! ดนัยกัดฟันแน่นอย่างเจ็บใจตอนนั้นเองสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นภรรยาของศาสตราจารย์ไรอันที่กำลังใช้มือปิดหน้าร้องไห้และไรอันเองก็กำลังกอดปลอบภรรยาอยู่ส่วนฮิคาริยังคงมองมาที่เขาด้วยสายตาที่อ่านยาก            ไม่สิเราต้องไม่ยอมแพ้ถ้าอย่างนั้นต้องใช้วิธีนี้ !! ดนัยคิดในใจก่อนจะขยับตัวและใช้มีดในมือกรีดบริเวณหน้าอกของคนไข้ทันที            “หมอดนัย !!” หมอมิโฮะอุทานออกมา            “ดนัย !!x3” ยูมิ รินะและซากิเองก็อุทานออกมาเพราะจู่ๆดนัยก็ใช้มีดผ่าเปิดหน้าอกเฉย            ดนัยนั้นยังไม่ว่างอธิบายอะไรให้ทุกคนฟังเขานั้นยังคงตั้งหน้าตั้งตาผ่าเปิดหน้าอกจนในที่สุดหน้าอกกูถูกเปิดออกเผยให้เห็นหัวใจที่หยุดเต้นไปแล้ว            “คุณยูมิวางเครื่องปั๊มหัวใจแล้วใช้มือมาบีบปั๊มหัวใจแทนครับ” ดนัยสั่งยูมิ            “ว่าไงนะคะ ??” ยูมิที่ได้ยินดนัยสั่งแบบนั้นก็ทำหน้างง                    “เร็วเข้าสิครับ !!” ดนัยที่เห็นยูมิยังคงงงกับคำสั่งอยู่            “คะ...ค่ะ” ยูมิที่โดนสั่งย้ำอีกรอบก็รีบพุ่งเข้ามาใช้มือบีบปั๊มหัวใจแทนทันที            หลังจากยูมิทำการปั๊มหัวใจด้วยมือแทนแล้วดนัยก็กลับมาทำการผ่าตัดตับอ่อนต่อ            “หมอมิโฮะอย่ามัวแต่งงครับมาช่วยผมผ่าตัดต่อ !!” ดนัยบอกกับหมอมิโฮะ            “ค่ะ” หมอมิโฮะยังไม่เข้าใจว่าดนัยกำลังทำอะไรแต่เธอก็รีบกลับมาผ่าตัดต่อทันที  ในห้องมอนิเตอร์            “นั่นมิสเตอร์ดนัยเขากำลังทำอะไรไม่ใช่ว่าเสียคุณพ่อท่านไปแล้วเหรอ !!” ไรอันมองเข้าไปยังในห้องผ่าตัดด้วยสายตาไม่เข้าใจการกระทำของดนัยเขาหันหน้าไปหาฮิคาริเพื่อต้องการคำตอบ            “ก็ผ่าตัดต่อยังไงล่ะคะ” ฮิคาริพูด            “ผมรู้แต่ทำไมผ่าตัดต่อทั้งที่กู้สัญญาณชีพกลับมาไม่ได้ล่ะครับ” ไรอันถาม            “ถึงจะกู้สัญญาณชีพกลับมาไม่ได้แต่ถ้าหัวใจยังเต้นอยู่เลือดก็ยังสูบฉีดไปทั่วร่างกายอยู่ค่ะและถ้าเลือดยังสูบฉีดอยู่อวัยวะภายในก็ยังคงทำงานต่อไปได้ค่ะ” ฮิคาริบอก                    “หมายความว่ามิสเตอร์ดนัยเขาจะผ่าตัดต่อทั้งอย่างนั้นจนเสร็จงั้นเหรอครับ !!” ไรอันอุทานพลางทำสีหน้าตกใจ            “ก็คงเป็นแบบนั้นค่ะ” ฮิคาริพยักหน้า            “บ้าน่าผ่าตัดทั้งที่ไม่มีสัญญาณชีพแล้วแต่จะมาปั๊มหัวใจทีหลังให้สัญญาณชีพกลับมาหลังจากผ่าตัดเสร็จงั้นเหรอ !!” ไรอันพูด            “ก็ไม่ช่ว่าจะไม่เคยมีเคสแบบนี้นี่คะที่อังกฤษเองเมื่อสี่ปีก่อนก็มีกรณีที่คนไข้หัวใจหยุดเต้นไประหว่างผ่าตัดถึงหนึ่งชั่วโมงแต่ก็ใช้วิธีปั้มหัวใจเพื่อสูบฉีดเลือดแทนและมาทำให้หัวใจกลับมาเต้นหลังจากผ่าตัดเสร็จภายหลังจนสำเร็จ” ฮิคาริพูด            “แต่นั่นมันโอกาสหนึ่งในหมื่นไม่สิหนึ่งในแสนเลยนะครับ” ไรอันพูด            “ถึงจะเป็นหนึ่งในล้านดนัยเขาก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ !!” ฮิคาริพูดก่อนจะมองที่ดนัยที่กำลังผ่าตัดเอามะเร็งออกจากตับอ่อนให้หมดอยู่  จบ...