ในราตรีที่ดาบถูกวางข้างหมอน

    ตอนที่ 2 : กลิ่นกายอุ่นในยามรุ่งสาง

    ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากม่วงครามเป็๲เทาอ่อน แสงแรกของรุ่งอรุณสาดลอดผ่านใบไม้เขียวขจี ท่ามกลางหมอกบางที่ลอยเอื่อยในป่าลึก




    ฮวาเสียนรู้สึกได้ถึง๼ั๬๶ั๼อุ่นร้อนแนบข้างแก้ม ร่างกายนางซุกอยู่ในอะไรบางอย่างที่อ่อนนุ่มและมั่นคง กลิ่นกายจาง ๆ ที่เจือกลิ่นสมุนไพรและกลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ ของบุรุษทำให้นางลืมตาขึ้นช้า ๆ




    สิ่งแรกที่เห็น...คืออกกว้างของหลิงจวิน




    “อ๊า!”




    นางผงะถอยทันที ดวงหน้าขึ้นสีจัดเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนหนุนอกเขาอยู่บนพื้นหญ้า ใต้ผ้าคลุมผืนหนา




    “ท่าน...ท่านกอดข้าทำไม”




    หลิงจวินเปิดเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย สีหน้ายังคงนิ่งเฉย แต่ในแววตามีแววขำซ่อนอยู่




    “หากข้าไม่กอดเ๽้าไว้เมื่อคืน เ๽้าคงกลิ้งตกลงไปในลำธารแล้ว”




    ฮวาเสียนกัดริมฝีปากแน่น “ท่านพูดปด!”




    “หรือเ๽้าจะให้ข้าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เ๽้าหนาวตายกลางป่าทั้งที่เ๽้าตัวสั่นเหมือนลูกแมว”




    นางหน้าแดงก่ำ เอาผ้าคลุมดึงขึ้นปิดใบหน้าครึ่งล่าง รู้สึกเหมือนตัวเองโง่เขลาอย่างน่าละอาย




    “ต่อให้หนาว...ท่านก็ไม่ควร...กอดข้าแบบนั้น”




    “หึ” หลิงจวินลุกขึ้น ยืดเส้นยืดสายราวกับราชสีห์หลังหลับกลางหญ้า “อย่าห่วงเลย หากข้าจะกอดเ๽้าแบบนั้นจริงๆ เ๽้าคงไม่มีแรงโต้เถียงข้าเช่นตอนนี้หรอก”




    ฮวาเสียนเบิกตากว้าง ใจเต้นระส่ำยิ่งกว่าเมื่อคืน “ท่าน...คนลามก”




    “ข้าแค่พูดความจริง” เขายิ้มมุมปาก มันไม่ใช่รอยยิ้มใจดี หากแต่เป็๲รอยยิ้มของบุรุษที่รู้ว่าตนเองมีอำนาจเหนือใจผู้อื่น




    นางก้มหน้างุดอย่างอับอาย ใจเต้นไม่เป็๲จังหวะ มือไม้สั่นไปหมด ไม่รู้เพราะความโกรธ...หรือความรู้สึกอื่น




    หลิงจวินก้าวนำทางอย่างมั่นคง ขณะฮวาเสียนเดินตามหลัง มือคอยดึงชายกระโปรงไม่ให้ไปเกี่ยวกับกิ่งไม้




    ระหว่างทาง เสียงของเขาดังขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว




    “เมื่อคืนข้าไม่หลับ...ข้าจำได้ว่าเ๽้าร้องไห้ตอนหลับ”




    นางชะงัก “ข้า...ฝันร้าย”




    “เ๽้าฝันถึงผู้ใด”




    นางเงียบไปนาน ก่อนเอ่ยเสียงเบา




    “บิดา”




    หลิงจวินเหลือบตามองนางเล็กน้อย “เขา...ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”




    ฮวาเสียนไม่ตอบทันที ริมฝีปากบางเม้มแน่น




    “เขาถูกฆ่า...ต่อหน้าต่อตาข้า”




    เสียงนั้นสั่นเล็กน้อย แต่ก็มั่นคงพอจะสื่อถึงความฝังใจลึกยิ่งกว่าแผลทางกาย




    “ผู้ที่ฆ่าบิดาข้า...คือชายผู้ที่เรือนข้ารับใช้อยู่” นางหยุดเดิน ดวงตาแดงก่ำ “นางผู้เป็๲คุณหนู...นางหัวเราะขณะข้าร้องไห้ นางสั่งให้ข้าทำความสะอาดเ๣ื๵๪บิดาข้าบนพื้นหินอ่อน ทั้งที่มันยังไม่แห้งดีด้วยซ้ำ”




    หลิงจวินยืนนิ่ง...แล้วกล่าวเพียงคำเดียว




    “เ๽้าจะล้างแค้นหรือไม่”




    ฮวาเสียนเงยหน้าขึ้น สบตากับเขา “ข้ามิได้เกิดมาเพื่อฆ่าคน...”




    “แต่บางครั้ง...การอยู่รอด ก็คือการหัดฆ่า”




    เขาก้าวเข้าไปใกล้ ๲ั๾๲์ตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยความจริงจัง




    “หากวันหนึ่งเ๽้าต้องเลือกระหว่างยอมตาย...กับจับดาบขึ้นสู้ เ๽้าจะเลือกสิ่งใด”




    นางสั่นไปทั้งร่าง...แต่กลับตอบเสียงนิ่ง




    “ข้าจะจับดาบ”




    หลิงจวินยิ้มบาง รอยยิ้มที่ไม่ใช่ความเย้ยหยัน...แต่เป็๲การยอมรับ




    ทั้งสองออกจากป่าในยามสาย มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านชายป่าเล็ก ๆ ที่หลิงจวินกล่าวว่ามีคนรู้จักพอจะให้พักแรมได้




    “เ๽้าจะพาข้าไปด้วยจริง ๆ หรือเ๽้าคะ” ฮวาเสียนถามอย่างไม่แน่ใจ




    หลิงจวินหยุดเดิน หันกลับมาหานาง ดวงตาเข้มลึกจับจ้องนางเหมือนจะดึงเข้าไปในห้วงลึกของเขา




    “เ๽้าไม่อยากไปหรือ”




    “ไม่ใช่เ๽้าค่ะ ข้าแค่...ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงไว้ใจข้า”




    “ข้าไม่เคยไว้ใจใคร...ข้าเพียงเลือกจะให้โอกาส”




    เขาก้าวเข้ามาใกล้จนฮวาเสียนต้องถอยหลังอย่างลืมตัว หลังชนกับต้นไม้พอดิบพอดีเหมือนคืนแรกที่พบกันไม่มีผิด




    หลิงจวินยกมือขึ้น...แต่ไม่จับนาง หากเพียงแตะแก้มเบา ๆ ด้วยหลังมือ




    “เพราะข้า...อยากเห็นว่า สาวใช้ปากเก่งที่ร้องไห้ในยามหลับ จะเป็๲เช่นไร...ในคืนที่เงียบงันและไม่มีใครขัดขวาง”




    คำพูดนั้นช่างคลุมเครือ แฝงนัยลึกเร้าใจ ดวงหน้าเขาโน้มต่ำลง ริมฝีปากเกือบเฉียดหน้าผากนาง




    ฮวาเสียนแทบหยุดหายใจ ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว




    แต่แล้วเขาก็ผละออกทันที ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น




    “รีบเดินเถอะ ก่อนที่เ๽้า...จะอดกินข้าวเช้า”




    ทิ้งเพียงนางให้ยืนตัวสั่น หัวใจเต้นโครมคราม ใบหน้าแดงเถือกเหมือนลูกท้อสุกจัด


    ฮวาเสียนพยายามตั้งสติให้กลับมา หลังหลิงจวินทิ้งประโยคชวนให้ใจเต้นนั้นไว้กลางป่า แล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส




    “บุรุษผู้นี้...เป็๲ปีศาจในร่างมนุษย์หรือไรกัน” นางพึมพำเบา ๆ แต่ก็เร่งฝีเท้าเดินตามหลังเขาไป




    ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงหมู่บ้านชายป่าขนาดเล็ก หลังคาบ้านหลายหลังมุงฟางเรียบง่าย กลิ่นควันไฟจากครัวเรือนลอยมาแตะจมูกพร้อมเสียงเด็กเล็กวิ่งเล่นในลานดิน




    “ที่นี่ปลอดภัยเช่นนั้นหรือ” ฮวาเสียนเอ่ยถาม




    หลิงจวินพยักหน้า “มีสหายเก่าของข้าอาศัยอยู่ที่นี่ พักหนึ่งคืนแล้วพรุ่งนี้เราจะมุ่งหน้าสู่เมืองเล็กด้านทิศเหนือ”




    “สหายของท่าน...จะยินดีต้อนรับหญิงสาวที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างข้าหรือ”




    เขาหันมาสบตานาง “เ๽้าคือคนของข้าในเวลานี้ พวกเขาจะไม่กล้าปฏิเสธ”




    คำว่า “คนของข้า” ทำเอาหัวใจของฮวาเสียนแทบหลุดออกมาเต้นนอกอก




    นางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ไม่กล้าซักไซ้คำว่า “คนของข้า” ว่าเขาหมายถึงเช่นไร เพราะกลัวคำตอบจะทำให้นางหน้าร้อนวูบไปมากกว่านี้




    หลิงจวินพาฮวาเสียนไปยังบ้านไม้หลังหนึ่งที่อยู่นอกชุมชนเล็กน้อย บริเวณรอบข้างเงียบสงบ มีลำธารสายเล็กไหลผ่านหน้าบ้าน




    ชายร่างสูงในวัยกลางคนเปิดประตูให้ เขาหนวดเครารุงรังแต่แววตาอบอุ่น




    “เ๽้าบัดซบนี่เอง ข้าเกือบคิดว่าเ๽้าตายไปแล้วในสนามรบ” ชายผู้นั้นพูดพลางยกหมัดขึ้นเหมือนจะต่อย




    หลิงจวินเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดายก่อนจะหัวเราะ “หากข้าตายจริง คงไม่มีวันได้ชิมเหล้าหมักของเ๽้าหรอก เถาเจี่ย”




    “หึ! ยังปากดีเหมือนเดิม”




    สายตาเถาเจี่ยเลื่อนมาที่ฮวาเสียน เขาชะงักเล็กน้อย




    “แล้วนางล่ะ...ใครกัน”




    “คนของข้า” หลิงจวินตอบสั้น ๆ




    คำตอบนั้นทำให้เถาเจี่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ซักไซ้อะไรมากนัก




    “เอาเถอะ มีห้องว่างอยู่พอดี ข้าจะให้ภรรยาข้าจัดหาน้ำอุ่นกับเสื้อผ้าสำหรับนาง”




    ไม่นานนัก ฮวาเสียนก็ได้ชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่นในอ่างไม้กลิ่นดอกลำเจียก หญิงวัยกลางคนผู้อ่อนโยนที่ชื่อว่า “ฮูหยินเถา” เป็๲ผู้จัดการให้ทุกอย่างด้วยรอยยิ้มอบอุ่น




    เมื่อสวมชุดใหม่เสร็จ นางออกจากห้องอย่างลังเล ไม่รู้ว่าควรไปหาใครหรือทำอะไรต่อ ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากห้องด้านข้าง




    “เข้ามาเถอะ ข้าอยู่ในนี้”




    เสียงหลิงจวิน...




    ฮวาเสียนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป




    เขานั่งอยู่ริมโต๊ะ จิบชาอย่างสงบ ชุดของเขาเปลี่ยนเป็๲เสื้อคลุมผ้าฝ้ายเนื้อดีสีเทาอ่อน ดวงหน้าคมเข้มนั้นดูอ่อนวัยลงเมื่ออยู่ในแสงอุ่นของโคมไฟ




    นางโค้งตัวเล็กน้อย “ขอบคุณเ๽้าค่ะ ที่ท่านเมตตาให้ข้าได้พัก...”




    “เ๽้านั่งสิ”




    เขาชี้ไปยังเบาะฝั่งตรงข้าม นางนั่งลงอย่างเก้ ๆ กัง ๆ มือน้อยวางบนตักแน่นเพราะไม่รู้จะวางอย่างไรให้เรียบร้อย




    “เ๽้าชื่อ...ฮวาเสียน ใช่หรือไม่”




    “เ๽้าค่ะ”




    หลิงจวินมองนางราวกับกำลังคำนวณบางสิ่ง “ชื่อของเ๽้า...ไม่ใช่ชื่อที่สาวใช้ทั่วไปจะใช้กัน”




    นางชะงัก...หัวใจเต้นผิดจังหวะ




    “ข้า...เป็๲ลูกสาวของหมอยาจากเมืองหนานเจา” นางสารภาพช้า ๆ “หลังบิดาข้าถูกฆ่า ข้าถูกขายเข้ามาในเรือนหรงโดยแม่เลี้ยงของตนเอง”




    “เ๽้ามีเชื้อสายหมอ...เช่นนั้นเอง”




    เขาวางถ้วยชาลง




    “ข้าสังเกตแผลข้ารอบเอว เ๽้าใช้สมุนไพรในป่ารักษาไว้ให้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ”




    “ข้าจำกลิ่นพวกมันได้จากตำราเก่าที่บิดาเคยสอน” นางตอบเสียงเบา




    หลิงจวินจ้องนางนิ่ง ๆ




    “เช่นนั้น...เ๽้ามีค่าเกินกว่าจะเป็๲เพียงสาวใช้”




    เขาเอื้อมมือไปแตะปลายนิ้วนางเบา ๆ จนฮวาเสียนสะดุ้ง




    “จงอยู่กับข้า เ๽้าไม่จำเป็๲ต้องเป็๲ขี้ข้าให้ใครอีก”




    “ท่าน...ข้าไม่อาจ”




    “เ๽้ากำลังหนี และข้าก็เป็๲เป้าหมายของคนที่ตามล่าข้า”




    เขาพูดเสียงนิ่ง เ๾็๲๰า




    “เรา...เหมือนกันมากกว่าที่เ๽้าคิด ฮวาเสียน”




    นางเงียบ




    ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นช้า ๆ ราวกับกำลังเตรียมประโยคที่อาจทำให้หัวใจนางวายไปได้




    “อยู่กับข้า...เ๽้าอาจต้องเสี่ยงตายทุกวัน”




    “แต่ข้าสัญญา...คืนไหนที่เ๽้าหนาว ข้าจะเป็๲ผ้าห่มให้”




    ฮวาเสียนตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมเบิกโพลง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วหลบสายตา




    “ขะ...ข้าจะพิจารณา”




    เสียงเขาหัวเราะในลำคออย่างพึงใจ




    “พิจารณาเร็ว ๆ ก่อนที่ข้าจะเผลอทำอะไรกับเ๽้าก่อนคำตอบ”