ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากม่วงครามเป็เทาอ่อน แสงแรกของรุ่งอรุณสาดลอดผ่านใบไม้เขียวขจี ท่ามกลางหมอกบางที่ลอยเอื่อยในป่าลึก
ฮวาเสียนรู้สึกได้ถึงััอุ่นร้อนแนบข้างแก้ม ร่างกายนางซุกอยู่ในอะไรบางอย่างที่อ่อนนุ่มและมั่นคง กลิ่นกายจาง ๆ ที่เจือกลิ่นสมุนไพรและกลิ่นเหงื่ออ่อน ๆ ของบุรุษทำให้นางลืมตาขึ้นช้า ๆ
สิ่งแรกที่เห็น...คืออกกว้างของหลิงจวิน
“อ๊า!”
นางผงะถอยทันที ดวงหน้าขึ้นสีจัดเมื่อเห็นว่าตัวเองนอนหนุนอกเขาอยู่บนพื้นหญ้า ใต้ผ้าคลุมผืนหนา
“ท่าน...ท่านกอดข้าทำไม”
หลิงจวินเปิดเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย สีหน้ายังคงนิ่งเฉย แต่ในแววตามีแววขำซ่อนอยู่
“หากข้าไม่กอดเ้าไว้เมื่อคืน เ้าคงกลิ้งตกลงไปในลำธารแล้ว”
ฮวาเสียนกัดริมฝีปากแน่น “ท่านพูดปด!”
“หรือเ้าจะให้ข้าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เ้าหนาวตายกลางป่าทั้งที่เ้าตัวสั่นเหมือนลูกแมว”
นางหน้าแดงก่ำ เอาผ้าคลุมดึงขึ้นปิดใบหน้าครึ่งล่าง รู้สึกเหมือนตัวเองโง่เขลาอย่างน่าละอาย
“ต่อให้หนาว...ท่านก็ไม่ควร...กอดข้าแบบนั้น”
“หึ” หลิงจวินลุกขึ้น ยืดเส้นยืดสายราวกับราชสีห์หลังหลับกลางหญ้า “อย่าห่วงเลย หากข้าจะกอดเ้าแบบนั้นจริงๆ เ้าคงไม่มีแรงโต้เถียงข้าเช่นตอนนี้หรอก”
ฮวาเสียนเบิกตากว้าง ใจเต้นระส่ำยิ่งกว่าเมื่อคืน “ท่าน...คนลามก”
“ข้าแค่พูดความจริง” เขายิ้มมุมปาก มันไม่ใช่รอยยิ้มใจดี หากแต่เป็รอยยิ้มของบุรุษที่รู้ว่าตนเองมีอำนาจเหนือใจผู้อื่น
นางก้มหน้างุดอย่างอับอาย ใจเต้นไม่เป็จังหวะ มือไม้สั่นไปหมด ไม่รู้เพราะความโกรธ...หรือความรู้สึกอื่น
หลิงจวินก้าวนำทางอย่างมั่นคง ขณะฮวาเสียนเดินตามหลัง มือคอยดึงชายกระโปรงไม่ให้ไปเกี่ยวกับกิ่งไม้
ระหว่างทาง เสียงของเขาดังขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
“เมื่อคืนข้าไม่หลับ...ข้าจำได้ว่าเ้าร้องไห้ตอนหลับ”
นางชะงัก “ข้า...ฝันร้าย”
“เ้าฝันถึงผู้ใด”
นางเงียบไปนาน ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“บิดา”
หลิงจวินเหลือบตามองนางเล็กน้อย “เขา...ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
ฮวาเสียนไม่ตอบทันที ริมฝีปากบางเม้มแน่น
“เขาถูกฆ่า...ต่อหน้าต่อตาข้า”
เสียงนั้นสั่นเล็กน้อย แต่ก็มั่นคงพอจะสื่อถึงความฝังใจลึกยิ่งกว่าแผลทางกาย
“ผู้ที่ฆ่าบิดาข้า...คือชายผู้ที่เรือนข้ารับใช้อยู่” นางหยุดเดิน ดวงตาแดงก่ำ “นางผู้เป็คุณหนู...นางหัวเราะขณะข้าร้องไห้ นางสั่งให้ข้าทำความสะอาดเืบิดาข้าบนพื้นหินอ่อน ทั้งที่มันยังไม่แห้งดีด้วยซ้ำ”
หลิงจวินยืนนิ่ง...แล้วกล่าวเพียงคำเดียว
“เ้าจะล้างแค้นหรือไม่”
ฮวาเสียนเงยหน้าขึ้น สบตากับเขา “ข้ามิได้เกิดมาเพื่อฆ่าคน...”
“แต่บางครั้ง...การอยู่รอด ก็คือการหัดฆ่า”
เขาก้าวเข้าไปใกล้ ั์ตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยความจริงจัง
“หากวันหนึ่งเ้าต้องเลือกระหว่างยอมตาย...กับจับดาบขึ้นสู้ เ้าจะเลือกสิ่งใด”
นางสั่นไปทั้งร่าง...แต่กลับตอบเสียงนิ่ง
“ข้าจะจับดาบ”
หลิงจวินยิ้มบาง รอยยิ้มที่ไม่ใช่ความเย้ยหยัน...แต่เป็การยอมรับ
ทั้งสองออกจากป่าในยามสาย มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านชายป่าเล็ก ๆ ที่หลิงจวินกล่าวว่ามีคนรู้จักพอจะให้พักแรมได้
“เ้าจะพาข้าไปด้วยจริง ๆ หรือเ้าคะ” ฮวาเสียนถามอย่างไม่แน่ใจ
หลิงจวินหยุดเดิน หันกลับมาหานาง ดวงตาเข้มลึกจับจ้องนางเหมือนจะดึงเข้าไปในห้วงลึกของเขา
“เ้าไม่อยากไปหรือ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะ ข้าแค่...ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงไว้ใจข้า”
“ข้าไม่เคยไว้ใจใคร...ข้าเพียงเลือกจะให้โอกาส”
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนฮวาเสียนต้องถอยหลังอย่างลืมตัว หลังชนกับต้นไม้พอดิบพอดีเหมือนคืนแรกที่พบกันไม่มีผิด
หลิงจวินยกมือขึ้น...แต่ไม่จับนาง หากเพียงแตะแก้มเบา ๆ ด้วยหลังมือ
“เพราะข้า...อยากเห็นว่า สาวใช้ปากเก่งที่ร้องไห้ในยามหลับ จะเป็เช่นไร...ในคืนที่เงียบงันและไม่มีใครขัดขวาง”
คำพูดนั้นช่างคลุมเครือ แฝงนัยลึกเร้าใจ ดวงหน้าเขาโน้มต่ำลง ริมฝีปากเกือบเฉียดหน้าผากนาง
ฮวาเสียนแทบหยุดหายใจ ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว
แต่แล้วเขาก็ผละออกทันที ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“รีบเดินเถอะ ก่อนที่เ้า...จะอดกินข้าวเช้า”
ทิ้งเพียงนางให้ยืนตัวสั่น หัวใจเต้นโครมคราม ใบหน้าแดงเถือกเหมือนลูกท้อสุกจัด
ฮวาเสียนพยายามตั้งสติให้กลับมา หลังหลิงจวินทิ้งประโยคชวนให้ใจเต้นนั้นไว้กลางป่า แล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส
“บุรุษผู้นี้...เป็ปีศาจในร่างมนุษย์หรือไรกัน” นางพึมพำเบา ๆ แต่ก็เร่งฝีเท้าเดินตามหลังเขาไป
ผ่านไปไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงหมู่บ้านชายป่าขนาดเล็ก หลังคาบ้านหลายหลังมุงฟางเรียบง่าย กลิ่นควันไฟจากครัวเรือนลอยมาแตะจมูกพร้อมเสียงเด็กเล็กวิ่งเล่นในลานดิน
“ที่นี่ปลอดภัยเช่นนั้นหรือ” ฮวาเสียนเอ่ยถาม
หลิงจวินพยักหน้า “มีสหายเก่าของข้าอาศัยอยู่ที่นี่ พักหนึ่งคืนแล้วพรุ่งนี้เราจะมุ่งหน้าสู่เมืองเล็กด้านทิศเหนือ”
“สหายของท่าน...จะยินดีต้อนรับหญิงสาวที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างข้าหรือ”
เขาหันมาสบตานาง “เ้าคือคนของข้าในเวลานี้ พวกเขาจะไม่กล้าปฏิเสธ”
คำว่า “คนของข้า” ทำเอาหัวใจของฮวาเสียนแทบหลุดออกมาเต้นนอกอก
นางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ไม่กล้าซักไซ้คำว่า “คนของข้า” ว่าเขาหมายถึงเช่นไร เพราะกลัวคำตอบจะทำให้นางหน้าร้อนวูบไปมากกว่านี้
หลิงจวินพาฮวาเสียนไปยังบ้านไม้หลังหนึ่งที่อยู่นอกชุมชนเล็กน้อย บริเวณรอบข้างเงียบสงบ มีลำธารสายเล็กไหลผ่านหน้าบ้าน
ชายร่างสูงในวัยกลางคนเปิดประตูให้ เขาหนวดเครารุงรังแต่แววตาอบอุ่น
“เ้าบัดซบนี่เอง ข้าเกือบคิดว่าเ้าตายไปแล้วในสนามรบ” ชายผู้นั้นพูดพลางยกหมัดขึ้นเหมือนจะต่อย
หลิงจวินเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดายก่อนจะหัวเราะ “หากข้าตายจริง คงไม่มีวันได้ชิมเหล้าหมักของเ้าหรอก เถาเจี่ย”
“หึ! ยังปากดีเหมือนเดิม”
สายตาเถาเจี่ยเลื่อนมาที่ฮวาเสียน เขาชะงักเล็กน้อย
“แล้วนางล่ะ...ใครกัน”
“คนของข้า” หลิงจวินตอบสั้น ๆ
คำตอบนั้นทำให้เถาเจี่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ซักไซ้อะไรมากนัก
“เอาเถอะ มีห้องว่างอยู่พอดี ข้าจะให้ภรรยาข้าจัดหาน้ำอุ่นกับเสื้อผ้าสำหรับนาง”
ไม่นานนัก ฮวาเสียนก็ได้ชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่นในอ่างไม้กลิ่นดอกลำเจียก หญิงวัยกลางคนผู้อ่อนโยนที่ชื่อว่า “ฮูหยินเถา” เป็ผู้จัดการให้ทุกอย่างด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
เมื่อสวมชุดใหม่เสร็จ นางออกจากห้องอย่างลังเล ไม่รู้ว่าควรไปหาใครหรือทำอะไรต่อ ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากห้องด้านข้าง
“เข้ามาเถอะ ข้าอยู่ในนี้”
เสียงหลิงจวิน...
ฮวาเสียนลังเลเล็กน้อย ก่อนจะผลักบานประตูเข้าไป
เขานั่งอยู่ริมโต๊ะ จิบชาอย่างสงบ ชุดของเขาเปลี่ยนเป็เสื้อคลุมผ้าฝ้ายเนื้อดีสีเทาอ่อน ดวงหน้าคมเข้มนั้นดูอ่อนวัยลงเมื่ออยู่ในแสงอุ่นของโคมไฟ
นางโค้งตัวเล็กน้อย “ขอบคุณเ้าค่ะ ที่ท่านเมตตาให้ข้าได้พัก...”
“เ้านั่งสิ”
เขาชี้ไปยังเบาะฝั่งตรงข้าม นางนั่งลงอย่างเก้ ๆ กัง ๆ มือน้อยวางบนตักแน่นเพราะไม่รู้จะวางอย่างไรให้เรียบร้อย
“เ้าชื่อ...ฮวาเสียน ใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะ”
หลิงจวินมองนางราวกับกำลังคำนวณบางสิ่ง “ชื่อของเ้า...ไม่ใช่ชื่อที่สาวใช้ทั่วไปจะใช้กัน”
นางชะงัก...หัวใจเต้นผิดจังหวะ
“ข้า...เป็ลูกสาวของหมอยาจากเมืองหนานเจา” นางสารภาพช้า ๆ “หลังบิดาข้าถูกฆ่า ข้าถูกขายเข้ามาในเรือนหรงโดยแม่เลี้ยงของตนเอง”
“เ้ามีเชื้อสายหมอ...เช่นนั้นเอง”
เขาวางถ้วยชาลง
“ข้าสังเกตแผลข้ารอบเอว เ้าใช้สมุนไพรในป่ารักษาไว้ให้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ”
“ข้าจำกลิ่นพวกมันได้จากตำราเก่าที่บิดาเคยสอน” นางตอบเสียงเบา
หลิงจวินจ้องนางนิ่ง ๆ
“เช่นนั้น...เ้ามีค่าเกินกว่าจะเป็เพียงสาวใช้”
เขาเอื้อมมือไปแตะปลายนิ้วนางเบา ๆ จนฮวาเสียนสะดุ้ง
“จงอยู่กับข้า เ้าไม่จำเป็ต้องเป็ขี้ข้าให้ใครอีก”
“ท่าน...ข้าไม่อาจ”
“เ้ากำลังหนี และข้าก็เป็เป้าหมายของคนที่ตามล่าข้า”
เขาพูดเสียงนิ่ง เ็า
“เรา...เหมือนกันมากกว่าที่เ้าคิด ฮวาเสียน”
นางเงียบ
ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นช้า ๆ ราวกับกำลังเตรียมประโยคที่อาจทำให้หัวใจนางวายไปได้
“อยู่กับข้า...เ้าอาจต้องเสี่ยงตายทุกวัน”
“แต่ข้าสัญญา...คืนไหนที่เ้าหนาว ข้าจะเป็ผ้าห่มให้”
ฮวาเสียนตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมเบิกโพลง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วหลบสายตา
“ขะ...ข้าจะพิจารณา”
เสียงเขาหัวเราะในลำคออย่างพึงใจ
“พิจารณาเร็ว ๆ ก่อนที่ข้าจะเผลอทำอะไรกับเ้าก่อนคำตอบ”