ระบบเทพยุทธ์แห่งวันสิ้นโลก : จูหงเฟย

    บทที่ 44 ไม่สะทกสะท้าน

      เมื่อเด็กชายจูหงเฟยได้ระหัสปฏิบัติการประจำตัวนักรบพลังปราณ GM-21 มาแล้ว พี่พฤกษาอี้จึงกล่าวขึ้นว่า "ท่านผู้อาวุโสจูขอรับ เดี๋ยวพวกเราจะไปที่แผนกทดสอบสมรรถภาพร่างกายของนักรบพลังปราณที่ชั้น 8 กันนะขอรับ ตอนนี้ข้าน้อยได้ให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึกฯทำการเปิดเครื่องทดสอบสมรรถภาพร่างกายในด้านต่างๆ รวมถึงเตรียมการบันทึกข้อมูลของท่านผู้อาวุโสเอาไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ"


      "ไปกันเลยครับพี่พฤกษาอี้ ผมก็อยากจะรู้สมรรถภาพร่างกายของผมว่าเป็นยังไงบ้างเมื่อเทียบกับนักรบพลังปราณแรงค์ E จากทั่วโลกน่ะครับ" จูหงเฟยกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น



      *นักรบพลังปราณ ระหัส GM-21 *

      ชื่อ : จูหงเฟย


      อายุ : 11 ปี


      กายาปราณ : กายาปราณแห่งมิติ


      สถานะพิเศษ : ผู้อาวุโสแห่งโลกวิถีปราณ

      ขอบเขต : แรงค์ E [ ขั้นกายาพื้นฐาน ]

      ระดับ : เลเวล 8

      สังกัด : ศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณแห่งประเทศจีนา 

      ส่วนสูง : 153 เชนติเมตร


      น้ำหนัก : 47 กิโลกรัม


      กรุ๊ปเลือด : A 

      สภาพร่างกายโดยทั่วไป : เเข็งแรงสมบูรณ์ดีมาก ไม่มีโรคทางพันธุกรรมและไม่มีโรคใดๆภายในร่างกาย


      เมื่อการตรวจเบื้องต้นแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่แผนกทดสอบสมรรถภาพร่างกายก็บอกกับจูหงเฟยว่า "ตอนนี้ขอเชิญท่านผู้อาวุโสจูทำการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายโดยเครื่องวัดสมรรถภาพร่างกายชนิดต่างๆได้แล้วครับ"


      จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาจูหงเฟยไปที่เครื่องวัดพลังหมัด ซึ่งก็คล้ายๆกับเครื่องเล่นต่อยหมัดในสวนสนุกหรือในห้างสรรพสินค้า แต่มีขนาดที่ใหญ่โตและดูไฮเทคกว่าหลายเท่า

      จูหงเฟยตั้งสมาธิกำหนดลมหายใจด้วยเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลแล้วต่อยเปรี้ยงเข้าไป

      ผลปรากฏว่าแรงต่อยทั้งหมัดซ้ายและหมัดขวาของจูหงเฟยนั้นวัดได้ 1,500 psi [ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ] ซึ่งก็ใกล้เคียงกับสถิติของลุงไมค์ ไทสัน นักมวยอาชีพรุ่นเฮฟวี่เวท ที่ทำไว้ได้ 1,600 psi 


      จูหงเฟยมองดูผลงานของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ จากนั้นเขาจึงถามเจ้าหน้าที่ของแผนกทดสอบสมรรถภาพร่างกายว่า สถิติแรงต่อยที่ดีที่สุดของนักรบพลังปราณทั่วทั้งโลกในแรงค์ E นั้นอยู่ที่เท่าไหร่


     


      ทางเจ้าหน้าที่จึงตอบออกมาในทันทีเหมือนกับเขาท่องจำเอาไว้จนขึ้นใจว่า "2,100 psi ครับ ท่านผู้อาวุโสจู"

      "เขาเป็นนักรบพลังปราณสังกัดศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณแห่งประเทศรัสเทียส และเป็นผู้ที่มีกายาปราณแห่งปฐพี แรงค์ E : เลเวล 9 ครับ"


      ได้ยินดังนั้นจูหงเฟยก็หน้าจ๋อยลงในทันที "โห..ไอ้เจ้านักรบพลังปราณจากประเทศรัสเทียสคนนั้นมันเป็นหมีขาวกลับชาติมาเกิดรึยังไงกันนะ มันถึงได้มีแรงต่อยชนิดที่ควายเรียกพี่แบบนั้น เฮ้อ..เส้นทางซุปเปอร์ฮีโร่ของเรา ทำไมมันมีอุปสรรค์เยอะนักนะ เฮ้อ.." จูหงเฟยบ่นอุบออกมาอย่างไม่อายใครทั้งสิ้น


      พี่พฤกษาอี้จึงเข้ามาปลอบจูหงเฟยว่า "คือว่า..โดยปรกติแล้วกายาปราณแต่ละกายาปราณจะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันขอรับ"

      "เช่นกายาปราณแห่งปฐพีจะมีความทรงพลัง,กายาปราณแห่งวารีจะมีความลื่นไหลต่อเนื่อง,กายาปราณแห่งวายุจะมีความรวดเร็ว,กายาปราณแห่งพฤกษาจะมีพลังแห่งชีวิตที่เข้มข้นน่ะขอรับ"


      "อ้อ..ถึงว่านักรบพลังปราณจากประเทศรัสเทียสคนนั้นมีกายาปราณแห่งปฐพีนี่เองถึงได้แรงเยอะนัก"

      "แล้วกายาปราณแห่งมิติของผมล่ะครับ มีจุดเด่นตรงไหนครับ" จูหงเฟยถามพี่พฤกษาอี้ด้วยความสงสัย


      "คือว่า..กายาปราณแห่งมิติและกายาปราณแห่งกาลเวลา เป็นกายาปราณที่หาพบได้ยากมากขอรับ ดังนั้นข้อมูลที่พวกข้าน้อยรู้จึงน้อยมากๆขอรับ"

      "ท่านผู้อาวุโสจูควรถามท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติจะดีกว่านะขอรับ ข้อมูลจะได้ถูกต้องและชัดเจนที่สุดขอรับ" พี่พฤกษาอี้ตอบ


      "เฮ้อ..ผมก็มีคำถามที่อยากจะถามกับลุงเฉินเยอะแยะเต็มไปหมดครับ แต่ลุงเฉินก็มาเร็วไปเร็วซะเหลือเกิน จะถามอะไรก็ไม่เคยทันเลย เฮ้อ.." จูหงเฟยบ่นเป็นตาแก่ ช่วงหลังๆมานี่จูหงเฟยขี้บ่นยิ่งกว่าตอนที่เขายังเป็นเด็กเยอะมาก


      แล้วผลการวัดสภาพร่างกายในทุกๆด้านของจูหงเฟยก็จบลงไปได้ด้วยดีทั้งในด้านแรงเตะ,ด้านการยกน้ำหนัก,ด้านความอึด,ด้านความเร็ว,ด้านความคล่องตัวและด้านปฏิกริยาในการตอบสนองเมื่อถูกโจมตี


      สรุปผลปรากฏออกมาว่าสภาพร่างกายของจูหงเฟยนั้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง โดยที่มีค่าสมรรถภาพของร่างกายเฉลี่ยอยู่ที่ 85 % เมื่อเทียบกับนักรบพลังปราณแรงค์ E : เลเวล 9 ทั้งหมดบนโลกนี้ ทั้งๆที่จูหงเฟยจูหงเฟยนั้นเพิ่งเลื่อนเลเวลในแรงค์ E ขึ้นมาเป็นเลเวล 8 ได้เพียงแค่ไม่กี่วัน


      แล้วก็มาถึงการทดสอบสมรรถภาพร่างกายของจูหงเฟยในหัวข้อที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือด้านการป้องกันและรักษาตัวเองของร่างกาย


      ในหัวข้อด้านการป้องและหัวข้อด้านการรักษาตัวเองนี้ นักรบพลังปราณแรงค์ E ยังไม่สามารถที่จะเข้ารับการทดสอบได้ เพราะนักรบพลังปราณแรงค์ E ไม่สามารถสร้างเกราะออร่าพลังปราณขึ้นมาป้องกันตัวและใช้พลังปราณที่สะสมในร่างกายมารักษาตนเองได้ หากยังไม่ยกระดับขึ้นเป็นแรงค์ D



      แต่จูหงเฟยนั้นไม่เหมือนกับนักรบพลังปราณแรงค์ E ทั่วๆไป เพราะจูหงเฟยนั้นได้รับการฝึกด้วยวิธีทำให้บอบช้ำแล้วรักษาจากระบบเทพยุทธ์มาตั้งแต่อยู่ในแรงค์ E : เลเวล 1 ตอนที่จูหงเฟยอายุ 10 ขวบแล้ว


      จูหงเฟยถูกเจ้าหน้าที่พามายืนอยู่หน้าเครื่องจักรเครื่องหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกับฐานยิงจรวด RPG หลายลำกล้อง

      เจ้าหน้าที่อธิบายว่า เครื่องยิงนี้จะใช้ทำการทดสอบนักรบพลังปราณแรงค์ D ขึ้นไป โดยจะทำการยิงกระสุนยางเข้าใส่จุดต่างๆบนร่างกายของผู้เข้ารับการทดสอบพร้อมๆกัน 11 จุด

      นั่นก็คือ หน้าผาก 1 จุด,หน้าอก 2 จุด,ลิ้นปี่ 1 จุด,สะดือ 1 จุด,หัวไหล่ 2 จุด,ต้นแขน 2 จุด,ปลายแขน 2 จุด,ต้นขา 2 จุด,ข้อเท้า 2 จุด


      โดยเมื่อผ่านการยิงชุดแรกทั้ง 11 จุดไปได้ ก็จะให้นักรบพลังปราณแรงค์ D ที่เข้าทดสอบไปพักรักษาตัวจนกว่าจะหายดี แล้วจึงจะกลับมาเริ่มยิงในชุดที่ 2 และชุดที่ 3.... ต่อไปเรื่อยๆ และการยิงกระสุนยางในแต่ละชุดก็จะเพิ่มความแรงขึ้นไปเรื่อยๆด้วยเช่นเดียวกัน


      นี่คือความแตกต่างระหว่างวิธีทำให้บอบซ้ำแล้วรักษาของระบบเทพยุทธ์กับวิธีการฝึกของนักรบพลังปราณทั่วไป


     


      วิธีของนักรบพลังปราณทั่วไปนั้นจะเตรียมสภาพร่างกายมาให้พร้อมแล้วเข้าทำการทดสอบ เมื่อทดสอบไปแล้วไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน นักรบพลังปราณก็จะได้รับการรักษาเป็นอย่างดีจนหายสนิท แล้วจึงจะเข้าทำการทดสอบในครั้งต่อไป


     


      แต่วิธีการซาดิสม์ของระบบเทพยุทธ์นั้น จะต้องทำให้ร่างกายบอบซ้ำแล้วรักษา *อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง* นั่นหมายความว่า ใน 1 วันจะทำให้ร่างกายบอบช้ำแล้วรักษากี่ครั้งก็ได้ ยิ่งทำได้หลายครั้งก็จะยิ่งมีการป้องกันของร่างกายที่ดีขึ้น


      ได้ยินดังนั้นจูหงเฟยก็ถึงกับโล่งอก "ดีแล้ว..ดีแล้ว..ไอ้เจ้าระบบซาดิสม์นั่นแม้แต่ช้างน้อยของเรามันก็ยังไม่เว้น วิธีของทดสอบของศูนย์ฝึกฯนี่ดีกว่าของไอ้ระบบเผด็จการนั่นจริงๆ ยิงกระสุนยางเข้าใส่แค่ 11 จุด แต่ไม่ยิงใส่ช้างน้อย นี่สิเค้าถึงจะเรียกว่าการฝึกแบบผู้มีอารยธรรม ไม่เหมือนไอ้ระบบเทพยุทธ์เฮงซวยนั่น" จะหงเฟยบ่นไปด่าไป


      "ท่านผู้อาวุโสจูครับ ท่านพร้อมแล้วรึยังครับ การยิงชุดแรกนี้เราจะใช้ความแรงในการยิงที่ขอบเขตการป้องกันร่างกายของแรงค์ D : เลเวล 1 นะครับ" เจ้าหน้าที่ถามจูหงเฟย จูหงเฟยจึงพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบรับ


      ตู้ม..!!!! ลูกกลมกระสุนยางชุดแรกทั้ง 11 ลูก ถูกยิงเข้าใส่ร่างกายด้านหน้าของจูหงเฟยอย่างรุนแรงและแม่นยำพร้อมๆกัน


      "เอ๋..ไม่เจ็บไม่ปวดเลยแฮะ งั้นลองยิงใส่ด้านหลังผมหน่อยครับ" ว่าแล้วจูหงเฟยก็หันหลังให้กับเครื่องยิง


      ตู้ม..!!!! ลูกกลมกระสุนยางถูกยิงเข้าใส่ด้านหลังของจูหงเฟยแต่จูหงเฟยก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดใดๆ


      หลังจากที่ผ่านการยิงไปหลายชุดแล้วจูหงเฟยก็จะทำการรักษาตัวเองในทันทีที่ยิงเสร็จไปในแต่ละชุดและได้มีการตรวจร่างกายยืนยันแล้วว่าจูหงเฟยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลยแม้แต่นิดเดียวหลังจากที่จูหงเฟยทำการรักษาตัวเองจนหายดีแล้ว ทำเอาบรรดาเจ้าหน้าที่และพี่พฤกษาอี้ถึงกับตกตะลึงจนสตั้นไป 10 วินาที

      เพราะขอบเขตที่เเท้จริงของจูหงเฟยนั้นคือแรงค์ E : เลเวล 8 แต่จูหงเฟยกลับมีร่างกายที่สามารถป้องกันการโจมตีและรักษาตัวเองได้เท่ากันกับแรงค์ D : เลเวล 5 ซึ่งสามารถใช้พลังปราณที่สะสมเอาไว้ในร่างกายสร้างเป็นเกราะออร่าพลังปราณขึ้นมาคลุมป้องกันร่างกายไปทั่วทั้งร่างได้



      นี่ทำให้พี่พฤกษาอี้ถึงกับดีใจจนแทบที่จะร้องให้ออกมา เพราะจากนี้ไปการฝึกของผู้ที่มีกายาปราณทั่วทั้งโลกสีน้ำเงินใบนี้ก็จะพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในหัวข้อด้านการป้องกันและในหัวข้อด้านการรักษาตัวเองของตัวนักรบพลังปราณเมื่อต้องเข้าปะทะต่อสู้กับพวกอสูร


      หวอๆๆๆ..หวอๆๆๆ เสียงไซเรนเตือนสถานะการณ์ฉุกเฉินดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียงประกาศออกมาว่า "ขณะนี้ทางองค์กร UN : SW กำลังจะทำโจมตีโดยการยิงจรวดขีปนาวุธนิวเคลียร์พลังทำลายขนาด = 500 กิโลตัน 


    เข้าใส่ประตูมิติ 2 ประตูที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติก ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกท่านประจำตำแหน่งโดยด่วน"


      [ ระเบิดนิวเคลียร์ที่ถล่มเมืองฮิโรชิม่ามีพลังทำลายขนาด = 15 กิโลตันและเมืองนางาซากิมีพลังทำลายขนาด = 21 กิโลตัน ]


      "พร้อมทั้งขอเชิญท่านปรมาจารย์อี้คุนและท่านผู้อาวุโสจูหงเฟยมาที่ห้องวอร์รูมโดยด่วน"


      หวอๆๆๆ..หวอๆๆๆ..














     

    คล้ายกับเรื่องระบบเทพยุทธ์แห่งวันสิ้นโลก : จูหงเฟย ที่คุณอ่าน