มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 155 : ภูเขาหมอก

    ตอนที่ 155 

     

    "เดี๋ยวก่อนนายท่าน"  

     

    ผู้ใหญ่บ้านรีบเข้ามาขวางทาง เมื่อเห็นว่าชิงเทียนและพรรคพวกกำลังจะออกเดินทาง  

     

    "ข้าขอเตือนท่านสักหน่อย หากท่านจะเดินทางไปยังเมืองเหยา ข้าแนะนำให้ท่านเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านภูเขาหมอก" 

     

    "ภูเขาหมอก?" ชิงเทียนเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย 

     

    "ใช่แล้ว" ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าด้วยสีหน้ากังวล  

     

    "ช่วงหลังมานี้มีนักเดินทางหลายคนที่หายตัวไป หรือกลับมาด้วยสภาพที่หวาดกลัว เล่าว่าถูกวิญญาณร้ายทำร้ายบนภูเขานั้น หมอกที่นั่นก็หนาทึบผิดปกติ แม้แต่คนหมู่บ้านหรือพวกโจรเองก็ไม่กล้าย่างกลายเข้าไป" 

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความสนใจของชิงเทียนก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที อีกทั้งเขายังรู้สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง เป็นไปได้หรือไม่ว่าหมอกหนาทึบนั้นอาจซ่อนบางอย่างเอาไว้ 

     

    "ท่านพอจะเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังได้มากกว่านี้หรือไม่?" ชิงเทียนถามด้วยความใคร่รู้ 

     

    ผู้นำหมู่บ้านเล่าว่าเหตุการณ์ประหลาดบนภูเขาหมอกเริ่มขึ้นเมื่อประมาณสามเดือนก่อน ตอนแรกเป็นเพียงเสียงร่ำไห้โหยหวนที่ดังมาจากยอดเขาในยามค่ำคืน ต่อมาก็เริ่มมีนักเดินทางหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หรือบางคนที่โชคดีรอดกลับมาได้ก็มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ เล่าถึงเงาร่างที่น่ากลัวและพลังงานเย็นเยือกที่เข้ามากัดกินวิญญาณ 

     

    "ดูเหมือนว่าภูเขาหมอกแห่งนั้นจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ อีกทั้งภารกิจ 5 ดาวที่รับมายังเป็นการกำจัดเจียงซื่อ แม้จุดหมายจะอยู่ห่างไกลออกไปแต่การที่สถานที่แห่งนี้มีเรื่องวิญญาณมาเกี่ยวข้องดูจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ชิงเทียนพึมพำกับตัวเอง 

     

    "เจ้าคิดจะไปสำรวจที่นั่นหรือ?" เยี่ยกวานจงถามด้วยความเป็นห่วง 

     

    ชิงเทียนหันมายิ้มให้พรรคพวก "ข้าเพียงแค่อยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หากเป็นเพียงเรื่องเล่าที่เกินจริง พวกเราก็จะได้เดินทางต่อไปโดยไม่ต้องกังวล แต่ถ้ามีวิญญาณร้ายอยู่จริงๆ การปล่อยไว้ก็อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนมากขึ้น" 

     

    "ข้าจะไปกับเจ้า" ซินเมิ่งหยูกล่าวด้วยความแน่วแน่ คนอื่นที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ต้องยอมตามไปแต่โดยดี เพราะถึงอย่างไรหากเทียบด้านความแข็งแกร่งและสติปัญญา พวกเขาก็พร้อมใจมอบให้ชิงเทียนเป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้ 

     

    "เช่นนั้นพวกเราก็เปลี่ยนเส้นทางไปยังภูเขาหมอกกันก่อน" ชิงเทียนตัดสินใจ 

     

    หลังจากกล่าวลาผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้าน ชิงเทียนและพรรคพวกก็มุ่งหน้าไปยังภูเขาหมอกโดยไม่ฟังคำแนะนำเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นทำให้ผู้นำหมู่บ้านรู้สึกผิดอยู่ในใจที่ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดพวกเขาได้  

     

    "พวกเขาไม่เป็นอะไรหรอก หากฟังจากคนที่ถูกช่วยมา ชายคนนั้นคงจะแข็งแกร่งมากทีเดียว" 

     

    "ข้าเองก็หวังอย่างนั้น" ผู้นำหมู่บ้านได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะพาพี่น้องไป๋ชุน ไป๋หลี่ และคนอื่นๆไปรักษาคนเจ็บที่พวกชิงเทียนช่วยชีวิตไว้ 

     

    เมื่อเข้าใกล้ภูเขาหมอก บรรยากาศโดยรอบก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด แสงแดดที่เคยส่องสว่างจ้ากลับดูหม่นแสงลง หมอกสีขาวขุ่นเริ่มปกคลุมไปทั่วบริเวณ หนาทึบจนแทบจะบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า 

     

    "หมอกหนาขนาดนี้ มองอะไรไม่เห็นเลย" กู่ไท่หยางบ่นอุบ 

     

    "ระวังตัวด้วย" ชิงเทียนเตือน เขาหันไปหาเยี่ยกวานจงพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

     

    "หากมีสิ่งผิดปกติให้รีบบอกข้าเป็นคนแรก" 

     

    เนตรปราณมีความสามารถในการตรวจจับเป็นเลิศ หากมีสิ่งปกติเกิดขึ้นเยี่ยกวานจงอาจสัมผัสได้เป็นคนแรก ดังนั้นชิงเทียนจึงวางใจให้เขาเป็นคนนำทาง 

     

    "เข้าใจแล้ว" 

     

    พวกเขาเดินลึกเข้าไปในภูเขาหมอกอย่างระมัดระวัง ความเงียบปกคลุมไปทั่ว มีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเขาเท่านั้นที่ดังแว่วมาในม่านหมอกที่หนาทึบ พวกเขาสังเกตการณ์โดยรอบอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ต้นไม้ใบหญ้ายังคงอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้หรือสิ่งบ่งบอกถึงการปรากฏตัวของวิญญาณร้าย 

     

    "ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล่าที่เกินจริง" เยี่ยกวานจงกล่าวด้วยความโล่งใจ  

     

    "บางทีนักเดินทางเหล่านั้นอาจจะหลงทางหรือเจอสัตว์ร้ายก็ได้" 

     

    "อย่าเพิ่งด่วนสรุป ข้ายังรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แฝงอยู่ในหมอกนี้ มันเบาบางมาก แต่ก็สัมผัสได้" 

     

    พวกเขาเดินสำรวจไปรอบๆ ภูเขาเป็นเวลานานพอสมควร แต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ หมอกยังคงหนาทึบเหมือนเดิม จนกระทั่งทุกคนเริ่มรู้สึกว่าอาจจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ 

     

    "มองไปทางไหนก็มีแต่หมอก เสียเวลาจริงๆ ข้าว่าเราควรจะรีบเดินทางต่อกันดีกว่า" กวนเสี่ยวหรงเสนอ 

     

    ชิงเทียนพยักหน้าเล็กน้อย "ข้าอาจคิดมากเกินไปหน่อย บางทีเรื่องภูเขาผีสิงอาจถูกอุปโลกน์ขึ้นมาก็ได้…" 

     

    ยังไม่ทันที่ชิงเทียนจะพูดจบ จู่ๆ ก็ปรากฏเงาร่างสีดำทะมึนจำนวนมากพุ่งออกมาจากม่านหมอกที่หนาทึบด้วยความเร็วสูง พวกมันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนที่บาดแก้วหู พุ่งตรงเข้าโจมตีชิงเทียนและพรรคพวกอย่างไม่ทันตั้งตัว 

     

    "ระวัง!" ชิงเทียนตะโกนพร้อมกับชักดาบชิงหลงออกมาป้องกันการโจมตี 

     

    วิญญาณร้ายเหล่านั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่บิดเบี้ยว ดวงตาสีแดงก่ำเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น พวกมันโจมตีด้วยกรงเล็บที่แหลมคมและพลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมารอบตัว 

     

    การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด ชิงเทียนและพรรคพวกต่างใช้ทักษะและความสามารถของตนเองเพื่อต่อสู้กับวิญญาณร้าย เยี่ยกวานจงใช้เนตรปราณเพื่อจับตำแหน่งของศัตรูและโจมตีด้วยพลังปราณ ซินเมิ่งหยูและกวนเสี่ยวหรงใช้เข็มพิษและกระบี่เพื่อสกัดกั้นการโจมตี กู่ไท่หยางใช้พละกำลังมหาศาลในการปัดป้องและโจมตีวิญญาณร้ายที่เข้ามาประชิดตัว 

     

    ชิงเทียนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ดาบชิงหลงในมือฟาดฟันวิญญาณร้ายอย่างเฉียบคม ทุกครั้งที่ดาบสัมผัสกับร่างของพวกมัน จะมีไอสีดำจางหายไป วิญญาณร้ายหลายตนถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว 

     

    แต่ถึงกระนั้น จำนวนวิญญาณร้ายก็ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด พวกมันยังคงพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างไม่ย่อท้อ 

     

    "พวกมันเยอะเกินไปแล้ว!" กวนเสี่ยวหรงร้องด้วยความกังวล 

     

    "อย่าตื่นตระหนก" ชิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  

     

    "พวกมันเป็นเพียงวิญญาณที่ถูกกักขังไว้ ข้าจะหาทางทำลายต้นตอของพวกมันเอง" 

     

    ชิงเทียนสังเกตว่าวิญญาณร้ายเหล่านี้ดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงกับหมอกที่หนาทึบ เมื่อวิญญาณตนใดถูกทำลาย หมอกบริเวณนั้นก็จะจางลงเล็กน้อย 

     

    เขาตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าไปยังจุดที่หมอกหนาที่สุด โดยเชื่อว่าต้นตอของวิญญาณร้ายจะต้องอยู่ที่นั่น 

     

    ชิงเทียนใช้พลังปราณทะยานขึ้นไปบนยอดเขา โดยมีพรรคพวกคอยคุ้มกันอยู่เบื้องหลัง เมื่อมาถึงจุดที่หมอกหนาที่สุด เขาก็พบว่ามีพลังงานมืดมิดที่เข้มข้นแผ่ออกมาจากบริเวณนั้น 

     

    "ที่นี่เอง..." 

     

    ทันใดนั้น วิญญาณร้ายตนหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าตนอื่นๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น มันมีรูปร่างคล้ายปีศาจ ดวงตาสีแดงเพลิงจ้องมองมาที่ชิงเทียนด้วยความเกลียดชัง 

     

    "แก... ผู้บุกรุก!" เสียงคำรามก้องกังวานของวิญญาณร้ายร่างมหึมาดังสนั่นไปทั่วบริเวณ หมอกดำที่เคยหนาทึบเริ่มบิดเบี้ยวราวกับมีชีวิต ดวงตาสีแดงเพลิงของมันจ้องเขม็งมายังชิงเทียน ราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ 

     

    ชิงเทียนยืนหยัดอย่างมั่นคง ดาบชิงหลงในมือเปล่งประกายสีดำสนิท สะท้อนแสงสีทองที่เริ่มสาดส่องลงมาจากท้องฟ้าเมื่อหมอกเริ่มจางหายไป 

     

    "เป็นแค่วิญญาณชั้นต่ำแต่กล้าอวดดีนักนะ" ชิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แม้ความรู้ด้านศาสตร์วิญญาณของเขาจะไม่ได้โดดเด่น ทว่าหากเทียบกับศิษย์อย่างโกมินทร์ เขานั้นเหนือกว่าหลายขุม 

     

    วิญญาณร้ายร่างยักษ์คำรามอีกครั้ง พลังงานมืดมิดรอบตัวมันเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของกรงเล็บขนาดใหญ่ พุ่งเข้าโจมตีชิงเทียนด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว 

     

    ชิงเทียนเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด กรงเล็บมหึมาเฉียดร่างของเขาไปเพียงเล็กน้อย แรงลมจากการโจมตีทำให้เสื้อผ้าของเขาปลิวไหว 

     

    "เร็วเข้า! รีบไปช่วยฉู่ชิงเทียน!"  

     

    เยี่ยกวานจงตะโกนพร้อมกับรวบรวมพลังปราณที่ดวงตา ปล่อยลำแสงสีขาวบริสุทธิ์เข้าใส่ร่างของวิญญาณร้าย ส่งผลให้เกิดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พลังงานมืดมิดรอบตัวมันกระเพื่อมไหว 

     

    ซินเมิ่งหยูร่ายมนต์อย่างรวดเร็ว ปรากฏวงเวทสีเขียวเรืองแสงขึ้นรอบตัวเธอ เข็มพิษจำนวนมากถูกปลดปล่อยออกมา พุ่งเข้าใส่จุดสำคัญบนร่างของวิญญาณร้าย แต่ดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงได้ มันเพียงแค่ส่งเสียงขู่คำรามออกมาด้วยความรำคาญ 

     

    ที่บริเวณใกล้กับฝ่าเท้าวิญญาณร้าย กู่ไท่หยางคำรามลั่น ปลดปล่อยพลังปราณอันร้อนแรงดุจดวงอาทิตย์ออกมาจนกล้ามเนื้อทั่วร่างขยายใหญ่ขึ้น เขาพุ่งเข้าใส่ร่างของวิญญาณร้ายด้วยความเร็วราวกับกระสุน พยายามจะดึงความสนใจของมัน 

     

    "ไอ้ปีศาจร้าย! มาสู้กับข้า!"  

     

    กู่ไท่หยางตวัดหมัดที่อัดแน่นไปด้วยคลื่นความร้อนเข้าใส่ขาของวิญญาณร้ายอย่างจัง 

     

    แรงปะทะทำให้ร่างของวิญญาณร้ายเซเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ล้มลง มันหันมาจ้องมองกู่ไท่หยางด้วยความโกรธ ก่อนจะเหวี่ยงกรงเล็บเข้าใส่ร่างของเขา กู่ไท่หยางยกแขนขึ้นป้องกันสุดกำลัง แต่แรงของวิญญาณร้ายก็มหาศาลจนทำให้เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว 

     

    ในขณะที่พรรคพวกกำลังต่อสู้เพื่อถ่วงเวลา ชิงเทียนได้ใช้มือสร้างรูปแบบการโจมตีขึ้นมา ดอกบัวสีแดงเพลิงปรากฏขึ้นกลางอากาศ ความร้อนที่แผ่ออกมาไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงกายเนื้อแต่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ กระทั่งซินเมิ่งหยูก็ยังอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ เธอคิดว่าชายหนุ่มเผยความสามารถที่มีออกมาหมดแล้วแต่กลายเป็นว่านั่นคือส่วนหนึ่งของยอดน้ำแข็งเท่านั้น บางทีความแข็ฃแกร่งที่แท้จริงของชิงเทียนอาจเทียบเท่าหรือเหนือกว่าศิษย์ฝ่ายในเสียด้วยซ้ำ 

     

    "บัวนรกผลาญวิญญาณ" 

     

    ชิงเทียนคำรามลั่น ดอกบัวเพลิงประทุขึ้นราวกับพายุเพลิงอันบ้าคลั่ง วิญญาณร้ายร่างยักษ์พยายามยกกรงเล็บขึ้นมาปัดป่าย แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์พลังทำลายล้างของดอกบัวเพลิงรุนแรงเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้ 

     

    เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างกายที่บิดเบี้ยวของมันเริ่มแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พลังงานมืดมิดที่เคยปกคลุมอยู่รอบตัวค่อยๆ จางหายไป วิญญาณร้ายส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างทั้งหมดจะสลายกลายเป็นไอสีดำจางๆ ลอยหายไปในอากาศ แน่นอนว่าการโจมตีทางกายภาพนั้นไม่มากพอที่จะทำลายมันลงได้ ชิงเทียนจึงใช้วิธีโจมตีจิตวิญญาณโดยตรง 

     

    เมื่อวิญญาณร้ายร่างยักษ์ถูกกำจัด วิญญาณร้ายตนอื่นๆ ที่เคยโจมตีพวกเขาก็เริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด พวกมันส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่จะค่อยๆ สลายหายไปในม่านหมอกที่กำลังจางลง 

     

    การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและความเหนื่อยล้าของชิงเทียนและพรรคพวก 

     

    ชิงเทียนหอบหายใจเล็กน้อย มองไปยังจุดที่วิญญาณร้ายร่างยักษ์เคยยืนอยู่ พลังงานมืดมิดที่เคยปกคลุมบริเวณนั้นได้หายไปจนหมดสิ้น 

     

    "สำเร็จแล้ว..." เยี่ยกวานจงกล่าวด้วยความโล่งใจ 

     

    กู่ไท่หยางลูบแขนตัวเองที่ยังคงชาอยู่ "พลังของเจ้านั่นมันร้ายกาจจริงๆ" 

     

    ชิงเทียนพยักหน้า "มันเป็นวิญญาณร้ายที่มีพลังมาก อาจจะถูกกักขังอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานาน" 

     

    เขามองไปยังหมอกที่กำลังจางลงเผยให้เห็นปากถ้ำที่มืดมิด  

     

    "ดูเหมือนว่าต้นตอของเรื่องทั้งหมดจะอยู่ในถ้ำนั้น" 

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน