สิบปีผ่านไป...ูเาศิลาเหลืองที่เคยเงียบสงบมานานหลายปีตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วสิบปีก่อนภายในป่าตรงเชิงเขาได้เกิดเสียงร้องของทารกน้อยดังขึ้นมาและนั่นก็คือสัญญาณแห่งความวุ่นวายที่ทำลายความสงบสุขของป่าแห่งนี้!ในวันนั้นหมอจูได้ถูกลักพาตัวมาจากเมืองศิลาเหลืองที่อยู่ห่างจากเขาไปไม่ไกลนักเพื่อมาทำคลอดให้กับสตรีนางหนึ่ง
ในวันเดียวกันนั้นทั่วทั้งจักรวรรดิต้าหลี่ได้เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ขึ้นและก็เป็วันเดียวกับที่เด็กน้อยนามมู่อี้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้!
ที่ด้านหน้ากระท่อมไม้สตรีนางหนึ่งกำลังนั่งมองไปยังเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มแม้ว่านางจะอยู่ในชุดของชาวบ้านธรรมดาและใบหน้าซีดขาวเล็กน้อยแต่สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่อาจปกปิดความงดงามของนางได้เลยในดวงตาของนางที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นนั้นหากสังเกตดีๆยังคงเต็มไปด้วยความกังวลที่แฝงอยู่
หลังจากมู่อี้เกิดมาได้ห้าปีก็ถูกมู่หรงเหอเคี่ยวกรำอย่างหนัก!ทุกๆวันจะต้องฝึกฝนจนหมดสิ้นเรี่ยวแรง!โชคดีที่มู่อี้นั้นเป็เด็กร่าเริงและหลงไหลในการต่อสู้จึงทำให้การฝึกฝนของมู่หรงเหอนั้นเป็ไปอย่างราบรื่นจะมีก็แค่มู่หงผู้เป็มารดาเท่านั้นที่เป็กังวลและเ็ปเวลาเห็นมู่อี้ตัวน้อยฝึกฝนอย่างยากลำบาก!
“วันนี้พอก่อน!”
ชายร่างใหญ่ผมขาวที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยชรากล่าวออกมาพลางมองไปที่มู่อี้ตัวน้อยตรงหน้าอย่างพึงพอใจผลการฝึกฝนของมู่อี้ตลอดห้าปีมานี้เรียกได้ว่ายอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมเกินบรรยาย!วิธีการฝึกที่มู่หลงเหอใช้นั้นเป็วิธีการฝึกฝนของกองทหารชั้นยอดแห่งจักรวรรดิ
อย่างไรก็ตามหลังจากที่มู่อี้อายุครบเจ็ดขวบมู่หรงเหอจึงค้นพบความจริงว่ามู่อี้เป็เด็กที่พิเศษกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้...และหลังจากนั้นมาภายในสามปีนี้จนมู่อี้อายุครบสิบขวบวิธีการฝึกฝนจึงไม่ใช่รูปแบบของเด็กที่ทางกองทัพรับเลี้ยงและฝึกฝนเอาไว้แต่ต่อไป!แต่เป็ระดับการฝึกฝนของกองทหารอย่างแท้จริง!
เด็กอายุเพียงเจ็ดขวบที่ฝึกฝนตามระบบของกองทัพอันเกรียงไกรแห่งจักรวรรดิมาโดยไม่บกพร่องแม้แต่น้อย...หากเื่นี้หลุดรอดออกไปก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้คนมากเท่าไหร่ที่ต้องอับอายกับการฝึกฝนของมู่อี้!
“ลุงเหอ!ทำไมวันนี้การฝึกจบลงเร็วนักล่ะ?แบบนี้ข้าออกไปเล่นบนเขาได้หรือไม่?”
มู่อี้ถามออกมาด้วยท่าทีไร้เดียงสาแต่ในใจกลับเบิกบานอย่างถึงที่สุด!หลายปีมานี้เขาทุ่มเทเกี่ยวให้กับการฝึกฝนอย่างหนักและมีเพียงมู่หรงเหออนุญาตเท่านั้นถึงจะออกไปเที่ยวเล่นบนเขาได้ั้แ่เล็กจนโตมู่อี้นั้นไม่เคยลงจากเขาเลยแม้แต่ก้าวเดียวทั้งหมดนี้เป็เพราะการอบรมสั่งสอนของมู่หรงเหอจึงทำให้มู่อี้อยู่ในกฎระเบียบที่ถูกตั้งเอาไว้อย่างเคร่งครัด!ขณะเดียวกันมู่หรงเหอเองก็มีความมั่นใจว่าบนเขาศิลาเหลืองแห่งนี้จะไม่มีสิ่งใดทำอันตรายต่อมู่อี้ได้อย่างแน่นอน!
“ไปเถอะแต่เ้าอย่าลืมข้อตกลงของเรา!”
มู่หรงเหอกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึมส่วนทางด้านมู่อี้ก็พยักหน้ารัวๆคล้ายไม่้าเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไปเห็นท่าทางของเด็กน้อยตรงหน้ามู่หรงอี้ที่กำลังก้าวเขาสู่วัยชราก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าถอนหายใจออกมาหลายปีที่เลี้ยงดูมู่อี้มานั้นความรู้สึกของเขาก็เห็นมู่อี้ไม่ต่างจากลูกหลานคนหนึ่ง!
“ท่านแม่ข้าไปก่อนนะ!แล้วข้าจะรีบกลับมาก่อนค่ำ!”
มู่หงกล่าวตักเตือนด้วยความเป็ห่างอยู่ไม่กี่คำก็ยิ้มส่งให้มู่อี้ที่ะโโลดเต้นวิ่งจากไปในเขาศิลาเหลืองแห่งนี้ได้ถูกมู่หรงเหอปกครองมาหลายปีแล้วอันตรายใดๆก็ตามที่มีภัยคุกคามต่อมู่อี้ก็ถูกกำจัดออกไปทั้งหมดเช่นกัน!
“หากเขาได้มาเห็นมู่อี้ตอนนี้จะต้องภูมิใจอย่างแน่นอน...พี่เหอทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณในความเสียสละของท่าน”
มู่หงทอดสายตาออกไปยังขอบฟ้าพลางกล่าวออกมาทำให้มู่หรงเหอชะงักไปเช่นกันสำหรับมู่อี้นั้นคือความภาคภูมิใจของเขาอย่างหนึ่ง แต่คุณค่าในตัวมู่อี้ยังมีมากกว่านั้นหลายเท่านัก!มู่อี้คือความหวังของจักรวรรดิต้าหลี่!
“อีกสามวันมู่อี้จะมีอายุครบสิบขวบบริบูรณ์...ถึงวันนั้นข้าจะต้องพาเขาไปยังเมืองศิลาเหลืองเพื่อเข้าร่วมพิธีผสานฟ้าดิน!ในเวลานั้นเมื่อเขาได้ก้าวออกสู่โลกภายนอกบางที...”
มู่หรงเหอกล่าวออกมาอย่างลังเลแต่ทว่าใบหน้าของมู่หงกลับยิ้มออกมาอย่างงดงามคล้ายจะเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายจึงกล่าวแทรกออกมา
“ตัวข้า...ข้าย่อมรู้ดีที่สุด!พี่เหอ...เวลาของข้าเหลืออีกไม่นานแล้วข้าไม่้าให้ความเห็นแก่ตัวของข้ามาฉุดรั้งเขาไว้อีกอย่างมู่อี้ยังเด็กนัก...หากเป็ไปได้เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าเองก็ไม่อย่างให้มันส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขา”
กล่าวจบมู่หงก็ไออกมาเล็กน้อยทำให้มู่หรงเหอต้องรีบเข้าไปดูอาการนางอย่างกังวลในวันที่มู่อี้เกิดมานั้นหมอจูได้กล่าวไว้ว่าโอกาสรอดของแม่ลูกคู่นี้มีเพียงห้าส่วนเท่านั้นและ์เองก็ทรงเมตาให้ทั้งคู่รอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัยอย่างไรก็ตามไม่มีสิ่งใดที่จะสมปรารถนาไปทุกเื่! เนื่องจากร่างกายของทารกน้อยนั้นผิดปกติจึงทำให้มู่หรงอี้ต้องรับภาระอย่างหนักรวมกับอาการาเ็ที่สั่งสมมานางจึงต้องเผาผลาญพลังชีวิตไปจนแทบหมดสิ้นเพื่อให้ทารกน้อยเกิดมาได้อย่างปลอดภัย
หลังจากนั้นมาร่างกายของมู่หงก็อ่อนแอลงเรื่อยๆทว่าเพื่อไม่้าให้มู่อี้รู้เื่นี้นางจึงต้องฝืนทนเอาไว้ตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้ามู่อี้และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้มู่หรงเหอปล่อยมู่อี้ออกไปเที่ยวเล่นบนเขา...ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรักษาประคองอาการของมู่หงโดยที่ไม่ให้มู่อี้รับรู้!
“ข้างนอกอากาศเริ่มเย็นแล้วท่านหญิงรีบเข้าไปพักเถอะตอนนี้ยังขาดวัตถุดิบอยู่ไม่กี่อย่าง...ข้าจะรีบกลับมาแล้วค่อยเริ่มการรักษา”
มู่หรงอี้กล่าวจบก็พลิ้วกายหายไปทันทีมองแผ่นหลังของมู่หรงเหอที่เดินจากไปมู่งก็อดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปากแน่นอายุของมู่หรงเหอนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่คนธรรมดาแต่ก็เรียกได้ว่าก้าวเข้าสู่วัยชราแล้ว...การรักษาที่มู่หรงเหอกล่าวออกมานั้นตัวยาที่ทำขึ้นเป็เพียงส่วนเล็กๆเท่านั้น!สิ่งทำคัญที่ทำให้นางยังสามารถฝืนทนอยู่มาจนถึงตอนนี้ได้ก็เพราะว่ามู่หรงเหอถ่ายทอดพลังชีวิตให้กลับนาง!
อีกด้านหนึ่งเด็กน้อยมู่อี้ที่ไม่ได้รับรู้เื่ราวอันน่าเศร้ากำลังเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานบนป่าเขาที่รกชั้นนั้นเด็กชายตัวน้อยควบขี่อยู่บนหลังเสือโคร่งตัวใหญ่พุ่งทะยานไปอย่างหน้าหวาดเสียว
“ฮ่าๆไปเร็วเข้าเ้าลาย! ข้าไม่ได้ประลองกับเ้าดำมาหลายวันแล้ว...คันไม้คันมือจริงๆ”
โฮก!
เ้าลายคำรามออกมาสะนั่นป่าคล้ายตอบรับคำของมู่อี้ก่อนจะเร่งความเร็วไปอีกขั้นหนึ่งบนเขาศิลาเหลืองแห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์ป่ามามายและั้แ่สองปีที่แล้วมู่อี้ในวัยแปดขวบก็ได้กลายมาเป็าาของป่าแห่งนี้!ั้แ่เกิดมามู่อี้ก็มีความพิเศษไม่เหมือนเด็กคนอื่นอีกทั้งความแข็งแกร่งทางกายเนื้อยังเหนือล้ำเกินจินตนาการ! อย่างไรก็ตามความพิเศษของมู่อี้กลับไม่ใช่พลังกายเนื้อแต่เป็กลิ่นอาย...กลิ่นอายของเขาผสานรวมเข้ากับกลิ่นอายฟ้าดินได้อย่างสมบูรณ์ราวกับเป็หนึ่งเดียวกัน!
คุณลักษณะนี้เป็สิ่งที่ผู้คนมากมายใฝ่ฝันถึง!
หลังจากห้อตะบึงมาครู่หนึ่งมู่อี้ที่อยู่บนหลังเ้าลายก็มาทุ่งราบบนเขาซึ่งเต็มไปด้วยหินก้อนใหญ่กระจายอยู่เกลื่อนกราดสายตาของมู่อี้กวาดมองออกไปไม่นานก็พบกับหินก้อนหนึ่งที่มีสีดำสนิท...อย่างไรก็ตามหากมองสังเกตให้ดีจะพบว่าก้อนกลมๆสีดำนั้นไม่ใช่หินแต่เป็ขนหยาบกระด้างของสัตว์ชนิดหนึ่ง!
“เ้าดำตื่นได้แล้ว!ในที่สุดก็หาเ้าเจอ...มาเร็วเข้าวันนี้หากเ้าเอาชนะข้าได้ข้าจะไปขโมยรังผึ้งอันใหญ่มาให้!”
ที่จริงเ้าดำซึ่งก็คือหมีควายตัวใหญ่นั้นรับรู้ั้แ่แว่วเสียงของเ้าลายที่ร้องคำรามมาแต่ไกลแล้วทว่าเื่ของมู่อี้นั้นมันคร้านจะใส่ใจและอีกอย่าต่อให้หนีไปก็เท่านั้นจึงนอนนิ่งอยู่ที่เดิมทว่าเมื่อได้ยินมู่อี้กล่าวถึงรังพึ่งหูที่ตกลงก็พลันตั้งผึ่งขึ้นทันที! ร่างอันมโหฬารพลันลุกยืนขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้ามู่อี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากูเาขนาดย่อมลูกหนึ่ง!
ฮู่!ฮู่!
มู่อี้แม้ไม่เข้าใจอย่างชัดเจนแต่ก็พอจะเดาได้จึงหัวเราะออกมาใช้มือน้อยๆทุบอกตัวเองรับปากว่าหากเ้าดำสามารถเอาชนะเขาได้จะไปขโมยรังผึ้งมาให้แน่นอน!เมื่อข้อตกลงบรรลุเ้าดำก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าหามู่อี้ทันทีฝ่ามืออันใหญ่โตกางกรงเล็บอันแหลมคมออกมาก่อนจะฟาดไปยังมู่อี้อย่างรวดเร็ว!
ภาพนี้หามีคนมาเห็นคงไม่กล้ามองดูอีกต่อไปและในความคิดก็มีเพียงร่างของเด็กชายตัวน้อยถูกฉีกเป็ชิ้นๆเท่านั้นอย่างไรก็ตามสองปีที่ผ่านมานี้ความแข็งแกร่งของมู่อี้นั้นเป็ที่ประจักษ์ของป่า!ประมือกันมาก็หลายครั้งแต่อีกฝ่ายก็เอาชนะมันได้อย่างเฉียดฉิวทุกที!ดังนั้นการต่อสู้กับมู่อี้มันไม่จำเป็ต้องออมมือแม้แต่น้อย!พึ่งน้ำผึ้นอันหอมหวานและสั่งสอนเ้าเด็กอวดดีตรงหน้าครั้งนี้มันจะต้องชนะ!
โฮก!
“ฮ่าๆเ้าเป็หมีนะไม่ใช่เต่า! ทำไมถึงได้อุ้ยอ้ายแบบนั้น!?”
มู่อี้ตัวน้อยหัวเราะไปพลางหลบหลีกการโจมตีไปพลางก่อนจะอาศัยความปราดเปรียวบีนขึ้นบนร่างอันใหญ่โตของเ้าดำ มองดูภาพนี้เ้าลายที่นอนหมอบอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมาคล้ายว่าการต่อสู้ครั้งนี้ได้ถูกตัดสินเอาไว้แล้ว
โฮก! โฮก! โฮก!
ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วยามเ้าหมีดำตัวใหญ่ก็เริ่มหอบหายใจขณะที่เด็กน้อยตรงหน้ายังคงหัวเราะและยั่วยุมันตลอดเวลากายเนื้อของมู่อี้นั้นทั้งแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพละกำลัง! หลังจากการฝึกฝนกับมู่หรงเหอมาห้าปีเพียงแค่ต่อสู้ครึ่งชั่วยามนั้นไม่สามารถทำให้ลมหายใจของเด็กน้อยเปลี่ยนแปลง!
“อะไรกัน?เ้าหมดแรงแล้วงั้นรึ!?อ้า...เห็นทีวันนี้น้ำผึ้งเ่าั้คงไม่ต้องแบ่งให้เ้ากินแล้ว!”
มู่อี้ยั่วยุออกมาอีกครั้งทำให้เ้าดำคำรามออกมาก่อนจะพุ่งเข้าไปหามู่อี้อย่างบ้าคลั่งดวงตาเล็กๆของมู่อี้พลันหรี่เล็กลงในใจคิดว่าได้โอกาสเผด็จศึกแล้ว! สองเท้าเล็กๆจิกลงพื้นจนเป็รอยเท้าก่อนอาศัยการส่งตัวนี้พุ่งราบไปกับหลบการโจมตีของเ้าดำอย่างเฉียดฉิว!พริบตาที่จำดำก้มตัวลงมามู่อี้ก็ได้หยุดอยู่ที่ใต้ท้องของมันแล้วก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้กับมัน
“ย้าก...!”
ปัง! มู่อี้ที่ย่อตัวลงมาะโขึ้นเต็มแรงใช้หัวพุ่งชนเข้าเต็มท้องของหมีดำตัวใหญ่ดวงตาของเ้าดำถลนออกมาจากเป้ารู้สึกเ็ปอย่างถึงที่สุดก่อนจะค่อยๆยืนตัวตรงหงายหลังลงพื้น!
ตึง!
“ฮ่าๆข้าชนะแล้ว! เป็ไงเ้าลาย ข้าเก่งหรือไม่?”
มู่อี้ยืนเทาเอวหัวเราะอย่างมีความส่งขณะที่เ้าลายคำรามตอบส่งๆไปหนึ่งคำหลังจากนั้นหนึ่งเด็กตัวน้อยและสองสัตว์ดุร้ายก็ร่วมมือกันไปขโมยรังผึ้งจนสร้างความวุ่นวายไปทั่วทั้งป่าตลอดทั้งวันใบหน้าของมู่อี้ประดับไว้ด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขมองดูดวงตะวันใกล้ตกดินมู่อี้จึงร่ำราสหายทั้งสองแล้วกลับไปยังกระท่อมไม้ตรงเชิงเขา...
สามวันต่อมายามรุ่งอรุณมู่อี้และมู่หรงเหอก็ยืนอยู่ที่หน้ากระท่อมไม้ร่ำรามูหงเพื่ออกเดินทางไปยังเมืองศิลาเหลืองวันนี้เป็วันที่เขาอายุครบสิบปีบริบูรณ์และต้องเข้าพิธีผสานฟ้าดินเบิกทางสู่การเป็ผู้ฝึกยุทธ์!
“อี้เอ๋อร์ในเมืองมีผู้คนมากมายครั้งนี้เ้าห้ามซนและต้องเชื่อฟังลุงเหอเข้าใจหรือไม่?”
มู่หงกล่าวออกมาอย่างจริงจังก่อนที่มู่อี้จะรีบตบปากรับคำด้วยความตื่นเต้นหลังจากร่ำรากันมู่หรงอี้ก็พยักหน้าให้กับมู่หงด้วยสายตาที่เป็กังวลมู่หงเห็นเช่นนั้นจึงยิ้มออกมา
“พี่เหอรีบไปเถอะ...ขอให้พวกท่านเดินทางปลอดภัย”
มู่หงยกมือโบกไปมาเฝ้ามองจนกระทั่งแผ่นหลังของทั้งสองคนหายลับตาไปมาถึงตอนนี้นางก็ไม่อาจเก็บอาการไว้ได้ไหวจึงใช้มือปิดปากไอออกมาอย่างแรงมองดูฝ่ามือที่ที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยบุพผาโลหิตดวงตาของนางเกิดการสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วทอดสายตาไปยังเส้นขอบฟ้า...
“ตอนนี้อี้เอ๋อร์ก็โตแล้ว...เป่ยฮัว...ก่อนจะถึงวันนั้นหวังว่า์จะทรงเมตราให้ข้าได้พบท่านอีกสักครั้ง...”