ตึกตระกูลไห่มีขนาดใหญ่โต ของตกแต่งและของโบราณล้ำค่าถูกขนออกมาปัดฝุ่นนำมาตั้งแสดงให้แเื่ได้ชื่นชมข้างกำแพงมีการตั้งโรงทานให้คนยากไร้รอบอาณาบริเวณได้กินอิ่มหนำคืนหนึ่ง
ฉันสวมเสื้อที่เว่ยเชิงทังตัดให้ทั้งที่เขาไม่ได้แตะฉันแม้แต่ปลายเล็บแต่กลับตัดเสื้อได้พอดีตัวชนิดที่ว่าแทบไม่รู้สึกเลยว่านี่เป็เสื้อผ้าใหม่ตะเข็บก็เย็บเรียบร้อยลายผ้าทั้งตัวต่อกันเป็เนื้อเดียวบ่งบอกถึงฝีมือคนตัดได้อย่างดีแถมฉันยังได้รองเท้าลายปักคู่ใหม่ที่เบาสบายเท้า ฉันหมุนตัวมองเสื้อผ้าตัวเองกี่ครั้งก็แทบไม่อยากเชื่อว่าจะได้ใส่อะไรสวยๆ งามๆ แบบนี้ ถึงนี่จะเป็ร่างคนอื่นก็ตาม
“เว่ยเกอเกอซะเปล่า” เจินจูยิ้มแฉ่งแต่แล้วก็หลบตา “คืนนี้...ดูดีมากเลยนะ...คุณภรรยา”
“คนงามเพราะแต่งหรอกแต่เดิมร่างนี้ก็สวยอยู่แล้วด้วย” ฉันยิ้ม ท่าทางเขินของเขาทำเอาฉันเขินด้วยเลยปัดโธ่...“ขอบใจที่ช่วยเื่เครื่องสำอางนะ”
“แน่นอนเื่เครื่องสำอางก็เป็เื่ที่เราพอมีความรู้อยู่บ้าง เพราะสตรีจะเปล่งโฉมได้งดงามที่สุดก็เมื่อตอนที่นางรู้สึกว่าตัวเองนั้นงดงาม...เอาเข้าจริงคือเจเจ้เราเป็คนบังคับให้เรียนรู้ นางจะได้เรียกใช้สอยได้ถนัด”
เจินจูแจ้งชื่อกับยามหน้าประตูเราก็ได้เข้าไปอย่างง่ายดาย พอเข้างานแล้วได้เห็นบ้านใหญ่โตหรูหรา แเื่แต่งตัวเต็มที่ฉันก็มีความรู้สึกว่างานนี้ต้องล่มแน่ๆ
มีคนเดินเข้ามาคุยกับเจินจูมากหน้าหลายตาฉันยิ้มไปอย่างนั้นเพราะไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็ใครและี้เีพูดด้วย
ในที่สุด พอมีโอกาสอยู่ด้วยกันสองคนฉันก็ได้พูดกับเขา
“นี่” ฉันสะกิดเจินจู“ฉันสงสัยมาสักพักแล้ว ยาโถวนี่แปลว่าอะไรเหรอ?”
“แปลว่านังหนูเอาไว้เรียกเด็กหรือสตรีรับใช้ก็ได้ แต่อีกความหมายคือเป็คำเรียกดูถูกสตรี...เราเองก็ไม่รู้จะแปลยังไง... แบบ นังตัวแสบ อย่างนั้นมั้ง?”
“อ้อ...” นึกแล้วก็เคือง “งั้น...ตอนที่ไอ้พี่ชายฆาตกรคนนั้นมันเรียกฉันว่ายาโถว นายเลยโกรธจนเตะผ่าหมากเขาสินะ”
“ก็นะ” เด็กหนุ่มผมขาวยักไหล่“ท่านเป็ภรรยาของเรา บุรุษใดยอมให้ผู้อื่นลบหลู่ภรรยาตนบุรุษนั้นไม่สมควรเรียกตนเองว่าสามี”
“...ขอบใจนะ” ฉันพูดเสียงเบารู้สึกเคอะเขินขึ้นมาหน่อยเมื่อเขาเน้นเื่ภรรยาแถมออกตัวปกป้องฉันขนาดนั้น“ขอบใจที่ปกป้องฉัน ั้แ่มานี่ก็มีนายคอยช่วยอยู่ตลอด...ฉันหวังว่าตัวเองจะช่วยนายได้มากกว่านี้”
“ตอนที่เธอไปพูดจายั่วยุหมอนั่นเื่น้องสาวก็เพื่อให้มันคุมตัวเองไม่อยู่จนหลุดปากพูดความจริงใช่ไหมล่ะ? ทำได้ดีเหมือนกันเธอทำให้ฉันลากประเด็นไปที่น้องสาวเขาได้แบบเนียนๆ” เจินจูยิ้มแฉ่งสำนวนการพูดกลับไปเป็แบบเดิมพอเขายิ้มท่าทางไร้เดียงสาแบบนั้นแทนที่จะยิ้มเ้าเล่ห์น่าปั๊ดเหนี่ยวเขาก็ดูน่ารักขึ้นมากทีเดียว
“อะไรกัน ถึงฉันไม่พูดนายก็ลากประเด็นไปหาน้องสาวเขาได้อยู่ดี”
“แล้วตอนที่บ้านเธอน่ะ ถ้าเธอไม่ช่วยพูดกับคนคุ้มกันคงไม่ได้เข้าไปคุยกับหนงเซียนเซิงง่ายๆ อย่างนั้นหรอกนับว่าเธออ่านสถานการณ์ได้เร็วมาก”
“ฉันพูดไปอย่างนั้นเองความจริงตอนนั้นฉันแอบกลัวนายเหมือนกันนะ”
“อย่าดิสเครดิตตัวเองแบบนั้นสิแม่คุณฉันรึอุตส่าห์พูดจากใจจริง”
“แต่ฉันเกรงใจนี่นายอุตส่าห์หามาเองได้ตั้งสามภาพ เหลืออีกแค่สี่ภาพเองเหมือนฉันเกาะนายกินยังไงไม่รู้”
“จะให้โยนภาพทิ้งไหมจะได้หาใหม่หมดเลย?”เขาถามทีเล่นทีจริงก่อนจะถอนหายใจเฮือก “ฟ่านเอ๋อ ท่านเป็ท่านนั่นแหละไม่ต้องพยายามเป็เราก็ได้ ท่านเป็ท่านก็ดีแล้ว มีเราอยู่หลายตัวโลกนี้รังแต่จะไม่สงบสุข”
“นายไปทำอะไรไว้...?”
“ท่านไม่รู้หรอกว่าความธรรมดาหาได้ยากยิ่งในโลกนี้ท่านเป็มนุษย์ธรรมดาต่อไปก็นับว่าช่วยเราไว้มากโข” เขาพูดกำกวมฉันเซ้าซี้ต่อก็คงไม่พูดอะไร เลยปล่อยไว้แค่นั้นเขาคงเจอคนมาเยอะใน่ชีวิตสิบเจ็ดปีที่นี่ เวลาเพียงไม่กี่เดือนเพียงพอที่จะเปลี่ยนคนนับอะไรกับเกือบสองทศวรรษ
“นั่น” เจินจูพูดต่อชี้ไปทางผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามา สิ่งแรกที่เห็นคือเสื้อผ้าสีขาวสะอาดเหมือนหิมะและเส้นผมดำขลับเขามีใบหน้าเยาว์วัยสะอาดเกลี้ยงเกลาทว่านิ่งสนิทจนน่ากลัว รูปหน้าเป็แบบดาราซีรีส์จีนผิวขาวเนียนละเอียดชวนให้นึกถึงขนมโมจิพูดตามตรงคือเขาขาวไปทั้งตัวจนดูเหมือนเมฆก้อนหนึ่งโดนลมพัดผ่านมา“เ้าชายคนสุดท้อง ไห่หลัว”
“เ้าชายเรอะ...? ชวนให้คิดแบบนั้นจริงๆแฮะ”
ถึงเขาจะไม่เด่น ราวกับเป็หมอกที่ลอยอยู่ในฉากหลังของงานแต่สายตาคนถูกเรียกว่าเ้าชายเ็าพอจะฆ่าคนได้ทีเดียว ถ้าฉันเป็ไห่เจ๋อผีฉันคงพยายามหลีกเลี่ยงน้องคนนี้เอาไว้ถึงที่สุด จ้างให้ก็ไม่กล้าแหยมด้วย
“แล้วนั่นคือวีไอพีของงาน ไห่เจ๋อผี”
เจินจูบุ้ยไปทางผู้ชายหน้าตาดีมากคนหนึ่งไห่เจ๋อผีใส่ชุดที่ดูอลังการระยิบระยับจนฉันมองรายละเอียดไม่เห็นเพราะมันเจิดจ้าเกินไปรัศมีความงามทำเอามองแล้วแสบตาเขาทำให้ใบหน้ารูปพรรณที่แเื่ทุกคนบรรจงจัดมาเสียเต็มที่ดูจืดชืดราวกระดาษแผ่นหนึ่งตรงข้ามกับไห่หลัวผู้เป็น้องราวฟ้ากับเหว
ฉันรู้ตัวว่าเผลออ้าปากค้างก็ตอนเจินจูดันคางเพื่อปิดปากฉัน
“สายตาท่านเห็นบุรุษอื่นงามล้ำจนลืมตัวเราน้อยใจยิ่ง” เขาแกล้งทำหน้าง้ำ
“ตะกี้ใหรอก ไม่ใช่อะไรฉันไม่หลงใครง่ายๆ อย่างนั้นนะ นายบอกเองนี่ว่าหมอนี่วางยาน้อง...”
“อืม แต่เงียบไว้ก่อน อย่าชักสีหน้า”เขาพูดเบาเป็กระซิบ มองตามสายตาเจินจูก็เห็นว่าไห่หลัวเหลือบมองพวกเราจากหางตาแต่สายตานั่นไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มกลัว กลับกัน เขายิ้มเหมือนเห็นเป็เื่สนุก
ไห่เจ๋อผีสังเกตเห็นเจินจูก็แหวกฝูงชนมาถึงตัวพวกเราได้อย่างง่ายดายฉันรีบตบหน้าตัวเองเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็ยิ้มแย้มแจ่มใสตีหน้าเป็สาวออกงานแสนดี
“ไห่เซียนเซิง” เจินจูชิงกล่าวทักทายคนถูกเรียกส่งยิ้มกว้างให้
“น้องเรา ท่านมา”คุณชายไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทุ้มกังวานน่าฟัง ใครได้ยินก็หลงถ้าส่งไปประกวดร้องเพลงรับรองชนะทุกรายการั้แ่ยังไม่ได้ร้องสักคำ
ขณะโดนตบบ่าฉันดูออกว่าเจินจูแอบย่นหน้าเล็กน้อย ส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากฉัน
“เป็เกียรติยิ่งที่ได้พบ”ฉันรีบออกปากทักทาย
“น้องสาวท่านรึ?” ไห่เจ๋อผีถาม
“นางเป็ว่าที่คู่ชีวิต” เจินจูพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ยินดีกับท่านทั้งสอง”
ฟังไปก็ไม่คิดว่าไห่เจ๋อผีจะเป็คนประเภทยืมมือคนอื่นฆ่าคนในครอบครัวยิ่งดูใกล้ๆ ยิ่งแคลงใจว่าเจินจูตัดสินคนผิดหรือเปล่า ผู้ชายคนนี้ดูดีเกินไปนุ่มนวลเกินไป
แต่พอมองตาแล้วก็รู้สึกถึงอะไรไม่ชอบมาพากลซึ่งคาดว่าเจินจูััได้แต่ต้น
“ขอทราบนามอันสูงส่งของแม่นาง”ไห่เจ๋อผีกล่าว สายตาจ้องเขม็งมาที่ฉันดวงตาคู่นั้นเหมือนวังน้ำวนที่สูบผู้คนเข้าไป จ้องนานไม่ได้และดวงตาคู่นั้นทำให้ฉันกลัวจนเผลอคว้าต้นแขนคนที่อ้างตัวเป็ว่าที่สามี
ไห่เจ๋อผีคลี่ยิ้มเบิกบานแต่ฉันไม่เบิกบานด้วย...
ในทางจิตวิทยายังไม่มีการทดสอบที่แยกแยะได้ชัดว่าใครเป็ไซโคพาธ...แค่ว่าถ้าได้เจอก็รู้เองว่าใครใช่ไม่ใช่ตอนนี้สมองฉันส่งเสียงเตือนว่าคุณชายไห่เจ๋อผีอาจเป็ไซโคพาธ...
“เค่อ...ฟ่าน...”ฉันพูดออกไปด้วยความยากลำบาก รู้สึกเหมือนสายตาอีกฝ่ายเป็แมลงไต่ไปทั่วร่างทั้งที่เขาออกจะหน้าตาดีปานนี้แต่ฉันไม่รู้สึกดีกับการโดนเขาเชยชมเลยแม้แต่น้อย
แค่นี้ภาพลักษณ์เทพบุตรที่เขาสร้างไว้ตอนแรกก็พังครืนฉันรู้สึกโล่งใจตอนที่เจินจูพูดอะไรสักอย่างสองสามคำแล้วพาเดินออกจากห้องโถงมายังห้องด้านหลัง
“โล่งอก...” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เป็คนที่มีแรงกดดันสูงจนน่ากลัว”เจินจูลูบผมที่ชี้โด่เด่ให้เรียบ แต่ครู่เดียวมันก็เด้งกลับขึ้นมาอีกครั้งเด็กหนุ่มยอมแพ้แล้วชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่ง
พอเห็นภาพทิวทัศน์ที่แขวนอยู่ฉันก็จำลายเส้นได้
“ภาพของหลงเซีย...!”
“อืม” เขารับคำง่ายดาย
“นายจะมาวาดเลียนแบบมันเหรอ?” ฉันถามเจินจูจ้องม้วนภาพเหมือนจะกลืนเข้าไปก่อนจะพยักหน้า “อ๋อ...นี่เหรอที่บอกว่ามาขอแบบดื้อๆ”
“แต่ไม่ได้เข้ามาแค่เพราะเื่นี้หรอก”เขากระตุกยิ้มมุมปาก เดินเลยออกไปจนถึงนอกตึกก็ได้ยินเสียงโวยวายดังอยู่ด้านหน้า
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
“เื่สนุก เรารีบรุดไปชมดู”
“เจ๋อเอ๋อ!ลืมเลือนข้าพเ้าได้อย่างไรกัน? ปล่อยเรา! เราจะเข้าไปหาเจ๋อเอ๋อ!” ได้ยินเสียงผู้หญิงตวาดจากเกี้ยว
“สงสารเจ๋อ-เอ๋อที่ว่าจริงๆ”เจินจูทำเสียงจิ๊จ๊ะพลางส่ายหน้า จงใจเน้นแต่ละพยางค์
พอนึกได้ว่าเจ๋อเอ๋อหมายถึงใคร ฉันก็เริ่มปะติดปะต่อเื่ได้ทันที
“...ให้ตายสิ...”
เจินจูกลั้นขำจนหน้าแดงก่อนจะเดินตามคนแจ้งข่าวที่วิ่งต๊กๆ เข้าไปยังโถงพิธีหลัก
ในนั้นเ้าสาวในชุดงดงามปิดใบหน้ากำลังเดินไปหาเ้าบ่าวพูดตามตรงคือฉันลืมชื่อเ้าสาวไปแล้วแต่จำได้ว่าเธอสวยกว่าราชธิดา ซึ่งฉันไม่กังขาเลยเพราะแค่เห็นทรวดทรงองเอวจากด้านหลังก็งามเหลือล้ำฉันที่เป็ผู้หญิงยังรู้สึกหวั่นไหวไม่อยากเชื่อว่ามีคนสวยแบบปูนปั้นของศิลปินเอกอยู่บนโลกด้วย
คนแจ้งข่าวกระซิบกระซาบกับบุพการีของคุณชายไห่อยู่นานฉันกวาดสายตามองทั่วห้องโถงก็เห็นว่าไห่หลัวจ้องเขม็งมาที่เราเลยรีบสะกิดเจินจูให้ถอยทัพแต่เขาไม่รู้ตัว ยังคงยืนรอเื่สนุกของเขาต่อไป ผู้ชายหนอผู้ชาย!
“ไล่มันไป...” ฉันได้ยินเสียงแว่วมาเ้าสาวเงยหน้าขึ้นเหมือนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นส่วนตัวการอย่างคุณชายไห่ก็ยืนเหงื่อตก
ทันใดนั้นเอง ดูเหมือนพวกที่ประตูจะเอาไม่อยู่เกี้ยวที่แบกเ้าสาวมาด้วยพุ่งทะยานเข้ามาในตึกและคนข้างในก็ไม่รีรอที่จะประกาศการมาถึงของตน
“เจ๋อเอ๋อ!หากท่านจะตบแต่งนางเหตุไฉนไม่ตบแต่งข้าพเ้าบ้าง?!”
คุณชายหน้าซีดอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งซีดเป็ไข่ต้ม
“ท่าน...เราไม่รู้จักท่าน!”
“จะบอกว่าค่ำคืนที่ร่ำรักกับข้าพเ้าเป็เพียงเื่โกหกอย่างนั้นหรือท่านสัญญากับข้าพเ้าว่าจะทำให้มีความสุข คาดไม่ถึงข้าพเ้ากลับเป็เพียงภรรยาน้อยตามหัวเมืองที่ท่านแวะชม! รู้อย่างนี้น่าจะบิดหัวนมบอดของท่านจนมันกลับด้านออกมา!”
ฉันได้ยินเสียงหัวเราะตามมาบางคนยืนอ้าปากหวอ แต่ถึงขั้นรู้ว่าคุณชายหัวนมบอดคงไม่ใช่คนแปลกหน้ากันแล้วมั้ง
“ข้าพเ้าไม่รู้จักท่าน!”ไห่เจ๋อผีะโแทรก ใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด
“ยะ ยาโถว กล้ากล่าวหาลูกชายเรา...!”คนเป็พ่อตวาดลั่น “นำตัวมันออกไป!”
เ้าสาวยืนตัวสั่น ใครน่าสงสารสุดก็เธอนี่แหละฉันมองไปที่เจินจูที่ยืนเก็บอาการไม่อยู่ สังหรณ์ว่าต้นเื่ก็ไม่ใช่ใครไอ้หมอนี่แน่นอน
ยังไม่ทันไรก็มีเกี้ยวเข้ามาอีกพร้อมกันนั้นเ้าสาวอีกคนก็ะโออกมา
“เจ๋อเอ๋อ!”
บร๊ะเ้าตอนนี้มีเ้าสาวอยู่ในตึกถึงสามคน เล่นเอาแเื่ตะลึงอยู่กับที่ต่างคนต่างตื่นเต้นสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่คนเดียวที่ยังตีหน้านิ่งอยู่ได้คือไห่หลัวเขาเหมือนไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ในสายตา
“ยังไม่จบหรอกนะ...” เจินจูพึมพำไม่ทันขาดคำก็มีเกี้ยวเข้ามาอีก
“เจ๋อเอ๋อ พวกนางเป็ผู้ใด?!”
และมาอีก
“เจ๋อเอ๋อ!”
และมาอีก อีก อีกเบ็ดเสร็จแล้วตอนนี้มีเ้าสาวอยู่ในพิธีถึงสิบคน