ฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง

    บทที่ 34 หัวหน้ามู่

             ร่างสูงในชุดองครักษ์จวนอ๋องหันหลังเดินจากไป ไป๋ชางองครักษ์ของกู้เยว่ฉีกลับมาพอดี นางจึงรีบกระซิบสั่งให้เขาไปตามองครักษ์ผู้นั้น

             “เขาคือคนที่ข้าตามหา เจ้าไปดูทีว่าเขาอยู่ในจวนนี้จริงหรือไม่ ”

             หลังจากทุกคนเดินออกไปจากห้อง ซุนหลันก็หันกลับมา ใบหน้าด้านข้างของนางทำให้มู่จ้านที่ยืนอยู่หน้าประตูเห็นอย่างชัดเจน ขุนพลหนุ่มกำหมัดแน่น เรื่องของนาง เขาจะต้องตามสืบให้ชัดเจน

             จงเป่าหนิงยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มของหลิงจางเหว่ย นางมัวแต่ยืนมองแผ่นหลังของซื่อจื่อหนุ่ม โดยมิได้สนใจสหายของตนที่ก้าวเท้าจากไป มู่จ้านจำได้ว่าจงเป่าหนิงพูดคุยกับกู้เยว่ฉีอย่างสนิทสนม ในตอนที่สองพี่น้องเดินออกจากระเบียงนั้น มู่จ้านก็กระซิบบอกน้องชาย

             “สหายของกู้เยว่ฉีมองซื่อจื่อไม่วางตา มิใช่ว่า จงเป่าหนิงผู้นี้อยากจะเป็นชายาของซื่อจื่อด้วยหรือ ”

             มู่ช่างอมยิ้ม “ข้าก็นึกสงสัยเช่นกัน นางเกาะติดคุณหนูกู้อยู่ไม่ห่าง กระทั่งตามมาถึงนี่ด้วย น่าจะกำลังหาโอกาสเข้าใกล้ซื่อจื่อ ตอนที่นางรู้กู้เยว่ฉีแพ้ในการเขียนลวี่ซือ ข้าเห็นนางแอบยิ้มน้อยๆ ด้วยนะขอรับ”

             “ในเมื่อกำจัดคู่ต่อสู้คนสำคัญไปได้ นางก็ย่อมดีใจเป็นธรรมดา”

             สองพี่น้องหัวเราะหึๆ พากันออกไปคนละทางกับหลิงจางเหว่ย มู่โจวที่หลบมาก่อนเลียบไปตามทางเดินเล็กรอบนอกสวน ไปหลบอยู่ข้างหลังต้นไม้ใหญ่โดยไม่รู้ว่ามีองครักษ์ของกู้เยว่ฉีแอบมองอยู่ ขุนพลมู่สองพี่น้องเดินมายังที่         นัดหมาย

             “พวกเราจะกลับแล้ว เจ้ารีบหาทางหลบออกไปด้วยเถอะ ถ้าแขกกลับหมดเจ้าจะลำบาก”

             “ขอรับ ข้าจะส่งสัญญาณให้เหล่าเซียว”

             ไป๋ชางเลือกตามหลังบุรุษในชุดองครักษ์ไปจึงได้เห็นคนที่ถูกเรียกว่าเหล่าเซียว ประโยคที่คนทั้งสองคุยกันทำเอาองครักษ์สกุลกู้ชะงัก

            “หัวหน้ามู่ เอ๊ย! เหล่าโจว เราจะกลับตอนนี้เลยหรือขอรับ ”

            “ใช่ พี่ชายข้าจะกลับแล้ว ออกไปตรอกด้านหน้าจะได้อาศัยรถม้ากลับจวนด้วย”

            องครักษ์ตัวปลอมทั้งสองตรงไปยังซุ้มประตูใหญ่ทางออกจวนอ๋อง ขณะนั้นมีคุณหนูหลายตระกูลที่ขอตัวกลับก่อน รถม้าจึงถูกนำออกมาจอดเรียงรายไว้ ไม่นานนักมู่โจวกับเซียวเกิงก็ทำตัวเนียนช่วยดูแลรถม้าแล้วหลบหายไปในความมืด

             

            ไป๋ชางกลับมารายงานกู้เยว่ฉีที่รออยู่ในรถม้า “คนผู้นั้นถูกเรียกว่าหัวหน้ามู่ขอรับ พวกเขาแอบหนีออกจากจวนไปแล้ว”

            กู้เยว่ฉียกยิ้มมุมปาก “ข้าตามหาเขามาตั้งนาน เป็นคุณชายสามสกุลมู่นี่เอง เขาไม่เคยปรากฏตัวในงานเลี้ยงใดๆ จึงไม่เคยมีคนหน้ามาก่อน คราวนี้ข้าจะได้ตามถูกคนเสียที”

            กู้เฉินที่แสร้งเมาให้คนแบกมาขึ้นรถม้า จิบน้ำแกงสร่างเมาที่สาวใช้จวนตนเตรียมมาแล้ว ผิวหน้าก็ค่อยหายแดง “พี่หญิง สกุลมู่ทำอันใดหรือขอรับ ”

            “จวนแม่ทัพจับตามองเรา เห็นทีระหว่างราชสำนักกับหลิงอ๋องคงจะกำลังเขม่นกันอยู่ หากว่าสกุลกู้พลาดท่าเข้าไปข้องเกี่ยวกับจวนอ๋อง คงจะหนีไม่พ้นหายนะ”

            กู้เฉินถึงกับชะงัก “สกุลมู่กุมอำนาจกองทัพแดนเหนือ หากว่าจวนอ๋องไม่ยินยอม เมืองหรงเฉินคงจะนองเลือดจริงอย่างที่พี่หญิงคาดไว้”

            “สามขุนพลสกุลมู่น่าจะจับตาท่าทีพวกเราอยู่ งานเลี้ยงเช่นนี้ปกติพวกเขาไม่เคยเข้าร่วม เจอสามพี่น้องในคืนนี้ ข้าเองก็ตกใจเช่นกัน”

            “สามพี่น้อง มีแค่มู่จ้านกับมู่ช่างมิใช่หรือขอรับ ”

             คนเป็นพี่ส่ายหน้า “เจ้ายังไม่เห็น คุณชายสามมู่โจวปลอมเป็นองครักษ์เข้ามาในจวนอ๋อง ดีที่ข้าจำน้ำเสียงของเขาได้”

             “พี่หญิง ท่านเคยได้ยินเสียงของมู่โจวได้อย่างไร ”

             กู้เยว่ฉีชะงัก “เจ้าอย่าใส่ใจเลยน่า เอาเป็นว่าข้ารู้ว่าเป็นเขาก็แล้วกัน คืนนี้เจ้าอุตส่าห์เล่นละครเพื่อจะให้ซุนหลันเข้าจวน ก็วางแผนให้นางคายความลับออกมาก็แล้วกัน”

            “แน่นอน ข้าจะทำให้นางกลายเป็นฝ่ายเราให้ได้”

            “ดี” กู้เยว่ฉียกยิ้มมุมปาก “ปั่นหัวจวนอ๋องให้พวกงวยงงไปเลย ส่วนข้าจะต้องทำให้สามขุนพลพี่น้องนั่นเลิกคิดจะวุ่นวายกับสกุลกู้ แต่ก่อนอื่นวันพรุ่งนี้ เจ้าต้องแฝงตัวไปกับขบวนหลงจู๊เพื่อคุ้มกันทองหนึ่งหีบเข้าเมืองหลวง เตรียมตัวให้พร้อมเล่า”

            “ขอรับ พี่หญิง”

             

            มู่โจวหลบออกมาจากซุ้มประตูจวนอ๋องได้ก็จามออกมาอย่างแรง ชายหนุ่มเช็ดจมูกกับปากพลางบ่น “ผู้ใดนินทาข้ากัน ”

            เซียวเกิงหัวเราะเบาๆ “หวังว่าคงไม่ใช่คนสกุลกู้นะขอรับ”

            “หึ สองพี่น้องนั่นป่านนี้ก็ยังไม่รู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อของจวนอ๋อง เลยสักนิด นางระบำก็ถูกยัดเยียดให้เป็นคนของกู้เฉินไปแล้ว เจ้าไปคิดหาวิธีเอาไว้ เราสองคนต้องเข้าไปในจวนสกุลกู้ให้ได้”

            “แต่ว่านั่นยากมากเลยนะขอรับ”

            “ไม่รู้ล่ะ เจ้าต้องทำให้สำเร็จให้จงได้” มู่โจวโบกมือแล้วกระโดดขึ้นไปบนรถม้าคันใหญ่ของจวนแม่ทัพ

            “เจ้าออกมาเสียที เมื่อครู่ข้าตกใจหมด นึกว่าพวกเขาจะจับผิดเจ้าได้แล้ว” มู่ช่างพูดพลางยิ้มเย้า

            “ไม่มีทาง ถ้าปล่อยให้พวกเขาจับได้ก็เสียชื่อข้าหมดน่ะสิ”

            มู่จ้านสีหน้ายังคงอึมครึม ดูหงุดหงิดอยู่ไม่หาย เขานั่งหลังตรงพิงผนังรถม้า ไม่พูดไม่จา มู่โจวเห็นพี่ชายคนโตอารมณ์ไม่ดีก็ขยับเข้าไปนั่งจนชิด

            “พี่จ้าน หากท่านยังทำใจไม่ได้ ก็เข้าไปซุ่มดูนางในจวนสกุลกู้ดีหรือไม่ ”

            “มีอันใดทำใจไม่ได้กัน สตรีอย่างนาง คู่ควรให้ข้าแอบเข้าไปดูอยู่หรือ ”   มู่จ้านพูดพลางกำหมัดแน่น

            “ท่านไม่ไปก็แล้วแต่ท่าน ส่วนข้าจะต้องเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของแม่นางซุนสักหน่อย ไม่รู้นางรับคำสั่งใดมาจากซื่อจื่อ” มู่โจวสีหน้าเคร่งเครียด

             ครั้นได้ยินว่าน้องชายจะแฝงกายเข้าไปในจวนสกุลกู้ มู่จ้านก็ได้สติ เลิกคิดเรื่องของซุนหลันชั่วคราว “สกุลกู้ดูเหมือนพยายามถอยห่างออกจากจวนอ๋อง กู้เยว่ฉีละทิ้งเป้าหมายเดิมของนางแล้ว แต่ซื่อจื่อคงจะไม่ยอมรามือ”

             “เสี่ยวโจว หากกู้เยว่ฉีไม่แต่งเข้าสกุลหลิง จะเป็นเช่นใด ”

             มู่โจวนิ่วหน้า “เดิมทีข้าคิดว่าหากนางแต่งกับหลิงจางเหว่ย อีกไม่นานคนผู้นั้นก็จะต้องหาสืบหาแบบเรือรบจนเจอ เขาต้องหาฮุบเอาอู่ต่อเรื่องของสกุลกู้แล้วใช้เป็นฐานการต่อเรือรบเพื่อให้ต่อสู้กับค่ายของเรา”

             “หากว่านางไม่ยอมแต่งเข้า เจ้าคิดว่าซื่อจื่อจะทำเช่นไร ” มู่ช่างหันไปถามน้องชาย

             “พี่ช่าง คนอย่างซื่อจื่อ ในเมื่อไม่ร่วมมือก็ต้องกำจัดทิ้ง ข้าเกรงว่าการส่งแม่นางซุนเข้าสกุลกู้ในครั้งนี้ สกุลกู้คงถึงคราวพินาศ”

            มู่จ้านฟังแล้วรู้สึกโมโห “ข้าจะไม่ยอมให้นางทำลายสกุลกู้ได้เด็ดขาด”

     

    ************

    คล้ายกับเรื่องฝ่ามิติมาเลี้ยงทายาทอ๋อง ที่คุณอ่าน