เรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม)

    พี่สาวจอมอ่อย และน้องชายขี้แกล้ง 3

    “อุ… ตอนออกจากห้องก็เริ่มเลยเหรอ” 

    “แค่เบาๆ เองครับ แค่นี้ทำให้พี่เสร้จไม่ได้หรอก” 

    “เบาๆ สิเด็กบ้า ถ้าคนอื่นได้ยินเขาจะคิดยังไงกัน” 

    “เขาคงไม่คิดอะไรมากหรอกครับ แต่ถ้าเป็นแบบนี้เขาคงจะคิดมากกว่า” 

    “อ๊าย”

     ผมพูดแบบนั้นก่อนจะเร่งไข่สั่นให้แรงสุดโดยที่พี่เรไรไม่ทันได้ตั้งตัว เธอถึงกับเผลอร้องออกมาแล้วปิดปากตัวเองแน่น หันซ้ายขวาดูว่าภายในชั้นมีคนอื่นไหม แต่ก็พบว่าไม่มีนั่นคงทำให้เธอโล่งใจพอสมควร 

    ท่าทางของพี่เรไรตอนนี้น่ารักเหลือเกิน เธอหันมามองผมราวกับจะกิดเลือดกินเนื้อก่อนจะหยิกแขนผมแล้วบอกว่า 

    “ได้ทีเอาใหญ่เลยนะรุต เริ่มสนุกแล้วสิ” 

    “ครับ เหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ” 

    จากนั้นผมกับพี่เรไรก็ไปยืนรออยู่ตรงหน้าลิฟต์ ซึ่งแน่นอนว่า ในยามเช้าผู้คนมากมายต่างต้องมาต่อแถวรอลงลิฟต์อยู่แล้ว ผมกับพี่เรไรก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ้าหากเป็นคนอื่นก็คงเบื่อหรือหงุดหงิดไปแล้ว แต่สำหรับผมนั้นไม่ใช่ ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะปรับรีโมทไข่สั่นขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ นั่นทำให้พี่เรหันมามองผมขวับแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร 

    ผมก็สังเกตได้ว่า ขาของเธอนั้นอยู่นิ่งไม่ได้เลย เธอทำท่าทางเหมือนเดินอยู่กับที่ เธอคงอยากหนีบขาตัวเองเพื่อให้แรงสั่นในร่องรักของเธอพาเธอไปถึงจุดสอดยอด แต่ว่าผมไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก 

    “เสียวดีใช่ไหมครับพี่เรไร” 

    “เออสิ นายนี่ก็สนุกใหญ่เลยนะ” 

    “แน่นอนครับ ผมไม่เคยเล่นแบบนี้กับใครมาก่อนเลย” 

    หลังจากนั้นก็ถึงคราวนี้ผมกับพี่เรไรได้เข้าไปในลิฟต์บ้าง ภายนลิฟต์มีจำนวนคนประมาณสิบต้นๆ ทุกคนต่างเบียดเสียดกันเพื่อลงไปชั้นล่าง ผมกับพี่เรไรถูกเบียดจนต้องแยกจากกันให้อยู่คนละมุมาห้องลิฟต์ แต่ผมก็มองพี่เรไร และพี่เรไรก็มองผมกลับมา พร้อมกับสายตาที่ราวกับจะบอกว่า 

    -อย่านะรุต 

    กรึก! 

    แต่ว่าผมไม่สนใจอยู่แล้ว พี่เรไรเป็นคนชวนเล่นแบบนี้เอง ผมก็ขอเล่นให้เต็มที่ละกัน ผมปรับเครื่องสั่นเป็นแรงสุดทำเอาพี่เรไรต้องยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเอง เธอส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อย แต่โชคดีที่เป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่เสียงของลิฟต์ดังพอดีทำให้ไม่มีใครหันมามองเธอ 

    พี่เรไรกำลังมองมาผมด้วยใบหน้าราวกับจะร้องไห้พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ แต่ผมก็ยักไหล่แล้วหันไปมองทางอื่น จนกระทั่งลิฟต์ลงมาถึงชั้นสุดท้าย ผมกับพี่เรไรก็เดินออกมาเป็นสองคนสุดท้ายเช่นกัน โดยทางด้านพี่เรไรนั้นเหมือนจะเหนื่อยหอบพอสมควร 

    “เดี๋ยว รุต รอพี่ด้วย” 

    พี่เรไรพูดพร้อมกับเดินตามหลังผมมา เธอจับไหล่ผม ตอนนี้ผมปิดไข่สั่นไปแล้ว แต่เหมือนว่าการปล่อยให้เธอต้องทนทรมานกับไข่สั่นระดับแรงสุดอยู่สี่ห้าชั้นนั้น คงทำให้เธอทรมานไม่น้อย ใบหน้าของเธอตอนนี้แดงระเรื่อ ซึ่งมันมีเสน่ห์มาก จนผมอยากจะทำมิดีมิร้ายกับเธอ แต่ผมก็ห้ามใจตัวเองไว้ 

    “อยากเลิกแล้วเหรอครับพี่เรไร” 

    “ใครบอกกันเล่า เธออยากทำอะไรก็ทำ พี่แค่เหนื่อยจะขอให้เธอเดินช้าๆ เท่านั้นเอง” 

    “เดินช้าๆ เหรอครับ”

    พอพี่เรไรพูดออกมาแบบนั้น ดวงตาของผมก็เป็นประกายเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างออก 

    “จะว่าไป ตอนเช้าตลาดยังปิดอยู่ พวกเราจะไปที่ไหนเหรอครับ” 

    “สวนสาธารณะน่ะ ไปวาดรูปเล่นกัน พอตลาดเปิดเมื่อไรค่อยไปทำงาน ตกลงไหม” 

    “ครับ” 

    “หืม ดีใจจัง” 

    “ดีใจอะไรเหรอครับ” 

    “ดีใจที่รุตชอบแบบเดียวกับพี่น่ะสิ รุตรู้ไหมว่าพี่มีเพื่อนเป็นนักวาดอยู่เหมือนกัน แต่พวกนั้นก็เอาแต่แซวพี่ว่าบ้า เอาแต่จับดินสอกับกระดาษทั้งวัน แต่สำหรับพี่ ทุกครั้งที่ได้จับดินสอและวาดรูปแล้ว ไอ้คำว่าเหนื่อยอะไรนั่นพี่ไม่ได้สนใจเลยนะ” 

    “ผมก็เหมือนกันครับ” 

    “เหมือนเราจะเข้ากันได้อย่างแปลกประหลาดเลยนะ ดีใจจังที่เธอหนีออกจากบ้านแล้วมาเจอพี่” 

    “ผมก็ดีใจที่ได้เจอพี่ครับ แต่ว่า”

     ผมพูดพร้อมกับหยิบรีโมตไข่สั่นขึ้นมา แต่พี่เรไรก็จับมือผมเอาไว้แล้วหันไปมองซ้ายขวา 

    “อย่าเอาออกมาสิรุต ถ้าเกิดมีใครเห็นเข้าจะแย่เอานะ” 

    “นั่นสินะครับ แต่ว่าคนที่ต้องอับอายไม่ใช่ผมนี่” 

    “เธอนี่จะไม่ปรานีพี่เลยเหรอ เมื่อคืนก็มัดพี่ทิ้งไว้ทั้งคืน ตอนเช้าก็ไม่ยอมให้พี่เสร็จ แล้วตอนนี้ก็จะทำให้พี่อับอายอีก” 

    “เวลาพี่เรไรอายน่ารักดีครับ” 

    “ไม่ต้องมาปากหวานเลย เอาเป็นว่าห้ามเอาออกมา ถ้าจะปรับระดับก็ปรับในกระเป๋ากางเกงตกลงไหม” 

    “ตามนั้นก็ได้ครับ คิกๆ” 

    “หัวเราะอะไรของนาย” 

    “พี่เรไรนี่ มองไปมองมาก็น่ารักดีนะครับ ตอนแรกพี่เรไรชอบทำตัวเหมือนผู้ชายจนเสียดายร่างกายที่สวยแบบนี้ แต่พอรู้จักจริงๆ แล้ว พี่เรไรนี่น่ารักจริงๆ ครับ น่ารักมากๆ เลย อุ๊บ!” 

    ขณะที่ผมกลังพูดผมพี่เรไรก็เอามือมาปิดปากผม เหมือนว่าผมจะล้อเล่นเกินไปหน่อยสินะ จริงสิ พี่เรไรชอบแต่งตัวทะมัดทะแมง กางเกงขาสั้นกับเสื้อเชิ้ต แถมพี่เรไรก็ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ทำให้เธอเข้มแข็ง การจะชมว่าเธอน่ารัก ถือว่าไม่เหมาะรึเปล่านะ พี่ไรเรคล้ายมือลง ขณะที่ผมรู้สึกผิด 

    “ขอโทษครับ” 

    ผมเอ่ยออกไป แต่พี่เรไรก็ส่ายหน้า 

    “ไม่ได้โกรธที่เธอชมพี่หรอก แค่ถ้าเธอชมพี่มากๆ มันเขิน หน้าพี่แดงจนร้อนไปหมดแล้วเนี่ย” 

    พี่เรไรก้มหน้าพร้อมกับเอามือสองข้างจับแก้มตัวเองเอาไว้ ราวกับเป็นการวัดอุณหภูมิ แต่ว่า ผมอยากเห็นใบหน้าของพี่เรไรตอนนี้จัง 

    “หน้าพี่เรไรตอนเขินเหรอครับ อยากเห็นจัง เงยหน้าขึ้นมาหน่อยสิครับ” 

    “ไม่เอา น่าอายออก” 

    “นะครับ ขอร้องล่ะ” 

    “นี่รุต พี่บอกว่าไม่ก็ไม่สิ” 

    “ถ้างั้นพี่บังคับผมเองนะ” 

    ผมว่าอย่างนั้นก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดไข่สั่นเบอร์แรงสุดอีกครั้ง พี่เรไรเงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นใบหน้าที่แดงก่ำ แต่น่าเสียดาย ที่ใบหน้าของเธอไม่ใช่ความเขินอายแต่เป็นความเสียวกระสันมากกว่า 

    “รุต พอได้แล้ว” 

    พี่เรไรว่าอย่างนั้น ผมก็ทำตามอย่างว่าง่าย ผมปิดเครื่องสั่นลง แล้วพูดออกมาด้วยความเสียดาย  

    “เสียดายจังเลยครับ อดเห็นใหน้าพี่ตอนเขินเลย” 

    “ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้านายพี่เลยนะรุต ถ้าจำไม่ผิด เธอเป็นลูกมือพี่นี่” 

    “จริงด้วย ขอโทษด้วยครับ” 

    เหมือนผมจะเล่นแรงไปสินะ ผมคิดแบบนั้น แต่ในขณะนั้นเอง พี่เรไรก็เดินมาระซิบข้างหูผม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแสนหวานทำเอาใจผมแทบจะละลาย 

    “แต่พี่คนนี้ก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะคะ เจ้านาย” 

    พอพุดจบเธอก็เดินนำผมไป ผมที่เหม่อไปเล็กน้อย ได้สติขึ้นมา ก็เดินตามพี่เรไรไปพร้อมกับขอร้องเธอว่า 

    “เดี๋ยวก่อนสิครับ เสียงพี่เมื่อกี้น่ารักมากเลย ขอฟังอีกรอบได้ไหมครับ” 

    แต่เธอก็หันมาแลบลิ้นอย่างน่ารัก แล้วตอบราวกับเด็กแก่นแก้วว่า 

    “ม่ายด้าย ของดีๆ นานๆ เจอที่จะดีกว่าน้า” 

    แล้วจากนั้น ผมกับพี่เรไรก็เดินออกมาจากอาพาร์ตเมน ตรงไปยังสวนสาธารณะ แสงแดดยามเช้าทำให้บรรยากาสดีเหลือเกิน ผมเดินตามพี่เรไรไปโดยระหว่างนั้นก็นึกสนุกโดยการหยิบไข่สั่นมาเปิดเล่นเป็นพัก ซึ่งเหมือนพี่เรไรจะเริ่มชินแล้วเธอจึงเดินต่อไปได้ ถึงแม้ว่าบางครั้งเธอจะหันมามองผมราวกับจะบอกว่า 

    -อันนี้แรงไปแล้วนะ ช่วยเบาหน่อยสิรุต 

    แต่ผมก็ไม่สนใจแล้วปล่อยพี่เรไรไปแบบนั้น ผมเดาว่าตอนนี้ ชั้นในของพี่เรไรคนเปียกชุ่มไปหมดแน่เลย 

    ต้นไม้มากมายพร้อมกับสนามวิ่งและไม้หินอ่อนสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ผมกับพี่เรไรเลือกนั่งตรงไม้หินอ่อนตรงข้ามกัน และเมื่อก้นของพี่เรไรแตะกับไม้หินอ่อนแล้ว เธอก็ถอนหายใจออกมา 

    “ขาพี่สั่นไปหมดเลยรู้ไหม รุตจะแกล้งพี่มากเกินไปแล้วนะ” 

    “พี่เรไรไม่ชอบเหรอครับ” 

    “หึ ชอบสิ ไม่งั้นพี่จะให้รีโมตกับเธอเลย แต่ยังไงก็ช่วยปิดมันก่อนได้ไหม ให้มันสั่นอยู่ตลอดแบบนี้พี่รู้สึกไม่สบายตัวเลย” 

    “คนที่จะตัดสินใจว่าปิดหรือเปิดคือผมนะครับ” 

    “เริ่มทำตัวเป็นเจ้านายพี่แล้วนะรุต” 

    “ถ้าพี่ยอมพูดเสียงหวานๆ กับผมเหมือนตอนหน้าลิฟต์อีกครั้ง ผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ครับ” 

    “หึ พี่ไม่ใช่คนที่ยอมง่ายขนาดนั้นหรอก” 

    “ถ้างั้น ผมคงต้องทรมานพี่จนกว่าพี่จะยอมสินะ” 

    “จะว่างั้นก็ได้ แต่ว่า พี่น่ะเคี้ยวยากนะ” 

    พี่เรไรว่าพร้อมกับเท้าคางมองผมอย่างท้าทาย ก่อนที่เธอจะหันไปหยิบกระดาษพร้อมกับกระดานไม้สำหรับลองมา จากนั้นเธอก็ยื่นให้ผม แล้วบอกกับผมว่า 

    “เอานี่รุต ลองว่าพี่ให้ดูหน่อย” 

    พอผมได้ยินแบบนั้นก็แปลกใจ แล้วถามกับพี่เรไรว่า 

    “ให้ผมวาดพี่เหรอครับ” 

    พี่เรไรพยักหน้าก่อนจะตอบกลับมา 

    “อืม ปกติพี่เคยวาดตัวเองหน้ากระจก แต่พี่ไม่เคยพอใจเลย ถ้าให้เธอวาดมันอาจจะออกมาดีก็ได้” 

    พร้อมกับคำพูดนั้นเธอก็ยิ้มออกมาด้วย รอยยิ้มของเธอช่างหวานเสียจนทำผมใจละลาย ผมคิดว่าผมหลงเธอคนนี้เข้าซะแล้ว ผมจึงตอบกลับไปอย่างว่าง่าย 

    “ได้ครับ” 

    แต่ว่า ผมก็มีแผนอยู่ในใจ ผมไม่คิดที่จะให้พี่สาวคนนี้ได้อยู่เป็นสุขหรอก 

    “ถ้างั้น เอาเป็นท่านี้ละกัน อย่าให้นานนักนะ ถ้าต้องอยู่เฉยๆ พี่ก็เมื่อยเป็นนะเออ” 

    พี่เรไรว่าพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย ผมพยักหน้ารับก่อนจะเริ่มวาดรูป แต่ว่า ก่อนหน้านั้นผมก็ล่วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วเปิดไข่สั่น ทำเอาพี่เรไรสะดุ้งเล็กน้อย เธอบอกกับผมว่า 

    “รุต อยู่ๆ ก็แกล้งพี่แบบนี้เลยเหรอ อย่างนี้พี่จะไปอยู่นิ่งๆ ได้ยังไงกันล่ะ” 

    เธอพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มของเธอช่างดูสั่นเทาเหลือเกิน ราวกับว่ากำลังจะบอกผมทางอ้อมว่า เธอไม่สามารถทนอยู่นิ่งๆ ได้ ถ้าหากผมเปิดไข่สั่นไปด้วย แต่ว่า ผมก็ไม่สนใจแล้วตอบกลับเธอไปว่า 

    “นั่นมันเรื่องของพี่ครับ เป็นแบบก็ต้องนั่งนิ่งๆ นะครับ” 

    ผมเอ่ยออกไปพร้อมกับยิ้มร่าอย่างไร้ความรับผิดชอบ พี่เรไรเบ้ปากใส่ผมเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนท่านั่งเป็นการไขว่ห้าง เหมือนว่าจะเป็นท่านั่งที่เธอสามารถทนรับกับแรงสั่นสะเทือนของไข่สั่นได้สินะ 

    “พร้อมแล้วใช่ไหมครับ” 

    ผมเอ่ยถามกับพี่เรไร เธอพยักหน้าก่อนจะเท้าคางแล้วมองผมอีกครั้ง จากนั้น ผมก็เริ่มวาดรูปโดยใช้พี่เรไรเป็นแบบ ระหว่างนั้นผมก็เปิดปิด และเพิ่มระดับไข่สั่นเล็กน้อย ทำเอาบางครั้ง พี่เรไรส่งเสียงร้องออกมา 

    “อ๊าย” 

    “อยู่นิ่งๆ สิครับพี่เรไร” 

    “ก็มือเธอไม่นิ่ง ถ้าอยากให้พี่หยุด ก็ปิดมันซะสิ” 

    “เรื่องอะไรล่ะครับ เวลาพี่บิดตัวไปมามันน่ารักออก” 

    “ค่อนข้างโรคจิตเลยนะรุต” 

    “แล้วพี่ชอบคนโรคจิตแบบนี้รึเปล่าล่ะครับ” 

    “นั่นสิน้า” 

    พี่เรไรลากเสียงยาวกับคำพูดนั้นเหมือนกับไม่อยากจะบอกผม ไม่สิ เหมือนเธอจะล้อเล่นกับผมมากกว่า ผมขมวดคิ้วด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะเร่งระดับไข่สั่นเพิ่มไปอีกระดับ ทำให้เธอสะดุ้งแล้วส่งเสียง อ๊ายอออกมา ก่อนที่เธอจะกลับมาพยายามนั่งท่าเดิม 

    “เสร็จแล้วครับ” 

    ผมยื่นรูปที่ผมวาดเสร็จไปให้พี่เรไรดู เธอมองมันเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า 

    “วาดสวยกว่าตัวจริงอีกนะ แอบใส่จินตนาการของตัวเองเข้าไปด้วยรึเปล่า” 

    “เปล่านะครับ พี่เรไรสวยเหมือนกับในรูปต่างหาก” 

    “เหรอ ขอบคุณนะรุต พี่จะเก็บภาพนี้เอาไว้อย่างดีเลย” 

    พี่เรไรว่าพร้อมกับหยิบแฟ้มขึ้นมาก่อนจะนำภาพนั้นใส่เข้าไปราวกับเป็นสมบัติแสนห่วงแหน เธอกอดแฟ้มนั้นพร้อมกับยิ้มออกมา ใบหน้าของเธอตอนนี้น่ารักเหลือเกิน ทำเอาผมแปลกใจเหมือนกันว่า ทำไมเธอต้องดีใจขนาดนั้น 

    “แค่มีคนวาดภาพให้ ทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วยล่ะครับ หรือว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีคนวาดภาพของพี่ให้” 

    “เปล่าหรอก ตอนเรียนศิลป์ก็ต้องสลับกันวาดภาพอยู่แล้ว แต่ว่า นี่เป็นภาพที่เธอวาดให้พี่นี่นา” 

    คำพูดของพี่เรไรทำให้ใจของผมสั่นไหว ผมมองพี่เรไรก่อนจะเอ่ยถามออกมา 

    “พี่เรไรครับ” 

    เธอเบิกตาขึ้นก่อนจะขานรับ 

    “หืม? ” 

    ผมเงียบไปเล็กน้อย ลังเลว่าควรจะถามคำถามนี้ไปดีหรือไม่ แต่เพื่อไม่ให้มันเลยเถิดไปมากกว่านี้ ผมว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่จำเป็น 

    “ความสัมพันธ์ของพวกเราตอนนี้คืออะไรเหรอครับ” 

    พี่เรไรเอียงคอเหมือนทำท่าสงสัยเล็กน้อย น่ารัก จะขี้โกงไปแล้ว พี่เรไรเป็นคนที่แสดงท่าทางอะไรก็น่ารักไปหมดเลยงั้นเหรอ หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะเลยเวลาที่มองเธออย่างนี้ 

    “นั้นสินะ เราเพิ่งเจอกันวันเดียว แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ถือขั้นมาเล่นเสียวกันแบบนี้ได้ จะเรียกว่าอะไรดีนะ นายจ้างลูกจ้าง อาจารย์ลูกศิษย์ พี่สาวน้องชาย หรือว่า…” 

    พี่เรไรลากเสียงยาวอีกครั้งแล้วปรายสายตามองผม สายตาของเธอช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน แต่ว่า แทนที่เธอจะตอบคำถาม เธอก็ส่ายหน้าเส้นผมของเธอสยายไปมา แล้วกับสุนัขตัวน้อยที่ส่ายหัวดุกดิก ก่อนจะตอบกลับมาว่า 

    “ไม่พูดดีกว่า ความสับพันธ์ที่มันอธิบายยากก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งน้า” 

    นอกจากจะทำให้หัวใจของผมเต้นไม่เป็นจังหวะ ยังทำให้ผมมันเขี้ยวซะจนเร่งระดับไข่สันเพิ่มขึ้นไปอีก 

    “อ๊าย! แรงไปแล้วนะ รุต”

    ---------------------------------------------

    ถ้าสนุกอย่าลืมคอมเม้นกันนะครับ

    รักคนอ่านยิ่งกว่าอาหารสามมื้อ #ฝนเล็บ

    คล้ายกับเรื่องเรื่องสั้นทรมานพันธนาการ BDSM (รวม) ที่คุณอ่าน