เฉิงเวยดวงตาสว่างวับ “สวัสดีถังอวี่ ฉันชื่อเฉิงเวย!”
ถังอวี่เห็นแววตาระยิบระยับคู่นั้นของอีกฝ่ายแล้วพลันรู้สึกว่าการเปิดบทสนทนาดูเหมือนจะเป็การตัดสินใจที่ผิด...
ถังอวี่ดึงหมวกอย่างไม่เป็ธรรมชาติ ก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ตอนแรกนายอยู่ใกล้กับพวกรุ่นพี่มาก! เท่าที่ฉันกะสายตาดู น่าจะห่างกันแค่ประมาณห้าเมตรเอง นายมันใจเด็ดจริงๆ! กล้าตามหลังพวกเขาใกล้ขนาดนั้น!” เฉิงเวยมองถังอวี่ด้วยดวงตาเป็ประกาย
ถังอวี่ขยับตัวอย่างเกร็งๆ เขาไม่คุ้นกับการพบปะกับคนร่าเริงเช่นนี้ คนที่เขาเคยเล่นด้วยเมื่อก่อน ไม่มีใครเป็เหมือนเฉิงเวยเลย
ถังอวี่ดึงปีกหมวกลง เขาแทบจะฝังใบหน้าทั้งหมดของตัวเองเข้าในหมวกอยู่แล้ว
“พวกรุ่นพี่ไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามเข้าใกล้”
ก็จริง! เฉิงเวยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย รุ่นพี่บอกแค่ให้พวกเขาหาทางด้วยตัวเอง ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าห้ามตามไป
“ถ้าอย่างนั้นนายก็สุดยอดมาก! นายไม่เห็นเหรอ รอบตัวรุ่นพี่คนที่สวมหมวกทหารแผ่รังสีออกมาว่าอย่ามาเข้าใกล้ฉัน! เหมือนแปะป้ายห้ามคนแปลกหน้าเข้าใกล้น่ะ แบบนี้แล้วนายยังกล้าเข้าไปใกล้อีก ฉันละนับถือนายเลยจริงๆ” นึกถึงรุ่นพี่คนนั้นแล้ว เฉิงเวยก็อดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้ เขาแค่มองไกลๆ แวบเดียวก็รู้แล้วว่านั่นไม่ใช่คนที่จะแหย่ได้เด็ดขาด!
ถังอวี่ “…” เขาบอกได้เลย ตอนนั้นเขาคิดแค่ว่าต้องหาวิธีเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งให้ได้ ถามว่าไม่สังเกตเห็นรุ่นพี่ที่เขาพูดถึงคนนั้นเหรอ
เปล่า เขาสังเกตเห็นแล้ว แต่เป็ตอนที่ห้าคนวิ่งกระจายตัวไปคนละทาง
คนคนนั้นแผ่รังสีของผู้แข็งแกร่งออกมาอย่างแท้จริง ทำให้คนต้องออกห่าง
เพราะเหตุนั้นเอง เขาจึงไม่ได้เลือกให้โฮเวอร์คาร์แล่นไปตามถนนใหญ่ แต่ให้ตามไอวี่ที่ะโขึ้นะโลงแทน
เสียงตึงตังดึงสติถังอวี่กลับมา ใบหน้าแสนคุ้นเคยพร้อมเรือนผมสีแดงโดดเด่นปรากฏขึ้นนอกหน้าต่างรถ
ถังอวี่ “…”
ลุงแกฝีมือดีขนาดนี้เลยเหรอ ระหว่างคุยกันแค่ไม่กี่ประโยคก็ไล่ตามไอวี่ทันแล้ว
คุณลุงวัยกลางคนเปิดหน้าต่างรถ “คุณไม่ไปของคุณต่อเล่า จะมาเคาะกระจกรถผมทำไม”
“ให้ผมขึ้นรถด้วยคนสิ! ผมต้องใช้เท้าวิ่ง แต่พวกคุณได้นั่งรถ ไม่ยุติธรรมเลย!” ปากไอวี่บอกว่าไม่ยุติธรรม แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับสดใสอย่างมาก
“คุณถามรุ่นน้องของคุณแล้วกัน ตอนนี้เขาเป็ลูกค้าของผม! เขาเป็คนตัดสินใจ!” คุณลุงวัยกลางคนชี้มือไปทางถังอวี่
ไอวี่ส่งยิ้มให้ถังอวี่ ถังอวี่เอ่ยอย่างจนปัญญา “รุ่นพี่ขึ้นมาเถอะครับ”
รถคันนี้ไม่ใช่ของเขาสักหน่อย เขาปฏิเสธได้ด้วยเหรอ คงไม่ใช่เื่ดีแน่ถ้าผิดใจกับรุ่นพี่ั้แ่ยังไม่ทันเข้าเรียน
“ขอบใจนะ!”
โฮเวอร์คาร์ไม่ได้หยุดนิ่ง คุณลุงวัยกลางคนเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ไอวี่มุดตัวเข้ามาทันที ท่าทางคล่องแคล่วเหมือนทำเื่เช่นนี้อยู่เป็ประจำ
“ฮิๆ รุ่นน้องตัวน้อย! ฉลาดไม่เบาเลยนะ!” ไอวี่เอ่ยชมถังอวี่หนึ่งรอบก่อนจะหันไปพูดกับคุณลุงวัยกลางคน “ขับตรงไปโรงเรียนได้เลยครับ”
เฉิงเวยเบิกตากว้าง “คุณลุงรู้อยู่แล้วเหรอว่าโรงเรียทหารอันดับหนึ่งอยู่ที่ไหน”
ไอวี่ก้มหน้าลงขำจนตัวสั่น
คุณลุงวัยกลางคนขึงตาใส่ไอวี่ ก่อนพูดกับเฉิงเวยอย่างไม่สบอารมณ์ “ก็พวกเธอไม่ได้ถาม!”
“หมายความว่าพวกเราให้คุณลุงพาไปส่งที่โรงเรียนทหารอันดับหนึ่งโดยไม่ต้องไล่ตามพวกรุ่นพี่ก็ได้เหรอ” ดวงตาเฉิงเวยขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“ก็ใช่น่ะสิ!”
ถังอวี่ “…” สรุปแล้วพวกเขาทุกคนโดนแกล้งให้เป็ตัวตลกกันอยู่สินะ
หรืออาจบอกว่าพวกเขาไอคิวต่ำเกินไปก็เลยถูกน้ำเสียงจริงจังของรุ่นพี่ไอวี่หลอกเข้า
ถ้าอย่างนั้นตอนแรกที่พวกเขาไล่ตาม พวกไอวี่จะวิ่งกันทำไม!