อุดอู้อยู่แต่ในห้องมาหลายวันวันหนึ่งฟังเยว่ฉิวได้ยินเสียงร้องโอยที่สวนหน้าเรือนหญิงสาวจึงรีบออกมาดู เห็นหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้น
“ท่านยาย!เจ็บที่ใดหรือไม่” นางย่อกายลงนั่งข้างหญิงชรา
หญิงสูงวัยเงยหน้าขึ้นมองพอสายตาของนางเลื่อนมายังแผลเป็บนหน้าฟังเยว่ฉิวพอรู้ตัวก็เลยหลบเลี่ยงหันหน้าหนี แล้วช่วยพยุงนางขึ้นพลางพูด
“ขออภัยที่ทำให้ท่านยายใว่าแต่ท่านาเ็หรือไม่ ล้มอย่างนี้ กระดูกคงไม่หักที่ใดนะ”
“ไม่เป็ไรๆขอบใจเ้านะ”
ฟังเยว่ฉิวประคองหญิงชราไปนั่งที่ม้าหิน
“ท่านยายเป็คนงานในจวนหรือ”หญิงชราผมสีขาวหมดทั้งศีรษะ สวมชุดผ้าฝ้ายสีตุ่นแต่รูปแบบไม่ใช่ชุดของบ่าวไพร่ที่นางเคยเห็นอาซิ่นและเหมยเหม่ยสวมใส่
“ข้าอยู่เรือนประจิม”
“ท่านพอเดินไหวหรือไม่ข้าจะไปส่ง หรือจะให้ข้าไปตามคนที่เรือนประจิมมารับท่าน”
หญิงชราส่ายหน้า“ข้าเดินไม่ไหว และก็ไม่กล้าไปรบกวนใครให้มารับเกรงจะเป็เื่ใหญ่เสียเปล่า”
นางคงเกรงว่าจะถูกตำหนิจากเ้านายกระมังเรือนประจิมคือที่พักของเผิงไหน่ไน ท่านยายคงเป็บ่าวที่เรือนนั้นฟังเยว่ฉิวคิดดีแล้ว จึงเสนอหนทางกลับเรือนให้หญิงสูงวัย
“ข้าแบกท่านยายขึ้นหลังได้นะท่านไม่ต้องเดิน และไม่ต้องเสียเวลาตามใครมารับท่านด้วย”
“เ้าจะแบกข้าอย่างนั้นหรือ”
‘หญิงบ้านนอกคนนั้นใจคอโหดร้ายไม่แพ้หน้าตาที่อัปลักษณ์เลยสักนิดป่าเถื่อน ไร้การอบรม กล้าทำร้ายได้กระทั่งสัตว์ตัวเล็กๆ’
นี่คือคำพูดของถังจิ่วหยินหลังนางเห็นสภาพเสี่ยวจื้อที่ถูกตามหาตัวจนพบและได้รับการรักษาาแในเบื้องต้นแล้ว
‘หากอวี้เอ๋อร์กับเหมยเหม่ยไม่ทันเห็นนางอาจจะเอาเสี่ยวจื้อไปทำอาหารแล้วกระมังนางโกรธมากเชียวละกับาแบนแขนและมือที่เสี่ยวจื้อทำกับนาง’
และเมื่อเ้าของแมวขาวตัวนั้นได้คุยกับหลานชายที่แบ่งรับแบ่งสู้กับเื่ราวทั้งหมด
‘นางอาจแค่้าช่วยเสี่ยวจื้อจากพงหนามก็เท่านั้นแต่เพราะเสี้ยวจื้อใเลยดิ้นรนขัดขืนนางเองก็โดนเล็บของเสี่ยวจื้อข่วนมีแผลไม่น้อยเลยขอรับท่านย่า’
‘เผิงเอ้อร์ของย่าดูเหมือนจะมั่นใจว่านางไม่ใช่หญิงใจคออำมหิต’
‘ข้ารู้จักนางเพียงไม่กี่วันไม่อาจจะรับรองอุปนิสัยใจคอนางได้ เพียงแต่...’
‘มีบางอย่างที่เราไม่สามารถตัดสินชี้ชัดได้เพียงเพราะตาเห็น’
หลายชายพยักหน้า
‘ย่าพอรู้ว่าแม่เ้ากับอวี้เอ๋อร์ไม่ค่อยจะชอบนางนักแล้วเ้าเล่า คิดกับนางเช่นไร ในฐานะที่นางก็กล่าวอ้างว่าเป็เมียอีกคนของเ้า’
หรือคำถามดูจะยากเกินไปสำหรับหลานชายเขาจึงไม่ตอบ นิ่งอยู่พักหนึ่งจึงเป็ฝ่ายถามนางกลับว่า
‘ท่านย่าคิดเช่นไรกับคนที่ทำแผนเพื่อให้เขาเป็คนสำคัญของท่านทำทุกอย่างให้ท่านไปจากเขาไม่ได้’
‘สามารถทำเช่นนั้นได้ย่อมต้องมีเหตุผล ถ้าไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ ก็ต้องมีเื่ความรักเข้ามาเกี่ยว’
‘ความรักที่ฝืนใจอีกฝ่ายจะมีสิ่งใดจีรัง’
หลังจากนั้นหลานชายของนางก็ไม่พูดสิ่งใดอีกเหมือนว่าเื่ของฟังเยว่ฉิวจะติดอยู่ในใจเขาคนในครอบครัวต่างก็เอ่ยถึงเื่ราวของหญิงสาวจากเมืองไท่ซาให้นางฟังนางจึงต้องมาให้เห็นกับตา
“ท่านยายขึ้นหลังข้าเถอะ” ฟังเยว่ฉิวลุกขึ้นยื่นมือพยุงแขนของหญิงวัยไม้ใกล้ฝั่ง
เผิงไหน่ไนไม่ขึ้นหลังหญิงสาวตามคำชักชวนแต่อาเจียนเอาน้ำลายออกมาจนเลอะแขนเสื้อของนางแทน นางร้องใ แล้วรีบกล่าวว่า
“ท่านยายต้องหาหมอแล้วละ”ฟังเยว่ฉิวไม่รอคำตอบ หญิงสาวก้มตัวลงต่ำเพื่อให้หญิงชราขึ้นหลังแล้วก้าวขาออกจากสวนหน้าเรือน
เมื่อผ่านซุ้มประตูอิฐฟังเยว่ฉิวจึงเอ่ยถาม “ท่านยาย บอกข้าทีว่าเรือนประจิมไปทางไหน”
เผิงไหน่ไนชี้นิ้ว...แต่หาใช่ทางไปเรือนประจิมหญิงชราวัยเจ็ดสิบสามยิ้มเล็กน้อยขณะอยู่บนหลังของหญิงสาวนี่มิใช่การกลั่นแกล้งรังแกผู้น้อยหากแต่เป็การพิสูจน์บางสิ่งบางอย่างที่นางสงสัยและใคร่อยากรู้เท่านั้นเอง
ตัวตนแท้จริงของฟังเยว่ฉิวเป็ดั่งคำที่ลูกสะใภ้และหลานสะใภ้กล่าวความหรือไม่นั้นหากไม่ลองมาทำความรู้จักด้วยตนเอง มีหรือนางจะได้รับความจริง
บนทางเดินอันเชื่อมโยงไปยังหมู่เรือนทั้งสี่อันหลิวและฮว่าเซียงได้คอยกันบรรดาบ่าวไพร่ในเรือนแต่ละหลังไม่ให้เข้ามาในบริเวณที่หญิงสาวจากเรือนบูรพาซึ่งให้เผิงไหน่ไนขึ้นหลังเดินผ่าน
ฟังเยว่ฉิวเดินแบกหญิงชราบนหลังมาได้สักระยะจนเหงื่อไหลโซมกายแต่หญิงสาวไม่ปริปากบ่น ทว่าเดินอย่างไรก็ไม่ถึงเรือนประจิมเพิ่งผ่านเมื่อครู่คือหมู่เรือนทักษิณ นางเริ่มเกิดความสงสัยว่าทิศทางที่หญิงสูงวัยบอกอาจจะผิดเพี้ยนไปนางจำเป็ต้องวางผู้อยู่บนหลังลงนั่งริมขอบระเบียงทางเดินเพื่อพักเอาแรง
“ข้าอยากถ่ายเบา”เผิงไหน่ไนบอกกับหญิงสาว
นางมองซ้ายมองขวาหากเดินย้อนกลับไปยังเรือนทักษิณ จะทันหรือไม่หนอ
“ข้าปวดมากจริงๆ นะ”
“มาทางนี้ดีกว่าท่านยาย”ฟังเยว่ฉิงซึ่งถูกเร่งเร้าพยุงหญิงชราขึ้นหมายจะพาเข้าไปนั่งในพุ่มไม้ทว่าหญิงชรากลับปัสสาวะราดรดลงบนพื้นทางเดิน
“แย่แล้วๆข้าทำสกปรกอย่างนี้ หากนายหญิงรู้เข้าล่ะ” ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
ระหว่างนั้นมีสาวใช้นางหนึ่งกำลังมุ่งตรงเข้ามาฟังเยว่ฉิวนึกห่วงใยความเป็อยู่ภายภาคหน้าของหญิงสูงวัยอยู่ครามครันนางแก่ชรามากแล้ว หากถูกขับไล่ออกจากจวนจะใช้ชีวิตต่อเยี่ยงไร เท่าที่นางรู้มาหากขายตัวเป็บ่าวไพร่ เมื่อไม่มีลูกหลานให้พึ่งพิงส่วนใหญ่ล้วนยึดเรือนนายเป็เรือนตายด้วยกันทั้งนั้นคิดดีแล้วฟังเยว่ฉิวจึงรีบใช้ชายกระโปรงของตัวเองซับของเสียเ่าั้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
เผิงไหน่ไนมองทุกการกระทำของฟังเยว่ฉิวมันไม่น่าเชื่อเลยสักนิดที่หญิงสาวผู้โอบอ้อมมีใจอารีคนนี้จะรังแกเสี่ยวจื้อของนางเพื่อระบายอารมณ์ร้ายๆเพราะในขณะที่นางเป็เพียงหญิงชรางกเงิ่น ฟังเยว่ฉิวไม่รู้ฐานะแท้จริงซ้ำยังไม่เคยพบหน้า ยังสู้อุตส่าห์ทำหลายสิ่งหลายอย่างให้
“เกิดเื่อะไรกันขึ้น”ฮว่าเซียงซึ่งทำตามแผนของนายทำทีเข้ามาซักถาม
“ข้าทำพื้นเลอะกำลังเช็ดอยู่”
“ใช้กระโปรงเ้าเช็ดเชียวหรือ”
“ปล่อยไว้ก็เฉอะแฉะหากมีคนเดินมาเหยียบแล้วลื่น ก็คงจะไม่ดี กระโปรงเปื้อนเรายังซักได้แต่ทำให้ผู้อื่นาเ็ จะแก้ไขอย่างไรก็คงไม่ได้แล้ว”
คนที่มีใจคิดถึงคนอื่นอยู่เป็นิตย์เยี่ยงฟังเยว่ฉิวไม่มีทางจะไร้จิตใจเอื้ออาทรต่อสัตว์โลกแน่ในที่สุดนางก็ได้เห็นกับตาตัวเองว่าหญิงสาวไม่ได้น่ารังเกียจเลยสักนิดความมีน้ำใจของนางกลับทำให้ดูน่าคบหาความอ่อนโยนของนางทำให้ผู้อยู่ใกล้รู้สึกชื่นเย็นในอุรา สตรีใบหน้าสะสวยแต่ใจมืดบอดนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า
“ข้าไม่คุ้นหน้าเ้าเพิ่งมาอยู่ใหม่หรือ”
“ข้าอยู่เรือนบูรพาแต่คงอยู่ไม่นาน เยี่ยมญาติเสร็จก็จะไปแล้ว”
ฮว่าเซียงพยักหน้ารับรู้เป็เผิงไหน่ไนนั่นเองที่ให้นางสอบถามสถานะของฟังเยว่ฉิวอยากฟังว่าหญิงสาวจะกล่าวอ้างถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเผิงเซิ่งอี้หรือไม่
“เ้าส่งข้าแค่นี้แหละเดี๋ยวข้าจะกลับไปพร้อมนาง” เผิงไหน่ไนที่ยังไม่เปิดเผยฐานะของตนยื่นแขนให้ฮว่าเซียงช่วยประคอง
“ท่านรู้จักนางหรอกหรือ”ฟังเยว่ฉิวถาม สีหน้าเป็ห่วงเป็ใย
เมื่อหญิงชราพยักหน้าฟังเยว่ฉิวจึงหันมากำชับกับฮว่าเซียง
“เมื่อครู่ใหญ่ท่านยายล้มอย่างไรเสียเ้าก็ช่วยตรวจดูอาการนางสักหน่อยเถอะว่าฟกช้ำหรือมีกระดูกที่แตกหักตรงไหนบ้าง”
“ขอบใจเ้ามาก” หญิงชราเอ่ยบอกแล้วหันกายเดินเคียงสาวใช้รุ่นเยาว์ไปฟังเยว่ฉิวยืนมองทั้งสองอยู่ชั่วครู่เมื่อวางใจได้แล้วจึงเดินย้อนกลับเรือนของตัวเอง
ครั้นแน่ใจว่าฟังเยว่ฉิวจากไปแล้วอันหลิวก็โผล่ออกมาจากหลังต้นกุ้ยขนาดหนึ่งคนโอบ
“ไม่จำเป็ต้องทำให้ตัวท่านลำบากอย่างนี้เลยนะเ้าคะ”
“ลำบากที่ใดกันแม่หนูคนนั้นโน่นที่โดนข้ารังแกเอาเสียย่ำแย่”
“นางไม่ได้ทำอะไรแย่ๆกับนายท่านแน่นะเ้าคะ” อันหลิวเข้ามาประคองหญิงชราอีกด้าน
“ถึงข้าจะแก่หง่อมจวนเข้าสุสานแต่ยังไม่หูหนวกตาบอด มองคนไม่ออกว่าคนไหนดีคนไหนแย่หรอกนะอันหลิว อย่าถามมากความเลยรีบพาข้าไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าทีเถอะ ทำเลอะเทอะดั่งคนบ้า ข้าก็ไม่สบายตัวนักหรอก”
ส่วนฟังเยว่ฉิวนั้นเห็นทีต้องให้หลานชายพาหญิงสาวมาพบนางไวๆ แล้วกระมัง...