Rich Second Gen Villain นายน้อยวายร้ายรุ่นสอง

    ตอนที่ห้าสิบ Min-Maxing

    ตอนที่ห้าสิบ Min-Maxing

    ผมใช้พลังปราณสัมผัสได้กะโหลกเล็กน้อยและถามนามูว่า

    “เอ่อ ถามนิดหนึ่ง นั่นคือกะโหลกจริงๆใช่ไหม?”

    ผมถามเรื่องที่ผมสงสัยอยู่ออกไป

    จากที่ฝึกวรยุทธมา ทำให้ผมแทบจะใช้ลมปราณตรวจสอบทุกอย่างที่ขวางหน้าด้วยการต้องการไม่ให้ใครสามารถมาลอบสังหารผมได้ทำให้ผมสามารถจับ”ไอวิญญาณ” ออกมาจากกะโหลกได้ว่าเป็นของจริงของที่มีชีวิตหรือเคยมีชีวิต จะแตกต่างจากของที่ไม่มีชีวิตนั่นเอง

    ในเกมส์ออนไลน์กาชะต่างๆเราอาจจะไม่คิดมากเรื่องเครื่องแต่งกายแสดงถึงเอกลักษณ์และความสนใจของตัวละครนั้นๆที่ต้องทำให้แตกต่างจากตัวละคนตัวอื่น

    ที่การออกแบบที่ดีคือเห็นเงาปุ๊บก็ต้องรู้ได้เลยว่าคือเงาของตัวละครตัวนี้

    แต่กับคนห้อยหัวกะโหลกไว้เป็นสร้อยคอเครื่องประดับพร็อพเราก็ต้องสงสัยกันบ้าง

    “พวกนี้คือพวกเด็กแถวบ้านฉานนายจ๋า อดตายและตายด้วยโรคระบาดฉานเลยเอาพวกหนี่เป็นเครื่องเตือนจาย”

    ใช้แค่เส้นผมใส่ในเครื่องรางแบบแดนพู้ชึ้งเอ๊ยญี่ปุ่นก็พอแล้วมั้ง

    ไม่เห็นต้องเอามาทั้งกะโหลกว่าแต่พี่แกผ่านตรวจคนเข้าเมืองมาได้อย่างไรฟะนั่นในลุคนี้?

    ผมไม่ใช่คนจะตำหนิคนอื่นเรื่องแฟชั่นการแต่งกายนะแต่แฟชั่นของนามูนี่มันเกินคำว่า “เชย” หรือ “ตกยุค” ไปแล้ว

    มันหลุดไปอีกมิติหนึ่งเลย

    “เอ่อ อีกเรื่องหนึ่งเจ้ามีวิชาเทเลพอร์ตได้หรือพ่นไฟได้ใช่ไหม?”

    ผมถามเพื่อความแน่ใจ

    ดัลซิม เอ๊ย นามูพยักหน้าแล้วกล่าวว่า

    “เคลื่อนย้ายได้ช่วงระยะสายตาจ้านายจ๋าและไฟศักดิ์สิทธิ์ ต้องผ่านการฝึกหลายสิบปีจึงจะควบคุมในตอนต่อสู้ได้จ้านาย”

    ท่าทางตอนต่อสู้จริงๆกับคนที่กลับจากโลกเซียนการเทเลพอร์ตของนามูคงช้าเกินไป เคลื่อนไหวตามความเร็วของคนกลับมาจากโลกเซียนไม่ได้จึงโดนจับเป็นก้อนกลมๆและบีบเสียชีวิตไป

    โอเค แต่แค่นั้นก็ยังดี

    เพราะเป้าหมายหลักๆของผมคือการ

    “ป้องกันอาการบาดเจ็บภายใน”

    อย่างกรณีของ The Witcher ที่สถานะของการ

    “ทนทานยาพิษได้มากกว่าคนทั่วไป”

    ก็เท่ากับว่า

    “สามารถดื่มยาเร่งพลังได้มากกว่าคนทั่วไป”

    ทำให้มีความสามารถอยู่เหนือกว่าคนทั่วไปนั่นเอง

    แผนการตามหานามูของผมคือการป้องกันอาการบาดเจ็บเช่นนั้น

    เทเลพอร์ตเคลื่อนย้ายหรือบังคับลูกไฟนั้นเป็นส่วนประกอบ

    หากเราสามารถป้องกันอาการบาดเจ็บของร่างกายได้

    ก็เท่ากับว่าผมสามารถ Min—Maxing แบบนักเล่นเกมส์ที่ทานยาปริมาณมหาศาลระดับคนทั่วไปจะเสียชีวิตถ้าทานในปริมาณนั้นได้หรือไม่มีอาการบาดเจ็บหรือเลือดออกภายในในขณะที่เดินลมปราณอีกต่อไป

    แน่นอนผมไม่ได้ดูถูกพลังเคลื่อนย้ายเทเลพอร์ตหรือการบังคับลูกไฟแค่ผมถือคติของการฝึกยุทธตามมาตรฐาน ที่ต้องเรียนการป้องกันก่อนการโจมตีเท่านั้นเอง

    แปะ แปะ

    ผมปรบมือให้อาหู่เลื่อนรถใส่เอกสารและเงินตราเข้ามา

    “นี่คือเงินจำนวนตามที่เรียกร้องและแถมให้อีกสองเท่าพร้อมทั้งให้อาหู่ไปเรียกบริษัทแถวอินเดียให้ไปทำการขุดเจาะบ่อน้ำให้กับคนในหมู่บ้านทันที”

    อย่างที่กล่าง เทคโนโลยีการใช้หมัดเปล่าๆทำลายสวรรค์และเทเลพอร์ตนั้นของชาวยุทธสูงมาก

    ส่วนเทคโนโลยีการสื่อสารหรือประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวันตกต่ำระดับใช้นกพิราบสื่อสารนั่นเอง

    นามู คุกเข่าลงกับพื้นกราบกรานผม

    “ขอบคุณจ้านายจ๋าฉานจะติดตามนายไปตลอดชีวิต เชือดเนื้อเถือหนังให้นายกินก็ทำได้ขอให้บอกมาจ้านายจ๋า”

    นามูกล่าวอย่างปลาบปลื้มที่สามารถเอาน้ำกลับไปสู่หมู่บ้านที่ระบบสาธารณูปโภคไม่ดีได้

    ส่วนอ้าวป้าหม่าคิดว่า

    เอาเข้าไป ตกลงเจ้านามูคือสายมาโซคิสม์ชอบทรมานตนเองส่วนพวกนักษัตรชอบฆ่าคนวางเพลิงเรอะ?

    คนฝึกวรยุทธไม่มีใครนิสัยปรกติใช่ไหมนี่?

    คล้ายกับเรื่องRich Second Gen Villain นายน้อยวายร้ายรุ่นสอง ที่คุณอ่าน