ถ้าอย่างนั้นนางจะเริ่มจากการจัดการพื้นที่ 20 หมู่ที่อยู่ตรงหน้าก่อนเลย โดยเริ่มจากด้านหลังของนาง “ด้านหลังต้องมีภูเขาขนาดใหญ่ 2-3 ลูก จากนั้นก็มีน้ำตกที่ไหลลงจากภูเขาลงมาที่ด้านล่าง ด้านล่างภูเขาให้มีแม่น้ำขนาดใหญ่ และแม่น้ำให้ทำทางน้ำไหลไปทางที่นาทั้ง 15 หมู่ ”
“ด้านหน้าแม่น้ำให้ยกพื้นดินให้สูงขึ้นมานิดหน่อยเพื่อสร้างเป็นศาลาเอาไว้นั่งพักผ่อน ส่วนพื้นที่อีก 5 หมู่เอาไว้สร้างยุ้งฉางสำหรับเก็บเกี่ยวผลผลิต แล้วก็เผื่อเอาไว้สร้างโรงหมักสุรา และโรงจัดเก็บสุรา ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมแก่การเพราะปลูกตลอดทั้งปี เอาแค่นี้ก่อน”
===ได้ขอรับเจ้านาย===
หลังจากนั้นภูมิทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปจนกลายเป็นพื้นที่ในจิตนาการของนางทันที “ว้าวว มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ” ฟางเซียนเออร์ป้องปากด้วยความตะลึง “เสี่ยวเอ้อ ข้ามีคำถาม ถ้าข้าอยากสร้างยุ้งฉางด้านในมิตินี้ข้าต้องทำอย่างไร ถึงจะทำมันได้กัน”
===ท่านสามารถอนุญาตให้พวกนายช่างเข้ามาทำงานในมิติของท่านได้ขอรับเจ้านาย===
“โอ้ว ทำเช่นนั้นได้หรือ” ถ้าเช่นนั้นนางก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้วนะซิ นางก็แค่ต้องจ้างงานพวกนายช่างต่อ แต่ว่านางคงต้องหาคนมาทำงานให้นางอย่างรัดกุม พวกนายช่างหวังมู่จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของนาง อีกอย่างถ้านางอยากทำการเกษตรนางคงต้องหาคนงานระยะยาวอีกทีนึง หรือนางจะไปตลาดค้าทาส เพื่อให้พวกเขาทำงานให้กับนางดีนะ เรื่องนั้นเอาไว้ตอนสายๆ รอท่านลุงซีเหมากลับมาจากในเมืองก่อนก็แล้วกัน
ฟางเซียนเออร์คิดว่านางควรจัดการชำกิ่งองุ่นของนางก่อน นางมองตะกร้าที่อยู่บนพื้น หาที่เหมาะๆ แล้วจึงลงมือเพราะชำทั้นที ผ่านไปไม่นานกิ่งองุ่นกิ่งสุดท้ายก็เสร็จเรียบร้อย
===ยินดีด้วยขอรับเจ้านายสำเร็จภาระกิจเพราะชำกิ่งองุ่น รับรางวัล 10 เหรียญ===
ผ่านไปสัก 1 วันกิ่งองุ่นที่อยู่ในมิติก็น่าจะเริ่มนำไปลงดินได้ “ออกมิติ” นางออกมาจากมิติหลังจากเข้าไปข้างในได้ไม่นาน ฟางเซียนเออร์ลุกออกจากห้อง ตรงไปหยิบที่ดักปลาของนาง นางจะนำปลาที่นางดักได้ไปปล่อยไว้ในมิติของนาง นางจะได้มีปลากินตลอดทั้งปี
เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็มุ้งหน้าไปที่แม่น้ำที่อยู่บริเวณตีนเขา จัดการวางที่ดักปลาของนางให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเก็บไม้ไผ่ที่นางล้มทั้งก่อไผ่เข้าไปไว้ในมิติ “เก็บเข้ามิติ” ไม่พอนางต้องตัดไม้ไผ่เยอะๆ เผื่อนำไปใช้เป็นค้างสำหรับให้องุ่นของนางเลื้อยขึ้นไป
ว่าแล้วฟางเซียนเออร์ก็บีบอัดลมปราณของนางให้คมขึ้น แล้วปล่อยมันไปที่ก่อไผ่ที่อยู่ตรงหน้า ก่อแล้วก่อเล่า ฉับ ฉับ เสียงก่อไผ่ล้มดังสนั่นหวั่นไหวบริเวณตีนเขา นกที่อยู่บริเวณนั้นต่างบินหนีกันให้วุ่นวาย ไม่นานนักป่าไผ่ที่อยู่ตรงหน้าก็เหลือแต่ตอ ฟางเซียนเออร์หยุดมือของนางแล้วจ้องมองสภาพป่าไผ่ที่เหี้ยนเตรียนตรงหน้า สงสัยนางคงหนักมือไปนิสนึง
หลังจากที่ไม่ได้รวบรวมลมปราณมาหลายวัน วันนี้นางต้องทำสมาธิเพื่อรวบรวมลมปราณของนางต่อ ตอนนี้นางยังคงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นพื่นฐานเท่านั้น ซึ่งจะแบ่งผู้ฝึกยุทธ์ออกเป็น ขั้นพื้นฐาน ขึ้นกลาง ขึ้นสูง ผู้บรรลุ และเทพเซียน ซึ่งขั้นพื้นฐานก็จะเป็นขั้นย่อยๆ เป็น ขั้นพื้นฐานต่ำ กลาง และสูง ซึ่งตอนนี้นางอยู่ขั้นพื้นฐานกลาง เท่านั้น ในมิติที่นางเสียชีวิตนั้นนางเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ขึ้นสูงสุดใกล้จะถึงขั้นผู้บรรลุแล้วแต่ก็ต้องจบชีวิตลงซะก่อนที่นางจะไปถึง
พื้นฐานขั้นสูงมีลมปราณ 50 ปี ตอนนี้นางก็เกือบจะไปถึงพื้นฐานขึ้นสูงแล้ว เมื่อออกจากการทำสมาธิเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปนานแล้ว ชุดของฟางเซียนเออร์เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ อย่างน้อยก่อนที่นางจะอายุครบ 10 ปี นางต้องเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นกลางสูงให้ได้
ฟางเซียนเออร์ลงจากเขากลับมาที่บ้าน นางตรงไปหาท่านแม่ของนาง “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าจะเข้าไปในเมืองสักหน่อย ข้าดูจากสภาพอากาศแล้วคาดว่าอีกไม่เกินสองสามวันนี้หิมะจะตกหนักจนพื้นกลายเป็นน้ำแข็งแล้วเราจะไม่สามารถออกไปไหนได้เจ้าค่ะ” นางบอกท่านแม่ของนาง
ฟางเหมยลีที่กำลังทำกับข้าวเพื่อไว้สำหรับเลี้ยงฉลองอยู่ในครัวนั้นก็หยุดมือของนางลง “ก็ดีเหมือนกันเอาตามที่เจ้าว่าเลย” หลังจากที่นางหันไปมองสภาพอากาศด้านนอกแล้ว นางจึงพยักหน้าตกลงอย่างไม่รีรอ “แม่ก็จะเข้าไปในเมืองกับเจ้าด้วย ”
“เจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ต้องๆ อาหารแค่ไม่กี่อย่างข้าทำเองได้เจ้าไม่ต้องยุ่งหรอก” ฟางเหมยลีไล่นางออกไปทันที นางไม่อยากให้บุตรสาวของนางมาทำงานในครัว ถ้าให้นางมาช่วยแล้วนางก็คงจะไม่มีอะไรทำกันนะซิ
“เจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นท่านลุงซีเหมามาแล้วข้าจะมาเรียกท่านนะเจ้าคะ”
“ได้ๆ เจ้าไปนั่งรอท่านลุงที่หน้าบ้านเถอะ”
ฟางเซียนเออร์เดินออกมาที่หน้าบ้าน นางมองพวกนายช่างที่กำลังก่อกำแพงอยู่ กำแพงบ้านของนางใกล้จะเสร็จแล้ว กำแพงสูงมาก ถ้ามองจากด้านนอกนั้นจะไม่รู้ได้เลยว่าคนที่อยู่ข้างในกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งมันดีมากสำหรับป้องกันโจรและพวกชาวบ้านที่สอดรู้สอดเห็นพวกนั้น
“พี่หวังเจี้ยน เดี๋ยวหลังจากที่สร้างกำแพงเสร็จท่านตามข้าไปที่ป่าไผ่บนเขานะเจ้าคะ ข้าจะให้ท่านฝึกยุทธ์ขั้นพื้นฐานเจ้าค่ะ”
หวังเจี้ยนที่กำลังพอกดินเหนียวลงบนกำแพงหันมามองอาจารย์น้อยของเขาด้วยความยินดี “ขอรับอาจารย์น้อย” จากนั้นจึงเร่งความเร็วในการพอกดินลงบนกำแพงให้ไว้ขึ้น
“ท่านไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ข้ากับท่านแม่จะเข้าไปในเมืองสักหน่อย เมื่อกลับมาถึงพวกนายช่างน่าจะสร้างกำแพงบ้านข้าเสร็จพอดีนะเจ้าคะ ไม่รีบๆ”
“เจี้ยนๆ อาจารย์น้อยบอกไม่รีบ เจ้าได้ยินหรือไม่” หวันเจียวอดไม่ได้ที่จะล้อเลียนน้องชายของเขา
“ท่านพี่ท่านก็หยุดล้อข้าสักทีเถอะขอรับ”หวังเจี้ยนมองพี่ชายของเขาด้วยความโกรธ
“…”ฟางเซียนเออร์ มองสองพี่น้องหยอกล้อกันก่อนจะส่ายหัวไปมา นี่ถ้านางมีน้อยชายก็คงไม่ต่างจากหวังเจียวและหวังเจี้ยน นี่ก็ใกล้จะสิ้นเดือนแล้ว ท้องของท่านแม่ก็จะมีอายุครรภ์ครบ 4 เดือนพอดีแล้ววันที่ 7 เดือน 12 นางก็จะมีอายุครบ 8 ขวบ พอดี เข้ามาอยู่ในอีกมิตินี้ก็ผ่านมา เกือบ 2 อาทิตย์แล้วซินะ
หลังจากนั่งรอที่หน้าบ้านไม่นาน ท่านลุงซีเหมาก็กลับมาจากในเมือง นางรีบไปรับท่านลุงที่หน้าประตู ท่านลุงและท่านป้ารีบลงจากเกวียนแล้วตรงเข้ามาหานาง “นางหนูข้านำของที่เจ้าให้ไปขายให้กับร้านซื่อเค่อลีแล้วนะ นี่ใบรายการที่จ่ายเงิน เจ้าดูซิ” ท่านลุงซีเหมารีบส่งใบรายการให้นางและถุงเงินให้กับนาง
“เจ้าค่ะท่านลุง” นางรับใบรายการมาดูจึงรู้ว่าหมูป่าตัวนี้ขายได้ 34 ตำลึงเงิน ซึ่งไม่ได้ต่างกันจากที่นางไปขายเองมากนัก และปลา 15 ตัว 60 อีแปะ ไก่ป่า 1 ตัว 50 อีแปะ “นี่เจ้าค่ะท่านลุงข้าจ้าง 1 ตำลึงเงินเจ้าค่ะ” นางส่งเงิน 1 ตำลึงให้กับท่านลุง “แล้วก็ข้าอยากจะเข้าไปในเมืองหน่อยเจ้าค่ะ ท่านลุงท่านป้าดูซิเจ้าคะ ข้าว่าอีกไม่นานพื้นก็เป็นน้ำแข็งหมดแน่ๆ”
ซีเหมารับเงิน 1 ตำลึงเงินไปถือไว้ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจจะอธิบายเป็นคำพูดได้ นี่เขาหาเงิน 1 ตำลึงเงินได้ง่ายขนาดนี้เชียวหรือ ซีเหมามองภรรยาของเขาแล้วมองหน้าฟางเซียนเออร์ก่อนจะตั้งมั่นในใจเอาไว้แล้ว “จะหนาวขนาดนั้นเลยหรือนังหนู”
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านลุงท่านป้าควรจะกักตุนอาหารไว้ได้แล้วนะเจ้าคะ ข้าเกรงว่าจะหนาวนาน”
“จริงหรือนังหนู”นายช่างหวังมู่ที่ได้ยินนางพูดจึงถามด้วยความสงสัย
"อย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจกับไรท์ด้วยนะคะ"