มีเด็กผู้หญิงคอหักยืนอยู่ตรงหน้าฉัน…
ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์...
ไม่สามารถโทรหาใครได้แม้กระทั่งตำรวจ…
โอ้พระเ้านี่เธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนกันนะ
ทิชารู้สึกอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆให้สมกับความอึดอัดในใจของตัวเธอเองตอนนี้
มือดึงทึ้งหัวตัวเองอีกครั้งเพื่อพยายามคิดหาทางออก
เธอคิดว่าการที่ไฟดับเมื่อกี้อาจจะทำให้สัญญาณโทรศัพท์ในตึกดับไปด้วย ?
ใช้เวลาประมวลความคิดไม่นานทิชาคว้าโทรศัพท์มือถือและเตรียมจะพุ่งไปที่ประตูเพื่อจะออกไปหาสัญญาณโทรศัพท์ข้างนอก
เหมือนว่าเธอจะลืมคิดไปแล้วว่ากฎสำคัญสองข้อที่ผู้หญิงแผนกต้อนรับคนนั้นย้ำนักย้ำหนามีอะไรบ้าง
ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้บิดลูกบิดเพื่อเปิดประตูเสียงเอะอะโวยวายตามทางเดินดังขึ้นเพื่อส่งสัญญาณบอกว่ากำลังมีคนเดินมาทางนี้
“ฉัน้าใช้ห้องอัดเพลงเดี๋ยวนี้ !”
ผู้หญิงอายุน่าจะประมาณยี่สิบต้นๆโยนบัตรจองห้องอัดเพลงใส่ช่องส่งกุญแจ
ทิชาเริ่มคิดแล้วว่าเธอควรจะทำใจให้ชินกับการกระทำของลูกค้าที่นี่
ผู้หญิงคนนั้นแต่งกายด้วยชุดสีดำลายทางทับด้วยแจ็คเก็ตหนังเหมือนพวกวงดนตรีแนวพังค์
ตามหลังเธอมีเด็กหนุ่มวัยรุ่นราวคราวเดียวเดินตามมาด้วยอีกสองคน
ทั้งสองแต่งตัวแนวเดียวกันกับเธอแตกต่างแค่ทรงผมและเด็กผู้ชายอีกคนที่ใส่แว่นดำ
ดวงตากลมโตถูกกรีดด้วยอายไลเนอร์จนสวยเฉี่ยว
แต่ทว่ารอบ ๆขอบตาของเธอกลับหมองคล้ำเหมือนคนอดหลับอดนอนมาหลายวัน
เธอมองไปที่กระดานที่ติดอยู่หน้าประตูปากสวยกระตุกยิ้มเบา ๆ แต่ทิชากลับคิดว่ามันเป็การเหยียดยิ้มซะมากกว่า
“เปลี่ยนชื่ออีกแล้วสินะถ้านับเวลาดูแล้ว คุณคงจะเปลี่ยน ‘เธอ’เป็คนอื่นในเวลานี้”
“...”
“ทิชาหรอ อืม...กลิ่นดูน่าอร่อยเลยทีเดียวน่าจะเป็ผู้หญิงสินะ”
หญิงสาวคนนั้นพูดในขณะที่จมูกสวยๆของเธอกระพือปีกเหมือนสุนัขเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่างจริงๆ
ทิชารู้สึกขนลุกทันทีที่ได้ยินทำไมเธอถึงบอกว่าชื่อฉันน่าอร่อยล่ะ
เธอพูดว่า ‘เปลี่ยนชื่ออีกแล้วสินะ’ แล้วมองไปที่กระดานแทนที่จะมองหน้าฉันงั้นหรอ
นี่ฉันต้องเจอกับลูกค้าประเภทไหนอีกงั้นหรอ
ทิชาพยายามหันไปลองดมกลิ่นเสื้อของตัวเอง
เธอพยายามคิดในแง่ดีกว่ากลิ่นน้ำหอมของตัวเธออาจจะถูกใจคุณลูกค้าคนนี้มากกว่าพนักงานคนก่อนหน้านี้ก็เป็ได้
แต่ยังไงก็ตามตอนนี้เธอยังมีเื่ที่ต้องจัดการอยู่ฉากฆาตกรรมเด็กนักเรียนผู้หญิงคอหักเมื่อครู่
ทิชาต้องโทรแจ้งตำรวจให้ได้ก่อนที่จะให้ผู้ใช้บริการคนอื่นเข้ามาเพิ่ม
ปึง !
เสียงทุบโต๊ะตรงหน้าทำเอาหญิงสาวสะดุ้งโหยงผู้หญิงตาเฉี่ยวคนเดิมทุบโต๊ะด้วยความเกรี้ยวกราดและพูดขึ้นมาเสียงดังอีกครั้ง
“รีบๆเอากุญแจมา ฉันมีเื่ที่ต้องทำ!”
ทิชามองไปที่ทางเดินตรงนั้นเพื่อพยายามอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้แต่ว่า...หือ?
คอของเด็กผู้หญิงคนนั้นกลับมาเป็เหมือนเดิมแล้ว?
หญิงสาวอ้าปากค้างด้วยความอึ้งไม่...มันเป็ไปไม่ได้
เมื่อกี้เธอเห็นกับตาว่าคอของเด็กผู้หญิงคนนั้นหักลงมาเพราะโดนเด็กผู้ชายอีกคนเคาะหัว
แต่ตอนนี้คอขอเธอกลับมาตั้งเป็ปกติแล้ว
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน แถมทั้งสองคนยังเดินไปหาห้องอัดเพลงด้วยกันสบายใจเฉิบ
โดยไม่มีการขัดขืนจากคนเจ็บเลยแม้แต่น้อย
หรือว่าเธอตาฝาดไปเองนะ...บ้าเอ้ย
ทิชากรอกตาด้วยความหงุดหงิดรู้สึกว่า่นี้เธอคงจะพักผ่อนน้อยเกินไปจนทำให้เห็นภาพหลอนแบบนี้
ทิชาคลอนศีรษะเล็กน้อยเพื่อเรียกสมาธิกลับมาและรีบจัดการห้องอัดเพลงให้ลูกค้าอีกคน
“แก๊ก แก๊ก!!!!”
เสียงไม้กลองกระทบเสียงดังไปทั่วทางเดิน
ผู้ชายคนหนึ่งที่มาด้วยกันกับผู้หญิงตาเฉี่ยวคนนี้กำลังเคาะไม้กลองเล่นอย่างบ้าคลั่ง
เขาเคาะไปมาตามผนังห้องของทิชาเป็จังหวะส่งของเพลง
และจบจังหวะสุดท้ายลงบนศีรษะของเด็กผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าข้างๆอย่างรุนแรง
‘อั้ก!!’
ศีรษะเล็กที่ได้รับแรงกระทบเมื่อครู่หลุดออกจากคอกระเด็นกระดอนตกลงบนพื้น
ตามด้วยเืที่พุ่งออกมาจากคอของเขาแว่นดำที่เคยถูกสวมไว้ก็กระเด็นหลุดไปตามแรงกระแทกเช่นกัน
ทิชาเบิกตาโพลงตัวเธอชาวาบ
ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจดวงน้อยๆของเธอเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจนับได้
เธอพยายามใช้มือสั่น ๆของตัวเองจับโต๊ะประคองเอาไว้เพื่อไม่ให้เป็ลมล้มไปซะก่อน
เธอไม่สามารถรู้ได้เลยว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ภาพตรงหน้าที่เห็นมันสยองเกินกว่าจะลืมตามองได้อีกแล้ว หรือว่าฉันกำลังเห็นภาพหลอนอีกครั้งกันนะ
ทิชารีบขยี้ตาตัวเองแล้วมองไปที่เด็กผู้ชายอีกครั้งก็แทบจะกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นว่าดวงตาของเด็กคนนั้นจ้องมาที่เธอ
และมันมีแค่เพียงตาขาวเท่านั้น!
“อา....อา....ฮิๆฮ่าฮ่าๆๆๆ!!!!!”
หัวของเด็กผู้ชายครางออกมาเบาๆก่อนจะค่อยๆหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ปากเล็กๆมีเืไหลขณะหัวเราะจนทำให้พื้นเลอะไปด้วยเืของเขา
หญิงสาวตาเฉี่ยวคว้ากุญแจก่อนจะก้มลงไปหยิบหัวที่ขาดของเด็กผู้ชายคนนั้นขึ้นมาถือด้วยมือเดียว
และใช้มืออีกข้างลากร่างที่ไม่มีหัวเดินตามเธอไป
ส่วนคนที่เป็ต้นเหตุอย่างผู้ชายตีกลองคนนั้นก็เดินตามไปอย่างไม่เป็เดือดเป็ร้อนอะไร
จนกระทั่งหลังจากพวกเขาเดินจากไปทิชาได้สติและจำได้ว่าท่าทีของพวกเขาเหมือนกันกับหญิงชราและคู่วัยรุ่นสองคนนั้นเอาเสียมากๆ
เป็ไปได้ไหมว่าพวกเขา...ไม่ใช่มนุษย์?
เสียงหัวเราะของหัวที่ขาดยังดังก้องไปทั่วทั้งโถงทางเดิน รูปแบบการหัวเราะที่น่าสยดสยองของเขากำลังทำให้ทิชาสติแตก!
เปรี้ยง!!!
กรี้ดดดดดดดดดดด!!
จู่ๆเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นทำเอาทิชาใจนต้องกรีดร้องออกมา
บวกกับความกลัวก่อนหน้านี้ทำให้ในขณะนี้เธอล้มลงไปกองอยู่บนพื้นเพราะขาอ่อนเกินจนไม่สามารถที่จะยืนได้อีกแล้ว
พนักงานใหม่ค่อยๆร้องไห้ออกมาเบาๆที่นี่มันน่ากลัวเกินไปเธอไม่สามารถที่จะทนได้อีกต่อไปแล้ว!
เมื่อเธอกลับมามีสติอีกครั้งทิชาพบว่าผู้หญิงตาเฉี่ยวและเด็กผู้ชายหัวขาดหายไปพร้อมกับรอยเืราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น!
เป็ไปได้ไหมว่าตอนนี้ฉันกำลังฝันไปบางทีตอนนี้ฉันอาจจะกำลังนอนอยู่ที่เตียงนอนของตัวเองก็ได้
และเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากความเครียดของเธอจนเก็บมาฝัน ?
ทิชาพยายามใช้มือสั่นๆตบหน้าตัวเองจนเจ็บไปหมดไม่...นี่เธอไม่ได้ฝัน !
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกว่าใกล้เวลาเลิกงานของเธอ
ทิชาตัดสินใจที่จะรีบเดินออกจากบริษัทนี้ให้เร็วที่สุดและในชีวิตนี้เธอจะไม่กลับมาที่นี่อีกเลย
ช่างหัวเงินเดือนช่างหัวสวัสดิการ เธอจะไม่สนใจมันอีกแล้ว!
ในเวลาเดียวกันประตูบริษัทถูกผลักให้เปิดออกอีกครั้งและชายร่างอ้วนในชุดสูทก็เดินเข้ามา
เพราะขนาดตัวของเขาที่ใหญ่เกินกว่าจะเบียดช่องประตูเข้ามาได้ทำให้การกระทำของเขาเชื่องช้าจนน่าหงุดหงิดใจ
ชายร่างอ้วนคนเดิมพยายามที่จะเบียดตัวเองเข้าประตูแต่ไม่เป็ผลจนในที่สุด..
“แควก !”
เขา...เขาฉีกเนื้อทั้งสองข้างด้วยมือของเขาเอง! เนื้อส่วนเกินขาดวิ่นจนเห็นไปถึงกระดูกซี่โครงข้างใน
ชิ้นเนื้อที่อยู่ในมือของเขามีเืไหลหยดลงพื้นอย่างน่าสยดสยอง
ทิชาจ้องมันอย่างไม่กล้าละสายตา หลังจากนั้นเขาจึงผ่านประตูเข้ามาได้โดยง่าย
เมื่อเห็นฉากตรงหน้าแล้วทิชารู้สึกเวียนหัวและเมื่อรวมกับผลกระทบของฉากก่อหน้านี้แล้ว
ร่างกายของหญิงสาวก็อ่อนแรงจนเป็ลมล้มพับไป
ทิชารู้สึกตัวขึ้นก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นทางเดินที่มืดเอาเสียมากๆ!!
ที่นี่เป็บริษัททำเพลงที่ถูกปล่อยให้ร้างมาหลายปีแล้ว
เธอมองไปตามผนังมีใยแมงมุมเกาะอยู่ทุกหนทุกแห่งและมีฝุ่นหนาอยู่ที่พื้นไม่มีแววของสิ่งมีชีวิตอะไรเลย
นี่มันอะไรกัน...
หมายความว่าเมื่อคืนฉันอยู่ที่นี่ทั้งคืนงั้นหรอ?