ตอนที่9 ตัวตนใหม่
ทันใดนั้นชายชราซูเกอเ้าของร้านยาจงอี้แห่งเมืองตงหยิงในมณฑลซานตง เขาปรากฏตัวขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงทารกร้องจ้าพลางใช้ไม้กระบองชี้ตวาดถามเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยท่าทีขึงขังว่า
“เ้าเด็กน้อย.....พวกเ้ามาจากไหนแล้วทารกนั่นเป็น้องเ้าเหรอ”
ชายชรา้ารับรู้ข้อมูลของเด็กหนุ่มและทารกตัวน้อยมากขึ้นก่อนตัดสินใจจับส่งตำรวจหรือให้ความช่วยเหลือใดทั้งหวาดระแวงว่าเด็กหนุ่มจะใช้ทารกเป็ข้ออ้างเข้ามาขโมยทรัพย์สินภายในร้านในทีจึงต้องถามให้ชัดเจน
หลี่หนิงหลงกระถดถอยหนีด้วยความตื่นใเมื่อได้ยินเสียงตวาดดังลั่นจากชายชราพลางอุ้มน้องแนบอกแน่นด้วยกลัวว่าจะถูกพรากไปพอเห็นท่าทางใจดีของชายชราหนวดเครายาวใส่เสื้อถังจวงสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสีเทาดูสุภาพจึงผ่อนท่าทีลงแล้วตอบตามจริงเพียงบางส่วนว่า
“พวกผมมาจากบ้านนอกแล้วนี่ก็เป็น้องสาวผมเองครับ น้องชื่อเหยี่ยนเอ๋อร์ เพิ่งคลอดเมื่อวานนี้แต่แม่ก็มาตายจากพวกเราไปซะก่อนส่วนพ่อก็ตกเขาตายตอนแม่ท้องอ่อน ๆ ที่บ้านไม่เหลืออะไรให้พอทำมาหากินได้ผมก็เลยต้องพาน้องมาเสี่ยงโชคด้วย ส่วนพี่น้องผมอีกสองคนออกไปหานมมาให้น้องอยู่พวกเราพอจะมีเงินติดตัวมานิดหน่อย ก็เลยกะว่าจะหาซื้อของกินมาด้วยท่านผู้เฒ่าอย่าไล่พวกเราไปเลยนะครับ ผมไม่มีเงินมากพอจะไปเช่าโรงแรมอยู่กันหวังว่าจะเมตตาพวกเราด้วย”
เด็กหนุ่มพูดมากที่สุดอีกครั้งเพื่อหวังช่วยทุกคนให้รอดพ้นจากการถูกขับไล่โดยอ้างถึงเหตุจำเป็บางประการพลางหวังให้ชายชราเมตตาตนกับพี่น้องทุกคนเพราะััได้ถึงความใจดีทั้งหวังขอความช่วยเหลือจากชายชราเื่อื่นด้วย
พี่รองของกลุ่มไม่พูดปากเปล่าแต่รีบวางน้องน้อยลงบนพื้นข้างตัวแล้วคุกเข่าโขกศีรษะคำนับอย่างรู้หน้าที่โดยหวังให้ชายชราเมตตาตนกับน้องสาวในที
ตาแก่นี่ท่าทางใจดีทีเดียวรีบพูดอะไรออกมาซะทีสิ พี่ชายของข้าจะได้ไม่ต้องกังวลอีก โขกหัวแรง ๆเดี๋ยวก็ได้แผลเพิ่มหรอก
เทพซุนเสวี่ยมี่พลันหยุดร้องไห้แล้วจ้องมองชายชราตาแป๋วแทนนางหวังให้ร่างกายอวบอ้วนของทารกดึงดูดความเมตตาจากเขาทั้ง้าให้เขารีบพูดอะไรบางอย่างออกมาโดยเร็วเพื่อให้สถานการณ์อันเคร่งเครียดผ่อนคลายขึ้นบ้าง
ครั้นชายชราซูเกอเหลือบเห็นทารกน้อยน่ารักบนพื้นจิตใจอันห่อเหี่ยวเพราะถูกลูกชายคนเดียวทอดทิ้งไปมีครอบครัวแล้วไม่เคยกลับมาเหลียวแลนานนับสิบปีพลันอ่อนยวบระคนชุ่มชื่นขึ้นมาทันทีทันใดเขาเอ่ยขึ้นมาอย่างมีความหวังว่า
“ถ้าจะอยู่ที่นี่ต่อก็ต้องเป็ลูกหลานฉันเท่านั้นฉันไม่ชอบเผื่อแผ่ความเมตตาให้คนนอกไม่รู้กตัญญูหรอกนะ”
หลี่หนิงหลงผู้ชาญฉลาดมากที่สุดในกลุ่มพอได้ยินคำพูดสงวนท่าทีของชายชราพลันตระหนักรู้ในทันที เขาไม่ยึดติดชื่อแซ่ดั้งเดิมมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่ก่อนแล้วทั้งยังมีเจตนาอยากขอความช่วยเหลือจากชายชราในการสร้างตัวตนใหม่พอดีจึงโขกศีรษะพร้อมกล่าวขอบคุณอย่างรู้ความว่า
“ขอบคุณครับท่านผู้เฒ่าผมและพี่น้องทุกคนยินดีเป็ลูกหลานรับใช้ท่านชั่วชีวิตพวกเราไม่มีญาติพี่น้องเหลืออยู่สักคนหากท่านช่วยเป็ผู้ปกครองของพวกเรา.....ก็ยิ่งดีเลยครับ”
ชายชราซูเกอลอบยิ้มพึงพอใจต่อความมฉลาดเอาตัวรอดของเด็กหนุ่มหน้าตาดีตรงหน้าพลางทรุดนั่งแล้วโน้มตัวอุ้มทารกน้อยในห่อผ้าสีฟ้าขึ้นมาจากพื้นแนบอกก่อนถามรายละเอียดทารกผู้ดึงดูดใจตนให้ยอมรับเื่ราวทั้งหลายได้อย่างง่ายดายว่า
“น้องเ้าเป็หญิงหรือชายละเกิดเมื่อวานก็เป็วันที่สี่เดือนหนึ่งสินะ เป็วันสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว”
หลี่หนิงหลงยิ้มกว้างยินดีเพราะััได้ถึงความเมตตาและรักน้องสาวไม่แพ้ตนจึงตอบชายชราตามจริงโดยละบางเื่ซึ่งสำคัญยิ่งยวดเพราะเกี่ยวข้องกับทุกคนไว้ว่า
“น้องเป็ผู้หญิงครับพอแม่คลอดน้องไม่นานก็จากพวกเราไปพวกผมมีกันสามคนและสี่กับน้องสาวคนเดียวนี่แหละครับก่อนตายแม่ให้ชื่อน้องว่าเทียนเหยี่ยน พวกเราก็เลยเรียกน้องว่า เหยี่ยนเอ๋อร์ครับ”
ชายชราพยักหน้าเข้าใจเื่ราวอันน่าหดหู่โดยััได้เพียงความเศร้าหมองในน้ำเสียงจากเด็กหนุ่มตรงหน้าทว่าไม่พบความผิดปกติใด พลางยิ้มละไมมีความสุขเพราะทารกน้อยกำลังเล่นด้วยการกำนิ้วมือตนเองอย่างอารมณ์ดีแล้วถามถึงกล่องโลหะเก่าข้างกายเด็กหนุ่มด้วยความสงสัยว่า
“นั่นกล่องอะไรเหรอ”
หลี่หนิงหลงคิดคำตอบเกี่ยวกับกล่องสมบัติไว้ล่วงหน้าแล้วจึงตอบตามแผนการด้วยน้ำเสียงปกติไม่ให้ชายชราจับสังเกตได้ว่า
“มันเป็ของจุกจิกแต่เดิมของพ่อกับแม่ครับแต่เอกสารการเกิดหรือหลักฐานสำคัญอื่น ๆ พวกผมพยายามหาทั่วบ้านแล้วแต่หาไม่เจอมีแต่ของเบ็ดเตล็ดกับเงินอีกนิดหน่อยมาด้วยพวกมันเป็สมบัติที่เหลือติดตัวอยู่แค่นี้แหละครับ”
เด็กหนุ่มตอบพร้อมเงยหน้าสบตาชายชราเป็การแสดงความบริสุทธิ์ใจทว่าก้นบึ้งหัวใจเขาลอบปาดเหงื่อด้วยความหวาดวิตกเพราะกลัวว่าชายชราจะไม่เชื่อคำพูดของตนโดยเดิมพันต่อการเปลี่ยนแปลงตัวตนใหม่กับการตัดสินใจของเ้าของบ้านผู้ใจดีตรงหน้า
เฮ้อ...เห็นทีข้าคงต้องช่วยแสดงอีกยกซะละมั้งเล่นคิดเปลี่ยนแปลงตัวตนใหม่แบบนี้ หวังว่าตาแก่จะมีช่องทางช่วยเหลือล่ะนะ
ทันใดนั้นทารกน้อยหัวเราะร่ายินดีพร้อมละมือจากการกำนิ้วชายชราเล่นด้วยการยื่นมือออกไปคล้าย้าััใบหน้าชายชราอย่างใกล้ชิดแล้วยังดิ้นถีบผ้าออกให้เห็นเรือนร่างอันมีเสน่ห์ตามประสาทารกน้อย นางยิ้มโชว์เหงือกแดงเพราะ้าดึงดูดความสนใจของชายชราให้ตัดสินใจช่วยเหลือพี่ชายจำเป็และตนเองไปพร้อมกันทั้งลุ้นให้ชายชรารีบตัดสินใจโดยเร็ว
ซูเกอเหลือบมองทารกในอ้อมกอดแทนใบหน้าเด็กหนุ่มเขาหัวใจอ่อนยวบทันทีเพราะััได้ว่าทารกน้อยอารมณ์ดีซึ่งบ่งบอกว่ามีความสุขเมื่ออยู่กับตนพลางลอบพยักหน้าต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญแล้วเงยหน้ามองเด็กหนุ่มอีกครั้ง ก่อนบอกชื่อแซ่ใหม่เป็การประกาศเจตนาชัดเจนว่า
“เ้าก้อนแป้งเป็ทารกน่ารักซะจริงงั้นดีเลย ต่อไปนี้ให้เรียกว่าซูเทียนเหยี่ยน ส่วนเ้าชื่ออะไรล่ะ...เ้าเด็กน้อย”
ชายชราซูเกอจ้องมองหลี่หนิงหลงด้วยความสงสัยเพราะเห็นเงียบเสียงไปพอเห็นว่าเด็กหนุ่มอ้าปากค้างตกตะลึงอยู่จึงคาดเดาว่าคงดีใจจนหลงลืมทุกสิ่งรอบตัวพลางเรียกซ้ำเพราะอยากรู้จักชื่อของว่าที่หลานชายคนใหม่และคนที่เหลือด้วย
ฝ่ายหลี่หนิงหลงกำลังตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึงว่าชายชราจะมีแซ่ซูซึ่งตรงกับแซ่เดิมของน้องสาวบุญธรรมอย่างไม่ตั้งใจจึงนิ่งอึ้งอยู่กระทั่งได้ยินเสียงชายชราเรียกอีกครั้งจึงตอบตามจริงและยังบอกชื่อพี่น้องอีกสองคนไปด้วยว่า
“อ๊ะ! ผมชื่อ.....หนิงหลง พี่ใหญ่พี่หนิงอันส่วนน้องเล็กคนก่อนเหยี่ยนเอ๋อร์ ชื่อว่าหนิงหวงครับ”
ด้วยไหวพริบอันชาญฉลาดของพี่รองเขารีบบอกเฉพาะชื่อแต่ละคนโดยละแซ่เดิมจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทันทีเป็การบอกชายชราอย่างมีนัยว่ามีแซ่เดียวกับน้องสาวซึ่งตรงกับแซ่ของชายชราด้วยความบังเอิญแห่งโชคชะตา
ซูเกอพยักหน้าเข้าใจพลางรู้สึกได้ว่านับแต่นี้ชีวิตตนจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลทั้งยังไม่เงียบเหงาอ้างว้างเหมือนเดิมเพราะมีหลานสาวคนใหม่ซึ่งตนอยากได้มานาน แล้วยังจะได้หลานชายเพิ่มถึงสามคนถึงแม้จะเป็เด็กแปลกหน้าเพิ่งพบกันเป็ครั้งแรกทว่าสัญชาตญาณบอกว่าเด็กเหล่านี้จะทดแทนบุญคุณและมีความกตัญญูเหนือกว่าบุตรชายแท้จริงด้วยซ้ำไป
จากนั้นชายชราเ้าของร้านยา“จงอี้” บอกถึงสถานะใหม่ของสองพี่น้องด้วยน้ำเสียงมั่นใจโดยคิดว่าเด็กทุกคนคงไม่มีใครคัดค้านความคิดของตนทั้งยังบอกนามเรียกขานให้เด็กหนุ่มเรียกอย่างเป็กันเองว่า
“ก็ดี.....งั้นชื่อเล่นเ้าก้อนแป้งก็เรียกเหยี่ยนเอ๋อร์เหมือนเดิมส่วนเ้าก็ชื่อ ซูหนิงหลง อีกสองคนก็ให้ใช้แซ่ซูเหมือนปู่ไปเลยแล้วกัน ถ้าอีกสองคนกลับมาก็ให้ตามเข้าไปในบ้านตอนนี้ไปหาผ้าใหม่เปลี่ยนให้เหยี่ยนเอ๋อร์กันเถอะ อ้อ...เรียกปู่ว่าปู่เกอนะ”
ชายชราััได้ถึงกลิ่นเหม็นอับจากผ้าห่อตัวสีฟ้าของทารกพลางคิดจะเปลี่ยนให้ใหม่อย่างกระตือรือร้น เนื่องด้วยสมัยภรรยาคลอดบุตรชายตนเคยช่วยเลี้ยงลูกั้แ่แบเบาะจึงมีประสบการณ์ในการดูแลทารกแรกเกิดเป็อย่างดีทั้ง้าดูแลทารกน้อยด้วยความรักใคร่เป็ทุนเดิม
ซูหนิงหลงตาโตเป็ประกายอย่างมีความสุขเพราะเป็หนึ่งในเจตนาที่ตน้าให้เป็เช่นนี้อยู่แล้วเขารีบก้มศีรษะคำนับด้วยความสำนึกในบุญคุณพร้อมกล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาทว่า
“ขอบคุณครับขอบคุณมาก ๆ ครับปู่เกอ”
เด็กหนุ่มปล่อยให้ชายชราเป็คนอุ้มน้องสาวอย่างสบายใจพลางยกแขนปาดน้ำตาแห่งความยินดีต่อชะตาชีวิตใหม่ โดยััได้อย่างชัดเจนว่าชีวิตวันข้างหน้าย่อมดีขึ้นเรื่อยๆ ั้แ่ได้ช่วยเหลือทารกน้อยจากศาลเ้าร้างไว้
ต้องให้ได้อย่างนี้สิตาแก่นี่ก็เป็คนดีทีเดียว แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อยไม่ใช่ต้องให้พวกเด็กนั่นอุ้มข้าวิ่งหนีไปมาอยู่นั่นแหละ
“เอิ๊กอ๊าก ๆ ๆๆ ๆ”
ระหว่างเทพตัวน้อยถูกอุ้มอยู่ในอ้อมกอดชายชรานางกำนิ้วชายชราเล่นพร้อมคิดอย่างอารมณ์ดี ทั้งยังหัวเราะร่ามีความสุขเพราะสบายใจที่ไม่ต้องถูกพี่ชายจำเป็พาวิ่งหลบหนีผู้คนอีกประการสำคัญยังมีบ้านพักอาศัยและสถานะใหม่ชัดเจนเป็หลักแหล่งซึ่งจะช่วยให้ตนอยู่สุขสบายสิ่งสำคัญที่สุดคือสถานที่แห่งนี้ยังเป็ร้านจำหน่ายสมุนไพรซึ่งเป็แหล่งช่วยค้นหาสมุนไพร์ไว้ปรุงเป็ยาเพิ่มพลังปราณได้อีกด้วย
“ฮ่า ๆเหยี่ยนเอ๋อร์ เ้าช่างเป็ทารกอารมณ์ดีซะจริง”
ชายชราซูเกอหัวเราะชอบใจต่อท่าทางอารมณ์ดีของเ้าก้อนแป้งพลางจ้องมองทารกในอ้อมกอดด้วยความรักใคร่ดุจลูกหลานแท้จริงทั้งััได้ถึงสายใยลึกลับโอบล้อมรอบตัวซึ่งช่วยให้รู้สึกผูกพันใกล้ชิดกับทารกมากยิ่งขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล
หลี่หนิงหลงเดินตามหลังชายชรามาอย่างกระชั้นชิดพอเห็นว่าชายชรากำลังอุ้มทารกเข้าไปในห้องซึ่งซ่อนตัวอยู่ในอาคารหลังใหญ่โอ่อ่า ขณะตนอุ้มกล่องโลหะที่มีสมบัติจำนวนมากอยู่ในนั้นแนบอกแทนน้องสาวพลางบอกชายชราด้วยความเขินอายแต่กลัวว่าพี่น้องคนอื่นจะไม่พบตนในตำแหน่งเดิมจึงตั้งใจไปดักรอแล้วพามาคารวะชายชราอย่างเป็ทางการว่า
“ปู่เกอครับผมขอไปรอพี่น้องอีกสองคนอยู่ประตูหลังบ้านได้ไหมครับ เผื่อว่าพวกเขาจะไม่เห็นผมอยู่ที่นั่นเดี๋ยวจะมีปัญหาเกิดขึ้นน่ะครับ”
เด็กหนุ่มมั่นใจจากสัญชาตญาณว่าชายชราจะไม่ทำอันตรายใดแก่น้องสาวทั้งยังเห็นว่าชายชรามีใจเมตตารักใคร่น้องสาวเป็อย่างดีจึงอยากแยกตัวไปบอกข่าวดีกับพี่น้องทุกคนพร้อมทั้งวางแผนให้พี่น้องเตรียมตัวไว้เนื่องจากจำเป็ต้องบอกข้อมูลสำคัญแก่ชายชราให้ตรงกันด้วย
“ไปเถอะข้าจะดูแลเ้าซาลาเปาน้อยเอง”
ชายชราซูเกอโบกมือไล่หลานชายคนใหม่อย่างไม่ใส่ใจเพราะความสนใจตอนนี้มุ่งไปหาเฉพาะทารกขาวอวบอ้วนตรงหน้าซึ่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเป็ระยะได้ทำให้หัวใจห่อเหี่ยวของตนกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันตาเห็น ทั้งคิดว่าทารกน้อยควรใส่ใจมากกว่าทุกคนเพราะบอบบางและยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้