[New Life] อิสระของชีวิต

    [48] เข่นฆ่า

    [48] เข่นฆ่า*คำเตือน* มีฉากที่ค่อนข้างโหดเหี้ยมเล็กๆ น้อยๆ เลือดสาดอีกนิดหน่อย หากขวัญอ่อนกรุณาตั้งสติก่อนอ่าน
    ย้อนกลับไปเมื่อตอนเย็นอรอนงค์ อดัม และอลิซนั่งกินข้าวเย็นบนโซฟาหน้าทีวี พวกเขาดูข่าว ดูละคร ฟังบทสัมภาษณ์ และเปิดดูทุกๆ รายการที่คนที่ไม่ได้อยู่ ณ ตรงนี้ไปเข้าร่วม คนสำคัญอีกคนของครอบครัว“เซ็ทลูกแม่หล่อสุดๆ ไปเลย ว่ามั้ยอดัม เซ็ทพูดดีมากด้วย ลูกแม่หล่อฉลาดเหมือนเดิม อดัม ฉันสมัครเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของลูกชายตัวเองแล้วล่ะ”“คุณช้าไปแล้ว แฟนคลับเบอร์หนึ่งของเซ็ทน่ะผมต่างหาก เนอะอลิซ”อดัมว่าพลางขยี้หัวลูกสาว พวกเขาต่างพูดถึงครอบครัวที่ไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เนื่องเพราะมีหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งการที่เซ็ทเป็นคนของสังคมก็มีข้อดีอยู่อย่างคือพวกเขาสามารถเห็นหน้าเซ็ทได้ทุกเวลาที่ต้องการ เพียงแค่เปิดทีวีหรือไม่ก็เปิดยูทูป ข่าวของเซ็ทก็มีให้เห็นเต็มไปหมด“เบอร์ไหนฉันก็ยังหวีดลูกอยู่ดีแหละค่ะ ว่าแต่...วันนี้เซ็ทก็กลับดึกอีกแล้วสินะ เห็นลูกชายไปรุ่งขนาดนี้ก็ดีใจอยู่หรอกนะคะ แต่เป็นห่วงจัง ทำงานหนักทุกวันขนาดนี้จะป่วยหรือเปล่าก็ไม่รู้?”“ไม่เป็นไรหรอกเชื่อสิ เซ็ทน่ะดูแลตัวเองได้ คุณน่ะแทนที่จะไปกังวลเกี่ยวกับเซ็ทห่วงตัวเองก่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้ต้องไปหาหมอนี่ อย่ามัวแต่รอลูกจนนอนไม่หลับอีกล่ะ เดี๋ยวสุขภาพจะแย่เอา”“รู้แล้วล่ะค่ะ ฉันจะไม่ฝืนตัวเองหรอก”อรไม่ค่อยได้ออกไปไหนเนื่องจากสภาพร่างกายของเธอ แม้จะไม่สะดวกอยู่บ้างเนื่องจากต้องใช้ชีวิตแบบระมัดระวังตามหมอสั่ง แต่เธอก็พอใจที่ได้อยู่คอยสามีและลูกๆ กลับบ้านในทุกๆ วัน เธอยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะดูแลบ้าน ทำความสะอาด ทำอาหารไว้ให้คนที่เธอรักในทุกๆ เช้าและทุกๆ เย็น ต่อให้ไม่ได้ออกไปไหนก็ไม่มีปัญหา ...จะให้อยู่อย่างนี้ไปทั้งชีวิตเลยเธอก็โอเค“แม่คะ กินข้าวเสร็จอลิซกินไอติมได้มั้ย?”“ถ้าหนูกินผักในจานหมดแม่จะให้กินไอติมจ้ะ แต่ให้แค่แท่งเดียวนะ”สิ้นคำพูดของอร อลิซก็ตักมะเขือเทศในจานเข้าปากเคี้ยว เด็กหญิงแอบทำหน้าแหยะ แต่ก็ค่อยๆ กินจนมะเขือเทศกับแตงกวาที่ถูกเขี่ยไว้ริมจานไม่เหลืออีก เธอชี้จานข้าวของตัวเองแล้วช้อนตามองอรอนงค์เพื่อทวงสัญญา“เก่งมากจ้ะ อดัมคะ ช่วยหยิบไอติมให้อลิซแท่งนึงนะคะ”“ได้เลย อลิซ กินไอติมรสอะไรดี?”“เอาสีแดงค่ะปะป๊า”ไอติมไม้แท่งละสองบาทถูกยื่นให้อลิซ เธออ้าปากดูดๆ เลียๆ กินไอติมรสน้ำแดงธรรมดาด้วยความเอร็ดอร่อย อรยื่นทิชชู่พันปลายไม้เอาไว้กันไอติมละลายจนเปื้อนพรม อลิซก็เข้าใจ กินอย่างระมัดระวังมากขึ้น จนกระทั่งหมดแท่ง ปากและลิ้นของเด็กหญิงก็เป็นสีแดงตามสีไอติม “อร่อยค่ะ อยากให้พี่ชายได้กินบ้างจัง อากาศร้อนๆ กินไอติมเย็นแล้วสดชื่น พี่ชายจะได้ไม่เหนื่อย” อลิซพูดเจื้อยแจ้ว เธอทิ้งไม้เสียบลูกชิ้นที่ถูกนำมาเป็นไม้ไอติมลงในถังขยะก่อนจะวิ่งไปล้างมือ“งั้นวันนี้ทำกับข้าวไว้ให้พี่ชายเสร็จ ก็เขียนโน้ตบอกพี่ชายว่ามีไอติมในตู้เย็นด้วยดีมั้ย?”“ดีค่า”อลิซชูไม้ชูมือ ช่วยแม่อรกับปะป๊าอดัมเอาจานตัวเองไปเก็บล้างอย่างรู้ความ ก่อนจะไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆ แม่อรที่ทำกับข้าวง่ายๆ ไว้ให้เซ็ท บรรยากาศครอบครัวอันแสนสุข ไม่ว่าใครเห็นต่างก็อดยิ้มตามไม่ได้หรอก“ขอให้พี่ชายกลับมากินแล้วหายเหนื่อย เพี้ยง”อลิซว่าพลางสะบัดมือเหมือนกำลังร่ายมนตร์ให้กับอาหารง่ายๆ ที่แม่อรทำเตรียมไว้ ทั้งอลิซ อดัม และอรอนงค์ต่างก็ยิ้มแย้มกันแทบจะตลอดเวลา ต่อให้ตัวไม่ได้อยู่ใกล้ แต่ความห่วงใยและความหวังดีให้กับเซ็ทจะมีอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง...ความห่วงใยที่ต่อให้ไม่อยู่ด้วยแต่ก็รับรู้ได้ผ่านการกระทำ ...เซ็ทให้สัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องครอบครัวนี้จากทุกอย่างเท่าที่สองมือของเขาจะเอื้อมถึง ก่อนจะออกไปพบหนิงซีหลินเซ็ทกินอาหารที่แม่อรเตรียมไว้ หยิบไอติมรสโค้กในตู้เย็นออกมากิน หลังจากทำตามข้อตกลงช่วยเหลือหนิงซีหลินเสร็จ เซ็ทก็กลับไปสู่วิถีชีวิตที่เคยผ่านมาแล้วด้วยความเต็มใจยิ่ง...รสน้ำแดงที่อลิซแนะนำให้กินผ่านไว้กินวันหลังดีกว่า เขาไม่อยากให้มันไปซ้อนทับกับสีของเลือดที่จะต้องหลั่งรินในคืนนี้......กลับสู่ช่วงเวลาปัจจุบันตึง!!“โอ๊กกกกก!!”“เหอะ สกปรกเป็นบ้า!!”ร่างของคนที่ผอมบางกว่าคนอื่นถูกอัดกระแทกเข้ากับลูกกรงจนเกิดเสียงดังสะเทือน อีกทั้งยังมีเสียงคายของเก่าดังตามมา ไม่กี่วินาทีให้หลังร่างผอมบางของชายผู้โชคร้ายก็ถูกโยนลงกับพื้นกลางวงที่คนมากมายกำลังกระทืบกันเอง เป็นการเรียกความสนใจของคนอื่นๆ ที่ยังยืนอยู่บนสนามได้ชะงักนัก เซ็ทจำได้ดีว่าผู้กระทำที่กำลังแสยะยิ้มสะใจคือชายร่างใหญ่กล้ามโตที่ข่มขู่เขาตั้งแต่มาถึง หมอนั่นเบ่งกล้ามอวดร่างกายของตัวเองด้วยความอวดดี กระดิกนิ้วท้าทายชาวบ้านเขาไปทั่ว“เอ้าๆ ถ้าอยากตายก็เข้ามาเลย!!”“หน็อย-แก!!”“เล่นมันก่อนแล้วค่อยว่ากัน!!”คนในสนามจำนวนหนึ่งใช้จำนวนคนที่มากกว่าเข้าล้อม หากแต่ด้วยกำลังที่แตกต่างกัน การกระทำนั้นก็เลยเป็นการกระทำที่ค่อนข้างจะไร้ความหมาย ร่างใหญ่โตเพียงตวัดแขนออกไปกวาดแบบมั่วๆ ร่างของคู่ต่อสู้ที่พุ่งเข้าหาต่างก็ถูกกระแทกจนกระเด็นล้มไปอย่างง่ายดาย“ฮ่าๆๆๆ เบาหวิวกันจริงๆ นะพวกมึงนี่ กากว่ะ!!”{ร่างใหญ่โตแต่มวลไขมันต่ำ ความคล่องตัวพอใช้ กล้ามเนื้อแน่นแรงค่อนข้างมาก หุ่นค่อนข้างหนาคิดว่าน่าจะอึดทนมือทนตีนในระดับหนึ่ง จากการประเมินด้วยตาแบบผ่านๆ เทคนิคอยู่ในระดับต่ำ มีดีแค่พละกำลัง อุปนิสัยยโส หลงตัวเอง อวดดี ประมาท ดูแล้วมีดีแค่กล้ามแต่ไม่มีสมอง สรุป กากอยู่ดี}‘...รู้ว่าประเมินออกมาแบบเดียวกัน แต่ไม่ต้องพูดก็ได้น่ะโร เปลืองพื้นที่หน้ากระดาษ’เซ็ทตอบโรอยู่ในใจ เขายังคงหลบไปตามมุมอับสายตาของคนบนสนามเป็นตายนี่ พวกคนดูเองก็ไม่ได้โฟกัสอะไรเขา เนื่องเพราะการต่อสู้ที่เดิมพันกันด้วยชีวิตตรงกลางสนามนั้นน่าสนุกมากกว่าจะมาจับตาดูพวกขี้ขลาดที่เอาแต่หนี พวกนั้นคิดเอาเองว่าอย่างเซ็ทในท้ายที่สุดก็ถูกเล่นงานจนตายไปเอง...โง่เง่า การต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตไม่ได้ใช้แค่กำลังแล้วจะชนะในท้ายที่สุดหรอกนะ“เวรเอ๊ย!! ตายซะเถอะมึง!!”...ลอบโจมตีใครเขาให้ออกเสียง ดูหนังดูละครมากไปรึเปล่า บอกตำแหน่งตัวเองโต้งๆ แบบนั้น ถ้าไม่ใชพวกอ่อนหัดก็โต้กลับได้หมดนั่นแหละ แล้วหมัดก็ลอยไปกระทบคนโง่คนนั้นตามที่เซ็ทคิด...เห็นมั้ย จมูกเบี้ยวแล้วนั่น“มึงอย่า...อย่ามาดูถูกกันนะเว้ย!!”...คนที่พูดนั่นแหละกำลังดูถูกตัวเอง อีกฝ่ายยังไม่ทันพูดอะไรเลย สมาธิกระเจิงหมดแล้วนั่น โง่จริง สู้เขาไม่ได้แทนที่จะถอยดันเข้าไปสู้ต่อจนกลายเป็นกระสอบทรายมนุษย์ไปแล้ว ...ล้มไปอีกหนึ่ง โดนต่อยเข้าขมับขนาดนั้นสมองแกว่งหลับคาอากาศไปสิ ห่วยชะมัด{ไอ้หมอนั่นไม่เลวนะเซ็ท ถึงจะดูต่อยตีไม่เป็นแต่ก็รู้จุดตาย}‘รู้แล้วทำไม โจมตีไม่โดนก็ไร้ค่าอยู่ดี’เซ็ทประเมินอย่างไร้ความปราณี ต่อให้เล็งแต่ส่วนสำคัญแต่ต่อยวืดแล้ววืดอีกมันจะไปมีค่าอะไร{ไอ้กล้ามเนื้อคนกากนั่นน่าจะอยู่ได้นานสุด อย่างว่าสมรรถภาพทางกายมันต่างกันเกินไป หากไม่มีคุณมันคงเป็นผู้ชนะ}‘...ก็คงจะเป็นอย่างนั้น ถือว่ามันซวยที่ดันมาลงสู้ในรอบที่ต้องเจอฉันก็แล้วกัน’ เซ็ทว่าพลางแสยะยิ้ม สัญลักษณ์ของพวกเฮยอันซาเด่นหราอยู่กลางหลังที่มีแต่กล้ามเนื้อซะขนาดนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของร่างกล้ามเนื้อคงเป็นพวกตัวเก็งที่ถูกส่งมาคว้าชัยในสนาม เพื่อที่ว่ารางวัลจะได้ไม่ต้องตกเป็นของใคร ท่าทางก่อนเกมส์จะเริ่มของอีกฝ่ายก็ออกจะชัดเจนด้วย“รางวัลต้องเป็นของฉัน ฉันจะเป็นผู้ชนะ!!”“ของกูต่างหาก!!”นอกจากหมอนั่นก็มีคนกลุ่มนึงที่ดูคุ้นเคยกับการต่อสู้นี้ต่างจากคนอื่นๆ ที่ถูกจับมาอย่างเห็นได้ชัด พวกนั้นน่าจะถูกส่งมาสร้างสถานการณ์ให้ความวุ่นวายเกิดง่ายขึ้น ปลุกปั่นให้คนรอบข้างต่อสู้สุดชีวิต เกมส์จะได้สนุกขึ้น พวกคนดูจะได้ไม่เบื่อเป็นสีสันให้เกมส์ไม่ต้องให้โรลำบากสืบหาหนอนที่ปนอยู่เลยสักนิด แค่มองผ่านๆ ก็จับไต๋ได้ทั้งหมดนั่นแหละ ไอ้พวกลงมือแรกๆ ที่ตอนนี้แกล้งลงนอนกองกับพื้นเก็บแรงไว้ตอนท้ายนั่นไง พวกเดียวกันเห็นๆ ...ช่างเป็นพวกที่ไร้สาระแถมยังกากสิ้นดี ดูออกง่ายเกินไปแล้ว นี่เขาต้องเสียแรงกับไอ้พวกนี้จริงๆ อย่างงั้นเหรอ ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองตกต่ำลงเยอะ...{อย่าไปคาดหวังอะไรกับพวกโง่สิเซ็ท แล้วก็อย่าไปเปรียบเทียบเจ้าพวกนี้กับกองกำลังใหญ่ๆ ที่คุณต้องแฝงตัวเข้าไปทำลายด้วย}‘...รู้แล้วล่ะน่า’...แค่ตัวเก็งหรือพรรคพวกมีไปก็เท่านั้น ในเมื่อสนามนี้มีม้ามืดแบบเขาอยู่ ...ไม่ได้ดูถูกหรอกนะ แต่ระดับมันผิดกัน{มีพวกใช้แผนแบบเดียวกับคุณด้วย แต่น่าจะไม่รอดนะนั่น ไม่ถึงห้าวิจะมีคนพุ่งเข้าใส่เขา ยังมีหน้ายิ้มอีกแน่ะ สงสัยคิดว่าไม่มีใครสังเกต}‘หลบห่วยๆ แบบนั้นก็สมควรโดนกระทืบอยู่หรอก’ เซ็ทว่าในขณะที่สายตายังคงกวาดมองไปทั่วสนาม ภาพคนมากมายถูกกระทืบปางตายยังคงดำเนินต่อไปไม่จบไม่สิ้น และเซ็ทไม่ใช่คนดีขนาดที่จะเข้าไปช่วยเหลือให้เปลืองแรงเขาหลบฉากถอยหนีออกจากการต่อสู้ไปตรงนั้นตรงนี้ ขณะเดียวกันก็ประเมินแต่ละคนอยู่ในใจไปพร้อมกัน ถ้ามีป๊อปคอร์นกับน้ำเป๊บซี่ก็คงไม่ต่างจากนั่งดูหนังพร้อมวิจารณ์แบบชิดติดขอบสนาม {เซ็ทว่าใครจะรอดถึงมือคุณ ผมเดาสามคนทางนั้น แผนสูง ฝีมือพอใช้}‘หน่วยก้านก็ดูดีที่สุดบนสนามจริงๆ นั่นแหละ สมที่เป็นพวกแฝง มือเก๋าพอสมควร’เซ็ทยังคงพูดคุยกับโรไปเรื่อย ก่อนจะจบประโยคสนทนาด้วยการเดาหาคนที่น่าจะอยู่รอดเป็นคนท้ายๆ ที่ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย ที่สุดท้ายต้องรอดมาเผชิญหน้ากับเซ็ท ส่วนผู้ชนะไม่ต้องเดาไม่ต้องพนัน เพราะเซ็ทไม่ปล่อยชัยชนะให้หลุดมือไปแน่นอน โรเองก็รู้เรื่องนั้นดีที่สุดอยู่แล้ว“...มุกิ้ว”เจ้าจิ้งจกตัวน้อยนอนบิดไปบิดมาอยู่ในกระเป๋า เสียงเล็กๆ ดังลอดออกมาเบาๆ พอให้เซ็ทได้ยิน เซ็ทก้มมองมันนิดหน่อยด้วยความไม่เข้าใจ เพราะจากเสียงของมันดูแล้วน่าจะกำลังอารมณ์ไม่ดี{เสียงในสนามคงดังจนมันรำคาญล่ะมั้งเซ็ท}“ทนหน่อยแล้วกันอเล็กซ์ จริงๆ กินแล้วนอนก็ไม่ดีหรอกรู้มั้ย”“มุกิ้ว!”เมื่อได้ฟังถ้อยคำกระซิบกระซาบของเซ็ท เจ้าจิ้งจกสีฟ้าที่ตอนแรงนอนแอ้งแม้งก็พลิกตัวกลับมายืนด้วยขาสั้นๆ มันพองลมเต็มสองข้างแก้ม จากนั้นก็คลานๆ ไต่ๆ ไปบนกลุ่มผมของเซ็ท ราวกับจะบอกว่าไม่นอนก็ได้ เซ็ทไม่ได้ห้ามการกระทำของมัน เพราะดูเหมือนเจ้าอเล็กซ์จอมขี้เกียจจะรู้ดีว่าห้ามโผล่หน้าออกมา มันเลยเกาะแน่นอยู่บนหนังศีรษะเซ็ทอยู่อย่าง แต่เซ็ทก็ไม่วายกล่าวย้ำ แล้วก็ได้คำตอบเป็นเสียงร้องเล็กๆ“จะอยู่บนนั้นก็อย่าหล่นล่ะ”“ครบเวลาแล้ว อาวุธตัวช่วยมาแล้วนะเออ!!!”สิบนาทีตามกำหนดเวลา อาวุธหลากหลายก็ถูกโยนเข้ามาในกรง มีทั้งมีด ขวาน สนับมือ แส้ โซ่ ดาบ กระบองเหล็ก ไม้เบสบอล และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามอาวุธพวกนั้นไม่มีชิ้นไหนเลยที่จะเป็นอาวุธระยะไกล ความชุลมุนเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเหล่าคนที่อยู่ในกรงต่างพากันไปแย่งอาวุธที่ดูแล้วน่าจะได้เปรียบ แม้แต่คนที่นอนกองไปแล้วบางคนยังกัดพันลุกขึ้นมาร่วมวงด้วย เซ็ทไม่ได้เข้าไปยื้อแย่งกับคนอื่น เพียงแต่ลัดเลาะไปเก็บมีดสั้นที่น้ำหนักกับรูปร่างค่อนข้างถนัดมือมาสองเล่ม ก่อนจะหลบฉากออกไปอีกหน“ฮ่าๆๆๆ ใครอยากตายก็เข้ามาเลย จะสับให้เป็นเนื้อบดเอง!!”“ไอ้ขี้โกงเอ๊ย!! แบบนี้จะไปชนะยังไงล่ะวะ!!”“มีปืนมั้ย!? ฆ่ามัน! ยิงมันให้ตายไปเลย!!”“บนพื้นไม่มี! ถอย หนี หนีเร็ว!”ถึงจะบอกว่าอาวุธตัวช่วย แต่จริงๆ ก็คือตัวช่วยของพวกเดียวกันตามกติกาซะมากกว่า เพราะขวานถูกโยนไปใกล้ๆ ชายร่างกล้ามอย่างเห็นได้ชัด หมอนั่นไม่รีรอที่จะหยิบมันขึ้นมาเหวี่ยงไปทั่ว เพียงแค่เรี่ยวแรงธรรมดาของเขาก็เป็นที่น่าสะพรึงกลัวพออยู่แล้ว นี่เล่นมีขวานเล่มหนาดูแล้วคมกริบมาเพิ่มระยะ ยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แต่ละคนพร้อมใจกันหยิบอาวุธบนพื้นมาแบบมั่วๆ แล้วก็รีบถอยกรูดให้ห่างที่สุด“เอ้าๆๆๆ ไม่เข้ามากูจะเข้าไปเองล่ะนะ!!”ฉับ!!คมขวานที่หนักบวกด้วยแรงเหวี่ยงกระทบเข้ากับร่างใคร เป็นต้องได้เห็นเลือดกระจายเห็นเนื้อเห็นกระดูก หรือไม่ก็เห็นชิ้นส่วนหรืออวัยวะของมนุษย์กระเด็นออกมาจากตัว ขวานเล่มหนาผ่าร่างคนไปซะครึ่งไม่ต่างจากผ่าฟืน ถึงร่างจะไม่ขาดเป็นสองท่อนแต่ก็ทำให้ตายคาที่เลือดมากมายทำให้พื้นกลายเป็นแอ่งเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งตลบอบอวนอยู่ในอากาศ สมอง ไส้ ตับ ไต ม้าม ทุกอย่างต่างมองเห็นได้ด้วยสองตา‘อย่า-ไม่-...-...ช่วยด้วย!!’‘...ไม่...อย่านะเว้ย...XXX-นั่น-...-แกนะ!!’เสียงในหัวของเซ็ทดังแข่งกับเสียงเชียร์จากคนดูที่ยิ่งดูก็ยิ่งสนุกสนาน หากแต่คนบนสนามนั้นหน้าซีดไม่ต่างจากไก่ต้ม บางคนถึงกับอ้วกออกมาจนพื้นเละเทะ ต่างจากเซ็ทที่ใบหน้าเรียบนิ่งหลับตาตั้งสติกับภาพและเสียงจากความทรงจำที่ถาโถม...กลิ่นเลือดและภาพความโหดร้ายเบื้องหน้าราวกับซ้อนทับกับภาพบางอย่าง อะไรบางอย่างที่เซ็ทหลงลืมมันไป ไม่สิ ถูกลบทิ้งไปต่างหาก...เซ็ทดึงสติออกจากภาพความจำมามองยังภาพเบื้องหน้า ก่อนที่โรจะทันได้หาเรื่องบ่นหาว่าเขาประมาทอย่างคนรู้ทัน ถึงจริงๆ แล้วเซ็ทจะไม่เคยเหม่อลอยประมาทคู่ต่อสู้แบบที่โรชอบบ่นว่าเขาทำก็เถอะ“อย่ายอมแพ้สิ มาร่วมมือกันจัดการมันก่อนเถอะ ถ้ามันไม่ตายเราถูกฆ่าแน่!!”“ฉะ-ฉันเอาด้วย มาฆ่ามันกันเถอะ!!”“มีใครจะร่วมกับพวกเราอีกมั้ย!?”เซ็ทมองเหล่าหนอนหลายตัวเริ่มช่วยกันปั่นอีกครั้งด้วยสีหน้านิ่งเฉย เทศกาลไล่ฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวมันก็ค่อนข้างบันเทิง แต่ก็สู้การได้เห็นเหยื่อพยายามอย่างเต็มที่ก่อนตายไม่ได้ ความหรรษานั้นต่างกันมากจนเทียบกันไม่ติด นั่นเป็นสิ่งที่ใครๆ ในที่นี้ก็รู้ อีกทั้งหน้าที่ของพวกเขาคือการทำให้คนดูได้ชมการแสดงที่สนุกที่สุด ทำให้ผู้ชมได้เสพสมกับความหรรษาที่หาที่ไหนไม่ได้ จะปล่อยให้ผู้เข้าร่วมหมดกำลังใจสู้แล้วตายไปง่ายๆ จนผู้ชมเบื่อได้ยังไงล่ะ“อะ-เอาด้วย ฆ่าไอ้ปีศาจนั่น!!”“มาฆ่ามันกันเถอะ!!”คนที่มีความหวาดกลัวเกาะกุมอยู่ในจิตใจ เมื่อพบเห็นแสงสว่างอันริบหรี่ที่จะกลายเป็นโอกาสสุดท้าย คนเหล่านั้นก็จะไม่ลังเลที่จะคว้ามันไว้ เมื่อขาดสติก็จะขาดการคิดวิเคราะห์ พวกเขานั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองกลายเป็นของเล่นที่ถูกคนอื่นคอยชักจูง โง่เง่าจนอยากจะหัวเราะ หากแต่ก็น่าสงสารจนน่าหลั่งน้ำตาเช่นกัน......ขอนับถือในความไม่ยอมแพ้ แต่น่าเสียดาย......การดิ้นรนที่เต้นไปตามจังหวะของผู้บังคับ ก็ไม่ต่างจากวิ่งวนอยู่บนฝ่ามือของคนอื่น ไม่ได้ทำให้รอดพ้นจากสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไปได้หรอก...“ใครที่มีอาวุธที่ใช้ได้ในระยะไกลหน่อย แส้หรือโซ่ หรืออะไรก็ได้ จับไอ้บ้านั่นไว้ให้อยู่!!”“อย่าให้มันเหวี่ยงขวานได้!!”ราวกับเกมส์ล่ายักษ์ สุนัขจนตรอกที่ถูกยักษ์ที่ปลอมตัวมาสั่งให้หันซ้ายหันขวาก็ทำตามเสียดิบดี ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทุกการกระทำของพวกเขานั้นเรียกได้ว่าไร้ความหมาย ชายร่างกล้ามเนื้อตวัดขวานด้วยมือเดียวจนโซ่แส้หรืออะไรก็ตามที่ถูกปามาต่างก็เข้าไม่ถึงตัว ไม่ว่าจะปาไปสักกี่ครั้งก็ถูกปัดทิ้งหมด“ได้แค่นี้เองเหรอ!?”เสียงห้าวตะโกนข่มขู่ สองขาก้าวเดินเข้าหาผู้ถูกล่าอย่างเชื่องช้าเพื่อตอกย้ำความกลัวให้มากขึ้นและมากขึ้นไปอีก!“ได้แค่นี้ก็ตายห่าไปซะเถอะพวกกากเอ๊ย!!”“อ๊ากกกกก!!”ฉัวะ!!!แขนขายังคงปลิดปลิวไปบนอากาศ เลือดสดๆ ย้อมตัวขวานจนเป็นสีแดง ยิ่งมีคนตายอเน็จอนาถมากเท่าไหร่ เสียงของผู้ชมก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น และชายร่างโตก็ตอบรับเสียงเชียร์ เพราะเขาเพิ่มระดับการฆ่าให้โหดเหี้ยมมากขึ้นเรื่อยๆชิ้นส่วนร่างกายของมนุษย์กระจัดกระจาย อวัยวะภายในไหลออกมาจากบาดแผล ศพแต่ละศพเละเทะทั้งยังปนกันมั่วจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ถึงกับดูไม่ออกด้วยซ้ำไปว่าคนที่ตายไปแล้วมีทั้งหมดกี่คน“...ดะ-ได้...โปรด...ยะ-...อย่า-ฆ่า...ฉันเลย”ชายคนหนึ่งเลือกทิ้งอาวุธแล้วหมอบกราบอ้อนวอนแทบเท้าของชายร่างใหญ่ เกิดเสียงโห่ร้องของผู้ชมดังตามมา ร่างหนาที่ถือขวานแสยะยิ้มก่อนจะตวัดขวานลงบนแขนสองข้างของคนที่สูญเสียความตั้งใจที่จะต่อสู้“คนไร้ศักดิ์ศรีอย่างมึงน่ะตายๆ ไปซะเถอะ”ฉัวะ!! ฉับ!!!“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!”เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นตอนที่แขนสองข้างถูกตัดจนขาด กระดูกบางส่วนโผล่พ้นเนื้อสีแดงสด ความเจ็บปวดแล่นจี๊ดจนแทบอยากตาย ยิ่งเห็นสภาพแขนของตัวเองแล้วเขายิ่งหวาดกลัว หลังจากส่งเสียงร้องดังสนั่นร่างทั้งร่างก็ลงไปชักดิ้นชักงอบนพื้น แล้วดวงตาก็ต้องเบิกกว้างเมื่อขวานเล่มหนาถูกเหวี่ยงลงมาอีกครั้งเขาพยายามดิ้นหลบ แต่คมขวานก็เฉาะเข้าที่ขาข้างหนึ่ง ต่อให้ไม่ถึงกับขาด แต่เนื้อก็เปิดจนเห็นกระดูกอยู่รำไร เขาส่งเสียงร้องลั่นอีกหน ก่อนจะสะบัดแขนที่ขาดไปมาเสมือนกำลังชี้หน้าด่าคนที่กำลังทำร้ายตน ปากก็ส่งเสียงด่าทอไม่ยั้งราวกับกำลังเสียสติ“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!! ไอ้เหี้ยเอ๊ย! ไอ้เลว! มึง! ตาย! ตายๆ ไปซะ! ไอ้สัตว์นรก! ไอ้เดรัจฉาน! มึงมันไม่ใช่คน!! ไอ้ส้นตีน! กูจะสาปแช่งมึง!!!”“กูไม่ตายหรอก แช่งกูไปก็เท่านั้น”ชายร่างกล้ามส่งยิ้มเหยียด เขาเงื้อขวานขึ้นอีกครั้งก่อนจะตวัดฉับเข้าที่ปากของคนที่กำลังอ้าปากด่าได้อย่างเหมาะเหม็ง ร่างที่หัวหายไปครึ่งซีกร่างที่หัวหายไปครึ่งซีกเห็นชัดถึงกระดูกกระโหลก สมอง แม้กระทั่งฟันกราม ร่างกายโชกไปด้วยเลือดกระตุกไปมาก่อนจะล้มไปแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ชายร่างโตเงยหน้าขึ้นมองเหยียดคนที่เหลือ ไม่วายตวัดขวานเจาะเข้าบนแผ่นหลังคนที่แกล้งสลบอยู่บนพื้นไม่ไกล“อ๊ากกกกกกกกกก!!”“ฆ่ากูไม่ได้พวกมึงตายนะ บอกไว้ก่อนว่าแกล้งตายไปก็เท่านั้น เพราะกูจะฆ่าทุกคนที่อยู่ในนี้” ว่าแล้วก็ตวัดขวานฉับเข้าที่ศีรษะของคนที่กำลังส่งเสียงร้อง กระโหลกแยกเป็นสองซีก สมองไหลเละไปกับพื้น คลุกไปกับฝุ่นดินจนไม่ต่างจากโคลนเหนียว ยิ่งฝ่าเท้าหนาเหยียบซ้ำ ก็ยิ่งเละเทะน่าขยะแขยงคราวนี้แม้แต่คนที่ร่างกายแทบไม่ไหวแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาจับอาวุธสู้ต่อเนื่องจากไม่มีใครอยากตาย จะมีก็แต่พวกหนอนแฝงตัวที่ยังล้มตัวนอนเนียนไปกับศพเหมือนตัวเองตายไปแล้ว แน่นอนว่าหากไม่ตั้งใจจับตาดูเอาไว้ก็จะไม่ทันสังเกต ทีนี้ต่อให้ตายหมดทั้งกรงแล้ว พวกนั้นก็จะปลอดภัยแล้วถูกพาตัวออกไปพร้อมศพ เพื่อที่คนดูจะได้เข้าใจว่ามีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว“ไอ้เวร!! กูจะฆ่ามึง!!”ร่างสูงที่ปากแตกคิ้วแตกถือค้อนหนาด้ามยาววิ่งเข้าใส่ เป้าหมายตวัดขวานกลับมาป้องกันแต่คนที่พร้อมตายกลับหลบได้อย่างฉิวเฉียด เขาเหวี่ยงค้อนในมือไปยังร่างกล้ามเนื้อของอีกฝ่าย หากแต่ชายร่างสูงก็ขยับตัวหลบ พร้อมกับออกหมัดต่อยเข้าที่ชายโครง“อุ๊ก!!”“กูใช้ขวานก็จริงแต่ก็ยังใช้มือได้นะไอ้กาก แต่ก็ขอชมที่หลบขวานได้ครั้งนึงล่ะนะ”...กร๊อบเสียงกระดูกซี่โครงร้าวหรือไม่ก็คงจะแตกหักไปแล้วดังขึ้นเบาๆ ชายร่างหนาปล่อยให้อีกฝ่ายถอยหลบไปยืนหอบหายใจ จงใจเว้นช่วงให้กดดันยิ่งขึ้นก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้“ตายซะ!!”แค่เข้าระยะขวานก็ถูกเหวี่ยงอีกครั้ง ร่างสูงยกด้ามค้อนขึ้นมากัน แต่สุดท้ายมันก็แตกหักราวกับผ่าฟืน ร่างทั้งร่างกระเด็นไปตามแรงกระแทก แถมด้วยกระดูกแขนขวาที่ใช้ถือด้ามค้อนมากันหักเละร่างกล้ามไม่ได้ตามเข้าไปซ้ำ เขาเดินอาดๆ ไปหาเป้าหมายใหม่โดยแบกขวานโชกเลือดไว้บนบ่า เสียงทุ้มต่ำชวนหลอนไม่ต่างจากฆาตกรในหนัง“ไม่เข้ามากูเข้าไปเองแล้วนะ~”“ควยเอ๊ย!!”การพุ่งเข้าไปแบบไม่คิดชีวิตก็ไม่ต่างจากเข้าไปตาย คนแล้วคนเล่าถูกขวานเล่มหนาสับร่างจนดูไม่ได้ หากแต่เสียงตะโกนเชียร์ด้วยความชอบอกชอบใจกลับดังยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เสียงของโฆษกยังคงพากษ์สถานการณ์อย่างเมามันส์ ต่างจากคนในกรงที่กำลังท้อแท้ สิ้นหวังและหวาดกลัว‘...รู้มั้ยโร ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน สิ่งมีชีวิตที่เลวร้ายที่สุดในโลกก็คือมนุษย์’{รู้สิเซ็ท รู้ดีไม่ต่างจากคุณ}ภาพของความตายเป็นสิ่งที่เซ็ทเห็นจนชินตา หากแต่สัตว์นั้นยังฆ่ากันเพื่อความอยู่รอด ล่ากันเพื่ออาหาร ปกติแล้วหากไม่ข้ามเขตกันสัตว์แต่ละชนิดก็จะต่างคนต่างอยู่ จะมีก็แต่มนุษย์ที่ฆ่ากันเพื่อความสนุก และยังมีพวกสนุกที่ได้ดูคนอื่นฆ่ากัน ทำร้ายกันเองไม่พอ ยังทำร้ายเพื่อนร่วมโลก และทำลายโลกด้วย...เซ็ทเองก็เป็นหนึ่งในมนุษย์ที่เลวร้ายเหล่านั้นไม่ต่างกันหรอก ชีวิตก่อนเขาฆ่าคนไปมากมายตามคำสั่ง โดยที่กองทัพป้อนข้อมูลว่าทำเพื่อโลก แต่ชีวิตนี้เซ็ทจะฆ่า เพื่อตัวเองโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาสั่ง......หากเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญ......ต่อให้ต้องฆ่าอีกกี่ร้อยกี่พันศพเขาก็ไม่คิดที่จะลังเล...ผัวะ!! ตึง!!เซ็ทขยับตัวหลบคนที่โดนขวานฟาดจนเซมาทางเขา ก่อนจะหมุนตัวเตะจรเข้ฟาดหางเข้าเต็มหน้าของชายผู้โชคร้าย ร่างที่เซถลามาทางเซ็ทกระเด็นไปกระทบกับลูกกรงเสียงดังสลบกลางอากาศร่วงไปนอนกองกับพื้น ทำให้คนที่เหลืออยู่ไม่มากบนสนามเริ่มหันมามอง...ไม่มีใครทันรู้สึกตัวเลยว่าเซ็ทเป็นยังคงอยู่บนสนาม แน่นอนว่าอยู่รอดปลอดภัยโดยไม่มีบาดแผลให้เห็นแม้แต่น้อย“งั้นทางนี้ก็ขอลงสนามบ้างล่ะ”เซ็ทเดินอาดๆ ไปบนกองซากศพ รองเท้าเหยียบย่ำไปบนแอ่งเลือดจนขากางเกงเปียกแฉะ เซ็ทกวาดขาเตะเข้าที่บ้องหูคนที่อยู่ใกล้ที่สุดจนอีกฝ่ายเซล้ม หากแต่ก่อนจะร่วงลงถึงพื้นเซ็ทก็เตะเสยเข้าที่ปลายคางอีกหน จากนั้นพออีกฝ่ายร่วงลงพื้น ฝ่าเท้าก็กระทืบเข้าที่ลำคอจนอีกฝ่ายกระดูกคอแหลกเละ สิ้นใจตายอย่างง่ายดายตึง!! กร็อบ!{อีกห้าคน เป็นคนบาดเจ็บสี่ ร่างกล้ามคนกากหนึ่ง แล้วก็หนอนอีกสามคนที่แกล้งสลบ จะไว้ชีวิตใครมั้ย?}‘...ฆ่าให้หมดนั่นแหละ’เซ็ทก้าวขาเดินต่อ หยุดยืนอยู่หน้าชายคนหนึ่ง เขาบาดเจ็บไม่ใช่น้อยอยู่แล้วจึงไม่ทันได้ดิ้นรนขัดขืน มีดในมือเซ็ทก็แทงผ่านกล้ามเนื้อทะลุเข้าสู่หัวใจ ด้วยวิธีแทงแบบเดียวกับที่เคยสอนคิว เซ็ทกระชากมีดออกแล้วสะบัดเลือดออกจากมือ“...คนต่อไป จะเป็นใครดีล่ะ?” เนื่องจากตอนนี้เซ็ทยืนอยู่กลางวง เขาจึงถามพลางกวาดตามองรอบตัว คนที่บาดเจ็บเผลอถอยเท้าหนี ต่อให้รูปร่างของเซ็ทไม่ได้สูงใหญ่บึกบึนเท่าชายร่างกล้ามที่ถือขวาน หากแต่จิตสังหารกลับรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก พวกคนเจ็บทั้งหลายต่างไม่กล้าขยับ...แค่ไอ้บ้าถือขวานนั่นก็แทบมองไม่เห็นทางชนะแล้ว ยิ่งมีคนตรงหน้าเข้ามาอีกล่ะก็...ตาย...ตายแน่ๆ“มึงมัน...ไซท์ไม่ใช่เหรอ ยังไม่ตายอีกเหรอเนี่ย กูคิดว่าอย่างมึงน่าจะตายเป็นคนแรกแท้ๆ?” ร่างกล้ามว่าด้วยความแปลกใจ อดนึกภาพหนุ่มติ๋มเทียบกับตอนนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าหน้ากับเสื้อผ้าเหมือนกันเป๊ะก็อาจจะเข้าใจไปว่าคนละคนกัน“ต้องดีใจมั้ยที่ยังจำกันได้ แต่จำไว้ก็ดีเพราะชื่อของผมจะเป็นชื่อของคนที่ฆ่าคุณ” เซ็ทตอบด้วยความสุภาพ จงใจไม่แผ่จิตสังหารไปยังเขา เพื่อที่ว่าใจสู้ของอีกฝ่ายจะได้ไม่หายไปซะหมด“ฮ่าๆๆๆๆ พูดเรื่องตลกเก่งดีนี่หว่า!!”ร่างกล้ามเนื่องกระโจนเข้าใส่เซ็ท ขวานเล่มโตที่ปลิดชีวิตคนมาหลายสิบถูกเงื้อขึ้นสูงตั้งท่าจะเหวี่ยงลงมา เซ็ทเพียงแสยะยิ้มมุมปากแล้วกระซิบเสียงแผ่ว“...กระจอก”“อ๊ากกกกกกกก!!”ฉัวะ!!
    ‘มีสติในขณะที่ดิ้นรนและพยายาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ไม่ใช่ขาดสติจนดิ้นรนไปก็ได้ผลลัพธ์แบบเดิม นั่นนับเป็นความพยายามที่ไร้ค่า’

    ---------------------เดี๋ยวนี้แต่ละตอนนี่ค่อนข้างยาวดีจัง หาที่ตัดจบตอนยากไปอีก แอะ สลบอะแฮ่ม ก่อนอื่นเลย อย่าคิดลึกกับฉากอลิซกินไอติม เดี๋ยวเรียกตำหนวดมาจับนะพี่หมีทั้งหลาย อนึ่งไม่รู้ทำไมเขียนไปเขียนมาเซ็ทดันได้บู๊ไม่เยอะ แต่จริงๆ ถ้าเซ็ทเข้าไปไฟท์เต็มตัวก็คงจบในหนึ่งหน้ากระดาษได้ ถถถถ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ตับไตไม่เเข็งแรง หรือกลัวหนังเลือดสาด ตอนนี้คงจะยากที่จะอ่านไปสักเล็กน้อย แต่จริงๆ แมวก็ลดระดับความเละเทะให้เบาลงมากแล้วนะ (รู้สึกจิตตกในตอนเขียนเพราะแมวเปิดรูปคนตายไปเขียนไปเพื่อบิ้วท์อารมณ์ เขียนเสร็จต้องปรับอารมณ์กันไม่หน่อย)//-ขึ้นเวิร์ดใหม่จากตอนที่ 26 ฉบับเวิร์ดตอนนี้อยู่ประมาณหน้า 179 ประเด็นคือแมวไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเขียนนิยายได้ยาว + ไว ขนาดทุกวันนี้ ทึ่งมาก อึ้งนักอ่านด้วยที่ตามแมวกันมามากขนาดนี้ ขอบคุณมากค่ะ รักทุกคนเลยนะคะ //กราบบบบขอบคุณทุกการติดตาม ทุกคอมเม้นต์ ทุกกำลังใจ และทุกการเปย์ด้วยนะคะ รักทุกคนมากๆ จริงๆ น้าาาา เมี้ยวววว

    คล้ายกับเรื่อง[New Life] อิสระของชีวิต ที่คุณอ่าน