ตอนที่ 34 เมื่อเกิดหายนะจากยุงจะทุกข์ทรมานเกินบรรยาย
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ในที่สุดพ่อเซียวก็อดถามไม่ได้
“ถ้าอยากจะทำงานหาเงิน พ่อก็ควรต้องเป็นคนไปทำสิ ตอนนี้อากาศร้อนมาก แม่เขาบอบบางนุ่มนวล เธอจะทนได้ยังไง ทำไมไม่ให้พ่อไปทำงานที่ฝ่ายจัดการอสังหาริมทรัพย์แทนล่ะ” พ่อเซียวเผยท่าทีไม่สบอารมณ์
เซียวหมิงเยวี่ยทิ้งตัวนั่งลงโซฟาอย่างเกียจคร้านแล้วบอก “พ่อคะ พ่อไม่เหมาะกับงานนี้ งานจัดการอสังหาริมทรัพย์ต้องต่อกรกับลูกบ้านบ่อย ๆ แม่มีไหวพริบและเจ้าคารม เธอเหมาะสมกว่าค่ะ แล้วงานนี้ก็ได้อยู่ในห้องแอร์ ไม่ร้อนขนาดนั้นสักหน่อย”
“ถูกของลูก งานนี้เหมาะกับฉัน แล้วก็อยู่ใกล้บ้านด้วย”
แม่เซียวตื่นเต้นมาก เธออยู่ว่างที่บ้านมานานแล้ว ทำเอากลายเป็นเรื่องเครียดขึ้นมาอยู่บ้าง แม้ว่าเงินเดือนจะไม่สูง แต่มีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละ 4,000 หยวน มันก็เพียงพอให้ซื้ออาหารและผักเข้าบ้านได้ ทั้งยังมีวันหยุดซึ่งถือว่าดีมาก
พ่อเซียวนิ่งเงียบไป “...”
“สองคนหมายความว่าไง เห็นพ่อเป็นคนโง่เหรอ ไหวพริบของฉันก็ไม่ได้ด้อย ไม่มีเหตุผลที่จะให้ผู้ชายอยู่บ้านแต่ผู้หญิงออกไปทำงานเลย” พ่อเซียวฉุนเฉียว
“อย่าโกรธไปสิพ่อ พ่อก็ปลูกผักเลี้ยงไก่ที่บ้านไปก่อน เดี๋ยวหนูจะหางานที่เหมาะสมให้เอง”
เซียวหมิงเยวี่ยตอบแบ่งรับแบ่งสู้ พลางเคี้ยวลูกแพรหิมะที่อยู่ในปาก
เรื่องงานของพ่อเซียว เธอคิดเอาไว้แล้ว เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเหมาะสม เอาไว้ว่ากันในอนาคต
เมื่อได้ยินคำลูกสาว พ่อเซียวก็ยิ่งโกรธกว่าเดิม
ยายที่กำลังให้อาหารไก่ตะโกนขึ้นในจังหวะนั้น
“โอ้ ตายแล้ว!”
สามคนพ่อแม่ลูกสกุลเซียวลุกพรวดแล้วรีบวิ่งออกไป
“เกิดอะไรขึ้น?!”
ยายยกนิ้วสั่นเทาชี้ต้นไม้ที่อยู่มุมหนึ่งซึ่งเติบใหญ่สูงกว่าคน
“ทำไมต้นไม้นี้ถึงโตได้ล่ะ? มันคือต้นไม้ผลเหรอ?”
“ต้นส้มค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยตอบเสียงมั่นอกมั่นใจ
มันโตได้อย่างไรน่ะหรือ ช่วงนี้เธอดูแลมันอย่างดี เอาน้ำจากมิติมารดให้เป็นระยะ ย่อมเติบได้รวดเร็วกว่าปกติอยู่แล้ว
พ่อเซียวกับแม่เซียวสบตากันแล้วบอก “เยี่ยมเลย ต่อไปเราจะมีส้มกินไม่ขาดแล้ว! เดี๋ยวพ่อคงต้องไปค้นในอินเทอร์เน็ตว่าปลูกส้มกันยังไง เผื่อมีข้อควรระวังต้องรู้”
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มมีนัยขณะบอก “หนูจำได้ว่าโยนเมล็ดผลไม้ไว้ที่นี่ก่อนหน้านี้ ถ้ามีต้นส้มขึ้น บางทีก็อาจจะมีต้นอื่น ๆ ด้วยก็ได้มั้งคะ”
ยายพินิจมองแล้วเอ่ยด้วยความแปลกใจระคนดีใจ “ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ ยายจำเมล็ดพวกนั้นได้ พวกมันคือเมล็ดแอปเปิล ต้นนี้ก็คงเป็นเมล็ดส้มใช่ไหม เราไม่มีพื้นที่ปลูกหลายต้น ปลูกได้แค่อย่างละต้นเท่านั้น ดีจริง ๆ ที่ยายแก่อย่างฉันจะได้ปลูกต้นไม้พวกนี้!”
เซียวหมิงเยวี่ยหาวแล้วบอก “หนูขอตัวไปนอนก่อนนะคะ นั่งรถมาเหนื่อยมากเลย”
เธอทำดีไม่ประสงค์ออกนาม สะบัดแขนเสื้อกว้าง ไม่พรากไปแม้ม่านเมฆสักผืน
----
ฝูงยุงก่อภัยรังควานขึ้นภายในคืนเดียว พวกมันนับล้านตัวบุกบินมาจากที่ไหนไม่รู้ และมากันแบบมืดฟ้ามัวดิน
เซียวหมิงเยวี่ยตื่นนอนกลางดึก เธอเห็นยุงบินว่อนอยู่ด้านนอกเต็มไปหมด สีหน้าของเธอเคร่งเครียด หวังว่าลุงรองของเธอจะซื้อยากันยุงมาแล้ว
เช้าวันต่อมา กลุ่มสนทนาของลูกบ้านในชุมชนตกอยู่ในความแตกตื่นกัน หลายคนโพสต์รูปที่ถูกยุงกัด แผลของแต่ละคนดูแดงเถือกและใหญ่ น่ากลัวมากทีเดียว
[คุณหนูแสนงามโยวโยว] : อากาศร้อนมาก ฉันไม่ได้นอนห่มผ้า ก็เลยถูกกัดไปทั้งตัวเลย หน้าฉันเสียโฉมหมดแล้ว ตอนนี้ทั้งเจ็บทั้งคัน
[ครอบครัวสุขสันต์] : ฉันไม่เคยเห็นยุงตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ใหญ่กว่ายุงบุปผาซะอีก! เมื่อวานฉันได้น้ำมาสองลิตร ว่าจะเก็บไว้ดื่มวันนี้ แต่พอตื่นขึ้นมาก็มียุงลอยตายและลูกน้ำเต็มไปหมด ทำฉันโมโหแทบตาย!
[พี่หวังเชื่อมเหล็ก] : ยุงพวกนี้เป็นยุงพิษจริง ๆ ด้วย ตอนนี้ฉันมีตุ่มใหญ่ขนาดเท่าฝ่ามืออยู่ที่ก้น ทั้งเจ็บทั้งคันสุด ๆ!
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : คุณเสียเลือดไปเยอะหลังถูกมันดูดเลือดหรือเปล่า @คุณหนูแสนงามโยวโยว รีบหามุ้งมาใช้เร็ว
[คุณหนูแสนงามโยวโยว] : ฉันตื่นมากลางดึกเพราะถูกกัด ก็เลยหามุ้งมากางไว้แล้ว ตอนนี้ยุงบินอยู่ด้านนอก ฉันควรทำยังไงดี เฮ้อ ฉันน่าจะปิดหน้าต่างเมื่อคืน น่ากลัวจัง ฉันไม่กล้าออกนอกมุ้งแล้วเนี่ย
[บุปผาขาวดอกน้อย] : โชคดีที่ฉันปิดหน้าต่างเอาไว้ แต่ก็ยังมียุงในบ้านเยอะอยู่ดี ใครมีน้ำอบกันยุงไหม ฉันขอยืมได้รึเปล่า?
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : ฉันจำได้ว่า @จันทร์กระจ่างกลางใจ เคยแนะนำให้ทุกคนติดยากันยุงไว้ที่บ้านนี่นา เธอน่าจะมีนะ
บุปผาขาวดอกน้อย : @จันทร์กระจ่างกลางใจ เธอมีน้ำอบกันยุงรึเปล่า?
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] : @จันทร์กระจ่างกลางใจ ขอฉันยืมบ้างได้ไหม ฉันถูกยุงกัดเกือบตายแล้ว
[ผกาบานมั่งคั่ง] : ฉันเองก็อยากได้สักหน่อย
[ลมพัดเย็นก้น] : +1+1 ฉันเองจะขอบพระคุณมาก!
เมื่อเห็นข้อความเหล่านี้ เซียวหมิงเยวี่ยที่กำลังเพลิดเพลินกับซาลาเปาไส้หมูสับหอมใหญ่ในห้องก็หลุดขำออกมาระหว่างกัดกินซาลาเปา
เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อคนนี้ช่างรู้จักแกล้งเป็นคนดีเพื่อหลอกเอาของผู้อื่นเสียจริง
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ฉันสำรองไว้แค่ 2 ขวด ไม่พอให้ตัวเองใช้ด้วยซ้ำ ถ้าพวกคุณอยากได้ก็ไปซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสิ
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ด้านนอกมียุงอยู่ ฉันจะออกไปได้ยังไง! นี่เธอยังแค้นที่ฉันพูดผิดหูเมื่อคราวก่อนอยู่อีกเหรอ? เป็นเพื่อนบ้านกัน ทำไมไม่ช่วยเหลือกันล่ะ?
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ทำไม? เธอจะให้ฉันส่งไปให้เธอเหรอ? เรียนรู้มาจากพี่หยางหรือไง เธอพูดง่าย ไม่ต้องพูดถึงว่าฉันมีใช้พอหรือเปล่า ซูเปอร์มาร์เก็ตก็มีขาย ถ้าเธอไม่ไปซื้อเองแล้วจะทำตัวผิดศีลธรรมโดยใช้วิธีลักของคนอื่นเหรอ? ได้รับการศึกษาภาคบังคับเก้าปีมาไหมเนี่ย? ฉันขอเตือนทุกคนเลยนะ ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตก็ไม่ได้สำรองของไว้เยอะหรอก แทนที่จะโลภอยากได้ของคนอื่น รีบไปซูเปอร์มาร์เก็ตให้เร็วที่สุดดีกว่า!
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ทำไมเธอถึงเป็นคนแบบนี้ ฉันละพูดไม่ออกเลย...
[พี่หยาง] : ฉันไม่ได้อยากได้ จะด่าก็ด่าหล่อนไป อย่าลากฉันไปเกี่ยวด้วย
[ลูกอมคิวคิวแสนประณีต] : @บุปผาขาวดอกน้อย ไม่ต้องไปเถียงกับคนพรรค์นี้หรอก ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว ฉันจะไปซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเดี๋ยวนี้ แล้วจะซื้อมาให้เธอขวดหนึ่ง
[เหมยหม่านซูเปอร์มาร์เก็ต] : ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมียากันยุงอยู่ 5 กล่อง น้ำอบกันยุงอีก 2 กล่อง แต่ละคนซื้อได้ขวดเดียว ใครมาก่อนได้ก่อน
เซียวหมิงเยวี่ยลั่นขำ เหมยหม่านพูดได้ถูกจังหวะเป๊ะ
เธอแอบได้รับข้อความจากซินซิน [พี่หมิงเยวี่ย แม่ของฉันบอกว่าจะเก็บยากันยุงกับน้ำอบกันยุงอย่างละ 10 ขวดไว้ให้พี่ มีเวลาก็แวะมาเอานะคะ!]
เธอตอบกลับ [ขอบคุณมากนะ ฉันยังมียากันยุงอยู่ที่บ้านแล้ว ขอแค่น้ำอบกันยุงแค่ 2 ขวดก็พอ เดี๋ยวฉันไปเอา แล้วเธอก็ต้องเก็บไว้ใช้เองด้วยนะ ฉันว่ายุงพวกนี้คงไม่รามือไปอีกสักพัก]
[ซินซิน] : รับทราบค่ะ!
แท้จริงของในมิติของเซียวหมิงเยวี่ยมีมากกว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตของเหมยหม่านอีก ทว่าแม่เซียวสอนเธอว่าให้รับน้ำใจของคนอื่นเอาไว้ตามสมควร เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจและรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาวเอาไว้
เซียวหมิงเยวี่ยจึงต้องการน้ำอบกันยุงเพียง 2 ขวดเพื่อป้องกันไม่ให้แม่เซียวโดนยุงกัดในตอนที่ออกไปทำงาน
ทันทีที่เธอพูดถึงซูเปอร์มาร์เก็ต คนที่เหลือก็ไม่คิดเอาเปรียบในสถานการณ์นี้ พวกเขารีบสวมเสื้อผ้ามิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า ไปต่อคิวซื้อยากันยุงกันที่ร้านทันที!
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ปล่อยให้ใครมาหาเรื่อง
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : @เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ ต้าซ่านเหริน นายมีอะไรจะพูดไหม?
[เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ] : อย่าคิดมากสิ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ฉันเคยเห็นผู้หญิงตอแหลมาก็มาก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นผู้ชายตอแหลเลย @เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ เป็นโคตรคนดีมีเมตตา จำไว้นะทุกคน ต่อไปถ้ามีเรื่องต้องการความช่วยเหลือ ให้ไปหาเขาได้เลย ในเมื่อนายจำได้ว่าคราวก่อนฉันเตือนทุกคนให้ซื้อยากันยุง นายก็น่าจะมีสำรองเอาไว้ใช่ไหม @บุปผาขาวดอกน้อย ทำไมเธอไม่ไปขอจากเขาล่ะ?
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : ด้านบนพูดถูกมาก @เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ นายคงมีสำรองเอาไว้ใช่ไหม? แบ่งให้ฉันหน่อยสิ
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : @เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ เป็นผู้ชายอบอุ่นมาก เขาจะทนให้สาวสวยถูกยุงหามที่บ้านได้ยังไง ไม่ต้องห่วง @บุปผาขาวดอกน้อย เขาจะส่งยากันยุงไปให้เธอแน่นอน
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ...
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : @เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อ ฉันก็อยากได้ ๆ!
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : คราวหน้านายอยากจะเป็นคนดี ก็แสดงตัวตนของตัวเองออกมา อย่าแสร้งเป็นใจกว้างด้วยของของคนอื่น
จันทร์กระจ่างกลางใจเข้ากับชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่เป็นปี่เป็นขลุ่ย แทบทำให้เจ้าอ้วนน้อยจูเก่อกระอักเลือด ภาพลักษณ์ดูดีที่สร้างมาพังทลาย เขาโกรธเสียจนเกือบปาโทรศัพท์ทิ้ง