ท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน

    33.ชีวิตที่แท้จริง

        " พ่อสร้างให้หรือ " เสี่ยวรั่วมองบ้านไม้ซุงขนาด 10 ตารางวา ที่มีโต๊ะเตียงเก้าอี้เตาผิงในตัวบ้าน พร้อมกับห้องน้ำเล็กๆ เปิดหลังคาไว้เป็นบ้านไม้ทรงหรูหราไม่หยอกเลยทีเดียว เพียงแต่ไม่มีไฟฟ้าใช้ก็แค่นั้นเอง เขามองเห็นตะเกียงหลาย ใบที่วางเรียงรายอยู่รอบๆพร้อมกับเทียนเล่มใหญ่


           " จ้างช่างในหมู่บ้านน่ะ ต้องใช้เงินจ้างเยอะอยู่หน่อยๆ " ซ่งซิงเหลียนเห็นพี่ชายตื่นเต้นมากกว่าเคย เด็กผู้ชายกับการผจญภัยเป็นของคู่กันสินะ


       " มาพักบ่อยหรือ " เขามองข้าวของในบ้านที่มีไม่กี่ชิ้นแต่กลับมีอาหารกระป๋องและน้ำอยู่จนเต็มตู้


           " ส่วนใหญ่เป็นพวก 3 แสบน่ะฉันไม่ค่อยได้มาหรอก พวกนั้นชอบการล่าสมบัติในป่าเป็นชีวิตจิตใจ " ถึงขนาดมาทีละหลายๆวัน ส่วนเธอน่ะเหรอ มาไม่ถึง 3 ครั้งด้วยซ้ำ จะมาให้เหนื่อยยากทำไมก็ในเมื่อมีนักล่าสมบัติขุดทองอยู่กับตัว ตั้ง 2 ตัวกับ 1 ตน เธอต้องใช้งานเจ้าพวกนี้ให้คุ้มค่ากับการสั่งสอนหน่อยสิ


       " ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เราจะพักกันที่นี่หรือ " สองเด็กชายที่วางข้าวของลงบนโต๊ะพลางมอง เห็นถุงนอน 2 ถุงที่อยู่ใต้เตียงเล็กนั้น คงจะเป็นที่นอนสำรองที่ น้องสาวตัวน้อย เอาไว้ใช้ในวันที่มีอากาศหนาวแบบนี้


           " ยังไม่แน่หรอกว่าจะได้นอนหรือเปล่าแต่ที่แน่ๆบ้านนี้จะกลายเป็นที่พักในวันนี้ พวกพี่รีบพักเถอะฉันจะรีบพา เข้าป่าหาของพวกนั้น เอาข้าวมาด้วยแล้วใช่ไหมรีบๆกินเถอะ "


       " เข้าใจแล้ว " พวกเขารีบวางข้าวของและควานหาเสบียงออกมา วางบนโต๊ะใบเล็ก ที่มีชุดเก้าอี้ 3 ตัววางอยู่นี่เป็นข้าวกล่องที่แม่พวกเขาเตรียมไว้ให้ทุกคน รวมถึงเจ้าสัตว์ 2 ตัวด้วย


           เมื่อเริ่มมืดค่ำซ่งซิงเหลียนจึงให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เพราะการผจญภัยครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นมีสมุนไพรหายากในรอบ 100 ปีเป็นเดิมพัน เพราะถ้าหากมาได้มันมา ก็จะสามารถรักษาอาที่พิการไป ครึ่งหนึ่งให้หายขาดได้แต่ถ้าไม่ได้จริงๆก็คงต้องหาวิธีอื่น และเธอก็มีวิธีสำรองไว้แล้วและขอให้มันเป็นวิธีสุดท้ายที่เธอจะทำ


           เมื่อเทียบกับวิธีแรก ความยากมันต่างกันจนเธอไม่อยากจะยอมรับเลยทีเดียว


           " ขอให้ได้เจ้านั่นมาเถอะ "


           ได้ยินเสียงเล็กๆ ของน้องสาวพึมพำด้วยท่าทางเคร่งเครียดอยากเห็นได้ชัด แบบที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนก็ทำให้รู้ว่าสมุนไพรชนิดนี้เป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่เพราะแค่ว่าจะไม่รักษาพ่อของเขา


       " กุ๊กๆท่านอาจารย์ ต้องเตรียมพร้อมอะไรอีกไหม " เห็นสีหน้าจริงจังของท่านอาจารย์มันแล้วแสดงว่าสมุนไพรตัวนี้ต้องเป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงๆ พวกมันก็เข้าใจอยู่แล้วว่าสมุนไพรตัวนี้จะนำมาทำยารักษา แต่เหมือนว่าซ่งซิงเหลียนจะเคร่งเครียดกว่าที่เคยก็แค่ปรุงยารักษาไม่ใช่หรือสมุนไพรชนิดนั้น พวกมันก็ได้รับข่าวสารมาแล้วไม่เห็นต้องเคร่งเครียดจริงจังขนาดนั้นสักหน่อยก็แค่ไปเก็บสมุนไพรเอง


           " เจ้าสิ่งนั้นมันไม่ใช่สมุนไพรธรรมดาน่ะสิ พวกเราอาจจะต้องร่วมมือกัน ตีพวกเอาเถอะไว้ นาย พวกเธอไปเห็นก็จะรู้เข้าใจเอง นั่นแหละ "


       " จิ๊บๆกุ๊กๆ อะไรหรือขอรับ " เห็นท่าทาง เคร่งเครียดของท่านอาจารย์นอนแล้วพวกมันรู้สึกว่า ขนที่หลังคอต่างลูกชันกันพร้อมอย่างพร้อมเพียง


           ทันทีที่ออกก้าวเดินจากบ้าน ทุกคนก็ได้สัมผัสกับอากาศที่เรียกว่าหนาวสะท้านจนขน คอตั้งชัน อากาศแบบนี้ควรจะนอนบนเตียงอุ่นๆสิ แต่เพื่อ สุขภาพของคนในครอบครัว แล้วพวกเขาก็ต้องทำให้สำเร็จ


           เสี่ยวเฟยเดินนำหน้าผู้คนทั้งกลุ่มโดยมีเอียนหยาหลานและเสี่ยวฝาน ที่ลอยตัวตามไปอย่าง ไม่เร่งรีบ เพราะท่านอาจารย์สั่งไว้ว่าให้ค่อยๆเดินไป ห้ามมีเสียงดังเล็ดลอดออกมาเด็ดขาด กว่า 2 ชั่วโมงที่เดินผ่านป่าดงดิบ 2 เด็กชาย ที่พยายามทำตามที่น้องสาวสั่งอย่างเคร่งครัดด้วยการเดินเสียงเบาแทบจะไร้เสียงจากฝ่าเท้าทั้งสอง เพราะเท้าทั้งสองนั้นต่างค่อยๆเหยียบย่างเท้าราวกับจะเหยียบเศษแก้วที่แตกหักบนพื้น


           " อีกไกลไหมเสี่ยวเฟย "


       " กุ๊กๆ อีกสักชั่วโมงน่ะท่านอาจารย์ ใกล้จะถึงแล้วล่ะ "


           " เธอเอาอะไรไปแลกกับข่าวสารจากสหายในป่าของเธอล่ะ " ซ่งซิงเหลียนถามด้วยความข้องใจ ก็โดยปกติแล้วของล้ำค่าขนาดนี้จะมีใครยอมเอามาแลก ง่ายๆกันล่ะ เจ้าเสี่ยวเฟยต้องใช้ของอะไรบางอย่างที่อีกฝ่ายไม่สามารถปฏิเสธได้มาแลกเปลี่ยนแน่ๆ และเธอก็ยังไม่มีโอกาสที่จะถามเลย จนกระทั่งวันนี้


       " กุ๊กๆๆๆๆๆ เป็นสมุนไพรที่ท่านอาจารย์ปรุงยังไงล่ะฉันเสียตังค์ไปตั้ง 5 เม็ดเลยนะ " คิดแล้วเสี่ยวเฟยก็เจ็บใจเล็กๆ แต่ถ้าให้มันแลกกับของล้ำค่า ที่ท่านอาจารย์บอกมันก็ยอม เพราะดูท่าแล้วเจ้าสิ่งนั้นจะเป็นของล้ำค่า มากกว่ายา 5 เม็ดที่มันเสียไปหวังว่าท่านอาจารย์ตัวน้อยจะให้มันเป็นรางวัลบ้าง นี่ไม่ได้เห็นแก่สมบัติและนะมันคือความกตัญญูล้วนๆ


           " ฉันแค่บอกลักษณะของมัน สหายตัวจ้อยอยู่ในป่าของเธอก็รู้แล้วหรือ "


       " กุ๊กๆๆๆ ท่านอาจารย์ ฉันแค่บอกลักษณะของมันไปจริงๆนั่นแหละ แถมเอารูปที่ท่านอาจารย์วาดให้พวกมันดูก็เลยรู้ว่ามันต้องใช่แน่ๆถึงได้แลกกับยาพวกนั้นไปว่าแต่ท่านอาจารย์ ยา 5 เม็ดพวกนั้นกับสมุนไพรตัวนี้อันไหนมีค่ากว่ากันเหรอ "


           เสี่ยวเฟยที่เดินนำหน้า แล้วหยุดถามอย่างข้องใจ เจ้าตัวนักขุดทองเอ้ย ยังไม่รู้อีกว่าตัวเองได้ของมีค่าขนาดไหน


           " จะบอกอะไรให้นะ พวกเธอน่ะ เม็ดยากลั่นลมปราณหนึ่งเม็ดเทียบไม่ได้แม้แต่เศษฝุ่นของสมุนไพรนั้นเลยด้วยซ้ำ เธอคิดว่ามันมีค่าขนาดไหนล่ะ "


       " กุ๊กๆ/ จิ๊บๆๆๆ เทียบไม่ได้แม้แต่เศษฝุ่นของสมุนไพรนั้น "


           ที่มันไม่ใช่โคตรสมบัติเลยหรือไง


       " แต่ทำไม เจ้าสหายพวกนั้นของศิษย์พี่เสี่ยวเฟย ถึงยอมแลกล่ะขอรับ ถ้าเป็นสมุดถ้าเป็นโคตรสมบัติล้ำค่าขนาดนั้น ไม่เก็บไว้เองดีกว่าหรือ "


           " พวกมันคงจะหาวิธีเอามาไม่ได้ล่ะสิ " คำตอบเพียงประโยคเดียวของสร้างความสงสัยให้กับสงคน ทุกตัวและทุกคน 1 ตนอย่างมาก


            ก็แค่เก็บสมุนไพรไม่ใช่หรือ ไม่เห็นจะยากขนาดนั้นเลย


           " ไว้เมื่อพวกเธอเห็นแล้วจะเข้าใจเอง ว่าทำไมสหายของเสี่ยวเฟยถึงยอมแลก แค่เม็ดยากลั่นลมปาน 5 เม็ดกับสมุนไพรนั้น "


           รอยยิ้มกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ ทำเอาพวกเขาต่างสะดุ้งเฮือกในใจคาดว่าเหตุการณ์ที่ทะเลสาบเหตุการณ์ผีบรรพบุรุษที่ทะเลสาบยังตามหลอกหลอนพวกเขาอยู่ลางๆถึงแม้จะพยายามทำใจแล้วว่าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้อีกหลายครั้งในอนาคตควรจะทำตัวให้ชินเข้าไว้ แต่ก็อดไม่ได้จริงๆเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ไกลตัวพวกเขาไม่ได้เหมือนน้องสาวกับเหล่าศิษย์ที่ต้องเจอทุกวันซะหน่อย


           เกือบชั่วโมงที่ทุกคนต่างเงียบไปพอมาถึงสถานที่ที่เป็นเป้าหมายในครั้งนี้ป่าทึบที่ไร้แสง จากดวงจันทร์ ต้นไม้ทุกต้นมีสีแปลกประหลาด มันเป็นสีดำ คล้ำราวกับตายทั้งยืน กิ่งก้านสาขาไร้ใบ ไม่ใช่เพราะว่าเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วใบร่วงโรยเพราะพื้นดินนั้นไม่มีใบไม้ที่ร่วงโรยจากต้นไม้เหล่านี้เลยสักนิดพื้นที่นี้กินอาณาเขตไปสุดลูกหูลูกตา ซ่งซิงเหลียนใช้มือส่งสัญญาให้ทุกคนเงียบ และหยุดเดินก่อนจะยื่นยันต์สีเหลืองให้ทุกคนไว้


           " นี่คืออักขระไร้ตัวตนไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจหรือแม้จะสัตว์ร้ายก็จะไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของพวกเรา มันมีอายุการใช้งานแค่ 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นหลังจากเก็บสมุนไพรตัวนี้ได้ทุกคนต้องออกจากพื้นที่นี้ให้ไกลที่สุดเข้าใจไหม "


       " กุ๊ก/จิ๊บๆ เข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์ "


       " น้องสาวพวกเราเข้าใจแล้ว รู้แล้วรู้แล้ว "


           พวกเขาก้าวเดิน เต็มไปด้วยความระมัดระวัง ก่อนที่สายตาจะถูกตรึงไว้กับ เหล่าสรรพสัตว์ ที่ตามแฝงตัวตามจุดต่างๆ มองเจ้าสิ่งนั้น ด้วยท่าทาง อยากจะกลืนกินเต็มที่


           ต้นไม้ที่สูงเพียง 3 จื่อ แต่กิ่งก้านสาขาราวกับสนใบเหล็กสีเงินเจิดจ้า มีผลเล็กๆสีดำสนิทห้อยระโยงระยาง หลาย 10 ลูก และมีเพียง 3 ลูกเท่านั้นที่เป็นสีเงิน เหมือนต้นของมัน


           " ต้องเก็บผลสีเงิน " ทั้งหมดนั้นที่ได้รับคำสั่งจากท่านอาจารย์มาแล้วมันรู้ว่าการเก็บนั้น ไม่ใช่แค่เดินเข้าไปเก็บเลยแต่ต้องระวังภัยจากสัตว์ต่างๆที่แฝงตัวอยู่ตามมุมของต้นไม้และเงามืด


           ทั้งหมดมองเหล่าสัตว์ที่อยู่รอบและตามต้นไม้เงามืดก็ได้แต่หวาดผวาด้วยความหวาดกลัว พวกเขามาเที่ยวป่าไม่ได้มาเที่ยวชมสวนสัตว์ซะหน่อย ทำไมต้อง มารวมตัวกันขนาดนี้สองเด็กชายมองทางกดตัวเข้าหาซ่งชิงเหลียนอย่างหวาดกลัวกับสถานการณ์นี้ ถึงแม้จะพยายามปลอบใจตัวเองว่านี่คือการผจญภัยแบบลูกผู้ชายกับน้องสาว พวกเขาควรจะเป็นผู้นำและปกป้องเด็กหญิงตัวน้อย


           แต่การที่มีเสือสิงโตเป็นฝูง พร้อมกับงู ยั้วเยี้ยหลายขนาดหลายสี แถมยังมีเหยี่ยวและแร้งอีกฝูงใหญ่ จดจ้องอยู่ที่ต้นไม้ต้นนั้นก็ทำเอาเขาหวาดผวาไม่อยากเข้าสวนสัตว์ไปอีกสิบปีทีเดียวละมั้ง


           นี่ต้อง ต้องเป็นการผจญภัยที่ต้องที่น่าจดจำ


           เขาขอตั้งชื่อการผจญภัยนี้ว่า


           ชีวิตในป่าเขาของ ผู้พิทักษ์ครอบครัวกับชีวิตบนเส้นด้ายในป่าเขา

    คล้ายกับเรื่องท่านเทพเจ้าขา ข้าต้องการปลาทองของท่าน ที่คุณอ่าน