Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่47 ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครไปได้!

    ไม่ไกล ชายหนุ่มร่างกายกํายําคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางทางมู่หลินเอาไว้สายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมายังเขาเต็มไปด้วยความยั่วยุและหยิ่งยโส

     

    “ใครสั่งแกมา!ไอ้แบดบอยนั่นใช่ไหม?’’ ไม่ว่าจะกรณีใดๆ แต่ตราบที่มีคนกล้าสั่งเขาคุกเข่า มู่หลินก็จะไม่ปราณีและแน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนโง่ดังนั้นไม่มีทางเลยที่อีกฝ่ายจะมาหาเรื่องเขาทั้งๆที่ไม่รู้จัก

     

    “ถูกต้อง!แกเองนี่ก็ถือว่าฉลาดไม่เลวแต่สือกวงนั้นได้กําชับกับฉันเอาไว้ว่าให้สั่งสอนแกแล้วพาแกไปคุกเข่าขอโทษต่อหน้าเขาดังนั้นวันนี้ฉันจะหักขาแกสักสองข้าง!’’ เปามิ่งค่อนข้างประหลาดใจในท่าทีแห่งความโกรธของชายหนุ่มเขาจึงเดินเข้าหาเตรียมทําอย่างที่พูดทันที

     

    ทว่า!ทว่าวินาทีนั้นเองก่อนที่เขาจะได้ทําอะไร เขาก็ต้องตกใจ “อะไรกัน! เร็วมาก!’’

     

    ขณะที่เปามิ่งเตรียมจะหักขามู่หลินมีหรือมู่หลินจะปล่อยให้มันทําได้ง่ายๆ?

     

    แน่นอนว่าไม่!

     

    พริบตามู่หลินก็ย่างท้าวเข้ามาปรากฏที่เบื้องหน้าของเปามิ่งแล้วยกมือขวาขึ้นแม้มันจะดูเชื่องช้าในสายตาเขา แต่สําหรับอีกฝ่ายนั้นมันรวดเร็วเป็นอย่างมาก!

     

    ผวัะ!

     

    เมื่อมือขวาหวดตบลงไปเสียงดังฉาดก็กึกก้องไปทั่วทั้งชั้น ก่อนจะปรากฏให้เห็นรอยแดงแจ๋บนใบหน้าของเปามิ่ง

     

    “บัดซบ!นี่แก…’’ ถึงจะหน้าชาและเจ็บปวดแต่เปามิ่งก็สบถด้วยความไม่อยากเชื่อและเตรียมที่จะเอาคืน

     

    ผวัะ!

     

    เป็นอีกครั้งที่เปามิ่งไม่สามารถทําอะไรได้เขาถูกตบอย่างรุนแรงจนกระแทกไปถึงข้างในปาก ส่งผลให้ฟันจํานวนมากกระเด็นหลุดออกมา

     

    ภายใต้สิ่งที่เกิดขึ้นเลือดก็เปอะเปื้อนเต็มพื้นพร้อมเศษฟันหลายซี่

     

    “แก…’’ถึงจะอย่างนั้นเปามิ่งก็ยังคงจ้องมองอย่างโกรธเกรี้ยว

     

    ผวัะ!

     

    “แกอะไร?พูดเป็นอยู่คําเดียวรึไงวะ!’’ มู่หลินตบออกไปแล้วด่ากลับ ในความคิดของเขาไอ้บ้านี่ถ้าจะบ้าไม่งั้นคงไม่พูดอยู่แค่คําสองคําแบบนี้

     

    แน่นอนว่าครั้งนี้แรงตบของเขาแรงเป็นพิเศษส่งผลให้สมองของเปามิ่งถึงกลับสั่นสะเทือนเสียการทรงตัวเลยทีเดียว

     

    ตุบ!

     

    เปามิ่งทรุดคุกเข่าด้วยความเจ็บปวดและตกใจก่อนรีบเงยหน้ามองไปยังชายหนุ่มทั้งๆที่เลือดเต็มปาก

     

    ไอ้หมอนี่...มันไม่ธรรมดา!

     

    ถึงเปามิ่งจะมีความอดทนสูงแต่เขาก็ไม่เคยโดนใครตบจนต้องทรุดตัวลงถึงแบบนี้มาก่อนเลยดังนั้นชายหนุ่มที่ตบเขาจนกลายเป็นแบบนี้ได้จึงน่ากลัวไม่น้อย

     

    สามครั้ง!แค่สามครั้งเท่านั้น!

     

    ช่างสะพรึงจริงๆ!

     

    “แก! แกเป็นใครกันแน่!’’ในแถบนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จักเขา เปามิ่งจึงถามออกไปเพราะด้วยความแข็งแกร่งทางพละกําลังเช่นนี้อย่างน้อยอีกฝ่ายต้องมีชื่อเสียงอยู่บ้าง

     

    “ก็คนที่แกสั่งให้คุกเข่าไง!’’มู่หลินกลอกตา สงสัยไอ้หมอนี่จะเพี้ยนจริงๆ

     

    โดยไม่รอช้ามู่หลินเลิกสนใจแล้วเดินไป เขาเดินไปทางที่สือกวงกําลังเดินมา!

     

    ห่างออกไปไม่ไกลทางด้านสือกวงที่เห็นว่าเปามิ่งถูกจัดการได้ง่ายดายก็เริ่มกลัวเขากลัวว่าชายหนุ่มจะมาจัดการเขาต่อ เขาจึงยกมือขึ้นแล้วชี้อย่างสั่นๆ“แก! อย่าเข้ามานะโว้ย! พ่อของฉันเป็นถึงรองผู้กํากับ ถ้าแกทําอะไรฉันมีหวังแกได้ติดคุกไปจนวันตายแน่ๆ!’’

     

    “พ่อของแก?แล้วไง!’’ มู่หลินแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยันแล้วเดินตรงไป

     

    ก็แค่รองผู้กํากับจะมาเทียบผู้กํากับหลิวได้อย่างไร?

     

    เล่นผิดคนแล้วไอ้หนู!

     

    เห็นว่าคําข่มขู่ใช้ไม่ได้ผลสือกวงก็เตรียมวิ่งหนี แต่ก่อนที่เขาจะได้รู้สึกตัวชายหนุ่มก็หายตัวมาปรากฏที่เบื้องหน้าเขาเสียแล้ว

     

    พริบตาฝ่ามืออันทรงพลังก็หวดลงเข้าที่ใบหน้าของสือกวง

     

    ผวัะ!

     

    เป็นอีกครั้งที่เสียงดังฉาดกระจายไปไกล

     

    “เกิดอะไรขึ้น?นี่นายคงไม่ได้ไปก่อการร้ายที่ไหนอีกใช่ไหม?’’ เสียงในครั้งนี้ทําเอาหลันเอ๋อร์ที่ถือสายรอพลันตื่นตะหนกเพราะในสายตาของเธอ ถ้าชายหนุ่มไปก่อการร้ายจริงๆ ก็ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้

     

    “ก่อการร้าย?ก็แค่ตบปากคนที่กล้าสั่งฉันคุกเข่าก็เท่านั้นเอง!’’ ได้ยินมู่หลินก็ส่ายหัวแล้วมองไปยังสือกวงที่เหลือฟันอยู่ไม่กี่ซี่และมีเลือดเต็มปากด้วยความเย็นชา

     

    ก่อการร้าย?เขาไม่เคยทํา!

     

    เพราะสิ่งที่เขาทําก็แค่มอบบทเรียน!

     

    หลันเอ๋อร์ผงะ

     

    หรือว่าแท้จริงแล้วในครั้งนั้นที่เธอถูกตบหน้าจะเป็นเพราะเรื่องนี้?

     

    บ้าน่า!เรื่องจิ๊บจ๊อยแค่นี้นี่นะ?!

     

    “แก...แกกล้าตบฉัน!พ่อของฉันไม่ปล่อยแกไปแน่!’’ ใบหน้าของสือกวงซีดเผือดเขาชี้ไปยังชายหนุ่มด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม สั่นเทิ้มเพราะความโกรธ!

     

    โดยไม่รอช้าสือกวงตัดสินใจโทรหาพ่อของเขาอย่างรวดเร็ว

     

    “ตอนนี้เธออยู่ไหน?อยู่กับผู้กํากับหลิวรึเปล่า?’’ เห็นดังนั้นมู่หลินก็แสยะยิ้มถามหลันเอ๋อร์

     

    “ถามทําไม?ถ้าจะให้ผู้กํากับหลิวช่วยเคลียร์คดีให้อย่าได้หวัง เพราะเขาไม่อยู่!แต่ก็เอาเถอะเพราะฉันต้องการความช่วยเหลือจากนายฉันสามารถให้รองผู้กํากับสือเมิ่งที่อยู่ข้างๆฉันเคลียร์ให้ได้!’’ ถึงหลันเอ๋อร์จะสงสัยแต่เธอก็ไม่ได้ทําไมจึงได้เปิดโหมดกล้องหันไปทางชายวัยกลางคนๆหนึ่ง

     

    ชายวัยกลางคนนั้นๆที่กําลังรับสายโทรศัพท์อยู่ก็หันมาทักทายด้วยรอยยิ้ม

     

    “พ่อ!ผมถูกไอ้ชั่วคนหนึ่งทําร้าย! มันทําร้ายผมจนเป็นแบบนี้ พ่อดูสิ!’’เป็นว่าพ่อของเขารับแล้วสือกวงก็รีบเปิดโหมดกล้องแล้วโชว์สถาพยับเยินบนใบหน้าให้อีกฝ่ายดู

     

    ทันทีที่เห็นสือเมิ่งก็โกรธ “ใครกัน! ใครกล้าทําร้ายลูกชายสุดที่รักของฉัน?ลูกกวงลูกบอกพ่อมาว่าไอ้สารเลวตัวไหนที่ทําลูก!’’

     

    “ไอ้นี่แหละพ่อ!’’เห็นว่าพ่อของเขาโกรธเป็นอย่างมากสือกวงก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วหันกล้องไปทางชายหนุ่มทันที

     

    ทว่าวินาทีนั้นเองเสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังขึ้น

     

    “เฮ้ย!เขาไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง?’’

     

    สือเมิ่งค่อนข้างตกใจในสิ่งที่เห็นเพราะเขาเพิ่งยิ้มทักทายผ่านสายของเจ้าหน้าที่หลันเอ๋อร์ไปหยกๆแล้วชายหนุ่มคนนั้นทําไมถึงได้ไปอยู่ในกล้องของลูกชายเขา?

     

    เป็นไปได้ไหมว่าเขาจะเป็นคนทําร้ายลูกชายของฉัน?

     

    คงไม่ใช่มั้ง…

     

    สําหรับสือเมิ่งแล้วถึงครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าชายหนุ่มแต่ด้วยคดีที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดวันก่อนบวกเข้ากับฐานะรองผู้กํากับเขาจึงได้รับรู้มาว่าคนผู้นี้เป็นคนอันตรายและมีทางเบื้องบนหนุนหลังดังนั้นแล้วครั้งแรกที่เขาเห็นเขาจึงทักทายด้วยรอยยิ้มและเตรียมที่จะช่วยจัดการคดีที่อีกฝ่ายไปก่อให้แต่ลูกชายของเขาก็โทรมาขัด ดังนั้นเขาจึงต้องรับอย่างที่เห็น

     

    “พ่อ?’’เห็นว่าพ่อตัวเองเงียบไป สือกวงที่โกรธจัดก็สับสน

     

    ขณะที่สองพ่อลูกกําลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น

     

    “เป็นนายใช่ไหมที่ทําร้ายเขา?’’หลันเอ๋อร์ที่อดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถามชายหนุ่มเพราะในความเห็นของเธอมันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นพร้อมกันยิ่งเป็นกับชายหนุ่มคนนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่เลยดังนั้นแล้วมันจึงมีโอกาสเป็นไปได้อย่างมากว่า…

     

    ได้ยิน สือเมิ่งก็ไม่สนใจลูกชายของตัวเองเขาเงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะเขาหวังเป็นอย่างมากว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้น

     

    ไม่ช้าชายหนุ่มก็พูดขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด“ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครไปได้!!’’

     

    ท่ามกลางความสงสัยเสียงของชายหนุ่มเป็นดั่งค้อนที่หวดลงมาพังทลายทุกสิ่งของสือเมิ่งให้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ...

     

    วินาทีนั้นถึงสือเมิ่งจะช็อคแต่เขาก็ตะหนักได้ทันที

     

    ก็จริง...อีกฝ่ายยืนหัวโด่เสียขนาดนั้นถ้าไม่ใช่ก็คงแปลกละ…

     

    แปลกกับผีน่ะสิไม่ว่า!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน