ไม่ไกล ชายหนุ่มร่างกายกํายําคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางทางมู่หลินเอาไว้สายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมายังเขาเต็มไปด้วยความยั่วยุและหยิ่งยโส
“ใครสั่งแกมา!ไอ้แบดบอยนั่นใช่ไหม?’’ ไม่ว่าจะกรณีใดๆ แต่ตราบที่มีคนกล้าสั่งเขาคุกเข่า มู่หลินก็จะไม่ปราณีและแน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนโง่ดังนั้นไม่มีทางเลยที่อีกฝ่ายจะมาหาเรื่องเขาทั้งๆที่ไม่รู้จัก
“ถูกต้อง!แกเองนี่ก็ถือว่าฉลาดไม่เลวแต่สือกวงนั้นได้กําชับกับฉันเอาไว้ว่าให้สั่งสอนแกแล้วพาแกไปคุกเข่าขอโทษต่อหน้าเขาดังนั้นวันนี้ฉันจะหักขาแกสักสองข้าง!’’ เปามิ่งค่อนข้างประหลาดใจในท่าทีแห่งความโกรธของชายหนุ่มเขาจึงเดินเข้าหาเตรียมทําอย่างที่พูดทันที
ทว่า!ทว่าวินาทีนั้นเองก่อนที่เขาจะได้ทําอะไร เขาก็ต้องตกใจ “อะไรกัน! เร็วมาก!’’
ขณะที่เปามิ่งเตรียมจะหักขามู่หลินมีหรือมู่หลินจะปล่อยให้มันทําได้ง่ายๆ?
แน่นอนว่าไม่!
พริบตามู่หลินก็ย่างท้าวเข้ามาปรากฏที่เบื้องหน้าของเปามิ่งแล้วยกมือขวาขึ้นแม้มันจะดูเชื่องช้าในสายตาเขา แต่สําหรับอีกฝ่ายนั้นมันรวดเร็วเป็นอย่างมาก!
ผวัะ!
เมื่อมือขวาหวดตบลงไปเสียงดังฉาดก็กึกก้องไปทั่วทั้งชั้น ก่อนจะปรากฏให้เห็นรอยแดงแจ๋บนใบหน้าของเปามิ่ง
“บัดซบ!นี่แก…’’ ถึงจะหน้าชาและเจ็บปวดแต่เปามิ่งก็สบถด้วยความไม่อยากเชื่อและเตรียมที่จะเอาคืน
ผวัะ!
เป็นอีกครั้งที่เปามิ่งไม่สามารถทําอะไรได้เขาถูกตบอย่างรุนแรงจนกระแทกไปถึงข้างในปาก ส่งผลให้ฟันจํานวนมากกระเด็นหลุดออกมา
ภายใต้สิ่งที่เกิดขึ้นเลือดก็เปอะเปื้อนเต็มพื้นพร้อมเศษฟันหลายซี่
“แก…’’ถึงจะอย่างนั้นเปามิ่งก็ยังคงจ้องมองอย่างโกรธเกรี้ยว
ผวัะ!
“แกอะไร?พูดเป็นอยู่คําเดียวรึไงวะ!’’ มู่หลินตบออกไปแล้วด่ากลับ ในความคิดของเขาไอ้บ้านี่ถ้าจะบ้าไม่งั้นคงไม่พูดอยู่แค่คําสองคําแบบนี้
แน่นอนว่าครั้งนี้แรงตบของเขาแรงเป็นพิเศษส่งผลให้สมองของเปามิ่งถึงกลับสั่นสะเทือนเสียการทรงตัวเลยทีเดียว
ตุบ!
เปามิ่งทรุดคุกเข่าด้วยความเจ็บปวดและตกใจก่อนรีบเงยหน้ามองไปยังชายหนุ่มทั้งๆที่เลือดเต็มปาก
ไอ้หมอนี่...มันไม่ธรรมดา!
ถึงเปามิ่งจะมีความอดทนสูงแต่เขาก็ไม่เคยโดนใครตบจนต้องทรุดตัวลงถึงแบบนี้มาก่อนเลยดังนั้นชายหนุ่มที่ตบเขาจนกลายเป็นแบบนี้ได้จึงน่ากลัวไม่น้อย
สามครั้ง!แค่สามครั้งเท่านั้น!
ช่างสะพรึงจริงๆ!
“แก! แกเป็นใครกันแน่!’’ในแถบนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จักเขา เปามิ่งจึงถามออกไปเพราะด้วยความแข็งแกร่งทางพละกําลังเช่นนี้อย่างน้อยอีกฝ่ายต้องมีชื่อเสียงอยู่บ้าง
“ก็คนที่แกสั่งให้คุกเข่าไง!’’มู่หลินกลอกตา สงสัยไอ้หมอนี่จะเพี้ยนจริงๆ
โดยไม่รอช้ามู่หลินเลิกสนใจแล้วเดินไป เขาเดินไปทางที่สือกวงกําลังเดินมา!
ห่างออกไปไม่ไกลทางด้านสือกวงที่เห็นว่าเปามิ่งถูกจัดการได้ง่ายดายก็เริ่มกลัวเขากลัวว่าชายหนุ่มจะมาจัดการเขาต่อ เขาจึงยกมือขึ้นแล้วชี้อย่างสั่นๆ“แก! อย่าเข้ามานะโว้ย! พ่อของฉันเป็นถึงรองผู้กํากับ ถ้าแกทําอะไรฉันมีหวังแกได้ติดคุกไปจนวันตายแน่ๆ!’’
“พ่อของแก?แล้วไง!’’ มู่หลินแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยันแล้วเดินตรงไป
ก็แค่รองผู้กํากับจะมาเทียบผู้กํากับหลิวได้อย่างไร?
เล่นผิดคนแล้วไอ้หนู!
เห็นว่าคําข่มขู่ใช้ไม่ได้ผลสือกวงก็เตรียมวิ่งหนี แต่ก่อนที่เขาจะได้รู้สึกตัวชายหนุ่มก็หายตัวมาปรากฏที่เบื้องหน้าเขาเสียแล้ว
พริบตาฝ่ามืออันทรงพลังก็หวดลงเข้าที่ใบหน้าของสือกวง
ผวัะ!
เป็นอีกครั้งที่เสียงดังฉาดกระจายไปไกล
“เกิดอะไรขึ้น?นี่นายคงไม่ได้ไปก่อการร้ายที่ไหนอีกใช่ไหม?’’ เสียงในครั้งนี้ทําเอาหลันเอ๋อร์ที่ถือสายรอพลันตื่นตะหนกเพราะในสายตาของเธอ ถ้าชายหนุ่มไปก่อการร้ายจริงๆ ก็ไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้
“ก่อการร้าย?ก็แค่ตบปากคนที่กล้าสั่งฉันคุกเข่าก็เท่านั้นเอง!’’ ได้ยินมู่หลินก็ส่ายหัวแล้วมองไปยังสือกวงที่เหลือฟันอยู่ไม่กี่ซี่และมีเลือดเต็มปากด้วยความเย็นชา
ก่อการร้าย?เขาไม่เคยทํา!
เพราะสิ่งที่เขาทําก็แค่มอบบทเรียน!
หลันเอ๋อร์ผงะ
หรือว่าแท้จริงแล้วในครั้งนั้นที่เธอถูกตบหน้าจะเป็นเพราะเรื่องนี้?
บ้าน่า!เรื่องจิ๊บจ๊อยแค่นี้นี่นะ?!
“แก...แกกล้าตบฉัน!พ่อของฉันไม่ปล่อยแกไปแน่!’’ ใบหน้าของสือกวงซีดเผือดเขาชี้ไปยังชายหนุ่มด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม สั่นเทิ้มเพราะความโกรธ!
โดยไม่รอช้าสือกวงตัดสินใจโทรหาพ่อของเขาอย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้เธออยู่ไหน?อยู่กับผู้กํากับหลิวรึเปล่า?’’ เห็นดังนั้นมู่หลินก็แสยะยิ้มถามหลันเอ๋อร์
“ถามทําไม?ถ้าจะให้ผู้กํากับหลิวช่วยเคลียร์คดีให้อย่าได้หวัง เพราะเขาไม่อยู่!แต่ก็เอาเถอะเพราะฉันต้องการความช่วยเหลือจากนายฉันสามารถให้รองผู้กํากับสือเมิ่งที่อยู่ข้างๆฉันเคลียร์ให้ได้!’’ ถึงหลันเอ๋อร์จะสงสัยแต่เธอก็ไม่ได้ทําไมจึงได้เปิดโหมดกล้องหันไปทางชายวัยกลางคนๆหนึ่ง
ชายวัยกลางคนนั้นๆที่กําลังรับสายโทรศัพท์อยู่ก็หันมาทักทายด้วยรอยยิ้ม
“พ่อ!ผมถูกไอ้ชั่วคนหนึ่งทําร้าย! มันทําร้ายผมจนเป็นแบบนี้ พ่อดูสิ!’’เป็นว่าพ่อของเขารับแล้วสือกวงก็รีบเปิดโหมดกล้องแล้วโชว์สถาพยับเยินบนใบหน้าให้อีกฝ่ายดู
ทันทีที่เห็นสือเมิ่งก็โกรธ “ใครกัน! ใครกล้าทําร้ายลูกชายสุดที่รักของฉัน?ลูกกวงลูกบอกพ่อมาว่าไอ้สารเลวตัวไหนที่ทําลูก!’’
“ไอ้นี่แหละพ่อ!’’เห็นว่าพ่อของเขาโกรธเป็นอย่างมากสือกวงก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วหันกล้องไปทางชายหนุ่มทันที
ทว่าวินาทีนั้นเองเสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังขึ้น
“เฮ้ย!เขาไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง?’’
สือเมิ่งค่อนข้างตกใจในสิ่งที่เห็นเพราะเขาเพิ่งยิ้มทักทายผ่านสายของเจ้าหน้าที่หลันเอ๋อร์ไปหยกๆแล้วชายหนุ่มคนนั้นทําไมถึงได้ไปอยู่ในกล้องของลูกชายเขา?
เป็นไปได้ไหมว่าเขาจะเป็นคนทําร้ายลูกชายของฉัน?
คงไม่ใช่มั้ง…
สําหรับสือเมิ่งแล้วถึงครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าชายหนุ่มแต่ด้วยคดีที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดวันก่อนบวกเข้ากับฐานะรองผู้กํากับเขาจึงได้รับรู้มาว่าคนผู้นี้เป็นคนอันตรายและมีทางเบื้องบนหนุนหลังดังนั้นแล้วครั้งแรกที่เขาเห็นเขาจึงทักทายด้วยรอยยิ้มและเตรียมที่จะช่วยจัดการคดีที่อีกฝ่ายไปก่อให้แต่ลูกชายของเขาก็โทรมาขัด ดังนั้นเขาจึงต้องรับอย่างที่เห็น
“พ่อ?’’เห็นว่าพ่อตัวเองเงียบไป สือกวงที่โกรธจัดก็สับสน
ขณะที่สองพ่อลูกกําลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น
“เป็นนายใช่ไหมที่ทําร้ายเขา?’’หลันเอ๋อร์ที่อดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถามชายหนุ่มเพราะในความเห็นของเธอมันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นพร้อมกันยิ่งเป็นกับชายหนุ่มคนนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่เลยดังนั้นแล้วมันจึงมีโอกาสเป็นไปได้อย่างมากว่า…
ได้ยิน สือเมิ่งก็ไม่สนใจลูกชายของตัวเองเขาเงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะเขาหวังเป็นอย่างมากว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้น
ไม่ช้าชายหนุ่มก็พูดขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด“ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครไปได้!!’’
ท่ามกลางความสงสัยเสียงของชายหนุ่มเป็นดั่งค้อนที่หวดลงมาพังทลายทุกสิ่งของสือเมิ่งให้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ...
วินาทีนั้นถึงสือเมิ่งจะช็อคแต่เขาก็ตะหนักได้ทันที
ก็จริง...อีกฝ่ายยืนหัวโด่เสียขนาดนั้นถ้าไม่ใช่ก็คงแปลกละ…
แปลกกับผีน่ะสิไม่ว่า!