บริเวณโถง VIP ในโรงแรมแอนโทนี่ถูกทำให้เละเทะ โดยโจวเต๋อกับฉินเฉา หลังจากได้ยินเสียงร้องโหยหวนของหลี่ชาว ในที่สุดผู้จัดการก็เข้ามา
ชายในชุดสูทสีดำ เวลานี้มองไปที่โถง VIP ที่เละเทะ ความรู้สึกไม่ห่างจากการร้องไห้เท่าไหร่
“ฉันจะจ่ายค่าเสียหายวันนี้ให้” แค่เพียงคำพูดไม่กี่คำจากซูจีก็ทำให้ผู้จัดการผ่อนคลาย พิงตัวเองกับกำแพง
“สำหรับนายน้อยหลี่เขาถูกคนร้ายทำให้บาดเจ็บ รีบรายงานแล้วอย่าลืมโทรเรียกรถพยาบาลด้วย”
ฉินเฉาก็หยิบบุหรี่ให้กับตัวเองแล้วตบบ่าหลี่ชาวที่อยู่ใกล้ ๆ ที่ขดตัวอยู่กับพื้น พูดว่า “เป็นอย่างนั้นใช่มั้ย? นายน้อยหลี่ผู้ยิ่งใหญ่?”
“ชะ ใช่แล้ว” เลือดของหลี่ชาวหายไปจากหน้า บางทีในที่สุดเขาก็เข้าใจ ว่าในโลกนี้ยังมีบางคนที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้ อย่างเช่นสองคนนี้ โจวเต๋อ กับ ฉินเฉา ผู้ที่มีนับร้อยวิธีที่จะฆ่าเขา
“อ๊า ใช่แล้ว! ฉันต้องไป!” จากนั้นผู้จัดการก็พบว่ามีเลือดอาบมือของหลี่ชาวแล้วถามด้วยความตระหนกว่า “นายน้อยหลี่ คุณโอเคมั้ย?”
“อย่าห่วงเลย เขาไม่ตายหรอก” ฉินเฉาหัวเราะ “แต่ถ้านายยังไม่เรียกรถพยาบาลมาล่ะก็ เขาคงเลือดออกหมดตัวจนตายแน่นอน”
“เวรเอ๊ย ทำไมนายยังยืนอยู่ที่นี่อีก!” เมื่อได้ยินเขากำลังจะตาย หัวใจของหลี่ชาวก็เย็นเฉียบด้วยความกลัว เขาก็ตวาดใส่ผู้จัดการ ผู้ที่กำลังวิ่งลงบันไดไป
“นายน้อยหลี่ อย่าลืมที่เราตกลงกันวันนี้ล่ะ โอเค๊?” ฉินเฉานั่งยอง ๆ อดทนกับกลิ่นฉี่ ยื่นมือออกไปแล้วตบหน้าหลี่ชาว
“คนที่ทำร้ายนายไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคนที่นายเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ อนิจจา นายกลับไม่รู้ว่าเขาเป็นคนร้าย?”
“ฉัน” หลี่ชาวไม่พอใจ ‘เห็นชัด ๆ ว่ามือฉันถูกแกแทง แต่แกต้องการใส่ร้ายคนอื่น’ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นายน้อยผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้รับความอยุติธรรม? ร่องรอยความประสงค์ร้ายทันใดนั้นก็ปรากฏบนสายตา
“หืมมม ดูเหมือนนายจะไม่พอใจ” เปลวไฟสีเขียวทันใดนั้นก็ลุกโชนในตา ขณะที่ใบหน้าทั้งใบของฉินเฉาปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ ในขณะเดียวกัน มือที่วางอยู่บนไหล่ของหลี่ชาวก็กลายเป็นกรงเล็บของสัตว์ร้าย
“งั้นก็เหลือแค่ทางเดียวแล้วล่ะ” ฉินเฉาพูดแบบน่ากลัว “แค่ฆ่านายแล้วโยนขี้ให้คนอื่น ยังไงคนตายก็พูดไม่ได้อยู่แล้ว แถมยังทำให้ฉันสบายใจด้วย”
“อย่า อย่าฆ่าฉัน!” หลี่ชาว ผู้ที่รู้สึกว่าฉินเฉากำลังปกคลุมด้วยจิตสังหาร หวาดกลัวแล้วถอยไปพิงกำแพง ตะโกนว่า “ฉัน ฉันจะไม่บอกใครแน่นอน!”
“คำสัญญาของนายน่ะเหรอ ฉันเชื่อแค่คนตายเท่านั้น”
ฉินเฉาพูดอย่างหมดหวัง ทันใดนั้นเขาปล่อยหมัดใส่หัวหลี่ชาว
“อ๊า!” หลี่ชาวหดหัวตามสัญชาตญาณ ปล่อยให้หมัดของฉินเฉาต่อยใส่กำแพงเหนือหัวด้วยเสียงอันดัง หลี่ชาวผู้ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ยากถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น
กำแพงทั้งหมดถูกหมัดของฉินเฉาต่อยทะลุ ตอนนี้หลี่ชาวรู้สึกเหมือนกับมีอากาศหนาวเป็นน้ำแข็งอยู่เหนือหัวเขา
เป้าจู่ ๆ ก็ชื้นขึ้นเล็กน้อย
“แย่จัง พลาดซะได้.” ฉินเฉาหดหมัดกลับมา “มาลองอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเด็กดีนะ อย่าขยับ อย่างนี้ หัวถูกระเบิดด้วยหมัดน่ะเท่จริง ๆ นะ มันเหมือนกับระเบิดแตงโม แค่แป๊บเดียว หัวของนายจะระเบิดออก แล้วสมองของนายก็ด้วย แถมเลือดยังกระจายไปทั่วพื้น ไม่ต้องกลัว มันสนุกแน่นอน นายเคยเห็นนมหกบนพื้นมั้ย? ใช่ แบบนั้นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงนะ มันไม่เจ็บ นายพร้อมมั้ย? ฉันจะเริ่มแล้ว!”
จากนั้นฉินเฉาก็ถูหมัดแล้วยิ้มกว้างให้กับหลี่ชาว
ในตอนนี้เอง หลี่ชาวโยนเกียรติอันน้อยนิดที่เขามีอยู่ทิ้งไป ความกล้าหาญถูกข่มโดยสิ้นเชิง เขาขอร้องด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นธรรมชาติ
“ยกโทษให้ฉันด้วย ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น! ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใคร ฉันไม่เคยเห็นนาย!”
“ยอดเยี่ยม จำไว้ล่ะ” ฉินเฉาพยักหน้าด้วยความพอใจ “ถ้าตำรวจมาสร้างปัญหาให้ฉันอีกล่ะก็ เชื่อมั้ย ฉันมีนับพันวิธีที่จะหนีจากพวกเขา แล้วจากนั้นฉันจะไปหานายแล้วจะทำให้นายเพลิดเพลินไปกับหัวที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ”
“ฉันสัญญาด้วยตระกูลของฉันเลย ถ้าฉันพูดออกไป ขอให้ตระกูลของฉันทั้งตระกูลตายเหมือนหมาข้างถนน”
แม้ว่าฉินเฉาจะไม่ชอบคำสัญญาแบบนี้ของหลี่ชาว ถึงอย่างนั้นเขาก็พอใจกับมัน เขายืนขึ้น ตบหัว แล้วพูดกับซูจีว่า “เสร็จแล้ว”
“โธ่ ฉันยังกินไม่อิ่มเลย แต่อาหารก็กลายเป็นแบบนี้ซะแล้ว” ซูจีลูบหน้าท้องที่แบนราบของเธอ ขณะเบ้ปาก
“พาฉันไปกินที่อื่นที” ฉินเฉายิ้มแล้วพูดว่า “เนื้อย่างที่ถนนตะวันออกเป็นยังไง? แค่ 100 หยวนก็พอสำหรับเราสองคนที่จะกินจนอิ่ม”
“โอเค งั้น ไปถนนตะวันออกกันเลย!”
พวกเขาทั้งคู่ไม่สนใจหลี่ชาวที่หมดแรงอยู่บนพื้น ลงบันไดไปเอาจักรยาน แล้วทิ้งเรื่องวุ่นวายไว้ให้โรงแรมแอนโทนี่อย่างเต็มใจ
ไม่นาน รถพยาบาล แล้วรถตำรวจก็มาถึงโรงแรมแอนโทนี่แห่งนี้
ผู้กองโล่วเห่าผู้นำทีมมาสืบสวนอาชญากรรมที่โรงแรมแอนโทนี่แห่งนี้
“เสี่ยวชาว เกิดอะไรขึ้นกับนาย?” โล่วเห่ารู้จักกับหลี่ชาวตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เมื่อตอนที่เป็นตำรวจใหม่ ๆ ในตอนนั้นพ่อของหลี่ชาวยังเป็นผู้กองอยู่เลย
ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเขากับหลี่ชาวค่อนข้างดี เมื่อเห็นหลี่ชาวฉี่รดกางเกง แล้วมีใบหน้าที่เศร้าโศก โล่วเห่าอดขมวดคิ้วไม่ได้
“ไม่ ไม่มีอะไร” เขาประหลาดใจ เจ้าเด็กคนนี้ โล่วเห่ารู้ว่าเขาเป็นผู้ชายใจแคบ ไม่คิดว่าเขาจะไม่บอกชื่อของคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้
เรื่องนี้แปลก ๆ โล่วเห่ากำลังฉายภาพในหัว ถ้าเขาหาคนที่ทำให้หลี่ชาวเป็นแบบนี้ได้ หลี่ฟู่หมิ่นจะต้องเห็นคุณค่าอย่างแน่นอน บางทีเมื่อหลี่ฟู่หมิ่นเป็นผู้กำกับ เขาอาจมีโอกาสเป็นรองผู้กำกับก็ได้
ดังนั้น เขาถึงตามหาผู้จัดการโรงแรมแล้วเริ่มสอบถามเขาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“คนร้ายในชุดสีดำ ทำร้ายนายน้อยหลี่ จากนั้นกระโดดลงหน้าต่างแล้วหนีไป”
“ชายชุดดำ? มันเป็นชายชุดดำได้ยังไง?” โล่วเห่าขมวดคิ้ว “โรงแรมของนายรับแขกที่ไม่รู้จักตัวตนบ่อยเหรอ?”
“ไม่ เขามาพร้อมกันกับนายน้อยหลี่ แล้วนายน้อยหลี่ก็บอกว่าชายคนนั้นเป็นเพื่อน”
“เพื่อนของเสี่ยวชาว?” ยิ่งถามมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสับสนมากเท่านั้น แล้วเรื่องกลายเป็นซับซ้อน “นอกจากเขา แล้วยังมีผู้ต้องสงสัยคนไหนอีกบ้าง? มีใครมาติดต่อกับเสี่ยวชาวบ้างคืนนี้?”
“ไม่มี” ทันใดนั้นผู้จัดการโรงแรมก็ส่ายหัว เขาไม่พูดชื่อของซูจีเพราะซูจีรับปากกับเขาว่าจะจ่ายค่าเสียหายของห้อง VIP นี้ ถ้าเกิดเรื่องกับคุณซูจี มันจะไม่มีใครมาจ่ายค่าซ่อมแซม แล้วประธานจะต้องกินเขาทั้งเป็นแน่นอน
เรื่องแบบนี้ เขารับไม่ได้
“อืม อย่างนั้นเหรอ ถ้ามีอะไร หรือนายจำได้ว่ามีใครมาพูดกับหลี่ชาว ต้องบอกฉันทันทีล่ะ”
ในสถานการณ์นี้เมื่อพยานไม่ยินดีจะพูด โล่วเห่าก็ไม่รู้จะทำยังไงนอกจากพาทีมสืบสวนกลับไป จากเหตุการณ์ 13 ตุลา แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงแรมแอนโทนี่วันนี้ โล่วเห่ารู้สึกได้อย่างคลุมเครือว่าปีศาจที่ซ่อนอยู่ในเงาของเมืองนี้พร้อมที่จะกระโดดออกมาสร้างพายุ
โล่วเห่าเชื่อว่างานคือการหาตัวปีศาจที่หลบซ่อนตัวนี้
ลมกลางคืนค่อนข้างเย็น เขาจัดคอเสื้อเครื่องแบบให้แน่นแล้วเข้าไปในรถ
ในตอนนี้ ผู้กระทำผิดแล้วสาวงามกำลังนั่งอยู่ที่ร้านมุมหนึ่งในถนนตะวันออก เขากำลังจิบเบียร์ขณะที่หญิงสาวกำลังเปิดปากของเธอกินเนื้อย่างเสียบไม้ในคำเดียว
“ที่นี่ดีกว่ามั้ย ว่าไง? เราสามารถกินมากเท่าไหร่ก็ได้เท่าที่ต้องการโดยไม่ต้องกดดันอะไร!”
“จริงด้วย ฉันก็ชอบความรู้สึกนี้เหมือนกัน” ซูจีที่ดื่มไปมาก เสียงพูดของเธอก็ยิ่งดังขึ้น “เมื่อ เมื่อตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก พี่ชายของฉันมักจะพาใช้เงินที่เขาหาได้แต่ละวันพา พาพี่สาวแล้วก็ฉันมากินข้างนอกแต่ตอนนี้ ตอนนี้พี่ชายไม่ชอบพวกเรา พวกน้องสาวอีกแล้ว เขาเกลียดพวกเราฉัน ฉันอยากจะกลับไปวันเก่า ๆ แม้ว่าพวกเราจะจน พี่ชายแล้วพี่สาวก็ใจดีกับฉัน.พี่ชาย ทำไมตอนนี้พี่ถึงติดการพนัน”
หลังจากฟังที่ซูจีพูด ฉินเฉาขมวดคิ้ว เหมือนว่าซูจียังมีพี่ชายอีกคน เมื่อคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับซูจี ฉินเฉายิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น ในทีวี มันมีตัวอย่างมากมายเหมือนกับเรื่องนี้ ‘ต่อสู้แย่งชิงมรดก’
ตอนนี้เหลือแต่เหล็กเสียบเนื้อตรงหน้าพวกเขา ยิ่งกว่านั้น เหมือนว่าซูจีจะดื่มไปมาก ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ เธอดูน่ารักแล้วมีเสน่ห์
แต่ถนนตะวันออกตอนกลางคืนไม่ปลอดภัย ซูจีทั้งสวยแล้วสภาพยังดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้เข้ามาหาพร้อมกับน้ำลายที่ไหลจากปากของพวกเขา
ในที่สุด ก็มีพวกพั้งค์สามสี่คนที่ทนไม่ไหว พวกเขาวางขวดเบียร์แล้วเดินหัวเราะเข้ามา
“เฮ้ คู่หู ฉันคิดว่ามันผิดนะที่นายมาดื่มกับสาวสวยตามลำพังตอนกลางคืนแบบนี้” ชายร่างผอมที่ย้อมผมเหลืองมาพร้อมกับกลิ่นของแอลกอฮอล์พูดกับพวกเขา “ทำไมนายไม่ให้พวกเรา พี่น้อง กินเป็นเพื่อนนายด้วยล่ะ?”
“ไสหัวไป” ฉินเฉาไล่พวกเขาโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง
“ไอ้เวร ปากเก่งจริงนะ” ชายผมเหลืองพูดแล้วยื่นมือมาจะจับไหล่ของฉินเฉา
ฉัวะ!
“อ๊า!” ชายผมเหลืองกรีดร้อง เขาเห็นแค่เหล็กเสียบเนื้อแทงทะลุมือไป ขณะที่ฉินเฉาทำท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังคงเติมเบียร์ใส่แก้ว จากนั้นพูดกับเจ้าของร้าน
“เถ้าแก่ ขอเนื้อย่างอีกสิบไม้ขอไม่มันนะ แล้วก็เนื้อแกะด้วย! อ่า ช่วยอุ่นนี่ด้วย มันเย็นแล้ว”
“อะ โอเค รอเดี๋ยว” เถ้าแก่กลัว เขารับเนื้อย่างมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าจะมีคนมาแย่งเนื้อย่างไม้นี้ไป ฉินเฉายิ้มให้เขาแล้วพูดว่า
“อย่าห่วงน่า ผมไม่หนีหรอก ผมมีเงินจ่ายน่า”
“ฉันไม่ได้ห่วง ไม่ห่วงเลย” เถ้าแก่ร้านพูดในใจว่า ‘ฉันจะไปกล้าได้ไง’
“อ๊า! อ๊า! ฆาตกร!” มือของชายผมเหลืองยังคงมีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาสะอื้นเพราะว่าความเจ็บ พวกพั้งค์รอบ ๆ พากันกลัว แล้วตกลงสู่ความยุ่งเหยิง บางคนพูดว่าต้องพาเขาไปโรงพยาบาล บางคนพูดว่าแค่พาไปรักษาที่คลินิกใกล้ ๆ
“ถ้าพวกแกยังรออีกล่ะก็ มันจะตายเอานะ” ฉินเฉาพูดอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่รับเนื้อแกะจากมือเถ้าแก่
ในตอนนี้เอง ที่พวกพั้งค์พบว่าชายผมเหลืองได้สลบไปแล้วเพราะเสียเลือดมากเกินไป พวกเขารีบหาแท็กซี่แล้วพาเขาไปโรงพยาบาล
“พวกเขาเป็นนักเลงแถวนี้ พ่อหนุ่ม นายรีบไปดีกว่า” เถ้าแก่เตือนด้วยความหวังดี “นายมีแฟนมาด้วย มันจะแย่เอานะ ถ้านายพัวพันกับพวกเขา”
“สบายใจเถอะ ผมก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าพวกมันจะทำอะไรกับผม” ตอนนี้ฉินเฉายิ่งรู้สึกว่าตัวเองดุร้ายขึ้นเรื่อย ๆ แล้วบ้าเลือดอีกด้วย
แม้แต่รอยยิ้มก็สร้างความหวาดกลัวให้กับพวกนักเลงที่อยู่นอกร้าน
‘ชายคนนี้เป็นใคร? คงไม่ใช่ฆาตกรหลบหนีหรอกนะ?’
จบตอน#