กริ๊งงง...... กริ๊งงง...... กริ๊งงง......
โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ เตียงนอน ส่งเสียงดังเรียกให้เจ้าของได้รู้ว่ามีใครบางคนโทรเข้ามา ตติรัตน์ที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องแต่งได้ยิน จึงเดินออกจากห้องแต่งตัวมาดู ก็เห็นว่าคนที่โทรเข้ามานั้นคือ ‘ฤดีพรรณ’
“โทรมาทำไม!!??...... หรือว่าพ่อจะเป็นอะไร!!!!”
ตติรัตน์ขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากันอย่างสงสัย โดยที่ปากบางอวบอิ่มก็กล่าวพึมพำออกมาเบาๆ ไปด้วย ซึ่งจริงๆ ในเช้าวันนี้ ตอนแรกภูเวศน์จะพาเธอไปเยี่ยมตติกรที่บ้าน แต่พอดีเขาติดงานด่วนจึงไม่ได้พาไป
ภูเวศน์นั้นก็รีบออกไปเคลียร์งานด่วนตั้งแต่เช้าตรู่ ปล่อยให้ตติรัตน์นอนหลับสบายอยู่อย่างนั้น โดยไม่คิดจะปลุกให้ตื่นขึ้นมา และพอหญิงสาวตื่นนอนขึ้นมาก็ไม่เห็นภูเวศน์แล้ว แต่กระนั้นเธอก็รู้แหละว่าเขามีงานด่วน ชายหนุ่มได้บอกไว้ตั้งแต่ก่อนนอนแล้ว เธอจึงไม่ได้คิดอะไร ลุกขึ้นไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย และคิดว่าหากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็โทรหาตติกรลองดู
“ฮัลโล่!! ว่าไง?? ......”
ตติรัตน์ไม่มัวรอช้าให้เสียเวลามากไปกว่านี้ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับสาย แล้วกรอกเสียงถามไปตามสาย เพื่อให้ฤดีพรรณได้รับรู้รับทราบ ว่าเธอได้รับสายแล้ว
“ฮัลโล่รัตน์ พ่อแย่แล้วรัตน์!!!!.....”
เมื่อฤดีพรรณได้ยินเสียงตติรัตน์ ก็รีบลนลานพูดมาตามสายอย่างร้อนรนใจ จึงทำให้ตติรัตน์ที่ตั้งใจฟังอยู่ ต้องเบิกตากว้างอย่างตื่นตกใจ ทั้งภายในใจก็เกิดความร้อนรุ่ม กระวนกระวายใจขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน
“พ่อเป็นอะไรพรรณ รีบบอกมาสิว่าพ่อเป็นอะไร??”
ตติรัตน์กรอกเสียงถามไปด้วยความร้อนรนใจ และก็แทบยืนไม่ติด เพราะความเป็นห่วงผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้า กลัวว่าผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้าจะเป็นอะไรไปมาก ยิ่งก่อนหน้านี้ เธอติดต่อบิดาบังเกิดเกล้าไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เธอเป็นห่วงมากเป็นเท่าทวีคูณ
“อยู่ๆ พ่อก็หมดสติ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล”
ฤดีพรรณพูดตอบคำถามกลับมา ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงดูร้อนรนไม่จางหาย แต่กระนั้นก็ไม่ได้บอกหมดซะทีเดียว คงค่อยๆ พูดบอก เมื่อตติรัตน์เอ่ยถาม เพราะจุดประสงค์ของฤดีพรรณ อยากทำให้ตติรัตน์อย่างรู้มากๆ ไงล่ะ
“แล้วพ่ออยู่โรงพยาบาลไหน??... ฉันจะไปดูพ่อ”
ตติรัตน์ไม่คิดหน้าคิดหลัง หรือคิดหวาดระแวงใดๆ ทั้งสิ้น เร่งถามเอาความกับฤดีพรรณ เพื่อว่าเธอจะได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลดังกล่าว จะได้รู้ว่าบิดาบังเกิดเกล้ามีอาการหนักมากน้อยขนาดไหน และเป็นยังไงบ้างในตอนนี้
“อยู่ที่โรงพยาบาล...... ตอนนี้ฉันกำลังไป ถ้ายังไงเดี๋ยวฉันเข้าไปรับเธอก็แล้วกัน ขอสักครู่นะ ไม่นานหรอก”
ฤดีพรรณบอกชื่อโรงพยาบาลให้ตติรัตน์รับทราบ พร้อมกันนั้นก็บอกให้ทราบด้วยว่า ตัวเองก็กำลังจะไปที่โรงพยาบาลนั้นเช่นกัน บอกให้ตติรัตน์รอ และไม่คิดจะให้ตติรัตน์ได้ทักท้วงอะไรออกมาสักคำ พอพูดจบ ฤดีพรรณก็วางสายตากตติรัตน์ไปในทันที
ในเวลาไม่ช้าไม่นาน ไม่ถึงยี่สิบนาทีเลยด้วยซ้ำ รถยนต์สีดำ ซึ่งตติรัตน์เห็นก็รู้เลยว่าเป็นรถยนต์ของตติกร ได้วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน และในตอนนี้ตติรัตน์ก็ได้ออกมายืนรออยู่ก่อนแล้ว จึงพอรถยนต์คันดังกล่าวจอดเทียบสนิท ตติรัตน์ก็รีบเดินเข้าไปหา ยื่นมือเรียวเล็กไปเปิดประตู และก้าวเข้าไปนั่งในรถอย่างไม่ให้เสียเวลา
เมื่อตติรัตน์เข้ามานั่งภายในรถแล้ว รถยนต์ก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านไป ซึ่งคนที่เป็นคนขับนั้นก็คือฤดีพรรณนั่นเอง ฤดีพรรณแอบเหลือบสายตา มองดูที่เสี้ยวใบหน้าสวยหวานของตติรัตน์ ภายในใจก็กระหยิ่มยิ้มย่องเป็นอย่างมาก ที่ตติรัตน์หลงเชื่อเธอ โดยไม่ต้องพยายามอะไรให้มากไปกว่านี้
๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓
ฤดีพรรณจะพอตติรัตน์ไปไหนล่ะนั้น และจะพาไปทำอะไร ต้องมาคอยลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ......... ^_^
ถ้ายังไงฝากติดตามอ่าน และช่วยสนับสนุนกันด้วยนะคะ ไรท์จะได้มีแรงในการเขียนยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ.........:)