“เจ้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังถึงที่ดินที่จะประมูลหน่อยได้ไหม” เมื่อเหลือกันเพียงสามคน คือหานจุนหมิง เย่ซี ฟิชเถ้าแก่หนุ่มจึงกล่าวขึ้นมา ส่วนหยางเสีย นางแยกไปทำธุระในเมืองเรียบร้อยแล้วยามเมื่อจะไปดูที่ดินค่อยเรียกอีกที
เวลานี้พวกเขานั่งพักอยู่ศาลากลางน้ำภายในโรงเตี๊ยมพลบค่ำเวลานี้ตะวันยังไม่ถึงกลางศีรษะ เหลือเวลาอีกนานกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน รอบ ๆศาลาไม้แห่งนี้เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ มีดอกบัวขึ้นอยู่ประปรายภายในสระน้ำมีปลาแหวกหว่ายสวยงาม
“ได้สิเถ้าแก่ แต่เรื่องมันยาวนิดหน่อยข้าจะเตรียมของว่างมาให้ท่านก่อน”หานจุนหมิงกล่าวรับคำพร้อมกับเดินไปเรียกพนักงานหญิงที่ยืนอยู่ไกล ๆ
ผ่านไปหนึ่งเค่อ
ขนมที่มีลักษณะเป็นแผ่นกลมๆ ถูกยกมาเสริฟพร้อมชุดน้ำชาที่กำลังร้อนกรุ่น กลิ่นของชาฟุ้งกระจายไปทั่วชวนให้รู้สึกสดชื่นกว่าปกติ
“นี่คือขนมเซาปิ่งมีสองรสชาติคือถั่วเหลืองและเผือกกวนมันเป็นขนมที่ทำมาจากแป้งแล้วยัดไส้ก่อนเข้าไปก่อนที่จะนำมาบดให้แบนแล้วทอดด้วยไฟที่พอดี”หานจุนหมิงผายมือไปยังขนมเซาปิ่งซึ่งถูกกองซ้อนกันมาหลายถาด
“ส่วนชาชุดนี้เป็นชาเอ้อหลี่เป็นชาที่หายากและมีราคาแพงมาก หนึ่งจินขายกันที่ หนึ่งพันผลึกแต่รสชาติกับกลิ่นของมันก็ยอดเยี่ยมมาก เพียงจิบเดียวก็รู้สึกผ่อนคลายในทันทีส่วนสรรพคุณของมันไม่กล่าวถึงก็ไม่ได้ช่วยให้ผู้ฝึกตนปรับสมาธิได้ง่ายขึ้นยากดื่มมันเข้าไป แนะนำให้เถ้าแก่กินขนมก่อนแล้วดื่มชาตามเพื่อตัดความเลี่ยนของขนมตัวนี้ ”ต้องบอกว่าชาชุดนี้หอมชวนชิมจริงๆขนาดเย่ซีที่ไม่ค่อยจะได้ดื่มชามาก่อนยังอยากจะลิ้มลอง
เมื่อได้ยินคำแนะนำจากหานจุนหมิงชายหนุ่มจึงหยิบขนมขึ้นมาชิมดูก็พบว่ามันมีรสชาติอร่อยกว่าที่คิดดูเหมือนว่าจะทำมาจากแป้ง ยัดไส้ข้างในไว้ด้วยถั่วเหลืองชั้นดียามกัดกินได้ทั้งรสหวาน มัน เต็มปาก เมื่อจิบชาตามเข้าไปหนึ่งอึกกลิ่นชาก็ตีขึ้นมาจากกระเพาะไหลไปทั่วร่างกาย ให้ความรู้สึกของดอกไม้ในชาได้จางๆส่วนเรื่องสมาธิอะไรนั่น ชายหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันมันช่วยรึเปล่า
“เข้าเรื่องกันเถอะ เจ้าเล่ามาได้เลย” ชายหนุ่มกล่าวออกมาหลังจิบชาเข้าไป
“ต้องบอกก่อนว่าที่ดินซึ่งข้าหมายตาจะมอบให้เถ้าแก่นั้นมันต้องอาศัยการประมูลเพื่อให้ได้มา ตอนแรกข้าได้ให้เพื่อนที่สนิทกันหาสิทธิในการร่วมประมูลให้แต่ก็เกิดเรื่องตามที่เถ้าแก่ได้ยินมาก่อนหน้านี้ซะก่อนต้องขออภัยในส่วนนี้ด้วยจริง ๆ” หานจุนหมิงโค้งศีรษะให้เย่ซี
“ไม่ต้องคิดมาก เรื่องเล็กน้อยเจ้าเล่าต่อเถอะ” ชายหนุ่มโบกมือให้ก่อนจะกล่าวออกมา
“ที่ดินซึ่งจัดว่าอยู่ในทำเลที่ดี หรือเป็นที่ต้องการที่สุดข้าคัดมาทั้งหมดสามแห่งด้วยกัน”หานจุนหมิงหยิบแผ่นกระดาษออกมาสามแผ่น ซึ่งบนทั้งสามแผ่นมีภาพวาดพร้อมรายละเอียดระบุเอาไว้คร่าว ๆ
“สถานที่แรกเป็นที่ดินเวียนคืนตอนแรกมันเป็นหมู่บ้านรกร้างจนทางราชวงศ์ออกมาจัดการรื้อสิ่งปลูกสร้างแล้วนำมาประมูลขายขนาดพื้นที่ทั้งหมดห้าสิบไร่ ที่ดินผืนนี้ตั้งอยู่บริเวณเกือบกลางเมืองอยู่ใกล้กับตลาดแห่งแห่งใหม่ ผู้คนไหลเวียนไปมาเป็นจำนวนมาก ราคาตั้งต้นในการประมูลอยู่ที่หนึ่งแสนห้าหมื่นผลึก” หานจุนหมิงชี้ไปยังกระดาษแผ่นแรกก่อนที่จะกล่าวออกมาราคาเปิดประมูลนับว่าสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว
“ลำดับถัดมาเป็นทำเลทองของเมืองหลวงเลยก็ว่าได้อยู่ห่างจากประตูเมืองเข้ามาห้าลี้ เป็นตลาดกลางที่เก่าของเมืองหลวง เนื้อที่ทั้งหมดหนึ่งร้อยไร่ก่อนที่จะถูกปล่อยร้างไปเพราะย้ายไปยังที่ใหม่”ยังไม่ทันที่หานจุนหมิงจะกล่าวจบ ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็กล่าวแทรกขึ้น
“ทำไมถึงต้องเปลี่ยนสถานที่ล่ะ ?ทั้งตำแหน่งที่ตั้งและขนาดพื้นที่ก็ไม่ได้แย่เลยนะ”
“เพราะมันไม่เพียงพอต่อปริมาณผู้คนที่เข้าเยี่ยมชมตลาดแถมยังห่างไกลจากสถานที่สำคัญต่าง ๆของเมืองอีกด้วยด้วยเหตุนี้ตลาดกลางแห่งใหม่จึงถูกตั้งขึ้น”หานจุนหมิงกล่าวชี้แจงสิ่งที่ชายหนุ่มสงสัย
“ราคาประมูลเปิดที่หนึ่งแสนห้าหมื่นผลึกแม้ปริมาณพื้นที่จะเยอะกว่า แต่ทำเลไม่ดีเท่าสถานที่แรก จึงเปิดที่ราคาเท่ากัน” ชายกลางคนกล่าวจบก็เลื่อนกระดาษแผ่นสุดท้ายมาไว้ตรงกลางโต๊ะ
งั่ม งั่ม แจ๊บๆ
ชายหนุ่มกินขนมอย่างเพลิดเพลินไม่ค่อยจะใส่ใจในรายละเอียดของที่ดินซึ่งหานจุนหมิงกล่าวออกมามากนักรวมถึงมนุษย์ปลาที่อยู่ด้านข้างก็เช่นกัน มันกินขนมไปจนหมดสองถาดใหญ่จนหานจุนหมิงต้องเรียกพนักงานให้ไปยกมาอีกหลายถาด
“ข้าชอบไส้เผือกที่สุด หอม หวาน มันกินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ” มนุษย์ปลากล่าวออกมา
“ก็เหมาะกับเจ้าดี เผือก!” ชายหนุ่มเลยตอบกลับไป
“ใช่แล้วนายท่าน เผือก!”
“เผือกคือสุดยอดอาหารที่ทุกคนควรได้ลิ้มลองไม่ว่าจะเผือกนึ่ง เผือกย่าง เผือกทอด ซาลาเปาเผือกอาหารทุกชนิดสมควรใส่เผือกเข้าไป!” ปลาปากเสียพูดออกมาไม่หยุดปากดูเหมือนมันจะชอบมากจริงๆ
“เงียบได้แล้ว ข้าจะฟังต่อ” ชายหนุ่มกล่าวจบก็ดื่มชาเข้าไป
ซู้ดดดดด เอิ๊ก
ดูเหมือนจะกินมากไปหน่อยเลยเผอเรอออกมาอย่างไม่ตั้งใจแต่ชายหนุ่มหน้าหนาอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้ไม่อาจทำอะไรเขาได้แม้เพียงนิดถ้าไม่ติดว่าเกรงใจเขาคงผายลมต่อ
“สถานที่สุดท้าย จะเรียกว่าเป็นที่ดินพร้อมบึงน้ำขนาดใหญ่ก็ได้เนื้อที่ทั้งหมด ห้าสิบไร่ เป็นบึงน้ำไปแล้วสามสิบไร่มีพื้นดินอยู่ทั้งหมดยี่สิบไร่”
“สถานที่แห่งนี้เปรียบได้กับสวนอเนกประสงค์ของเมืองหลวงก็ไม่ผิดนักมีทั้งชาวบ้านทั่วไปและผู้ฝึกตนแวะเวียนเข้าออกพื้นที่แห่งนี้ไม่ขาดสาย” หานจุนหมิงกล่าวออกมา
“ทำไมเจ้าถึงกล่าวว่ามันเป็นสวนอเนกประสงค์ล่ะ” ชายหนุ่มถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใด ๆทุกคนสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ ชาวบ้านก็มักจะมาหาปลา ปลูกผัก ผลไม้แล้วเก็บเกี่ยว ส่วนผู้ฝึกตนก็จะมาฝึกวิชาต่างๆกันเพราะสถานที่แห่งนี้มีพลังลมปราณไหลเวียนเป็นจำนวนมากเกือบจะเท่าพื้นที่ชั้นในที่เป็นของทางราชวงศ์เลยล่ะ”หลังจากที่ชายกลางคนกล่าวจบ ชายหนุ่มที่นั่งกินขนมอยู่ก็มองอย่างสนใจทันที
มีบึงน้ำเลยนะ! แบบนี้จะทำสวน ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ตกปลา ก็ทำได้ทั้งหมดต้องยอมรับว่าเขาอิจฉาหานจุนหมิงอยู่นิดหน่อยที่มีโรงเตี๊ยมกว้างใหญ่ขนาดนี้แถมมีสระน้ำสวยงาม รวมถึงน้ำตกด้วยตัวเขาเลยตั้งใจไว้ว่าเมื่อมีที่ดินของตัวเองก็จะทำที่เลี้ยงปลาและแปลงผักต่าง ๆไว้กินเองบ้าง ถ้าเหลือก็คงจะแบ่งขายไป
“ราคาเปิดประมูล สามหมื่นผลึก” เมื่อได้ยินราคา ชายหนุ่มยิ่งสงสัยเข้าไปอีก
สถานที่ซึ่งมีลมปราณไกลเวียนเป็นจำนวนมากแถมมีทั้งผืนดินและบึงน้ำอีก ทำไมถึงเปิดประมูลถูกขนาดนั้น ดูเหมือนจะมีเรื่องแปลกๆ ภายในที่ดินแห่งนี้แน่ๆ
“ที่ดินผืนนี้มีปัญหาอะไรหรือไม่ ?ราคามันถูกเกินไป” ชายหนุ่มกล่าวถามออกไปทำให้ชายกลางคนหยักหน้าให้เหมือนรู้อยู่แล้วว่าชายหนุ่มจะต้องถามคำถามนี้
“เนื่องจากทำเลของมันอยู่ใกล้กับประตูทิศตะวันออกซึ่งมักจะมีการบุกโจมตีจากฝูงมอนสเตอร์จากเหวดำอยู่เสมอทำให้ไม่เป็นที่นิยมมากนักและสิ่งสำคัญก็คือมันเป็น ที่ดินอาถรรพ์”ชายกลางคนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย กลัวว่าเถ้าแก่จะไปเลือกที่ดินนี้!
“ที่นี่แหละ ! มีบึงน้ำด้วยข้าจะได้สร้างบ้านพักกลางน้ำ ไว้นอนอาบแดด”ปลาปากเสียกล่าวขึ้นทันทีหลังฟังจบ มันไม่ได้สนใจเรื่องอาถรรพ์อะไรนั่นเลย
“ใช่แล้ว ข้าก็จะสร้างน้ำตกสวรรค์เช่นกันรวมถึงจะเลี้ยงปลาด้วย” ซึ่งแน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงเป็นยังไงเจ้าของก็มักจะมีนิสัยไม่ต่างกันนัก อาถรรพ์อะไรนั่น ไร้สาระสิ้นดี!