“คุณวรรณ คุณชินภัทรให้มาหาหน่อยคะ” เสียงพิมพ์สุดาร้องเรียกวรรณรส
“คะ” คำเดียวสั้น ๆ วรรณรสเอ่ยขึ้นมา ชินภัทรมองหน้าวรรณรสแววตาดูเศร้าและยังมีล่องลอยของน้ำตา แต่ก็ไม่เอ่ยคำใด ๆ ออกมา
“คุณไปรับเอกสารที่คุณปกิตด้วยนะ เขาน่าจะถึงสำนักงานอีกประมาณ 10นาที แล้วไปส่งให้ผมที่ห้องประชุม แล้วก็ส่งรายการจ่ายพร้อมกับรายการเครดิตของ supplier ทางเมลย์ให้ผมด้วยโอเคมีแค่นี้แหละ ไปได้”
วรรณรสรีบเดินออกมาจากห้องประชุม โดยไม่ได้พูดอะไรเลยต่างคนต่างไม่พูดอะไรกันทำให้อีกคนคือพิมพ์สุดาผู้ยืนสังเกตการณ์อยู่สงสัยเป็อย่างยิ่ง
“ฉันต้องสืบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนี้”
@ ห้องประชุมของสำนักงาน
ชินภัทรและทีมงานกำลังรอเอกสารจากวรรณรส วรรณรสรีบเดินเข้าห้องประชุมแล้วก็เอาเอกสารให้ทุกคน ชินภัทรนั่งมองวรรณรสโดยไม่ละสายตา
“คุณชินครับ คุณชินครับ”ชินภัทรนั่งมองวรรณรสอยู่โดยไม่ได้มองอีกฝ่ายที่เรียกเขาถึง 2 ครั้ง
“ขอโทษครับ มีไรเหรอคุณปกิต”
“เราเริ่มประชุมกันเลยนะครับ”
“ได้ เริ่มเลย”
หลังจากส่งเอกสารเรียบร้อยวรรณรสก็เดินออกมาจากห้องประชุมสำนักงานเขาเดินมายังห้องกาแฟ ทันใดนั้นก็ต้องหันหลังกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“คุณวรรณ ฉันมีเื่ต้องถามคุณนิดหน่อย” พิมพ์สุดาคนเดิมที่คอยตอแยไม่เลิก
“คุณมีเื่ผิดใจกับชินเหรอ”
“คุณก็ไปถามคุณชินเองซิ ฉันไม่ยากตอบ”
“คือว่าอาทิตย์หน้าฉันกับชินจะไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนที่ลอนดอนหวังว่าเขาคงไม่เอาคุณไปด้วยหรอกนะ”
วรรณรสได้ยินพิมพ์สุดาถามแต่ก็ไม่ตอบอะไรแล้วก็เดินจากไป
“จะไปไหนก็ไปเลย เื่ของเรามันจบลงแล้ว ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปฉันจะทำแค่งาน แล้วก็งานเท่านั้น จะไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว เหมือนที่คุณบอกฉัน”
“ขอเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นแล้วฉันจะจากไปให้ไกล ๆ จากที่นี้”วรรณรสยืนร้องไห้อยุ่ริมหน้าต่างของสำนักงาน
“ชีวิตมันต้องดำเนินต่อไป พ่อกับแม่และน้องรอเราอยู่ สู้ ๆ นะวรรณ”เขาพูดให้กำลังใจตัวเอง
หลังจากประชุมเสร็จ ชินภัทรรีบเดินออกมาที่ห้องทำงานเขาหันมองไปยังโต๊ะทำงานของวรรณรส เหมือนเ้าหล่อนจะกลับบ้านไปแล้วชินภัทรรู้สึกหดหู่ใจมากใจหวิว ๆ เ็ปที่หัวใจ เขาขาดกำลังใจในการดำเนินชีวิตขาดกำลังใจในการทำงาน
“ชินคะ”
“อ้าวพิมพ์ยังไม่กลับเหรอ”
“ยังคะพิมพ์้ายืนยันกับคุณเื่ที่เราจะไปงานแต่งที่ลอนดอนอะคะ”
“คุณให้พิมพ์จองตั๋วเลยไหมคะ”
“จองได้เลย”
“ชินคะ มีเื่เครียดๆ เหรอคะ ดูคุณไม่ค่อยสดใสเลยคะ”
“ก็มีเื่กวนใจนิดหน่อย ช่างเถอะเดี๋ยวก็ดีขึ้นเองครับ”
“ชินคะ หลังจากงานแต่งเสร็จแล้วเราอยู่เที่ยวด้วยกันสัก 2 -3 วันนะคะไปเที่ยวที่เราเคยไปด้วยกัน เราไม่ได้ไปกันนานแล้วนะ”
“ก็ตามใจคุณแล้วกัน” ชินภัทรพูดออกไปแบบไม่อยากขัดใจพิมพ์สุดาและเขาก็คงมีเื่ต้องคิดเยอะแล้ว
“ชินคะวันนี้เราไปกินข้าวด้วยกันเถอะคะ พิมพ์รู้สึกเหมือนคุณเหนื่อยๆ”
“โอเค งั้นก็ไปกันเถอะ”
พิมพ์สุดาและชินภัทรมารอขึ้นรถอยู่ชั้นล่าง ประจวบเหมาะกับ วรรณรสและอรเดินออกมาพอดี
“อ้าวคุณวรรณ พิมพ์คิดว่าคุณกลับไปแล้วเสียอีก”
“สวัสดีคะคุณชินภัทร” อรสวัสดีเ้านาย ส่วนวรรณรสยืนเฉยไม่พูดอะไรเลย
“นี้จะไปไหนกันเหรอครับคุณอร”
“จะไปหาหอพักให้วรรณคะ วรรณเขาจะย้ายหอไปอยู่คนเดียว”วรรณรสดึงแขนเพื่อนไว้ ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่ากำลังจะย้ายที่อยู่ใหม่ชินภัทรหันไปมองวรรณรสแล้วก็ไม่พูดอะไรเลย
“ถึงว่าวันนี้ออกมาเร็วเชียว” คนขับรถขับรถมาจอด
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” ชินภัทรก็เดินไปขึ้นรถพร้อมกับพิมพ์สุดาโดยที่ชินภัทรไม่ได้พูดกับวรรณรสเลย ส่วนวรรณรสก็นิ่งมาก
ระหว่างทางเดินทางไปกินข้าว ชินภัทรไม่พูดอะไรเลยเขานิ่งเงียบจนพิมพ์สุดาต้องทักขึ้นมาก
“ชินคะ เป็ไรหรือเปล่าคะ เห็นคุณดูเงียบแบบแปลก ๆ ดูเศร้า ๆเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”
“ไม่เป็ไร ผมอาจจะเหนื่อยครับ”
@คอนโดของชินภัทร
ชินภัทรนั่งอยู่ห้องรับแขก เขานั่งดูทีวีอยู่คนเดียว แล้วภาพเก่า ๆก็ปรากฏขึ้น ภาพของวรรณรสลอยมาในหัวเขา และภาพที่เขากับวรรณรสมีความสุขด้วยกัน ณที่แห่งนี้ ชินภัทรผุดยืนผุดนั่ง เดินไประเบียงหลังคอนโด มองไปข้างล่างตอนนี้ในใจของเขาช่างเงียบเหงาอ้างว้างเหลือเกิน หลังจากเขาบอกตัดความสัมพันธ์กับวรรณรสส่วนวรรณรสก็ไม่เคยคิดจะมาง้อเขาเลยทำให้ชินภัทรเชื่อตลอดว่าวรรณรสไปคืนดีกับเตชิตแล้วแล้วก็ใกล้วันที่เขาจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ ยิ่งทำให้เขาคิดถึงวรรณรสจับใจชินภัทรเดินไปหยิบโทรศัพท์มาแล้วก็โทรไปหาวรรณรส
“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้”
“นี้คุณตัดผมออกจากชีวิตได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ”
“ผู้หญิงแบบนี้ออกไปจากชีวิตเราได้ก็ดี แต่ทำไมเราต้องคิดถึงเขาด้วยเรารักเขามากใช่ไหม ทำใจเสียนะชินภัทรเขาไม่ได้รักเราแล้ว” ชินภัทรปลอบใจตัวเองต่อนี้ไปก็คงมีแต่เื่งานอย่างเดียวตอนนี้ชีวิตเขาก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงอีกต่อไปแล้ว