52 2-2
ตอนที่90 ฟื้นฟูรูปโฉม (2)
หนึ่งชั่วยามถัดมาของเหลวสีดำส่งกลิ่นเน่าเหม็นจำนวนมากทยอยกันรินไหลทะลักล้นออกมาตามรูขุมขนจากทั่งร่างกายของเซียถงเวลาที่ของเหลวเหล่านี้หยดลงใส่พื้น กลับหลอมละลายกลายเป็นควันสีครามฟุ้ง นี่แสดงให้เห็นถึงความอันตรายของพิษชนิดดังกล่าว
ยามนี้เส้นลมปราณทั้งสองสายที่ทอดยาวไปสู่ใบหน้าไม่มีอะไรมาขวางกั้นอีกต่อไปเซียถงระดมลมปราณสีครามเข้มขุมแล้วขุมเล่าเข้าหล่อเลี้ยงใบหน้าอย่างไม่หยุดหย่อนโดยผ่านเส้นลมปราณทั้งสองสายบริเวณไหล่พอเส้นลมปราณทั้วใบหน้าถูกพลังลมปราณสีครามเข้มขัดเกลาอย่างต่อเนื่องจุดด่างดำอจำนวนมากมายบนผิวหน้าเองก็ถูกขจัดหายไปตามธรรมชาติทั้งนี้ยังส่งผลให้ผิวพรรณบริเวณใบหน้าเปล่งปลั่งเป็นประกายเรียบเนียนขึ้นมากจากแตกก่อน
หลังจากที่เส้นลมปราณทั้งสองสายนี้ถูกเปิดออกโดยสมบูรณ์เซียถงก็สัมผัสได้ทันทีว่า ระดับแรงดันของพลังลมปราณในร่างกายมันแรงขึ้นมากส่งผลให้เวลาอัดฉีดพลังเข้าหล่อเลี้ยงกระดูกและเส้นเอ็นทั่วกายาได้รับผลประโยชน์ที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น ตราบเท่าที่มีเวลาเพียงพอนางจะสามารถทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตเสาหลักฟ้าชั้นสูงโดยสมบูรณ์แบบได้นางรีบเร่งระงับความเปี่ยมสุขภายในใจโดยไวและกรอกเทพลังลมปราณทั้งหมดส่งไปยังทั่วกายาอีกครั้ง
แต่คล้ายกับว่ายามนี้ถึงจุดคอขวดความแข็งแกร่งของนางถูกปรับปรุงพัฒนาขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะหยุดนิ่งไปและไม่ว่าเซียถงจะพยายามดูดซับพลังวิญญาณโดยรอบอีกมากมายเพียงใดแต่กลับไม่มีความคืบหน้าอันใดอีกเลย
“นายท่านการจะพัฒนาความแกร่งกล้าควรจะต้องค่อยเป็นค่อยไปรีบร้อนเกินไปกลับได้โทษมากกว่าประโยชน์”
เสี่ยวฮั่วกล่าวเตือน
ในท้ายที่สุดนี้เซียถงจำต้องยอมแพ้ไป กระโดดลงจากเตียงและเดินไปหยุดลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งโดยไวกระชากผ้าคลุมใบหน้าออกมา ยลโฉมตัวเองผ่านบานกระจกเบื้องหน้าสิ่งเดียวที่เห็นจากในกระจกบานนั้นคือ สตรีงามถล่มเมืองนางหนึ่งผิวพรรณทั่วใบหน้าเรียบเนียนขาวผ่องประดุจหิมะ คู่คิ้วยาวเป็นทรงคันธนูเรียวสวยนี่คือ ความงดงามที่ยืนหนึ่งในใต้หล้าอย่างแท้จริง เสมือนกับว่า ช่างฝีมือจากสรวงสวรรค์ใช้ความพยายามทั้งหมดในชั่วชีวิตบรรจงสร้างใบหน้าอันแสนงดงามนี้ซึ่งเป็นผลงานศิลป์ชิ้นเอกขึ้นมา
ไม่มีหญิงสาวในรุ่นอายุเดียวกันคนใดที่เผยแสดงความงดงามที่เบ่งบานขนาดนี้ได้เท่ากับเซียถงแล้วและความงามที่นางได้ครอบครองนี้มันก๋มีคุณสมบัติเพียงพอแล้วที่จะบัญชาให้บุปผาเปลี่ยนสีสั่งให้ธารน้ำแข็งท่ามกลางฤดูหนาวหลอมละลาย
เซียถงยกนิ้วขึ้นแตะแก้มสีขาวเนียนของตนก่อนจะคลี่ยิ้มส่งออกมาเล็กน้อย สีหน้าในยามนี้ของนางเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขพิษร้ายแรงเหล่านั้นถูกกำจัดออกไปโดยหมดสิ้นแล้วจริงๆ ส่งผลให้รอยจุดด่างดำทั่วบริเวณใบหน้าได้สิ้นสลายหายไปตลอดกาลและชีวิตของนางต่อจากนี้ก็จะมิได้ถูกพิษร้ายเหล่านี้คุกคามอีกต่อไปเช่นกัน
“นายท่าน ท่านงดงามมากไม่มีอิสตรีนางใดจะงดงามไปกว่าท่านอีกแล้วบนผืนพิภพแห่งนี้”
เสี่ยวฮั่วเอ่ยปากชมจากใจจริง
เซียถงเหลือบสายตามองไปทางกระจกปิดปากเงียบกริบไม่กล่าวใดๆ จากนั้นก็เดินผละออกไปหยิบสมุนไพรที่เหลือจากการหลอมกลั่นขึ้นมาและนำมาบดผสมกันเป็นของเหลวหลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้ของเหลวสีดำปริมาณมากเต็มชามโอสถ
นางใช้ของเหลวสีดำในชามเหล่านั้นแต้มทาไปทั่วบริเวณใบหน้าเพื่อสร้างจุดด่างดำของปลอมขึ้นมาปกปิดใบหน้าที่แท้จริง
ผิวสีขาวเนียนบนแก้มทั้งสองฝั่งของเซียถงถูกจุดด่างดำกลบรัศมีความเปล่งปลั่งไปจนหมดสิ้นโฉมงามจากในกระจกได้แปรเปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์น่าเกลียดอีกครั้ง
“นายท่านท่านไม่ชอบรูปโฉมเมื่อสักครู่หรอกรึ?”
เสี่ยวฮั่วถึงกับเอ่ยปากถามขึ้นทันทีปั้นสีหน้างุนงง
“ข้าต้องชอบอยู่แล้วแต่หากจะไปไหนมาไหนโดยอาศัยรูปลักษณ์เช่นนั้น เกรงว่าสิ่งนี้จะชักนำปัญหาต่างๆมากมายเข้ามาโดยไม่จำเป็น ข้าจะต้องแข็งแกร่งให้ได้มากกว่านี้เสียก่อนถึงจะออกข้างนอกได้พร้อมกับโฉมหน้าที่แท้จริง”
สวรรค์ฟ้าอิจฉาความงดงามของมวลมนุษย์สิ่งนี้หาใช่เรื่องเกินจริง ความงดงามที่มากเกินไปกลับส่งผลเสียมากกว่าได้และอาจนำพาภัยพิบัติถึงแก่ชีวิตมาให้โดยไม่รู้ตัวแม้นางจะไม่เคยเกรงกลัวต่อปัญหาเบื้องหน้าที่รออยู่แต่ก็ใช่ว่าจะต้องเสียแรงเสียเวลาเปล่ากับปัญหาโง่ๆที่ไม่เกิดประโยชน์อันใดจริงหรือไม่?ในปัจจุบันสิ่งที่เซียถงปรารถนาคือการฟูมฟักความแข็งแกร่งของตนอย่างเงียบๆ เท่านั้นขอเพียงได้ครอบครองขุมพลังที่กล้าแกร่งเพียงพอนางก็จะสามารถปกป้องท่านแม่จากผู้ไม่หวังดีจากทั่วสารทิศในขณะนี้ได้
ในช่วงบ่ายของวันนี้เป็นคาบเรียนแขนงวิชายุทธ์ ซึ่งก็ยังวนเวียนกับการฝึกกำลังกายอย่างการวิ่งขึ้นลงบนภูเขาป่าสนดังเดิมแต่คราวนี้เพิ่มจากหนึ่งร้อยรอบเป็นหนึ่งร้อยห้าสิบรอบ แน่นอนเซียถงวิ่งเสร็จเป็นคนสุดท้าย ยามนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้วอาการปวดเมื่อยยังคงมีปรากฏมาบ้าง แต่โดยรวมแล้ว มันดีกว่าครั้งก่อนหน้ามาก
ทันทีที่วิ่งเสร็จสิ้นนางก็หาสถานที่เงียบสงบและนั่งขัดสมาธิทันทีจากนั้นก็เริ่มกระบวนการดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินจากทั่วอาณัติบริเวณแปรเปลี่ยนพลังวิญญาณปริมาณไร้สิ้นสุดเหล่านั้นกลายมาเป็นพลังลมปราณก่อนจะสูบฉีดพวกมันเข้าหล่อเลี้ยงร่างกายผ่านเส้นลมปราณทั่วกายา เสมือนว่าร่างกายในตอนนี้ของนางมีความต้องการไม่สิ้นสุดพยายามเติมพลังลมปราณเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ
ดูท่าแล้วหลังจากที่ทะลวงขึ้นมาถึงขอบเขตเสาหลักฟ้าการจะเลื่อนระดับขึ้นแต่ละขั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญมาก แต่อย่างไรก็ตามอาศัยอัตราความเร็วประมาณนี้ นางมั่นใจว่า จะสามารถทะลวงขึ้นกลายเป็นขอบเขตเสาฟ้าชั้นสูงโดยสมบูรณ์ได้ภายในเวลาไม่เกินสามเดือน
แต่จะว่าไป...ระดับพลังลมปราณของผู้คนจากจักรวรรดิอื่นๆที่เข้าร่วมงานประลองสี่จักรวรรดิ โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาน่าจะอยู่ในขอบเขตใดกัน? ขณะที่เซียถงกำลังครุ่นคิดอยู่กับตัวเองจู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงร้องไห้กระซิกดังขึ้นจากเบื้องลึกภายในป่าสนเซียถงถอดถอนพลังลมปราณกลับเข้าจุดตันเถียนโดยไวสิ้นสุดการบำเพ็ญตบะแต่เพียงเท่านี้ เสี้ยวพริบตาต่อมาคมมีดสั้นเร้นประกายสีเย็นก็เลื่อนลงมาบนฝ่ามือขวาอย่างเงียบงันจัดท่ากระชับจับแน่นให้ถนัดมือ จากนั้นค่อยย่องฝีเท้าแอบเข้าไปภายในป่าสนอย่างลับๆ
ซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งเซียถงค่อยๆ เคลื่อนสายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่มีเสียงร้องไห้ดังออกมาก็บังเอิญไปเห็นหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังเอนกายพักพิงอยู่ตรงลำต้นของต้นไม้สูงยักษ์ร้องสะอื้นเสียงต่ำ เคียงหญิงชราผมเผ้าหงอกขาวยืนอยู่ไม่ห่าง
แลเห็นใบหน้าของหญิงชรานางนั้นได้อย่างชัดแจ้งผ่านแสงจันทราสว่างแก้วใจดวงนั้นของเซียถงถึงกับสั่นระรัวเต้นแรงด้วยความตกใจเพราะหญิงชรานางนั้นมีผิวสีน้ำเงินอมเทาทั้งยังมีเนื้องอกขนาดใหญ่เป่งโตออกมาจากบริเวณใบหน้าด้านขวา ห้อยลงมายานถึงคอจนดูคล้ายกับว่าอีกฝ่ายมีสองหัว โดยรวมแล้วดูน่ากลัวอย่างยิ่งราวกับผีสาง
“องค์หญิงสรวงสวรรค์ให้โอกาสพวกเราสอง รอดชีวิตจากการล่มสลายของจักรวรรดิได้ทั้งหมดก็เพื่อให้โอกาสที่สองแก่พวกเราในการฟื้นฟูจักรวรรดิหรู่หรานกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งเช่นนั้นแล้วองค์หญิงจะมาทำตัวอ่อนแอเยี่ยงนี้ได้อย่างไร?”
“แต่ย่าเฟิงข้ามิได้ต้องการฟื้นฟูจักรวรรดิของเรา ไม่...ข้าไม่มีความสามารถขนาดนั้นข้าทำไม่ได้!”
หญิงสาวนางนั้นเงยหน้าขึ้นมาพร้อมเอ่ยตอบ
ภายใต้แสงจันทราที่สาดส่องเข้าใส่ทำให้เซียถงเห็นโฉมหน้าของหญิงสาวนางนั้นได้อย่างชัดแจ้ง
เซียถงที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวนางนั้นก็ถึงกับตกใจอย่างยิ่งหญิงสาวที่กำลังร้องไห้นางนั้นก็คือ...ฉีหมิงเยว่!
แท้จริงแล้วตัวตนที่แท้จริงของนางกลับเป็นถึงองค์หญิงของจักรวรรดิที่ล่มสลายไปแล้ว!เรื่องเช่นนี้เซียถงแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเช่นกัน!
“เพราะเช่นนั้นบ่าวจึงส่งท่านให้เข้าเรียนในสถานศึกษาเซิงหลิงเพื่อให้องค์หญิงใกช้ชิดกับองค์รัชทายาทของจักรวรรดิตงหลี่ตราบใดที่ทำให้อีกฝ่ายหลงใหลในตัวท่านได้เราก็จะสามารถหยิบใช้ขุมพลังความแข็งแกร่งของจักรวรรดิตงหลี่ เพื่อฟื้นฟูจักรวรรดิหรู่หรานของเราให้ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง!”
เมื่อเห็นใบหน้าของฉีหมิงเยว่ที้เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยน้ำตาสายตาคู่นั้นหญิงชรานางนั้นก็ทอประกายละอายใจ เอื้อมมือลูบผมเผ้าของอีกฝ่าย
“แต่ถึงแบบนั้นองค์นรัชทายาทที่ว่ากลับหาใช่คนที่ข้ามีความรู้สึกดีเลยด้วยไม่และที่สำคัญภายในสถานศึกษายังมีสตรีงามอีกหลายหลากข้าไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ”
ฉีหมิงเยว่กล่าวตอบขณะยกเรียวนิ้วยาวขึ้นปาดน้ำตา
อันที่จริงแล้วมิใช่ว่าไม่มีโอกาส แต่นางไม่อยากเข้าใกล้อีกฝ่ายเลยสักนิด