(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    บทที่ 27 : พรสวรรค์แสงแรกแห่งดวงตะวัน

    ทันทีที่หยางจื่อหลิงได้ยินวาจาของทั้งเด็กชายตรงหน้าที่ตนได้เข้าลงมืออย่างรุนแรงกับผู้เป็นบิดาของตนสนทนากัน เด็กหญิงพลันนึกขึ้นได้ว่าภายในการประลองทดสอบพลังของตระกูลเมื่อสองวันก่อนบิดาของตนได้กล่าวเชิญต่อเด็กน้อยผู้หนึ่งนามว่าหยางเทียนให้มาหาที่ตำหนักหัวหน้าตระกูลอีกครั้งเพื่อทดสอบระดับพลังหลังจากที่รักษาอาการบาดเจ็บเรียบร้อย

     

    หากแต่นี่พึ่งผ่านพ้นไปสองวันเพียงเท่านั้น  อีกทั้งอาการบาดเจ็บยังถูกสร้างจากฝ่ามือเสียดนภาของผู้ที่อยู่ในขั้นที่หนึ่งแห่งดินแดนหลอมรวมลมปราณไฉนจึงได้ใช้เวลารักษารวดเร็วได้เพียงนี้  ถึงแม้ว่านางจะจดจำรูปพรรณของหยางเทียนได้ก็ตามแต่ด้วยสิ่งที่ยากจะเชื่อเหล่านี้ทำให้หยางจื่อหลิงไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าเด็กชายตรงหน้าจะเป็นหยางเทียนไปได้

     

    ทันใดนั้นขณะที่หยางจื่อหลิงกำลังขบคิดเรื่องราวตรงหน้าพลันปรากฏวาจาสายหนึ่งดังขึ้น

    “จื่อหลิงเด็กน้อยหยางเทียนนี่บิดาของเจ้าเป็นผู้เชิญมันมาเองครั้นเมื่ออยู่ที่งานประลองเจ้าลืมหน้าตามันไปแล้วอย่างนั้นหรือเหตุใดจึงไปกล่าวหาว่ามันบุกรุกทั้งยังเข้าจู่โจมมันอย่างอย่างรุนแรงเช่นนั้นกัน”วาจาที่เอ่ยออกไปยังบุตรสาวตนของตนเองนั้นเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดูเป็นที่สุดทั้งคำกล่าวดัง่คล้ายตำหนินี้กลับไม่มีน้ำเสียงันบ่งบอกว่าต้องการตำหนิเจือปนอยู่ด้วยเลยแม้แต่น้อย

     

    คำกล่าวของบิดาชี้ชัดแล้วว่าเด็กน้อยนี้คือหยางเทียนอย่างแน่นอนทำให้ยามนี้ใบหน้าของเด็กสาวแดงขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความเขินอายต่อการกระทำเมื่อกาลก่อนทั้งนางยังรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ได้เข้าโจมตีไปยังหยางเทียนโดยไม่ถามไถ่ให้ดีเสียก่อน

     

    “ละ.. .ลูกไม่ทราบว่าจะเป็นมันได้นี่นาท่านพ่อทั้งยามก่อนมันกระทั่งบาดเจ็บสาหัสเพียงนั้น ไหนเลยข้าจะคาดคิดว่าเป็นมันได้     ตะ. .ตะ. .แต่ ถึงแม้มันจะเป็นหยางเทียนที่ท่าพ่อเชิญแล้วอย่างไร ถึงแบบนั้นมันก็ยังคงได้มองข้าด้วยสายตาลามกอยู่ดีทั้งยังสมควรโดนกระบี่ของข้าอยู่แล้วจากการกระทำอันไล่มารยาทนั้น ข้าไม่ได้ทำอันใดผิดเสียหน่อย”       

     

    คำกล่าววาจาของหยางจื่อหลิงนั้นชัดเจนว่าเจือปนไปด้วยความตะกุกตะกักเป็นส่วนมากอีกทั้งเมื่อนางกล่าววาจาเสร็จ คนพลันเร่งนำพาร่างตนเองวิ่งเข้าไปด้านในทันทีใบหน้าของเด็กหญิงน้อยขณะที่วิ่งเข้าไปด้านในนั้นกลับปรากฏสีแดงอ่อนทั่วทั้งใบหน้าเด่นชัดแล้วว่านางต้องเกิดความอายขึ้นจนไม่กล้าอยู่สู้หน้าต่ออย่างแน่นอน

     

    หยางลู่จิวที่เห็นดังนั้นได้แต่ส่ายหน้าด้วยความจนใจต่อบุตรสาวของตนเองที่ทำตัวเอาแต่ใจเป็นดั่งเด็กน้อยไม่ยอมเติบโต

    “เด็กน้อยหยางเทียนเรื่องที่หยางจื่อหลิงใช้กระบวนท่าหนึ่งกระบี่สบั้นสมุทรต่อเจ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเท่านั้นได้แต่ต้องให้เจ้ายกโทษให้นางแล้ว”

     

    “หากแต่ประโยคสุดท้ายที่บุตรสาวข้าพูดนั้นจงกล่าวตอบข้ามาตามจริงว่ามันเป็นเรื่องจริงดั่งที่นางกล่าวมาหรือไม่”

     

    น้ำเสียงคำกล่าวในประโยคแรกของหยางลู่จิวนั้นเต็มไปด้วยความถอดถอนใจประกอบกับความรู้สึกต้องการขอโทษแทนบุตรสาวตนเอง  หากแต่ในประโยคถัดมานั้นน้ำเสียงกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเนื่องด้วยคำกล่าวในอีกประโยคนั้นกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารเย็นยะเยือกรอดออกมาอย่างที่สุดส่งผลให้หยางเทียนเริ่มรู้สึกหายติดขัดและใบหน้าซีดเผือกลงในทันที

     

    “ขะ. . . ขอท่านหัวหน้าตระกูลโปรดอภัยแก่ข้าด้วย ข้านั้นเพียงแค่ตกตะลึงในความงดงามของบุตรสาวท่านเท่านั้นหากแต่ในความคิดกลับไม่มีสิ่งใดอกุศลแลบออกมาเลยแม้เพียงนิดเดียว”หยางเทียนกล่าวออกด้วยความยากลำบาก อีกทั้งตัวตนอย่างหัวหน้าตระกูลขณะปลดปล่อยกลิ่นอายสังหารคือสิ่งใดมันกระทั่งเหนือกว่าอายสังหารของหยางหลงไปไกลห่างจนเทียบกันไม่ติดเสียด้วยซ้ำ

     

    “ฮึ่ม. . . . อย่าได้คิดว่าเจ้ายามนี้ที่เป็นศิษย์ของผู้อาวุโสหมอโอสถหยางจิ่นแล้วข้าจะไม่กล้าลงโทษเจ้าหากเจ้ากระทำเรื่องราวเช่นนี้ต่อบุตรสาวข้าอีก เจ้าจะได้เห็นว่าความโหดเหี้ยมของจริงเป็นอย่างไร” เมื่อกล่าววาจาจบหยางลู่จิวพลันลดแรงกดดันจากจิตสังหารของตนลงจนเลือนหายไปพร้อมทั้งหันหลังและเดินเข้าไปที่ห้องโถงกลางแห่งตำหนักหัวหน้าตระกูลทันที

     

    หยางเทียนที่เห็นดังนั้น คนพลันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเนื่องด้วยตัวมันไม่คาดคิดว่าหัวหน้าตระกูลจะไม่ลงโทษใดใดต่อมันเช่นนี้ หลังจากมันสำรวมจิตใจพร้อมทั้งเก็บอาการความหวาดกลัวเมื่อครู่ไปได้แล้วจึงค่อยเดินตามหยางลู่จิวเข้าไป

     

    ภายในห้องกลางแห่งตำหนักหัวหน้าตระกูลนั้นประดับประดาไปด้วยเพชรนิลจินดาจำนวนมากอีกทั้งตรงส่วนกึ่งกลางสุดผนังของห้องยังปรากฏที่นั่งหนึ่งสูงขึ้นกว่าพื้นประมาณสองความสูงของคนชนชั้นผู้ใหญ่ทั้งมันยังทำจากหยกแท้ทั้งหมดส่งผลให้สะท้อนล้อกับเพชรนิลจินดาที่ประดับอยู่ทั่วห้องอย่างองอาจและสวยงามเป็นที่สุด

     

    หากแต่บนที่พำนักนั่งนั่นเองยามนี้ได้ปรากฏตัวตนอย่างหัวหน้าตระกูลนั่งอยู่รัศมีที่เปล่งประกายออกมายามนี้ช่างคล้ายกับยอดนักรบนั่งบนบัลลังก์อย่างไรอย่างนั้นทำให้ในใจของหยางเทียนนั้นพลันเกิดความเคารพและชื่นชมออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

     

    “เจ้าเด็กน้อยจงหยิบศิลาผลึกพลังบนโต๊ะด้านของห้องขึ้นมา แล้วบีบอัดพลังปราณทั้งหมดของเจ้าเข้าไปสะ” น้ำเสียงเรืองอำนาจดังขึ้นกล่าวต่อตัวตนของหยางเทียนที่กำลังยืนอย่างผู้ไร้จุดหมายอยู่ที่หน้าประตูห้องกลางแห่งตำหนักหัวหน้าตระกูลในยามนี้

     

    เด็กน้อยหลังจากได้ยินวาจาดั่งคำสั่งของหัวหน้าตระกูลคนพลันไม่คิดและเอ่ยสิ่งใดออกมาให้มากความอีกตัวไป ยามนี้ตัวมันตรงไปหยิบสิ่งของดั่งที่หยางลู่จิวได้กล่าวไว้รูปลักษณ์ของศิลานี้นั้นคล้ายดั่งศิลาทดสอบพลังใหญ่ยักษ์เมื่อคราวก่อนเพียงแต่ว่าในตอนนี้มันมีขนาดเพียงหนึ่งฝ่ามือโอบเท่านั้นที่แตกต่างออกไปคงเป็นศิลานี้คล้ายไม่ใช่ศิลาหินแต่ดูเหมือนจะเป็นศิลาหยกเสียมากกว่า

     

    หยางเทียนบีบอัดพลังลมปราณของมันเข้าไปยังศิลาหยกนี้อย่างรวดเร็วมันกระทำทุกขั้นตอนอย่างรวดเร็วราวกลับไม่ได้ครุ่นคิดสิ่งใดแม้แต่นิดเดียวใบหน้าของมันยังคงประดับไปด้วยความนิ่งเรียบ ไม่ยินดีหรือยินร้ายใดใดในยามนี้อีกทั้งมันยังไม่ได้คาดหวังสิ่งใดในพรสวรรค์ของตัวเองด้วยซ้ำไป หรือหากจะกล่าวกันตามจริงนั้นเมื่อคนผู้หนึ่งรู้ถึงพรสวรรค์อันเป็นดั่งขยะของตนเองอยู่ก่อนแล้วเหตุใดจึงต้องไปคาดหวังกับมันอีกครั้งให้พรสวรรค์ของตนเองนั้นแปรเปลี่ยนกัน

     

    หลังจากที่หยางเทียนบีบอัดพลังเข้าไปอย่างเต็มกำลังนั้นแสงภายในศิลาหยกพลันระเบิดออกราวกับแสงแห่งดวงตะวันฉาดสายประกายไปทั่วห้องส่งผลให้ทั้งหยางเทียนและหยางลู่จิวในยามนี้ต้องหรี่ตาลงแล้วค่อยๆจ้องมองไปยังศิลาหยก

     

    หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นกลับทำให้ใบหน้าของหยางลู่จิวพลันแข็งค้างไปในทันทีใบหน้าของมันตอนนี้ถูกประดับไว้ด้วยความตกตะลึงถึงขีดสุด

     

    “พะ . . . พรสวรรค์แสงแรกแห่งดวงตะวันมันเป็นเรื่องจริงเช่นนั้น !” คำกล่าววาจาที่หยางลู่จิวกล่าวออกมานั้นคล้ายดั่งคนติดอ่างก็ไม่ปานทั้งความตระหนกยังประดับในน้ำเสียงอย่างปิดบังผู้ใดไม่ได้

     

    ศิลาหยกยามนี้ได้ปรากฏแสงทรงกลมลักษณะคล้ายดั่งดวงตะวันตามที่หยางลู่จิวได้กล่าวไว้หากแต่มันคงอยู่ไม่นานนักก่อนที่ศิลาหยกจะปรากฏรอยปริแตกและสลายออกไป เหตุการณ์นี้ยิ่งส่งผลให้ตัวตนอย่างหัวหน้าตระกูลหยางตื่นตระหนถึงขีดสุดจนคนเกือบพลัดตกที่นั่งไปเสียอย่างนั้น

     

    เนื่องด้วยสิ่งที่เรียกกันว่าศิลาผลึกพลังนี้กลับไม่เรียบง่ายทั่วไปมันเป็นยอดแห่งศิลาทดสอบพลัง ทำขึ้นโดยตัวตนดั่งปรมาจารย์แห่งอาคมและยุทธภัณฑ์เป็นหนึ่งในสมบัติตกทอดประจำตระกูลหยางมาอย่างยาวนาน ราคาของมันยิ่งไม่ต้องพูดถึงกระทั่งราชวงศ์อย่างผู้ครองอาณาจักรแดนแห่งน่านสมุทรยังมีเพียงไม่ถึงสิบก้อนด้วยซ้ำไป 

     

    อีกทั้งศิลาหยกนี้รองรับพลังความสูงส่งแห่งพรสวรรค์ได้มากมายกว่าศิลาทดสอบพลังทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ติดไม่ว่าพรสวรรค์คนผู้นั้นจะสูงส่งเพียงไหน บนทวีปดินแดนนี้ย่อมไม่เคยมีผู้ใดทำให้มันแตกสลายได้มาก่อน

     

    ในใจของหยางลู่จิวยามนี้เกิดความตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าตัวมันพลันหายใจเข้าออกอย่างติดขัดเนื่องด้วยไม่สามารถทำความเข้าใจกับพรสรรค์ของหยางเทียนได้ประกอบกับคนยังตระหนกกับศิลาหยกผลึกทดสอบพลังทีได้แตกกระจายหายไปดั่งฝุ่นควัน

     

    ในยามนี้เองที่ใบหน้าของหยางเทียนพลันซีดเผือกชึ้นเนื่องจากมันสังเกตเห็นอากัปกริยาของหัวหน้าตระกูลหลังจากที่มันได้ทำศิลาหยกในมือตนเองแตกละเอียดไปอย่างชัดเจนมันกระทั่งสบถด่าในใจว่า ตัวมันนั้นเป็นตัวนำพาความเลวร้ายมาสู่ตนเองและคนรอบข้างโดยแท้จริง

     

    หากแต่ขณะที่มันกำลังจะทิ้งเข่าลงเพื่อทำการขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นพลันเกิดวาจาสายหนึ่งกล่าวขึ้นมาก่อนที่เด็กน้อยจะได้ทำการใดใด  “ โฮ่ โฮ่ ไม่คาดคิดเลยจริงๆว่าตัวตนของศิษย์คนแรกและคนสุดท้ายของข้านั้นจะสามารถกระทั่งสร้างแสงแห่งพรสวรรค์อย่างแสงแรกแห่งดวงตะวันในตำนานขึ้นมาได้ทั้งศิลาที่แข็งแกร่งนี้กับทนทานพลังไม่ได้จนต้องแตกสลายไปเสียอีก เจ้าช่างชอบทำให้ผู้คนตกตะลึงได้ตลอดเสียจริงนะเทียนเอ๋อ”

     

    คำกล่าวอันอบอุ่นสายนี้ชัดเจนว่าย่อมต้องเป็นของอาจารย์ของมันหมอโอสถหยางจิ่นอย่างไม่ต้องสงสัยหากแต่สิ่งที่ทำให้หยางเทียนสับสนคือ เหตุใดอาจารย์ของมันถึงได้มาอยู่ที่ตำหนักของหัวหน้าตระกูลได้กันไม่ใช่ว่าอาจารย์มันกล่าวว่าจะรอคอยสอนมันปรุงโอสถที่ตำหนักคลังโอสถหรอกหรือ

     

    หยางเทียนสะบัดความคิดอันสงสัยในตัวมันทิ้งไปก่อนที่จะประสานมือและโค้งศีรษะของมันเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพต่อผู้เป็นอาจารย์ของมัน

    “ท่านหัวหน้าตระกูลข้าต้องขออภัยแทนศิษย์ของข้าด้วยที่ได้ทำลายของล้ำค่าอย่างศิลาผลึกพลังหยกนี้ไปอีกทั้งข้าเข้าใจดีว่ามันมีค่ามากเพียงใด กระทั่งราชวงศ์ผู้ปกครองดินแดนแห่งน่านสมุทรเองยังมีมันเพียงน้อยนิดเท่านั้นแม้สิ่งของทดแทนของข้าอาจไม่พอต่อคุณค่าของมันเท่าใดนักแต่ท่านหัวหน้าตระกูลโปรดรับไว้แทนคำขอโทษจากข้าและศิษย์ด้วยเถิด”

     

    หลังจากกล่าววาจาจบหยางจิ่นพลันหยิบกล่องไม้ขึ้นมาหากแต่หลังจากที่กล่องไม้ถูกเปิดออก กลิ่นแห่งสมุนไพรรุนแรงได้ลอยออกมาจากกล่องไม้ตลบอบอวนไปทั่วทั้งหห้องกลางแห่งตำหนักหัวหน้าตระกูล ทั้งกลิ่นอายที่ลอยมานี้ยังเป็นกลิ่นอายของตัวโอสถระดับสูงอย่างยิ่งอีกด้วย

     

    “ภายในของกล่องไม้นี้นั้นบรรจุไปด้วยเม็ดโอสถสามเม็ดมันถูกเรียกขานว่า “สามโอสถเบิกฟ้า” ตัวเม็ดโอสถนี้จะส่งผลให้ผู้ใช้ยกระดับพลังตนเองได้ถึงสามระดับขั้นในชั่วระยะครึ่งชั่วยามด้วยกันทั้งสิ่งนี้ยังเป็นหนึ่งในโอสถที่ปรุงมันได้ยากอย่างยิ่ง หากไม่ใช่หมอโอสถชั้นปรมาจารย์ระดับถ่องแท้แล้วละก็ย่อมไม่สามารถปรุงมันขึ้นมาได้อย่างแน่นอนหากแต่เมื่อครั้งข้ายังเป็นหนุ่มได้ประสบพบมันเข้าอีกทั้งยังเป็นหนึ่งในของที่สำคัญที่สุดในชีวิตข้าแม้หากนำมันไปเทียบเปรียบกับศิลาหยกผลึกพลังจากตัวตนระดับปรมาจารย์แห่งอาคมและยุทธภัณฑ์แล้วจะดูด้อยกว่ากึ่งหนึ่งแต่ถึงกระนั้นท่านจงโปรดรับมันไปแทนคำขอโทษด้วยเถิด”  

     

    น้ำเสียงที่หยางจิ่นกล่าวต่อตัวตนอย่างหัวหน้าตระกูลหยางนั้นถึงแม้จะดูเคารพนอบน้อมทั้งยังประกอบไปด้วยความรู้สึกผิดจากการกระทำของศิษย์มันเป็นส่วนใหญ่หากแต่ว่าทั้งกริยาการกระทำของมันหาได้ดูเกรงกลัวต่อตัวตนของหยางลู่จิวไม่

     

    “ข้าคงไม่สามารถรับมันจากท่านหยางจิ่นได้แม้ศิลาผลึกพลังนี้จะเป็นดั่งสิ่งของที่ไม่อาจประเมินค่ามันได้ก็จริงหากแต่เด็กน้อยหยางเทียนกลับไม่ใช่ผู้กระทำผิดโดยตั้งใจมันเพียงแค่ทำตามที่ข้าสั่งเคลื่อนลมปราณเพื่อทดสอบพลังพรสวรรค์เพียงเท่านั้นอีกทั้งหากจะเปรียบสิ่งของที่ทรงคุณค่าแล้วละก็ การแลกเปลี่ยนศิลากับตัวของเด็กน้อยนี่นับว่าคุ้มค่ากว่ากันอยู่มากนัก”

     

    หยางลู่จิวได้ระงับอารมณ์พร้อมรวบรวมสติสัมปชัญญะอยู่เนิ่นนานก่อนกล่าววาจาออกมาได้หากแต่เมื่อตัวมันคิดอย่างที่ถ้วนแล้วนั้น ก็เป็นดั่งคำที่มันกล่าวออกจริงๆเนื่องด้วยตัวศิลาเป็นเพียงแค่สิ่งของเท่านั้นนอกจากใช้วัดระดับพรสวรรค์แล้วกลับไม่สามารถทำสิ่งใดให้เกิดประโยชน์ได้แม้แต่น้อยหากใช้มันแลกได้กับตัวตนของรุ่นเยาว์ผู้สร้างออกด้วยพรสวรรค์แสงแรกแห่งดวงตะวันได้ละก็สิ่งนี้ย่อมไม่เรียกว่าสูญเสียทั้งสิ้นอีกทั้งเด็กรุ่นเยาว์ผู้นี้ยังเป็นคนในตระกูลของมันด้วยแล้วสิ่งนี้นับว่าคุ้มค่าอยู่มากทีเดียว

    “ถึงแม้ท่านหัวหน้าตระกูลจะกล่าวเช่นนั้นแต่ตัวข้าก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี ท่านจงรับเม็ดยาสามโอสถเบิกฟ้าไปเสียเถอะอย่าได้ปฏิเสธเราผู้เฒ่าอีกเลย หากท่านยังคิดว่ามันมีค่ามากเกินไปละก็เช่นนั้นข้าขอใช้มันในการขอโทษทั้งการทำศิลาผลึกพลังแตกและการใช้สายตาอันมิสมควรมองไปยังบุตรสาวของท่านเมื่อกาลก่อนของศิษย์ข้าด้วยเลยแล้วกัน”


    หยางลู่จิวพลันไม่ได้กล่าวสิ่งใดให้มากความอีกต่อไปพร้อมก้าวลงไปรับเม็ดยาสามโอสถเบิกฟ้าจากมือของหมอโอสถหยางจิ่นโดยตรง  ชัดเจนแล้วว่าหยางจิ่นนั้นต้องการมอบสิ่งนี้เพื่อขอโทษมันจริงๆทั้งยังใช้มันในการบอกกล่าวเป็นนัยถึงตัวตนของบุตรสาวของมันอีก

     

    “หยางเทียน ในเมื่อเจ้าสามารถสร้างพรสวรรค์ระดับแสงแรกแห่งดวงตะวันขึ้นมาได้ ทรัพยากรที่เจ้าจะได้รับนั้นคือผลึกปราณระดับกลางสิบห้าก้อนต่อหนึ่งเดือนอีกทั้งเจ้ายังสามารถรับผลึกปราณระดับสูงหนึ่งก้อนต่อสี่เดือนด้วยเช่นกันสิ่งของพวกนี้เจ้าสามารถไปรับมันได้ที่คลังแห่งตระกูลหยางได้ในทันทีหลังจากออกจากตำหนักหัวหน้าตระกูลส่วนตำราทักษะยุทธ์ไม่ว่าจะเป็นระดับใดที่ตระกูลหยางมีอยู่เจ้าสามารถขอยืมไปฝึกฝนได้ทั้งสิ้น”

     

    คำกล่าวของหัวหน้าตระกูลหยางเต็มไปด้วยความมั่นคงในน้ำเสียงทั้งยังเจือปนไปด้วยความปิติยินดีที่ตระกูลหยางในรุ่นที่มันเป็นหัวหน้าตระกูลกลับปรากฏยอดอัจฉริยะมาถึงสองคนทั้งในอนาคตตระกูลหยางของมันย่อมต้องยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองฟ้าอำพันแห่งนี้อย่างแน่นอนทุกสิ่งอย่างเพียงขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

     

    หากแต่ทันทีที่คำกล่าวเล่านี้หลุดออกมาจากปากของหยางลู่จิวตัวหยางเทียนพลันนิ่งค้างด้วยความตื่นตะลึงไปในทันทีผลึกปราณระดับกลางสิบห้าก้อนนี้กระทั่งในยามฝันตัวมันยังไม่กล้าคิดว่าจะได้มาด้วยซ้ำผลึกที่มันใช้ของมารดาของมันส่วนใหญ่เป็นเพียงผลึกปราณระดับต่ำทั้งยังได้เพยีงเดือนละหนึ่งก้อนเท่านั้น หากแต่สิ่งที่น่าตกตะลึงกว่าคือผลึกปราณระดับสูงที่มันจะได้รับหนึ่งก้อนต่อสี่เดือนนี่มิเท่ากับว่ามันได้รับมากกว่าตัวตนระดับผู้อาวุโสที่จะได้รับมันหนึ่งก้อนต่อหนึ่งปีหรอกหรือ

    คล้ายกับเรื่อง(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง ที่คุณอ่าน

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734